เปลวไฟสีเขียวจากคบไฟเวทมนตร์ภายใน "รังเงา" ค่อย ๆ มอดดับลง ทิ้งไว้เพียงความมืดสลัวและกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้ง อาเธลสตันยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของเหล่านักฆ่าฝึกหัดที่เขาเพิ่งล้างบางไป พลังงานสีม่วงหม่นหมุนวนรอบกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง สัญญาณของระดับพลัง ขั้น 2-3 ที่ยังไม่คงที่นักเนื่องจากการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว
"ท่านนายน้อยครับ การยึดครองรังเงาเป็เพียงจุดเริ่มต้น" เซบาสเตียนปรากฏตัวขึ้นจากเงาของเสาหิน "ศิลาิญญาเหล่านี้คือขุมพลังที่จะทำให้ท่านสร้างกองทัพที่แท้จริงได้ แต่โปรดระวัง... แรงสั่นะเืจากการรบเมื่อครู่อาจไปปลุก 'บางสิ่ง' ที่หลับใหลอยู่ในรอยแยกใต้พื้นดินของชั้นนี้"
อาเธลสตันไม่ได้ตอบในทันที เขาจ้องมองหีบที่บรรจุ ศิลาิญญา สีม่วงใสราวกับอัญมณี เขารู้ดีว่าหากจะสู้กับสภาขุนนางที่มีกำลังพลนับหมื่นและจอมเวทระดับสูง เขาจะพึ่งพาเพียงพละกำลังส่วนตัวไม่ได้
"ระบบ... ใช้แต้มิญญา 400 แต้ม และศิลาิญญา 50 ก้อน เริ่มต้นกระบวนการสร้าง [หน่วยจู่โจมเงา (Shadow Raiders)] จากศพนักฆ่าเหล่านี้!"
การกำเนิดของหน่วยรบไร้เสียง
[คำสั่งรับทราบ... เริ่มต้นการหลอมรวมิญญาและศิลาพลังงาน]
[ทำการปรับแต่งโครงสร้างร่างกาย: เพิ่มความคล่องตัว 200%, ติดตั้งทักษะ 'พรางตัวสมบูรณ์']
ซากศพของนักฆ่าสิบคนบนพื้นเริ่มกระตุก ิัของพวกมันถูกห่อหุ้มด้วยเงาสีดำที่ควบแน่นจากศิลาิญญา กระดูกถูกดัดแปลงให้แหลมคมและยืดหยุ่น ชุดเกราะหนังเดิมถูกหลอมรวมเข้ากับไอความตายจนกลายเป็ชุดเกราะเกล็ดัดินสีดำสนิท
ไม่นานนัก นักรบเงาทั้งสิบตนก็ลุกขึ้นยืน พวกเขาไม่มีดวงตา มีเพียงรอยแยกสีแดงเรียวเล็กบนใบหน้าหน้ากากเหล็ก ในมือถือมีดสั้นคู่ที่อาบไปด้วยพิษิญญา
[ยินดีด้วย! ท่านได้รับหุ่นเชิด: หน่วยจู่โจมเงา (ขั้น 2-2) x 10]
[โควตาหุ่นเชิด: 14/20 (ขยายโควตาจากระดับพลังที่เพิ่มขึ้น)]
"พวกเ้าจงเป็ตาและหูให้ข้า" อาเธลสตันสั่งการ หน่วยจู่โจมเงาทั้งหมดหายวับไปในอากาศทันที เหลือเพียงความว่างเปล่า
ในขณะที่อาเธลสตันกำลังจะสำรวจห้องลับต่อไป พื้นดินใต้รังเงาก็สั่นะเือย่างรุนแรง รอยแยกขนาดใหญ่ปริแตกออกกลางห้องโถง กลิ่นอายความตายที่โบราณและเข้มข้นกว่าชั้นที่ 2 ปกติพุ่งทะลักออกมา
"นั่นไงครับ... สิ่งที่ข้ากังวล" เซบาสเตียนเอ่ยพลางกางม่านพลังป้องกัน
อสูรจากรอยแยก: ตะขาบกลืนศพ
จากรอยแยกนั้น สิ่งมีชีวิตรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวค่อย ๆ คลานขึ้นมา มันคือ ตะขาบกลืนศพ (Corpse-Devouring Centipede) ขนาดลำตัวหนาเท่าถังไม้ และยาวกว่าสิบเมตร ลำตัวของมันไม่ได้ประกอบด้วยเปลือกแมลงธรรมดา แต่เป็โครงกระดูกมนุษย์นับร้อยที่ขัดสานกันจนกลายเป็เปลือกแข็ง ขาจำนวนนับไม่ถ้วนของมันคือซี่โครงที่แหลมคม
[วิเคราะห์เป้าหมาย]
ชื่อ: ตะขาบกลืนศพโบราณ (Ancient Corpse Centipede)
ระดับพลัง: ขั้น 2-5 (จอมอสูรใต้ดิน)
สถานะ: หิวโหยอย่างยิ่ง
"ขั้น 2-5... นี่มันระดับเดียวกับผู้คุมชั้นเลยไม่ใช่หรือ?" อาเธลสตันกระชับดาบสั้นสนิมโลกันตร์
"มันคือผู้เก็บกวาดของสุสานครับท่านนายน้อย มันจะตื่นขึ้นมาเมื่อมีกลิ่นเืมนุษย์จำนวนมาก และตอนนี้รังเงาของท่านก็คือโต๊ะอาหารชั้นเลิศของมัน"
ตะขาบั์แผดเสียงร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก มันพุ่งเข้าใส่อาเธลสตันด้วยความเร็วปานสายฟ้า กาเวนพุ่งออกไปขวางหน้าทันที เขาใช้ทักษะ [โล่แห่งความมืด] สร้างกำแพงพลังงานสีดำขึ้นรับการปะทะ
ตึงงงง!
แรงปะทะมหาศาลทำให้กาเวนถึงกับถอยกรูดไปข้างหลัง เกราะเหล็กดำของเขามีรอยขีดข่วนจากขาซี่โครงที่คมกริบ
"หน่วยจู่โจมเงา! โจมตีจุดอ่อนที่รอยต่อระหว่างโครงกระดูก!" อาเธลสตันสั่งการผ่านจิต
เหล่านักรบเงาโผล่ออกมาจากอากาศรอบตัวอสูรร้าย พวกเขาใช้ความคล่องตัวที่เหนือชั้นะโขึ้นไปบนหลังของตะขาบ แทงมีดพิษลงในรอยแยกของเปลือกกระดูก แต่ทว่า... เปลือกนั้นแข็งแกร่งเกินไป มีดสั้นทำได้เพียงสร้างรอยถลอกเล็กน้อย
"มันกินิญญานักรบมานานเกินไป เปลือกของมันจึงมีภูมิคุ้มกันเวทมนตร์ระดับต่ำครับ!" เซบาสเตียนะโบอก
อาเธลสตันกัดฟัน "ถ้าอย่างนั้นต้องเจอนี่... [ทักษะใหม่: โดมแห่งความมืด]!"
เขากางแขนออก ทันใดนั้นพื้นที่รัศมี 20 เมตรรอบตัวตะขาบถูกปกคลุมด้วยโดมสีดำสนิท ภายในโดมนี้ ประสาทััของศัตรูจะถูกรบกวนจนเป็อัมพาต ในขณะที่อาเธลสตันและหุ่นเชิดจะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น
"กาเวน! ใช้เพลิงผลาญิญญาเผามันจากข้างใน!"
อัศวินเงาคำรามดังก้อง เขาปักดาบั์ลงไปในดิน ส่งคลื่นไฟสีม่วงดำวิ่งไปตามรอยแตกของพื้นดินพุ่งเข้าใต้ท้องของตะขาบั์ ซึ่งเป็จุดที่เปลือกกระดูกบางที่สุด
กร๊าซซซซซ!
ตะขาบั์ดิ้นพล่านด้วยความเ็ป เปลือกกระดูกของมันเริ่มปริแตกออก อาเธลสตันเห็นโอกาส เขาพุ่งตัวเข้าไปในระยะประชิด ใช้พลังของ ขั้น 2-3 ทั้งหมดที่เขามี ผสมผสานกับทักษะ [กรงเล็บกัดเซาะ] ตะปบลงไปที่ส่วนหัวของมัน
"จงกลับไปเป็ปุ๋ยให้สุสานซะ!"
เขาไม่ได้แค่โจมตี แต่เขาใช้มือทั้งสองข้างจิกเข้าไปในดวงตาหลายคู่ของมันและเริ่ม เขมือบ ิญญาโดยตรง!
กระแสพลังงานที่ดิบเถื่อนและเย็นเยียบไหลพรั่งพรูเข้าสู่ร่างของอาเธลสตัน มันรุนแรงจนเขาเกือบจะสูญเสียสติ ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับจะะเิออก
[ตรวจพบิญญาอสูรโบราณ... เริ่มกระบวนการย่อยสลายพิเศษ]
[ได้รับแต้มิญญา +1,200]
[เลื่อนระดับสู่: ขั้น 3-1 (ขุนนางหนู - ระดับอัศวินิญญา)]
ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึง
เมื่อตะขาบั์แน่นิ่งไปและสลายกลายเป็เถ้าถ่านสีขาว ร่างของอาเธลสตันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง ิัของเขาบัดนี้กลายเป็สีดำขลับปนเงินดูหรูหราและน่าเกรงขาม บนหลังของเขามีหนามกระดูกเล็ก ๆ งอกออกมาคล้ายแผงคอปีศาจ และที่สำคัญที่สุด ดาบสั้นสนิมโลกันตร์ในมือของเขาได้ดูดซับพลังของตะขาบเข้าไปจนวิวัฒนาการกลายเป็ [ดาบเขี้ยวอสูรกลืนิญญา]
"ขั้น 3-1... ข้าก้าวข้ามขีดจำกัดของชั้นที่ 2 แล้วสินะ" อาเธลสตันมองดูมือที่ทรงพลังของเขา
"ยินดีด้วยครับท่านนายน้อย ระดับอัศวินิญญาคือระดับที่สามารถทำลายกองทหารมนุษย์ได้ทั้งกองร้อยด้วยตัวคนเดียว" เซบาสเตียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม "และตอนนี้... ข้าเชื่อว่าท่านพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับ 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ในรอยแยกนี้แล้ว"
อาเธลสตันมองลงไปในรอยแยกที่ตะขาบเพิ่งคลานขึ้นมา เขาเห็นแสงสีฟ้าแปลก ๆ ส่องสว่างอยู่เบื้องล่าง มันไม่ใช่แสงจากเวทมนตร์ของมนุษย์ แต่มันคือ 'ผลึกแกนกลางสุสาน'
"ถ้าข้ายึดแกนกลางนี้ได้... ข้าจะเป็เ้าของชั้นที่ 2 อย่างสมบูรณ์ใช่ไหม?"
"ไม่ใช่แค่ชั้นที่ 2 ครับ... แต่ท่านจะสามารถสั่งการอันเดด 'ธรรมชาติ' ทั้งหมดในชั้นนี้ได้โดยไม่ต้องเสียแต้มิญญาแม้แต่แต้มเดียว!"
ดวงตาสีแดงของขุนนางหนูวาวโรจน์ด้วยความโลภและอำนาจ
"ไปกันเถอะ... กองทัพของข้ายัง้าสมาชิกเพิ่มอีกมาก!"
เขาะโลงไปในรอยแยก พร้อมกับเหล่านักรบเงาและอัศวินคู่กาย ทิ้งซากความพินาศของรังเงาไว้เื้ั เป้าหมายต่อไปคือการเป็าาแห่งชั้นที่ 2 อย่างเป็ทางการ
[สรุปสถานะตอนที่ 7]
ระดับพลัง: ขั้น 3-1 (อัศวินิญญา)
แต้มิญญา: 1,350 (หลังหักลบและได้รับเพิ่ม)
กองทัพหุ่นเชิด:
เซอร์กาเวน (ขั้น 2-1 -> กำลังจะอัปเกรด)
หน่วยจู่โจมเงา x 10 (ขั้น 2-2)
เงาติดตาม x 2, หนูรบกระดูก x 1
เป้าหมาย: ยึดครองแกนกลางสุสานชั้นที่ 2