ข้ามเวลามาเป็นสามีภรรยาชาวนาผู้ร่ำรวย (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 53 รู้แล้วว่าเป็นใคร

            “น้องสะใภ้! น้องสะใภ้อยู่บ้านหรือเปล่า” จางหนานวิ่งเข้ามาหาน้องสะใภ้ด้วยท่าทางร้อนใจ

            “พี่รองมีอะไรหรือเปล่าคะ” หลี่ปิงปิงเดินออกมาต้อนรับอย่างรีบร้อนไม่แพ้กัน “หรือว่าที่บ้านใหญ่มีใครเป็นอะไร”

            “เจ้าสามน่ะ เจ้าสามถูกคนดักทำร้าย ตอนนี้พี่ใหญ่พาเขาไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้ว”

            หลี่ปิงปิงเข่าอ่อนลงทันที ยังดีที่ซิ่วหงเดินตามหลังมาและช่วยพยุงเธอไว้ได้ทัน

            “เป่าจินเป็นอะไรมากไหมคะ แล้วใครมาทำร้ายเขาคะพี่รอง” หลี่ปิงปิงถามทั้งที่ตัวเองก็เกือบจะเป็นลมแล้ว วันนี้เธอรู้สึกไม่ดีมาตั้งแต่เช้า แต่ก็หาสาเหตุไม่ได้ ที่แท้เป็นเพราะลางสังหรณ์นี่เอง

            “ยังจับคนร้ายไม่ได้เลย ส่วนอาการของเจ้าสามเป็นยังไงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน พี่ใหญ่ให้ฉันรีบมาบอกเธอก่อน”

            “ฉันจะไปเยี่ยมเป่าจินที่โรงพยาบาลด้วยนะคะ”

            “ไม่ได้ เธอรออยู่ที่บ้านเถอะ ที่โรงพยาบาลมีพี่ใหญ่อยู่แล้ว และฉันก็กำลังจะตามไปด้วย เธอดูแลเจ้าตัวเล็กในท้องให้ดีก็พอ”

            “พี่รองให้ฉันไปเถอะนะคะ ฉันก็เป็นห่วงเป่าจินเหมือนกัน ให้ฉันรออยู่ที่บ้านฉันก็นอนไม่หลับหรอก นะคะพี่รอง ให้ฉันไปเยี่ยมเป่าจินด้วยคนเถอะนะคะ” หลี่ปิงปิงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร

            จางหนานได้แต่หันไปขอความช่วยเหลือกับซิ่วหง

            “ให้ปิงปิงไปเยี่ยมคุณเป่าจินด้วยเถอะค่ะ นี่ยังไม่เท่าไหร่ก็ร้องไห้ไม่หยุดแล้ว ให้เธอไปอยู่ใกล้หมอด้วยอีกคนจะดีกว่า ฉันก็จะตามไปดูแลเธอด้วย” ซิ่วหงบอก

            จางหนานปฏิเสธไม่ได้จึงพาทั้งสองคนเข้าเมืองไปพร้อมกัน

     

            “คนไข้ถูกมีดแทงครับ ยังดีที่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ ตอนนี้ผมผ่าตัดให้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่กว่าคนไข้จะมาถึงโรงพยาบาลทำให้เขาเสียเลือดไปมาก อาการก็เลยยังน่าเป็นห่วงอยู่”

            “แล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรกับเขาไหมคะ” หลี่ปิงปิงถาม

            “ขอแค่พ้นคืนนี้ไปได้ หลังจากนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้วครับ ญาติไม่ต้องกังวลไปนะครับ ผมจะดูแลคนไข้อย่างเต็มที่”

            “ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ฉัน...เอ่อ...ฉันขอเข้าไปเยี่ยมสามีด้านในได้ไหมคะ”

            คุณหมอมองดูหลี่ปิงปิงก็นึกสงสาร เขานึกถึงเมื่อตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเกือบตายครั้งนั้นขึ้นมาทันที ภรรยาของเขาคงจะทุกข์ใจอย่างนี้เหมือนกัน และที่เขาฟื้นมาได้ก็เพราะภรรยานั่งเฝ้าเขาอยู่ข้างเตียงโดยไม่ยอมปล่อยมือไปจากเขา

            “เดี๋ยวผมจะให้พยาบาลเตรียมชุดปลอดเชื้อให้นะครับ อนุญาตให้ภรรยาคนไข้เข้าไปเยี่ยมได้แค่คนเดียว ส่วนคนที่เหลือ หมอรบกวนนั่งรออยู่ด้านนอกนะครับ”

            “ขอบคุณค่ะคุณหมอ” หลี่ปิงปิงยิ้มทั้งน้ำตา จากนั้นเธอก็เดินตามภรรยาไปสวมชุดปลอดเชื้อและเข้าไปเยี่ยมสามีในห้องพักฟื้น

     

            จางเป่าจินที่เป็นเพียงร่างโปร่งบางได้เดินอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เขารู้จักดี เพราะเป็นโรงพยาบาลที่เขามาขอบริจาคไตของตัวเองให้กับผู้มีพระคุณ จางเป่าจินเดินไปตามแสงสว่างที่คล้ายกับแสงนำทางต่อไปจนถึงห้องผ่าตัด เขาเห็นว่าในห้องผ่าตัดมีคนนอนอยู่ในนั้นอยู่สองเตียง        เตียงหนึ่งคือผู้มีพระคุณของเขา ส่วนอีกเตียงหนึ่งก็คือตัวเขาในเวลานั้น ไม่นานก็มีคนสวมชุดกาวน์ผ่าตัดเข้ามาในห้องอีกหลายคน แต่ละคนเข้าประจำที่ของตัวเอง

            “รีบทำงานให้เรียบร้อย ยังมีคนป่วยที่รอรับบริจาคอวัยวะอยู่หลายคน ถ้าคราวนี้เราทำงานสำเร็จ รับรองว่าจะได้รับโบนัสก้อนโตเชียวล่ะ” เสียงผู้ชายคนที่คล้ายหัวหน้ากลุ่มดังขึ้น

            “โชคดีที่วันนี้มีคนใจดีมาบริจาคให้เราถึงสองคนนะคะ” ผู้หญิงอีกคนหนึ่งพูดติดตลก “ทีแรกฉันนึกว่าจะมีแค่แม่สาวน้อยคนนี้ซะอีก ไม่นึกว่าเจ้าหนุ่มคนนี้ก็จะมาเสนอตัวด้วย”

            “รีบจัดการเถอะ ทางโน้นยังรอของจากพวกเราอยู่” ชายผู้เป็นหัวหน้าก้มลงพูดกับสองคนที่นอนอยู่บนเสียงผ่าตัด “อย่าโทษพวกฉัน ต้องโทษที่เธอมีพ่อแม่ที่ใจร้ายเอง ส่วนเจ้าหนุ่มคนนี้ เธอก็หาโอกาสไปขอบคุณเขาในโลกหน้าเองก็แล้วกันนะสาวน้อย”

            จางเป่าจินมองดูคนทั้งหมดเริ่มกรีดร่างกายและตัดเอาอวัยวะของเขากับผู้มีพระคุณออกไปหลายชิ้น เขาอยากจะห้ามก็ห้ามไม่ได้ และไม่มีใครได้ยินเสียงของเขาเลยสักคน ต้องบอกว่าคนเหล่านี้เป็นมืออาชีพมาก ใช้เวลาไม่นาน ร่างของเขากับเธอก็ถูกเย็บตกแต่งคืนในสภาพที่เกือบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์ พร้อมกับใบรับรองการเสียชีวิตระหว่างการผ่าตัด

            จางเป่าจินเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขากับผู้มีพระคุณถูกพรากชีวิตไปอย่างไม่เป็นธรรม ผู้มีพระคุณของเขาไม่ได้ป่วย และตัวเขาที่วิ่งเข้ามาหาความตายด้วยตัวเอง เพียงเพราะอยากตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณเท่านั้น

            ระหว่างที่จางเป่าจินยืนมองสองร่างที่ไร้ลมหายใจอยู่เงียบๆ ผ้าคลุมหน้าของผู้มีพระคุณของเขาก็หล่นลงกับพื้น จางเป่าจินตั้งใจจะเดินไปหยิบผ้าผืนนั้นไปคลุมกลับที่เดิม แต่เขาก็ไม่สามารถหยิบมันขึ้นมาได้ เขาได้แต่ลุกขึ้นยืนและมองหน้าผู้มีพระคุณของเขาชัดๆ แต่ใบหน้านั้นกลายเป็นใบหน้าของหลี่ปิงปิงภรรยาของเขา

            จางเป่าจินตกใจจนแทบจะหกล้ม เขาหลับตาลงและลืมตามองไปที่ผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ใบหน้านั้นกลับมาเป็นใบหน้าของผู้มีพระคุณของเขาเหมือนเดิมแล้ว

            เขายืนอยู่ข้างเตียงของเธออยู่เป็นเวลานาน จากนั้นมือของผู้มีพระคุณก็คว้ามือของเขาเอาไว้ เขาพยายามจะสะบัดมือออกยังไงมันก็ไม่ออก และในขณะเดียวกันก็มีภาพในหัวของเขาเกิดขึ้นมากมาย เป็นภาพของผู้มีพระคุณของเขาตั้งแต่วัยเด็ก ไปจนถึงก่อนที่เธอจะถูกส่งตัวเข้ามาผ่าตัดในโรงพยาบาล และภาพสุดท้ายคือภาพของผู้มีพระคุณที่ถูกชายชุดขาวพาไปส่งยังร่างใหม่

     

            “เป่าจินคะ คุณอย่าทิ้งฉันกับลูกไปนะคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่มีทางทิ้งพวกเราไปหรอกจริงไหม ตอนนี้คุณแค่เหนื่อยก็เลยอยากนอนพักผ่อนเท่านั้น งั้นคุณนอนนะคะ ฉันกับลูกจะนั่งเฝ้าคุณอยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะตื่น พอคุณตื่นขึ้นมา คุณจะได้เจอหน้าพวกเราเป็นคนแรกไง” หลี่ปิงปิงจับมือสามีมาแนบแก้มและร้องไห้ออกมา เป็นเพราะความเครียดทำให้เธอฟุบหลับอยู่ข้างสามี

            หลี่ปิงปิงมายืนอยู่ในห้องผ่าตัด และเธอก็เป็นร่างของคนสองคนที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัด และภาพเหตุการณ์เดียวกับที่ขึ้นกับจางเป่าจินก็เกิดขึ้นอีกครั้ง หลี่ปิงปิงรู้ได้ในที่สุดว่าในชีวิตที่แล้วที่เธอเห็นว่ามีอีกคนหนึ่งที่นอนอยู่ในห้องผ่าตัดเดียวกันกับเธอเป็นใคร เขาเป็นพี่ชายที่ชอบกินน่องไก่ที่เธอทำคนนั้น 

            ความจริงแล้วหลี่ปิงปิงตั้งใจจะทำน่องไก่ทอดไว้ให้คุณพ่อโจวเหมา แต่รสชาติมันไม่ได้เรื่อง เธอถึงเอามันไปโยนให้เจ้าผอมซึ่งเป็นหมาจรจัดแถวนั้น โดยที่ไม่คิดเลยว่าพี่ชายคนนั้นจะหยิบน่องไก่ของเธอขึ้นมากิน นอกจากเขาจะไม่ตำหนิในรสชาติของมันแล้ว เขายังดูจะชื่นชอบมันเอามากๆ ด้วย ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ทำน่องไก่ทอดให้พี่ชายกินทุกวัน จนมีวันหนึ่งอยู่ดีๆ เขาก็หายไป จนกระทั่งเธอเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล เธอก็ไม่มีโอกาสได้เจอเขา

            และเธอก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมเขาถึงได้มานอนในห้องผ่าตัดเดียวกับเธอ เขาคงรู้ว่าเธอป่วยจึงอยากบริจาคอวัยวะให้ แต่น้ำใจของเขากลับเป็นการทำร้ายตัวเอง เพราะนอกจากเธอจะไม่ได้ป่วยแล้ว เธอกำลังจะถูกขโมยอวัยวะไปต่างหาก และเขาก็ถูกขโมยอวัยวะไปเพียงเพราะความเข้าใจผิดเหมือนกัน

            ‘ฉันขอโทษนะคะพี่ชาย พี่ไม่น่าจะมารับเคราะห์ไปพร้อมกับฉันเลย ฉันจะชดเชยกับความดีของพี่ได้ยังไงกันคะ’  

            ในขณะที่มือของหลี่ปิงปิงสัมผัสไปโดนร่างของพี่ชายคนนั้น เธอก็ได้รู้แล้วว่าพี่ชายคนนั้นก็คือจางเป่าจินสามีของเธอนั่นเอง หลังจากนั้นภาพตรงหน้าก็ตัดไปอีกครั้ง และเธอก็ตื่นลืมตาขึ้นมา เพราะมือของเธอที่กุมอยู่บนมือสามีรับรู้ได้ถึงแรงสัมผัสบางอย่าง

            “คุณรู้สึกตัวแล้วหรือคะเป่าจิน” หลี่ปิงปิงมองดูนิ้วมือของสามีที่เริ่มขยับได้บ้างแล้วด้วยความดีใจ

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลามาเป็นสามีภรรยาชาวนาผู้ร่ำรวย (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน