เมื่อมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพัง เตชินทร์จึงอธิบายรายละเอียดการทำงานให้มนสิชาฟังอีกครั้งเพราะรู้ว่ายังมีจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เธอยังคงสงสัย
“่เช้าฝ่ายบุคคลคงอธิบายโครงสร้างการบริหารงานของโรงแรมเรียบร้อยแล้วว่าทีมบริหารมีใครบ้าง แต่คนที่ดูแลสาขาใหม่จะมีผมคนเดียวครับ” รอยยิ้มบางของเ้านายปรากฏบนใบหน้าผ่อนคลาย
“...”
“ผมคิดเื่ตำแหน่งนี้มานานแล้วครับแต่งานยุ่งจนลืมไปทุกครั้ง พอเห็นว่าทีมพยาบาลรับสมัครคนเพิ่ม ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าหมอประจำตัวย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าให้หาพยาบาลมาดูแลเื่สุขภาพของผมเป็กรณีพิเศษเพราะกลัวว่าวันหนึ่งผมจะถูกหามเข้าโรงพยาบาลน่ะครับ คุณมีอะไรอยากถามผมอีกหรือเปล่า”
“ไม่มีแล้วค่ะ” มนสิชายิ้มให้เขาอย่างสบายใจ ตอนแรกกังวลว่าเ้านายคนใหม่จะเป็คนแปลก ๆ หรือเปล่าแต่พอได้พูดคุยกันสักพักจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายอัธยาศัยดี สุภาพ และคงทำงานร่วมกันได้จนครบสัญญาหนึ่งปี เผลอ ๆ อาจจะได้ต่อสัญญากลายเป็พนักงานประจำเลยก็ได้
“ถ้าอย่างนั้น ฝากด้วยนะครับ” เตชินทร์ยืนขึ้นแล้วเอ่ยต่อว่า “ตอนนี้พักเที่ยงพอดี ไปทานข้าวมื้อแรกด้วยกันไหมครับ”
“ไปทานด้วยกันเหรอคะ” หญิงสาวมองหน้าเขาสลับกับนาฬิกาพลางขมวดคิ้วไม่คิดว่าจะต้องเริ่มงานพยาบาลประจำตัวผู้บริหารหนึ่งเดียวของที่นี่ั้แ่ตอนนี้
“อืม คุณคงไม่ปล่อยให้ผมทานคนเดียวหรอกใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางรอฟังคำตอบแต่เพราะคนตรงหน้าเป็พนักงานที่เพิ่งมาใหม่จึงไม่กล้าขัดใจเ้านายั้แ่เริ่มงานวันแรก
เลขาฯ หนุ่มมองหน้าเพื่อนสนิทแล้วถามให้แน่ใจ “รองประธานจะไปไหนเหรอครับ”
“ทานอาหารเที่ยงครับ คุณเองก็พักเที่ยงได้แล้วล่ะ ทานข้าวไม่ตรงเวลาโรคกระเพาะจะถามหา” เขาแตะไหล่คนตรงหน้าแล้วหันไปทางมนสิชา ชวนเธอลงลิฟต์ไปห้องอาหารสำหรับพนักงานด้วยกัน
คล้อยหลังเ้านาย ทีมเลขาฯ รีบวิ่งมารวมตัวกันซุบซิบถามณภัทรทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“รองประธานเนี่ยนะพักทานข้าวเที่ยง” กชพร หนึ่งในทีมเลขาถามเขาไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนบ้างานจะหาเวลาพักผ่อน
“อ๋อ... คงจะโดนคุณหมอกับที่บ้านสั่งมาล่ะมั้ง แต่ก็ดีแล้วนี่ ค่อยดูเป็ผู้เป็คนกับเขาขึ้นมาหน่อย ที่ผ่านมานึกว่าทำงานกับหุ่นยนต์เสียอีก” ณภัทรอธิบายไปอย่างนั้น แต่รู้สึกตงิดใจไม่น้อยเพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าหมอภาพิมล หมอประจำตัวและพี่สาวคนรองจะย้ำนักย้ำหนาว่าให้ดูแลสุขภาพของตัวเองบ้าง ชายหนุ่มก็ไม่เคยสนใจ
“แล้วทำไมต้องไปทานกับพนักงานใหม่คนนั้นด้วยล่ะ” บาลิกา เลขาฯ อีกคนนึกสงสัยไม่น้อย ท่าทีที่เห็นเหมือนเ้านายสนิทสนมกับมนสิชาราวกับรู้จักกันมานาน
ณภัทรจึงเอ่ยตอบไปว่า “ตำแหน่งพยาบาลประจำตัวต้องดูแลใกล้ชิดแบบนี้แหละ ไปทานข้าวกันดีกว่า ไม่ได้ไปด้วยกันนานแล้วนี่นา”
สายตาบาลิกาแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบมนสิชาเพราะเธอมีความรู้สึกว่าที่ตรงนั้นควรจะเป็เธอเองเสียมากกว่าแต่ทำกลบเกลื่อนด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มเหมือนอย่างเคย
ครั้นถึงห้องอาหารแล้ว สายตาทุกคู่จ้องมองเตชินทร์ ไม่มีใครคาดคิดว่าเ้านายจะมาทานอาหารที่นี่
เมื่อเห็นว่าผู้บริหารปรากฏตัวอยู่ใกล้ ๆ พนักงานหลายคนจึงเกิดอาการเกร็งจนรู้สึกทานข้าวไม่อร่อยไปโดยปริยาย
มนสิชาััได้ถึงบรรยากาศโดยรอบพอจะเข้าใจได้ว่าพวกเขาคงรู้สึกเหมือนกำลังโดนจับตามองแม้จะอยู่ในเวลาพัก
“ดูจากท่าทางของพนักงานแล้ว ผมคงไม่เหมาะมาทานข้าวที่นี่เลยใช่ไหมครับ” เตชินทร์มองหน้าหญิงสาวอย่างมีความนัยแล้วพูดต่อ “ถ้าผมเชิญคุณมาทานอาหารเช้ากับเที่ยงที่เพนต์เฮาส์แทนห้องอาหารที่นี่ จะเป็การรบกวนคุณมากไปหรือเปล่าครับ”
“เพนต์เฮาส์เหรอคะ” มนสิชาขมวดคิ้วอีกครั้งนึกอยากบอกเขาว่าถ้าจะทำอย่างนั้นก็น่าจะทานคนเดียวไปเลย แต่พอนึกได้ตอนที่เขาบอกว่าอยู่คนเดียวแล้วรู้สึกไม่อยากอาหารจึงตกปากรับคำไป “ไม่รบกวนค่ะ”
“ขอบคุณมากเลยครับ” เขาอมยิ้มแล้ววางแผนไว้ล่วงหน้า “ถ้าอย่างนั้น ทุกวันตอนเช้ากับตอนเที่ยง ผมจะให้เชฟจัดเตรียมอาหารแต่ละมื้อเอาไว้ หรือถ้าคุณอยากทานอะไรเป็พิเศษก็แจ้งไปที่ฝ่ายนั้นได้เลยนะครับ”
ไม่กี่ชั่วโมงก่อน มนสิชายังคิดว่าคนตรงหน้าเหมือนคนทั่วไป แต่พอเห็นเขาจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพแบบนี้แล้ว ความคิดที่ว่าเ้านายเป็คนแปลก ๆ เริ่มกลับมาอีกครั้ง
ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเข้าทำงานได้ไม่ถึงครึ่งวันแต่เขากลับจัดแจงนู่นนี่ให้เธอผิดไปจากคนอื่น ๆ ถึงอย่างไรการทานอาหารที่เชฟทำให้ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์ก็ดูน่าสงสัยไม่น้อยพลางคิดในใจว่า อืม... สงสัยผู้บริหารอย่างเขาคงไม่ทานอาหารธรรมดาทั่วไปเหมือนเรามั้ง แถมต้องเลี่ยงอาหารเผ็ด เปรี้ยว รสจัดอีกด้วย ถ้าลงมาห้องอาหารก็ทำให้พนักงานทำตัวไม่ถูก จะทานที่ห้องทำงานก็ไม่ได้ สุดท้ายคงต้องทานที่เพนต์เฮาส์นี่แหละ อยู่แค่ชั้นสี่สิบเก้าเองไม่ใช่เื่แปลกอะไรหรอก อย่าคิดมากไปเลยน่ามนสิชา
หลังทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตชินทร์ชวนเธอเดินเล่นรอบ ๆ เพื่อแนะนำโรงแรมด้วยสีหน้าระรื่นก่อนจะชี้ไปที่ร้านเมอร์รี่คอฟฟี่ “ปกติผมสั่งกาแฟดีแคฟร้านนี้ครับ นอกจากกาแฟแล้วยังมีพวกชาเขียว ชาไทย นมปั่นแล้วก็เค้กด้วยครับ”
มนสิชาเลิกคิ้วไม่เคยเจอผู้บริหารที่ไหนกระตือรือร้นต้อนรับพนักงานใหม่มากขนาดนี้มาก่อนพาลคิดไปแล้วว่าถ้าเ้านายไม่ใช่คนแปลกอะไรก็คงพยายามหลอกล่อให้เธอโล่งใจเพื่อที่ต่อจากนี้จะได้ใช้งานเธอหนักอย่างแน่นอน
ทว่า ตอนได้ยินว่าร้านนี้มีเค้กขายด้วยจึงตื่นเต้นตาโตเพราะ
นึกถึงแม่ที่เปิดร้านเค้กเหมือนกัน “เค้กเหรอคะ ถ้าเปิดร้านในโรงแรมนี้ได้คงจะอร่อยน่าดู”
“เค้ก Red Velvet ของที่นี่ขึ้นชื่อมากเลยครับ วันนี้ลองทานดูไหมครับ” เขารอคำตอบคนข้างกาย
“เอาไว้ตอนเลิกงานค่อยมาซื้อดีกว่าค่ะ ทานอิ่มตอนเที่ยงเดี๋ยวจะง่วงนอน” มนสิชามองเค้กที่อยู่ในตู้กระจกตาละห้อยจนเขาแอบอมยิ้มแล้วชวนเดินไปข้างใน
“เดี๋ยวผมซื้อให้ครับ” เขาชี้ไปที่ก้อนเค้กนุ่มฟูคล้ายกำมะหยี่สีแดงแล้วยื่นบัตรเครดิตให้พนักงานร้านอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวร้องห้ามไม่ทันเพราะรู้สึกเกรงใจ
จากนั้น เตชินทร์จึงขอตัวกลับห้องทำงานส่วนมนสิชาเพิ่งจะได้ไปที่ห้องพยาบาล ข้างในนั้นมีพยาบาลสองคนกำลังนั่งพักผ่อนเพราะวันนี้ยังไม่มีลูกค้าคนไหนมาใช้บริการ
มนสิชาเอ่ยปากทักทายเพื่อนร่วมงานทั้งสองแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองพลางถามพวกเขาว่า “ทานเค้กด้วยกันไหมคะ”
หญิงสาวตรงหน้าแนะนำตัวว่าชื่อเมษาเพิ่งเรียนจบมาได้หนึ่งปีจึงถือว่าเป็น้องเล็กสุดในทีมพยาบาล ส่วนอีกคนคือเวธัส ชายหนุ่มอายุมากกว่ามนสิชาสามปี
พวกเขาคือทีมพยาบาลที่ดูแลลูกค้าและพนักงานทั้งหมดของโรงแรมต่างจากมนสิชา
“พี่มน ทำตัวตามสบายก็ได้ค่ะ เมื่อกี้อยู่กับเ้านายคงจะ
อึดอัดหรือเปล่า” เมษาถามพลางตักเค้กเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย เธอใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีในการสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานคนใหม่ได้อย่างเป็ธรรมชาติ
“ไม่เท่าไหร่นะ” มนสิชาทำหน้าครุ่นคิดแล้วถามความเห็นของเพื่อนร่วมงานเพราะอยากรู้จักเตชินทร์มากกว่านี้เผื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือได้ถูกวิธี
เวธัสจึงเล่าให้รุ่นน้องฟังคร่าว ๆ ว่า “รองประธานเป็คนที่จริงจังกับการทำงานมาก เวลาทำงานก็คือทำงาน ส่วนเวลาเล่นก็คือเวลาทำงาน ถ้าจะเข้าไปพูดคุยเื่อะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานต้องดูอารมณ์ก่อน สายตาเ็า ใบหน้าเรียบเฉย ใครเห็นก็คิดว่าเป็หุ่นยนต์ เดาใจไม่ถูกว่ารองประธานคิดอะไรอยู่ แค่ขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกันหรือเดินผ่านนิดเดียวก็รู้สึกหนาวะเื แต่นอกเหนือจากนี้ไม่มีใครรู้อะไรมากหรอกเพราะรองประธานไม่ค่อยสุงสิงกับใคร วัน ๆ ทำแต่งาน เลิกงานกลับเพนต์เฮาส์”
“อย่างนั้นเหรอคะ” มนสิชาคิดตามสิ่งที่รุ่นพี่พูดแล้วได้แต่ส่ายหน้าเพราะมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่เธอได้ััทั้งหมด
ั้แ่เช้ามาเตชินทร์ยิ้มให้เธอนับครั้งไม่ถ้วน สายตาอบอุ่นที่มองมาแต่ละครั้งทำเอาเกือบเสียอาการ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็แตกต่างจากสิ่งที่เวธัสเล่าทั้งนั้นพลันคิดในใจ ไม่ใช่ว่ารองประธานมีสองบุคลิกเหรอ