ทางด้านโทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกไฟอุกกาบาตพุ่งเข้าโจมตีใส่พวกโอนิโยไคอย่างต่อเนื่องจากบนกลางอากาศ จนเกิดแรงระเบิดขึ้นตามพื้นที่บริเวณตรงนั้นในหลายๆ จุด เสียงระเบิดนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณพร้อมกับแรงระเบิดที่แผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ส่วนทางด้านโอคัทสึก็รีบปามีดคุไนสลับกับดาวกระจายใส่พวกโอนิโยไคอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่เธอนั้นจะรีบทำท่ามือประสานอินด้วยความรวดเร็ว จนทำให้มีดคุไนและดาวกระจายที่ปักอยู่บนร่างของพวกมันนั้นได้เกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ยูกินะกับพวกพ้องคนที่เหลือนั้นรีบร่อนลงสู่พื้นเบื้องล่างทันที ยูกินะรีบชักดาบพลังแสงออกมาจัดการกับพวกฝูงโอนิโยไคอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธชนิดต่างๆ กันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาว จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ส่วนทางด้านโทโมเอะก็รีบเปลี่ยนรูปแบบอาวุธจากกระบี่คันศรไปเป็นดาบคู่ชนิดโค้งไดโทเร็น-โชโทเร็น แล้วพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกโอนิโยไคอย่างต่อเนื่องด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ร่างของพวกมันพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ทางด้านคิทสึเนะก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของพวกโอนิโยไคอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องด้วยคมดาบเคนเมียวเร็น จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ทางด้านเนโกะมาตะก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกโอนิโยไคอย่างต่อเนื่องด้วยอาวุธชูริเคนที่มีขนาดเท่ากับกงจักรที่อยู่บนมือแมวทั้งสองข้าง ในขณะเดียวกัน เนโกะมาตะก็เขวี้ยงดาวกระจายทั้งสองอันใส่พวกมันด้วยความเร็วสูง จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นได้พากันดับสลายหายไปจนหมดสิ้น
ในระหว่างนั้น ก็ได้มีโอนิโยไคที่ใช้ขวานยักษ์ทั้งสองตนพุ่งเข้าไปยังอินะฮิเมะกับทาดาคัทสึ เพื่อหวังจะเล่นงานทั้งสอง แต่โนบุยูกิก็รีบเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน พร้อมกับใช้ดาบคาตานะคู่กายจัดการกับโอนิโยไคทั้งสองตนดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ร่างของพวกมันทั้งสองนั้นดับสลายหายไปอย่างราบคาบ
“โคริ-เอย์” จากนั้น โนบุยูกิก็รีบเอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายออกมาเป็นกระเบนน้ำแข็ง ก่อนที่เขานั้นจะทำการรวมร่างเข้ากับภูติพิทักษ์ประจำกายของตน จนทำให้ร่างของเขาได้กลายสู่ร่างเทพนักรับหรือโอกามิ-มุฉะที่มีสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
“อาโอกิโฮโอ” ทางด้านทาดาคัทสึนั้นไม่รอช้า จึงรีบเอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายออกมาเป็นหงส์เพลิงอเวจีที่มีเปลวเพลิงบนร่างเป็นสีฟ้า ก่อนที่เขานั้นจะรีบทำการรวมร่างเข้ากับภูติพิทักษ์ประจำกายของตนเพื่อกลายสู่ร่างโอกามิ-มุฉะ
ทั้งสองที่อยู่ในร่างโอกามิ-มุฉะนั้นรีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกฝูงโอนิโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูง โดยที่โนบุยูกิจะใช้ดาบคาตานะเป็นอาวุธประจำกาย และทาดาคัทสึจะใช้หอกยาริเป็นอาวุธประจำกาย จนกระทั่งร่างของพวกมันนั้นได้พากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ทางด้านอินะฮิเมะก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกฝูงโอนิโยไคที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธชนิดต่างๆ กันไปมาระหว่างดาบโค้ง ทวน และเคียวยมฑูตขนาดยักษ์ ในระหว่างนั้น เธอก็เขวี้ยงคมเคียวใส่ร่างพวกมันราวกับบูมเมอร์แรงด้วย จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ในระหว่างนั้น ก็ได้มีโอนิโยไคที่ใช้หอกตนหนึ่งพุ่งเข้าไปโจมตีใส่โทโมเอะ แต่เธอนั้นก็สามารถกระโดดหลบไว้ได้ทัน โทโมเอะรีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกพายุน้ำแข็งที่มีขนาดย่อมโจมตีใส่โอนิโยไคตนนั้นเข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างของมันนั้นแข็งตัวและแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับดับสลายหายไป
โทโมเอะรีบพุ่งเข้าจัดการกับพวกฝูงโอนิโยไคอย่างต่อเนื่องด้วยกระบี่คันศร ในระหว่างนั้นเธอก็ยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก
ส่วนทางด้นโอคัทสึนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกฝูงโอนิโยไคอย่างอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ด้วยมีดคุไนทั้งสองเล่มที่อยู่บนมือเรียวงามทั้งสองข้างของเธอ ในระหว่างนั้น เธอก็เขวี้ยงชูริเคนใส่พวกมันอย่างไม่ยั้ง และมีการใช้วิชานินจาชนิดต่างๆ ในการจัดการกับพวกมันด้วย จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นได้ดับสลายหายไป ในระหว่างนั้น ทางด้านยูกินะก็มีการร่ายเวทย์ชนิดต่างๆ เพื่อจัดการกับเหล่าโอนิโยไคด้วย
หลังจากที่ศึกโอนิโยไคที่รอบปราสาทเอโดะนั้นเดินมาได้สักระยะ ทั้งหมดก็สามารถจัดการเก็บกวาดพวกฝูงโอนิโยไคไปได้ทั้งหมดอย่างราบคาบ และสักพัก นางเทวีอสูรฯ อิซานามิก็ได้ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้า และในขณะเดียวกัน ก็ได้มีสายฝนอันเย็นเฉียบสาดลงมาอย่างโหมกระหน่ำ
“นางเทวีอสูรฯ” อินะฮิเมะเอ่ยขานนามของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่อยู่ตรงหน้าแบบห้วนๆ ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความแค้นอย่างสุดๆ ใบหน้างามของเธอนั้นพลางนิ่วด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีแดงทับทิมคู่งามของเธอนั้นเบิกกว้างออกมาจนแทบจะตาถลน เพราะในสมัยที่เธอยังเป็นเด็ก ผู้เป็นมารดาของเธอนั้นถูกนางเทวีอสูรฯ อิซานามิฆ่าตายต่อหน้าต่อตา
“นางเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ต้องกลายร่างเป็นพญาจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของข้า ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำลายคำสาปนี้”
“หนวกหูน่า” ด้วยความเกรี้ยวโกรธ อินะฮิเมะจึงรีบเขวี้ยงคมเคียวขนาดยักษ์ใส่นางเทวีอสูรฯ แต่นางก็สามารถหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ คมเคียวนั้นลอยวกกลับมาหาผู้เป็นเจ้าของบนกลางอากาศ อินะฮิเมะสามารถรับคมเคียวยักษ์ไว้ได้อย่างชำนาญ
อินะฮิเมะรีบทำการเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นเคียวยมทูตขนาดยักษ์ ก่อนที่เธอจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่นางเทวีอสูรฯ อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องด้วยความโกรธเกรี้ยว ในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างโหมกระหน่ำจนทำให้ร่างงามของเธอเปียกปอนไปทั่วร่าง แต่นางเทวีอสูรฯ ก็สามารถใช้อาวุธง้าวโลกันตร์ในการรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด เสียงจากโลหะที่กระทบกระทั่งกันนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ
จากนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบกระโดถอยหลังออกมาด้วยความรวดเร็วเพื่อตั้งหลัก และทันใดนั้น ก็ได้มีดาวกระจายกับมีดคุไนลอยพุ่งเข้ามาหาอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง แต่นางเทวีอสูรฯ ก็ยังสามารถปัดดาวกระจายกับมีดคุไนเหล่านั้นไปได้ทั้งหมด และแล้ว โอคัทสึก็ได้ถือมีดคุไนบนมือเรียวงามทั้งสองข้างแล้วรีบพุ่งตรงเข้ามาโจมตีใส่ด้วยความเร็วสูง แต่นางเทวีอสูรฯ นั้นก็ยังสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยง้าวโลกันตร์ อันเป็นอาวุธคู่กายของนาง
จากนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาด้วยความรวดเร็ว ทางด้านโอคัทสึเองนั้นก็มีความรู้สึกโกรธแค้นเจ้านางเทวีอสูรฯ อิซานามิไม่น้อยไปกว่าอินะฮิเมะเลย เพราะนางเทวีอสูรฯ นั้นก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โอคัทสึต้องสูญเสียโนบุยาสึ ผู้เป็นชายคนรักของเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อสมัยที่เธอยังเป็นโทคุฮิเมะ