ทางด้านชายหนุ่ม เมื่อได้ฟังตามที่นับดาวถามด้วยความสงสัย เขาจึงครุ่นคิดย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ที่เขาพบตัวเองอยู่ในห้องนี้
ในวันนั้นชายหนุ่มนอนฟุบหน้าอยู่ที่พื้นห้อง ซึ่งก็คือห้องที่ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่ตอนนี้ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินสำรวจรอบห้อง
เมื่อเดินผ่านหน้ากระจกกลับพบว่าตนเองไม่มีเงาในกระจก ด้วยความใจึงผงะถอยหลังไป ก็ต้องพบกับความใซ้ำสอง ร่างของเขาเซทะลุเตียงได้ แต่ก็แปลกที่ในบางครั้งถ้าเขาไม่ระวังก็อาจเผลอทำของตกหรือกระทบกันได้
เขาอยู่ที่ห้องนี้วันแล้ววันเล่า ถามตัวเองอยู่ทุกวันว่าตนเองคือใคร ชื่ออะไร ทำไมเขาถึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เขาเคยพยายามเดินออกจากห้องนี้ แต่ก็เหมือนมีกำแพงพลังงานบางอย่างกั้นเขาไม่ให้ออกไป
มีวันหนึ่งเขาพยายามเดินผ่านกำแพงจนของที่วางอยู่ใกล้กันตกกระจาย และพยายามหมุนลูกบิดประตู แต่พลังที่มีดันไปโดนกลอนแบบเลื่อน เลื่อนเข้าได้แต่ดันเลื่อนออกไม่ได้ จากห้องว่างปกติที่แค่ไม่มีคนอยู่ กลายเป็ห้องที่คนดูแลหอพักบอกว่าเป็ห้องผีสิง
จนวันนี้ วันที่หญิงสาวย้ายเข้ามา ก็เป็เวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือไม่มีใครที่เคยเห็นหรือได้พูดคุยกับเขาได้แบบนี้เลย จะมีก็เพียงแต่นับดาวเท่านั้น
นับดาวนั่งฟังแล้วคิดขึ้นได้ “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้นายบอกว่านายออกจากห้องนี้ไม่ได้ แล้วตอนที่ฉันถอดเสื้อผ้าอาบน้ำหล่ะ นายอยู่ไหน”
“ก็ ก็อยู่แถวนี้ไง” ชายหนุ่มตอบตะกุกตะกัก พลางหันหน้าไปทิศอื่น
“อีตาบ้า ไอ้ผีทะลึ่ง นี่นายแอบดูฉันหรอ” นับดาวโวยวาย
“ก็หันหนีทันแหละคุณ มันไม่ได้น่ามองขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคุณจะมาถอดผ้าถอดผ่อนกลางห้องแบบนี้” ชายหนุ่มรีบพูดปกป้องตัวเอง
โถ่เอ๊ย ร่างกายที่เคยปกปิดซ่อนเร้นมานานแสนนาน หวังว่าจะให้ชายหนุ่มที่เข้าพิธีวิวาห์ได้เชยชมเป็คนแรก กลับมีเ้าผีโรคจิตนี่มาเห็นก่อนเสียได้ ถ้าย้ายออกตอนนี้ก็ต้องโดนยึดเงินประกันอีก และสองสามวันนี้กว่าจะหาห้องพักแถวนี้ได้ก็แสนยากเย็น เลยไปอีกก็โซนในเมือง ค่าห้องคงแพงกว่านี้อีกมาก
นี่ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่กับผีหรือนี่ จะไปผุดไปเกิดเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้อีก
“ต่อไปนี้คุณก็ไปทำธุระอะไรแบบนี้ของคุณในห้องน้ำละกัน” ชายหนุ่มออกความเห็น
“มันก็ต้องเป็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้วมั้ย” นับดาวทำหงุดหงิดต่ออีกนิดกลบเกลื่อนความเขินอาย
ถึงเขาจะเป็ผีแต่รูปร่างหน้าตาเขา ถ้าเทียบกับตอนมีชีวิตก็คงเข้าขั้นหนุ่มหล่อสาวกรี๊ดแน่นอน แล้วนับดาวเองก็เป็หญิงสาวคนหนึ่ง เสียดายจริง ๆ ที่ตอนนี้เธออ้วนขึ้นนิด ๆ ผิวแห้งหน่อย ๆ
ยิ่งคิดหน้าของเธอก็ยิ่งร้อนผ่าว หน้าแดงก่ำ พลันฉุกคิดขึ้นได้ พร้อมตบแก้มตัวเองเบา ๆ ‘นี่ฉันคิดอะไรเนี่ย’
“นายต้องมีชื่อแล้วหล่ะ จะได้เรียกกันง่าย ๆ” นับดาวออกความเห็น
“ชื่ออะไรดีหล่ะ ขอผมคิดก่อน ยังไม่ต้องช่วยคิดนะ ผมไม่ไว้ใจการตั้งชื่อของคุณ” ชายหนุ่มพูด
“ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะตั้งชื่อให้ นายก็คิดมาก แต่ว่าชื่อ นายโชคดี ก็ดีนะ เวลาเรียกชื่อจะได้รู้สึกเหมือนอวยพรให้โชคดีมีชัยอะไรแบบนี้บ้าง” นับดาวพูด
“ชื่อโชคดี มันไม่เชยไปหน่อยหรือคุณ” ชายหนุ่มพูดแย้ง
“ไม่หรอกน่า นายโชคดี ฉันชอบชื่อนี้” นับดาวพูด
“ก็ตามใจคุณละกัน” ชายหนุ่ม ซึ่งนับแต่นี้ต่อไปจะชื่อนายโชคดีพูด
สองสามวันแรกผ่านไป นับดาวหลังจากฟื้นไข้ก็ลุกขึ้นทำความสะอาดและจัดตกแต่งห้องพัก เธอจัดวางของทุกอย่างแบบง่าย ๆ จนบางทีง่ายจนดูระเกะระกะ
“คุณ กล่องพลาสติกสีเทาสองกล่องมีของที่คุณใช้งานบ่อยไหม” นายโชคดีถาม
“ไม่น่าจะบ่อยนะ กล่องเปล่าหน่ะ เดี๋ยวฉันว่าจะเอาไปไว้ใต้โต๊ะกินข้าว จะได้ไม่เกะกะ” นับดาวพูดพลางปีนเก้าอี้เพื่อขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ
“ผมว่าเอาไปไว้หลังตู้น่าจะดีไหม สองกล่องนี้ขนาดพอดีวางบนหลังตู้เลย อีกอย่างเวลาคุณกินข้าวก็จะได้ไม่มีกล่องมาเกะกะขาคุณด้วย แต่คุณจะปีนไหวไหมหล่ะ” นายโชคดีออกความเห็น
“ไหวสิ ระดับนี้แล้ว เปลี่ยนหลอดไฟเอง ฉันยังปีนขึ้นไปเปลี่ยนได้” นับดาวพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ
นับดาวที่เปลี่ยนหลอดไฟเรียบร้อยแล้วเดินมายกเก้าอี้ที่ขาหยอกแหยกเอาไปวางไว้ใกล้ ๆ ตู้ แล้วหันมายกกล่องใบแรกและใบที่สองขึ้นไปวางไว้บนหลังตู้ ในขณะที่กำลังจะเอี้ยวตัวลงจากเก้าอี้นั้น เก้าอี้ที่ไม่มั่นคงเอียงไปนิดหนึ่ง นับดาวเสียการทรงตัวกำลังจะตกจากเก้าอี้
ด้วยความในายโชคดีทะยานพุ่งไปรับนับดาวไว้ในอ้อมแขน สายตาของสองคนประสานกัน เขามองหน้าเธอ เธอจ้องหน้าเขา
นับดาวพาลคิดไปถึงซีรีย์เกาหลีที่เคยดู ฉากนี้ทำไมฉันถึงเหมือนนางเอกในซีรีย์ไม่มีผิด ภาพในความคิดนับดาวในตอนนี้คือพระเอกที่กำลังประคองกอดนางเอก และกำลังค่อย ๆ ก้มลงไปจุมพิษนางเอก แล้วอยู่ดีดีพระเอกกับนางเอกในห้วงความคิดของนับดาวนั้นก็เปลี่ยนเป็หน้าของนายโชคดีและนับดาว
ขณะที่นับดาวกำลังเคลิบเคลิ้มกับห้วงความคิดของตัวเองอยู่นั้น นับดาวก็หล่นจากอ้อมกอดของนายโชคดีลงสู่พื้น ดัง ตุ๊บบบบ
“โอ๊ยยยย เจ็บบบ นายโชคดี นายจะปล่อยฉันทำไม” หญิงสาวร้องโอดโอย
“ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ แต่เมื่อกี้ผมเข้าไปรับคุณได้ด้วยคุณเห็นไหม” นายโชคดีรีบขอโทษแต่ก็ตื่นเต้นที่ตนเองจับสิ่งของได้
“เห็นแล้ว แล้วฉันก็เห็นนายปล่อยฉันตกอุ๊คลงกับพื้นก้นจ้ำเบ้าเลยเนี่ย ช้ำหมดแล้ว” หญิงสาวยังบ่นอุบอิบอีกนิดหนึ่ง
“พลังผมคงหมดก่อน ขอโทษอีกทีนะคุณ ไหนขอดูหน่อย เป็แผลตรงไหนไหม” ชายหนุ่มพูดพลางจ้องมองไปที่หน้าหญิงสาวอย่างห่วงใย
“ไม่เป็ไรหรอก นายก็คงไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวหลบตา ทำไมถึงรู้สึกใจเต้นเร็วทุกทีเวลาที่เขามองหน้านะ
***************************