กลยุทธ์ที่ 2 ต่อรอง
รูป รส กลิ่น เสียง ััทุกๆ อย่างไหลซึมเข้าโสตประสาทของจักรพรรดิอย่างต่อเนื่อง ยิ่งนานเขายิ่งรู้สึกว่ามันนั้นสมจริงและปลุกความตื่นเต้นและความน่าค้นหาในตัวเขามากขึ้นไปอีก โลกใบนี้ช่างน่าทึ่งสุดจะบรรยายมองไปทางไหนมันก็น่าสนุกทั้งนั้น จนกระทั่งกลับมาอยู่ที่เดิม ที่มีคำพูดที่แสนน่าอนาถพูดขึ้นมาจากปากของเขาเอง
“ไม่บอกผมให้ทำสวนปลูกผักขายไปเลยล่ะคร้าบ....”ว่าจบเขาก็ยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะ
ในที่นี้มีอยู่บ่อยไปที่ผู้เล่นจะมาเกิด แรกๆ ทุกคนก็สนใจแต่นานเข้าก็เป็เื่ชินตา ทว่ากลับมีกลุ่มคนอยู่จำนวนนึงที่ยังจ้องมองจักรพรรดิไม่ละสายตา
จักรพรรดิเองก็รู้ตัวแต่ทำทีเป็ไม่สนใจ
เขาลองเรียกหน้าต่างระบบจากที่เคยศึกษาก่อนเข้าเกมมาดู และแล้วเขาก็พบความสนุกเพิ่มเติมจากมัน หน้าสถานะตัวเขา หน้าเก็บของ หน้าสวมใส่ หน้าข่าวสาร หน้าตบแต่ง หน้าบ่งบอกสกิล หน้าสถานะเพื่อน เขาดูมันอย่างเพลิดเพลินก่อนจะหยุดที่น่าสถานะของตัวเอง
นักผจญภัย จักรพรรดิ ขั้น ชาวบ้าน เลเวล 1
เื 200 มานา 150 พลังใจ 250
ตามที่จักรพรรดิศึกษามาคร่าวๆในเกมนี้จะแบ่งกันออกเป็ 10 ชนชั้น ชาวบ้าน ทหาร อัศวิน องครักษ์ บารอน ดยุค เคาท์ าา จักรพรรดิ เทพ โดยแต่ละชั้นเลเวลเต็มจะอยู่ที่หนึ่งร้อยก่อนจะนับ 1 ใหม่เมื่อเลื่อนขึ้นตามเงื่อนไง ยิ่งระดับสูงยิ่งบ่งบอกถึงความสามารถและยิ่งมีสิทธิพิเศษมากขึ้นหากเลื่อนขั้นได้
คราวนี้เขาดูของที่ตัวเองสวมใส่ดูบ้าง
ทุกอย่างประกอบด้วย
เสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลค่าป้องกัน 0.5 กางเกงขายาวสีน้ำตาลเข้มเพิ่มความคล่องแคล่ว 0.5% มีดสั้นค่าพลังโจมตี 3 หน่วย ทุกอย่างล้วนแล้วแต่อยู่ที่ 1 ดาว
ในเกมนี้จะวัดไอเทมกันด้วยระดับดาวซึ่งสูงสุดที่ 10 ดาว ดาวยิ่งสูงยิ่งคุณภาพสูง แต่ไอเทมหลายชิ้นก็มีเงื่อนไขในการสวมใส่เช่นกัน
ของทุกอย่างก็ดูสมกับเป็ผู้เล่นเริ่มต้นดีติดแค่ที่กำไลข้อมือเขาเท่านั้น เขาคิดว่าซิลเวอร์คงไม่ใจร้ายกับเขามากกว่านี้หรอกมั้ง ต่อจากนี้ก็จะมีแต่คู่แข่งด้วยกันเท่านั้นล่ะที่จะใจร้ายกับเขา
คิดๆ อยู่ก็เดินมาแล้ว
“ขอประทานโทษนะครับ โปรดช่วยมากับพวกเราด้วย”
คน 3 คนในชุดคลุมปิดใบหน้ากำบังสถานะเข้ามายืนรายล้อมจักรพรรดิขณะที่เขายังคงยิ้มๆและมองดูทุกอย่างรอบตัว การปรากฏตัวของคน 3 คนทำให้ดึงความสนใจของผู้เล่นโดยรอบเป็อย่างดี
และมันก็เป็ไปอย่างที่จักรพรรดิคิดเอาไว้ไม่มีผิด
ชายคนนึงพูดขึ้นมาต่อ
“หากนายไม่ไปกับเรา อย่าถือว่าเราไม่เตื....”
จักรพรรดิยกมือขึ้นมาเพื่อหยุดคำพูดที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังนักเลงน้ำเน่าสักเื่เอาไว้ แล้วยิ้มตอบ
“เอาสิ ในระหว่างเดินทางก็แนะนำหลายๆ อย่างให้ฉันด้วยก็แล้วกัน”
อันที่จริงเขาจะเลือกไม่ไปก็ได้แต่ไปสนุกกว่าเป็ไหนๆ เหตุที่ไม่ไปก็ได้เพราะ ถ้าเป็เมืองที่มีระบบเอ็นพีซีปกครองอยู่แล้วละก็จะมีเอ็นพีซีทหารที่คอยรักษาความสงบอยู่ และยิ่งเป็เมืองเริ่มต้นพวกเอ็นพีซีทหารยิ่งมีความสามารถในการปกป้องผู้เล่นที่ระดับยังต่ำสูง เพื่อป้องกันการโดนรังแก
“แล้วจะไปยังไง?”จักรพรรดิถามต่อจนพวกเขาไปไม่ถูก
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก การเดินทางของพวกเราเร็วกว่าที่คิด” ชายคนแรกน้ำเสียงทุ้มๆพูดขึ้นมาก่อนจะพยักหน้าให้หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่ม
ตอนนั้นเองไม้เท้าของเธอก็ถูกนำออกมาขีดเขียนเป็ชอร์กที่พื้น กลายเป็วงแหวนเวทหกแฉกใต้เท้าพวกเขา
แล้วแสงสว่างวาบก็เกิดขึ้นมา มันนั้นได้ทำการส่งจักรพรรดิและทุกคนมาอีกที่ทันที ที่ที่สายลมกระโชกแรงและเห็นวิวทั้งเมืองรอบทิศทาง ที่ที่เขายืนอยู่ตอนนี้เป็ลานกว้างยกสูงจากพื้นดิน หน้าจักรพรรดิเป็ปราสาทสูงเด่นไปอีก มันเป็สีขาวทำจากเห็นแกรนนิตบนยอดมีระฆัง
ต่างจากเมืองเริ่มต้นที่จักรพรรดิเคยเห็นอีกคือ กำแพงเมืองที่สูงใหญ่ผิดกันลิบลับและบ้านเรือนที่ดูหรูหราเรียงเป็ระเบียบสวยงาม รอบนอกมองออกไปนอกกำแพงเป็ทุ่งโล่งที่ยังมองไกลไปได้อีกเป็ป่าและูเาอุดมสมบูรณ์
“สวยจริงๆ” จักรพรรดิพูดพร้อมผิวปากแต่สายตากับหยุดมองไปยังจอมเวทสาวที่อยู่ข้างตน
“ตามเรามา”ชายอีกคนพูดพร้อมเดินนำ ฮู้ดคลุมหัวทั้ง 3 ถูกเปิดออกแล้ว ชายที่พูดเป็คนมีอายุหน่อยแววตาดูมีความสุขุม ชายอีกคนเป็คนรุ่นเดียวกับเขามีรอยสักที่ใบหน้ารูปดาบไขว้กันด้านขวา หัวเกรียนๆ สีส้มอีกคนเป็หญิงสาวผมทองเป็ลอนสั้นเสมอติ่งหูมีั์ตาสีฟ้ายิ่งมองยิ่งเหมือนตกในภวังค์
“ที่นี่ที่ไหน?”จักรพรรดิถามขึ้นมา
“เมืองหลวงแห่งอาณาจักรเพนดราก้อน ดราก้อนฟอร์ซ”
“แล้วเมื่อกี้คือที่เรียกว่าการใช้พลังเวทสินะ คงเป็เวทในการเคลื่อนย้ายล่ะสิ”
“....” ไม่มีใครตอบ ยิ่งเดินมาในทางเดินยิ่งทำให้จักรพรรดิชื่นชมสถานที่นี้มากยิ่งขึ้น ทางเดินที่สว่างไสว ของทุกอย่างที่ตั้งโชว์รอบทางเดินดูมีราคา และเพดานของทางเดินก็สูงเป็รูปครึ่งวงกลมที่สลักเป็รูปต่างๆสวยงามเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย
“เพลินตาดีจริงๆ”จักรพรรดิยังคงอินกับสิ่งที่ซิลเวอร์สร้างขึ้นมาโดยที่ไม่สนใจความคิดของทั้ง 3 แม้แต่น้อย
“ยังไม่รู้ตัวอีกรึไงว่าตัวเองชะตาขาดแล้ว”ชายรุ่นเดียวกับเขาพูดขึ้น
“เบ็น เงียบซะ” ชายมีอายุด้านหน้าปรามเขาไว้ แทนที่ด้วยเสียงของจักรพรรดิเอง
“รู้สิ” รอยยิ้มยังคงอยู่บนใบหน้าจักรพรรดิ
ท่าทางที่ดูไม่ทุกข์ร้อนของเขาเริ่มทำให้ทั้ง 3 ขุ่นเคืองเล็กน้อยแต่จักรพรรดิก็ยังไม่สนใจอยู่ดี ลูกน้อง ลูกพี่ จะว่าไปมีกฎแค่ว่าห้ามขัดขวางกันนอกเกมเท่านั้น แบบนี้ก็ถือว่าไม่ห่างไกลจากความคิดจักรพรรดินัก คนทุกคนอาจจะทำแบบเดียวกับคนที่จักรพรรดิจะไปพบก็เป็ได้
จักรพรรดิหันหน้าไปหาชายรุ่นเดียวกับเขา
“เบ็นถามอะไรหน่อยได้ไหม ในเกมนี้เล่นระบบสายอาชีพสินะ งั้นขอถามหน่อยอาชีพในเกมนี้มีอาชีพอะไรบ้างที่สามารถเอาชนะคนอื่นได้โดยไม่ทำดาเมจ”จักรพรรดิบอกความลับออกไปจนทำให้ทั้ง 3 ฉงน ก่อนชายรุ่นเดียวกับเขาจะตอบกลับทันที
“มันจะมีได้ไงล่ะเ้าบ้า ทุกอาชีพไม่ฆ่าก็ไม่มีเลเวลกันทั้งนั้น นี่แกโผล่ออกมาจากหลุมไหนเนี่ย แล้วอย่ามาตีซี้เรียกชื่อฉันห้วนๆ นะ!!” ชายอีกคนกลับสนใจในสิ่งที่จักรพรรดิพูด เพราะมันอาจเป็สิ่งเดียวกันกับที่หัวหน้าของพวกเขาเผชิญอยู่
“นั่นเป็สิ่งต้องห้ามสำหรับคุณเหรอ?”คำถามที่ดูไม่ตรงเกินไปและไม่เจาะจงอะไรมาก ทำให้คำพูดของชายที่ดูมีอายุฟังดูธรรมดาสำหรับอีก 2 คน
“อ่า~~~~ใช่เลย”จักรพรรดิตอบอย่างสบายอารมณ์จนเขาอดไม่ได้ที่จะหันมามอง จักรพรรดิสบสายตากับเขาไม่นานก็เปลี่ยนไปมองหญิงจอมเวทย์แทน
ในที่สุดก็มาถึงที่หมาย
นอกจากผู้เล่นบางจำนวนแล้วที่นี่ยังมีเอ็นพีซีอยู่ด้วยบ่งบอกว่าเป็สถานที่ที่เสมือนแหล่งทำงานมากกว่าแหล่งรวมตัวของพวกใครบางกลุ่ม
ประตูบานพับทั้ง 2 ถูกเปิดออก ชายดูมีอายุผายมือให้เขาเข้าไป ทั้ง 3 รออยู่ด้านนอก พอเข้ามาด้านในที่เป็เสมือนห้องส่วนตัวหรูๆห้องนึงที่มีทั้งพรมหนังเสือโคมไฟคริสตัล เตาพิงขนาดใหญ่สายตาของจักรพรรดิก็หยุดมองชายที่จ้องมาที่ตน
ชายในชุดอัศวินสีขาวผ้าคลุมสีแดงยาวเกือบถึงพื้นดูไม่เทอะทะ มีลวดลายัทองพาดผ่านรอบตัว ด้านซ้ายเหน็บดาบเล่มสีทองเอาไว้โดยฝักดาบเป็สีดำลวดลายัทองเช่นกันกับเกราะ แม้จะดูต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อยที่ดวงตาเป็สีแดงไม่ต่างจากผมที่หวีเรียบไปด้านหลัง เขาก็ยังจำชายผู้นี้ได้ว่าเป็ใคร
“ไงเฮีย”จักรพรรดิยกมือทักทายเขา ทว่าเขากลับไม่เล่นด้วย
เขาเลื่อนมือชักดาบ 2 คมออกมาจากฝักแล้วพุ่งตรงมาหาจักรพรรดิ
“....”คมดาบจ่อคอของจักรพรรดิห่างไม่กี่เซ็นถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงยิ้มอยู่
“นึกว่าจะเกมโอเวอร์ซะแล้ว หยุดดาบทำไมล่ะ อดัม” จักรพรรดิหุบยิ้มมาในระดับพอดี
“ก็แค่จะลองดูท่าทีของนายหน่อย”เสียงหนุ่มเข้มของอดัมพูดพร้อมกับที่ค่อยๆ เก็บดาบเข้าฝัก
“ตามฉันมาถึงที่นี่แปลว่ามีเื่อะไรสินะ ว่ามาสิฉันจะรับฟังเอง”
“ในตอนนี้นายอยู่ในเงื้อมมือของฉัน ฉันแนะนำว่าสงวนท่าทีหน่อยน่าจะดีกว่า”อดัมส่งคำขู่ออกมา แต่เ้าตัวที่ถูกขู่กลับไม่สนเดินยิ้มๆก่อนจะทิ้งตัวแรงๆ นั่งไปที่เก้าอี้นวมที่หันหน้าเข้าหากัน แถมมือยังหยิบแอปเปิลมาเคี้ยวหน้าตาเฉย
“พวกเรามีแค่ชีวิตเดียว นายสั่งคนของนายให้จัดการฉันั้แ่โผล่มาซะก็จบแล้วแต่ไม่ทำ พวกนั้นโดนมากสุดก็แค่ถูกเอ็นพีซีของเมืองไล่ล่าก่อนจะหนีออกมา แต่นายกลับพาฉันมาที่นี่แปลว่ามีเื่ที่อยากคุยใช่ไหมล่ะ?”จริงอยู่ว่าเงื่อนไขการมรดกคือต้องเกมแต่คงมีหลายคนที่คิดไปทางลัดโดยการกำจัดคู่แข่งเสียก่อน
ดวงตาของเขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอดัมจนสุดท้ายอดัมก็ทิ้งตัวลงมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา
แค่พลิกฝ่ามือในตอนนี้เขาก็สามารถจัดการกับจักรพรรดิได้แล้ว แต่ว่านั่นเป็สิ่งที่เขาจะต้องทิ้งการใหญ่เบื้องหน้าไปและไม่มีทางหวนกลับมาได้อีกอย่างแน่นอน
“ให้เดาปัญหาของนายคงไม่ต่างจากฉันตอนนี้”จักรพรรดิที่เคี้ยวแอปเปิลตุ้ยๆ ชูกำไลขึ้นมา
“มันก็ใช่ แทนที่ฉันจะได้รีบไปกำจัดตัวปัญหาแต่ฉันกลับต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่”อดัมชูกำไลของตัวเองขึ้นมาบ้าง
ไม่ต้องเท้าความต่อจักรพรรดิก็รู้ว่าตัวปัญหาของอดัมคือใคร ข้อมูลนั้นเป็อาวุธ ตลอดระยะเวลาที่ปล่อยให้คนอื่นเล่นไปก่อนใช่ว่าเขาจะไม่รู้เื่อะไรเลย
กิลด์ไวท์ไนซ์ ของอดัมเป็กิลด์อันดับ 1 ของเกมนี้มีผู้เล่นนับหมื่นอยู่ภายใต้สังกัด เ้าตัวเองก็เป็ถึงสุดยอดคน ทั้งความอัจฉริยะและความสามารถทางกายที่โดดเด่นมาแต่ไหนแต่ไร ถือว่าเป็ข้อได้เปรียบของผู้ที่เข้ามาในเกมก่อนหน้าหลายคน
“ไม่ต้องพูดต่อฉันก็รู้ว่ากำไลของนาย คือการจำกัดพื้นที่ของนายใช่ไหม คุณแองเจิ้ลเขาบอกมาแล้วว่าพวกเราทั้ง 7 จะถูกห้ามในสิ่งที่ต่างกัน”
คำพูดเหมือนจะชื่นชมแต่สายตานั้นแฝงไว้ด้วยความไม่พึงใจของอดัมเอ่ย
“เข้าใจทุกอย่างง่ายดีจนหน้าหมั่นไส้จริงๆ ใช่แล้วฉันไม่สามารถออกไปจากคฤหาสน์นี้ได้ นี่คือข้อจำกัดของกำไลนี่ ดังนั้นแทนที่จะได้แต้มต่อหรือจัดการทุกคนจนนายโผล่มาแล้วค่อยจัดการจนฉันได้รับมรดก ฉันกลับติดแหงกอยู่ในนี้”
กำไล + 1 ชีวิตที่ไม่มีทางแทนได้ = ยากที่จะครองเกม ถือว่าเกมนี้ท้าทายขึ้นไปอีกต่อการกระทำของซิลเวอร์
ห้ามออกจากคฤหาสน์นั่นหมายถึงไม่สามารถเก็บระดับหรือทำอะไรได้ดั่งใจ แม้จะมีลูกน้องเป็แขนขาแต่บางเวลาพวกเขาก็ใช่ว่าจะทำทุกอย่างแทนเราได้ มันก็ฟังดูเลวร้ายพอๆกับห้ามทำดาเมจสิ่งมีชีวิตของจักรพรรดินั่นล่ะ
ยิ่งคิดจักรพรรดิยิ่งนึกสนุกก่อนจะกลับมาเข้าเื่ เมื่ออดัมยอมเผยไต๋ตัวเองเขาก็ต้องยอมบ้างไม่ใช่เพราะศักดิ์ศรีหรืออะไร แต่เป็การต่อรองที่เท่าเทียม เพราะั้แ่มีคนพาเขามาหาอดัมเขาคิดว่าคงไม่ใช่เื่อื่นแน่ เ้าชายผู้ที่ติดอยู่ในปราสาทของตนรออัศวินขี่ม้าขาวมาช่วย ฟังแล้วก็ตลก
“กำไลของฉันคือห้ามทำดาเมจต่อสิ่งมีชีวิต”เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาของอดัมถึงกลับโพล่งขึ้นมา
“จริงเหรอ!?” ท่าทางใของอดัมปรากฏขึ้นก่อนจะวางอยู่ในท่าเรียบนิ่งเหมือนเดิม จักรพรรดิเห็นรอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นมาที่มุมปากของเขา
แน่ล่ะสิเขาแค่ติดอยู่ในคฤหาสน์อย่างอื่นที่เหลือทำได้หมดลูกน้องก็มีให้ใช้เกลื่อน กิลด์อันดับ 1 ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความสามารถของลูกกิลด์เลยว่าสูงแค่ไหน ขนาดไม่เคยเข้าเล่นเกมมาก่อนจักรพรรดิยังเข้าใจได้เลย แต่สำหรับเขานั้นทำดาเมจไม่ได้อย่าว่าแต่เก็บระดับเลยจะอดตายเพราะไม่มีอะไรกินเสียด้วยซ้ำ
“พูดมาสิว่านาย้าอะไรจากฉันถึงพาฉันมาที่นี่ หากไม่ใช่ชีวิตนี้แล้วละก็”
รอยยิ้มที่มุมปากของอดัมหายไป
“จะให้ฉันเชื่อได้ยังไงว่าข้อจำกัดของนายคือห้ามทำดาเมจ”
“ฉันไม่ได้อยากให้นายเชื่อสักหน่อย ฉันก็แค่พูดความจริงจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่นาย เข้าเื่ของนายได้แล้ว”
อดัมเปลี่ยนมากัดฟันแทน
“อย่างที่บอกไปก่อนว่าเพราะติดอยู่ที่นี่ ฉันเลยไม่สามารถจัดการกับคนที่สมควรจะต้องจัดการก่อนเป็อันดับต้นๆได้ หวัง ไทหยาง คือคนที่ฉันอยากจะจัดการเขาให้เร็วที่สุด แต่ในเวลานี้เขากลับเป็ผู้เล่นชั้นแนวหน้าที่มีฉายาว่าพยัคฆ์ร้ายไปซะแล้วหรืออีกชื่อตามข่าวไร้นาม ไม่ว่าฉันจะส่งคนไปกี่คนวางแผนยังไงตัวของเขาก็สามารถจัดการได้หมด หากออกไปจากที่นี่ได้ล่ะก็ฉันคงจัดการเขาได้ในดาบเดียวไปแล้ว เพราะฉันทำอะไรไม่ได้ตัวของเขาเลยยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนานวันความสามารถของเขายิ่งน่ากลัว”
“หึ ก็สมกับเป็เขาดี” ไทหยาง สมแล้วที่จะเป็คู่ปรับของอดัม เพราะอะไรนะเหรอง่ายๆ เขาเป็หัวหอกนำทัพผู้ออกแบบเกมนี้ที่ติดอันดับท็อปของเกมทั่วโลกนั่นเองเรียกได้ว่าเป็บิดาของบิดาGMเลยก็ว่าได้ แม้ตอนซิลเวอร์เสียเขาจะถูกระงับหน้าที่GMชั่วคราวจนกว่าจะพบผู้ชนะเกมรับมรดกก็เถอะ
แม้อดัมจะเข้ามาเล่นเกมก่อนเขา เป็ถึงหัวหน้ากิลด์อันดับ 1 แต่เื่ของเกมนี้คงไม่มีใครรู้ดีเท่ากับไทหยางอีกแล้ว อดัมคงแค้นใจมากที่ไม่สามารถจัดการเขาได้โดยเร็วพอสิ้นความคิดเขาคงหวังพึ่งตนเองขณะนี้
แต่ด้วยข้อจำกัดของกำไลที่คนทั้ง 7 มีเหมือนกัน มันก็คงเป็ตัวคานอำนาจของไทหยางได้เป็อย่างดี เพราะไม่อย่างนั้นเผลอๆ อดัมคงแพ้ให้กับเขาไปแล้ว
จักรพรรดิรู้แล้วว่าเกมมันจะดำเนินไปยังไงต่อ
“ฉันจะยอมร่วมมือกับนายก็ได้อดัม”จักรพรรดิออกปากพูดเองทันที
“ห๊า ทำไมฉันจะต้องร่วมมือกับคนที่ทำแม้แต่ค่าดาเมจไม่ได้อย่างนายด้วย ที่ฉันพานายมาที่นี่ก็เพื่อจะใช้นายเป็ตัวล่อให้ไทหยางมาพบฉันต่างหาก” แผนของอดัมพูดออกมา ทว่ามันกลับฟังดูเบาอย่างกับนุ่นในความคิดของจักรพรรดิ
“คิดตื้นไปแล้ว เขาไม่หลงกลลูกไม้หลอกเด็กของนายหรอก แม้นายจะได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะแต่ก็เท่านั้น เขาคือผู้ที่ผ่าน่ชีวิตและโชคชะตามามากกว่าทั้งนายและฉัน หากนายเรียกเขาว่าคู่ปรับ ตัวของฉันเองก็คงเรียกเขาว่าศัตรูที่ร้ายกาจเหมือนกัน”
“งั้นการที่ฉันพานายมาที่นี่ก็ไร้ความหมายสินะ”อดัมลุกขึ้นทำท่าจะชักดาบ ถึงจะเห็นแบบนั้นจักรพรรดิก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“ไม่ไร้ความหมายหรอก เพราะฉันคนนี้จะเป็คนจัดการเขาให้กับนายเองเพราะนายไม่มีทางจัดการเขาได้อยู่แล้ว”
อดัมถึงกลับมีสีหน้ากระตุก
“ทำดาเมจไม่ได้อย่างนายจะไปจัดการเขาได้ยังไง หรือว่าที่พูดมาจะโกหก”
รอยยิ้มของจักรพรรดิเริ่มฉีกกว้างขึ้น
“ที่พาฉันมาที่นี่ไม่ใช่เพราะนายอยากได้ยินแบบนี้เหรอ? ...เกมนี้เป็เกมที่ปู่สร้างขึ้นมา ทั้งนาย ทั้งฉัน หรือแม้แต่ไทหยางกับอีก 4 คน ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความเท่าเทียมกันที่จะครองเกมนี้และรับสืบทอดมรดกจากปู่”
จักรพรรดิชูกำไลขึ้นมาอีกครั้งให้อดัมเห็นชัดๆ
“โลกใบนี้การต่อสู้ไม่ใช่มีแค่ฆ่าชีวิตของผู้อื่นเพียงอย่างเดียว ปู่เป็นักธุรกิจ นายเองก็เป็นักธุรกิจ น่าจะเข้าใจมันไม่ใช่รึไง”
ท่าทางของอดัมดูผ่อนคลายลง
“แล้วยังไง ถ้าฉันปล่อยให้นายจัดการเขาได้อย่างที่นายว่าจริง ในเวลานั้นนายก็คงมีความสามารถเหนือกว่าฉันแล้ว เท่ากับว่าฉันปล่อยเสือเข้าป่าปล่อยัลงทะเลชัดๆ”
จักรพรรดิถอนหายใจออกมายาวๆ
“นั้นล่ะเราถึงต้อมาทำข้อตกลงกัน ยังไงซะหากแผนเด็กๆของนายที่จะใช้ฉันเป็เหยื่อล่อเขามาที่นี่แล้วจัดการเขาซะ นายก็คิดจะจัดการฉันต่ออยู่ดีใช่ไหมล่ะ เพราะผู้ชนะมีแค่ 1 เท่านั้น”
แผนตื้นๆแค่นี้ใช่ว่าจักรพรรดิจะดูไม่ออก ยุคสมัยที่อำนาจเหนือคนแบบนี้ขอแค่ให้ได้อำนาจมาก็เพียงพอ อย่างอื่นถือเป็เื่ที่ลืมเลือนไปได้
“คำพูดของคนอย่างนายไม่มีความน่าเชื่อถือเลยสักนิด...”
แววตาของอดัมไม่มีความไว้วางใจในตัวจักรพรรดิแม้แต่น้อย จักรพรรดิเองก็เช่นกัน แต่เขารู้สิ่งนึงในตัวอดัมที่เขาคิดว่าเขามองออกแล้ว
“ฉันเกลียดการผิดสัญญาที่สุด”แววตาหมายมั่นของจักรพรรดิจ้องมองไปยังั์ตาของอดัม
“..ได้กับได้ นายจะต้องกลัวอะไรอีก นายไม่ต้องลงแรงด้วยซ้ำเดี๋ยวฉันจัดการเอง แค่ต้องใช้เวลาหน่อย ก็เท่านั้น...”
“แล้วนายจะได้อะไรในการทำแบบนี้”
จักรพรรดิทิ้งตัวพิงไปที่เบาะทำท่าทางสบายสุดๆแล้วว่า
“พวกนายเนี่ยเข้ามาเล่นเกมผิดจุดประสงค์กันหมดเลย ฉันแค่อยากจะเล่นเกมนี้ให้สนุกเท่านั้น เกมนี้เป็เกมของปู่ที่สั่งเสียเอาไว้เชียวนะ”ว่าจบเขาก็หัวเราะออกมา
อดัมจ้องมองเขาด้วยความเงียบก่อนจะว่า แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อใจชายคนนี้แต่ก็ติดตรงที่ว่าเขาไม่เห็นทางอื่นจะโค่นไทหยางได้ ณ เวลานี้เลย
“...หากนายทำได้จริงถือว่าฉันติดหนี้นาย พอฉันชนะแล้วนายอยากได้อะไรบอกฉันมาก็แล้วกัน”
“ฮึ ฮึ ฮึ พอเข้าใจอะไรบ้างแล้วสินะ” ใช่ สำหรับจักรพรรดิแค่นั้นก็พอแล้ว ชีวิตของเด็กกำพร้าที่วันๆไม่มีอะไรจะกินในยุคที่โลกก้าวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วมาได้ถึงขนาดนี้ก็ไม่จำเป็ต้องพยายามเกินตัวในแบบที่ไม่ใช่ตัวเอง
“งั้นในระหว่างนี้ฉันมีข้อแม้อยู่ 3 อย่างที่อยากให้นายทำ”
อดัมหยุดคิดและพูดออกมาอย่างไม่ไว้ใจ
“เมื่อกี้นายไม่ได้พูดแบบนี้นี่...?”
“เอาน่าสำหรับนายไม่เสียหายอะไรหรอก ข้อที่ 1 ปล่อยให้ฉันจัดการเองอย่าสอดมือเข้ามายุ่งเด็ดขาด”
“ถึงนายจะมั่นใจแต่ทำแบบนี้ใช่ว่านายจะจัดการเขาได้ ไม่นับรวมคนที่เหลืออีกที่จะเล่นงานนายระหว่างนั้น”
สำหรับจักรพรรดิเื่พวกนั้นมันของตายอยู่แล้ว
“ใครสน 2 อย่าใช้คนติดตามฉันคอยดูฉันอยู่ห่างๆ ก็พอ เพราะมันน่ารำคาญ”
“...”คำพูดที่เหมือนรู้ใจอดัมทำให้อดัมสบถขึ้นมากับตัวเอง
“ข้อที่ 3 ช่วยบอกฉันหน่อยว่าฟุยูกิอยู่ไหน?”
“ไม่รู้”อันนี้อดัมตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ทำให้จักรพรรดิต้องเปลี่ยนแผน
“งั้นเปลี่ยนเป็ช่วยสืบหาเธอให้หน่อย ยังไงนายก็เป็ถึงหัวหน้ากิลด์อันดับ 1 อยู่แล้ว เื่แค่นี้น่าจะทำได้สบายๆอยู่แล้ว”
“นี่เป็คำขอข้อที่ 4 แล้ว ฉันไม่คิดจะฟังนายขอมากกว่านี้หรอก ถ้าทำได้จริงก็ทำให้ฉันดูหน่อยก็แล้วกัน แต่เพื่อเป็การยืนยันถึงจะไม่ชอบ แต่ฉันขออัดภาพนายและหลักฐานทั้งหมดเอาไว้เมื่อถึงยามนั้นจริงๆนายผิดสัญญาฉันจะใช้มันเล่นงานนาย”
“ไอ้คนใจแคบ”จักรพรรดิว่า
“หนวกหู...ไอ้เด็กนรก”อดัมกล่าว