8. บทที่ 8
หลังจากเ้าตัวน้อยหายเหนื่อยและอิ่มท้องแล้วเธอจึงมีสติ กลับมาสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวอีกครั้ง
เด็กน้อยหันมองธรรมชาติรอบตัวอย่างสนใจเมื่อได้ยินเสียงนกร้อง ราวกับจะขับขานบทเพลงไพเราะให้เธอฟังอยู่เต็มไปหมด มันมีหลายเสียงมาก
ร้องซ้อนๆ กันราวกับมีนกเป็สิบๆ ตัวกระจายตัวอยู่รอบตัวเธอขับขานบทเพลงให้เธอฟัง ฟังดูเหมือนเสียงร้องเยอะเกินไปแต่มันไม่ได้น่ารำคาญเลยมันตรงกันข้ามเลยละ
เธอชอบมันมากจนอยากเห็นว่ามันคือนกพันธุ์อะไร คิดได้อย่างนั้นแล้วก็ลุกขึ้นจากพื้น และเดินตามเสียงตรงในทิศทางที่เธอได้ยินเสียงนกชัดที่สุดทันที
สำรวจพื้นที่เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้เธออยากเห็นนกชนิดนี้มากกว่า เพราะรู้สึกชอบมันมากจนเธอเองยังแปลกใจ
เด็กหญิงตัวน้อยเดินตามเสียงนกไปด้วยขาสั้นๆ ของเธอ เดินอ้อมโขดหินก้อนใหญ่ที่อยู่ริมธารน้ำตกไป หลังโขดหินนั่นมีต้นไม้สองต้น ขึ้นคู่กันอยู่ขนาดไม่ได้ใหญ่มากนัก
ตรงลำต้นของพวกมันมีกล้วยไม้ป่าหยั่งรากของมันเกาะเปลือกไม้ตามลำต้น ขึ้นั้แ่โคนต้นไปจนถึงกิ่งไม้ใหญ่ มันมีอยู่หลายเถามาก แต่ไม่ได้ดูรก เพราะแต่ละเถามีแต่พวงดอกกล้วยไม้และรากที่เลื้อยพันต้นไม้ ใบของมันแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ ดอกของแต่ละเถามีสีม่วง สีชมพู สีขาว พออยู่รวมกันแล้วทั้งป่ามีต้นไม้แฝดคู่นี้นี่ละที่เด่นสุดแล้ว
พอเธอเดินมาหยุดอยู่หน้าต้นไม้แล้ว ก็ได้ยินเสียงนกอย่างชัดเจน จึงแน่ใจว่ามันต้องอยู่ตรงนี้แน่นอน เมื่อเด็กน้อยได้ยินแต่เสียงแต่หาตัวนกไม่เจอจึงได้แต่เงยหน้าขึ้น ใช้สองมือเล็กๆของเธอแหวกดงดอกกล้วยไม้หา
เธอแน่ใจว่ามันอยู่ตรงนี้แน่นอน มันอาจจะเจอะโพรงต้นไม้ทำรังก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะใช้เถาไม้เลื้อยพวกนี้ทำรังและซ่อนตัวอยู่
แต่พอหาอยู่สักพักก็ไม่เจอสักที ทั้งที่ก็ยังได้ยินเสียงมันร้องอยู่ตรงนี้แท้ๆ เด็กน้อยได้แต่ยืนไหล่ห่อคอตกเหมือนดอกไม้เหี่ยวๆ อย่างผิดหวัง
ก่อนจะได้ยินเสียงเล็กเหมือนเสียงเด็กผู้ชายวัยห้าหกขวบดังออกมาเหนือศีรษะเธอ
“เ้านายหาอะไรน่ะ ให้เฟยเฟยช่วยหาด้วยไหม”
หลี่เฟยหย่าเงยหน้าขึ้นมองทางต้นเสียงทันทีเมื่อได้ยินเสียงคนพูด เสียงนกที่ร้องอยู่ตลอดเมื่อครู่ก็เงียบลงแล้ว
แต่เมื่อเธอมองขึ้นไป ก็ไม่เห็นมีใครเลย มีแต่นกตัวน้อยที่เกาะอยู่บนพวงดอกกล้วยไม้ สูงเหนือศีรษะเธอไปสองคืบเล็กๆ เธอเท่านั้น มันเอียงคอมองดูเธอเหมือนสงสัยอะไรสักอย่าง
“เ้านายไม่ตอบเฟยเฟยล่ะ ให้ช่วยหารึเปล่าในมิตินี้น่ะ เฟยเฟยรู้ทุกซอกทุกมุมเลยนะถามมาได้เลย”
เ้าตัวน้อยที่ได้ยินเสียงที่ออกมาจากนกตัวน้อยตรงหน้า โดยที่มันไม่ต้องขยับปากก็มีเสียงพูดออกมาตาโต ก่อนจะยกนิ้วน้อยๆ ชี้ไปที่มันแล้วถามอย่างตื่นเต้น
“แกพูดได้ด้วยงั้นหรือ! นี่มันมหัศจรรย์มากแล้วที่นายบอกว่าที่นี่คือมิติมันคืออะไร มิติของนายงั้นหรือ”
เธอถามออกมาอย่างดีใจ หรือเธอจะได้มิติเหมือนในนิยายที่เพื่อนสนิท สมัยเรียนมัธยมเธอชอบอ่าน
“ที่นี่ไม่ใช่มิติของเฟยเฟยนะ นี่น่ะของเ้านายต่างหาก ทุกอย่างที่นี่เป็ของคุณทั้งหมดเลย ท่านเทพไม่ได้บอกอะไรไว้ก่อนที่จะส่งมอบเ้านายก่อนคลอดเลยหรือยังไงกันนะ”
ตอนนี้หลี่เฟยหย่าไม่สนใจเสียงบ่นหงุงหงิงของเฟยเฟยเ้านกน้อยนี่อีก เธอสนใจมิติของเธอทันทีที่เขายืนยันออกมา
และแน่นอนว่าเธอสนใจเ้านกน้อยนี่ด้วย อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้เธอตามหาอะไร เมื่อเจอตัวแล้วย่อมต้องทำความรู้จักกันก่อน
“ถ้าอย่างนั้นตัวนายเองที่อยู่ในมิตินี้ก็เป็ของฉันด้วยใช่ไหมล่ะ แล้วนายชื่ออะไรเฟยเฟยหรือ เพื่อนของนายตัวอื่นๆล่ะอยู่ตรงไหนกัน ตัวอื่นพูดได้เหมือนนายไหม”
เสียงเล็กรัวคำถามใส่นกน้อยตรงหน้าอย่างตื่นเต้น
“เฟยเฟยชื่อว่า หวงเฟย แน่นอนว่าผมเป็ของเ้านาย ท่านเทพมอบผมพร้อมมิติให้เ้านาย ส่วนเพื่อนนกตัวอื่นน่ะไม่มีนะ ที่นี่มีแค่ผมตัวเดียว”
“อย่างนั้นหรือ ฉันชื่อเฟยหย่านะ หลังจากนี้เรามาอยู่ด้วยกันเถอะ”
เมื่อรู้ว่าที่นี่มีแค่เข้าหวงเฟยนกตัวน้อย เด็กหญิงจึงพูดแนะนำตัวออกมาอย่างน่ารัก ก่อนยื่นสองมือน้อยไปอุ้มเ้าเฟยเฟยมามองใกล้ๆ ตัวของมันน้อยมากเท่าอุ้งมืออ้วนๆ ของเธอเอง มันมีขนนุ่มๆ สีเขียวมรกตเหมือนกับน้ำตกในมิตินี่เลย
ขนเป็ประกายระยิบระยับเหมือนใส่ฟิลเตอร์ ดูสวยงามเกินจริงไปมากหากจะให้มันออกไปอยู่ข้างนอกด้วย ขนตรงปีกยาวกว่าขนส่วนอื่นดูพลิ้วไหวเวลาบิน ปากเล็กๆ ของมันเป็สีดำประกายเงาวับดูคมกริบ เช่นเดียวกันกับเล็บของมัน แต่พุงมันกลับกลมป่องจนดูเป็นกอ้วนไปซะอย่างนั้น
แต่ที่เธอชอบที่สุดเห็นจะเป็เสียงร้องของเ้าตัวน้อยนี่มากกว่า เวลามันร้องด้วยเสียงนกแล้วเพราะมาก มีหลายเสียงดังสะท้อนอยู่รอบทิศทางเลย เหมือนกับตอนที่เธอเดินตามหามันตอนแรก แต่พอพูดด้วยภาษามนุษย์แล้วเสียงก็กลายเป็เสียงเด็กผู้ชายปกติ
เมื่อสำรวจเพื่อนใหม่ตัวน้อยจนพอใจแล้วทั้งสองจึงพากันไปสำรวจมิติอย่างจริงจังสักที
เพราะหลี่เฟยหย่าหลุดความสนใจไปเื่อื่นก่อน ระหว่างทางที่ทั้งสองเดินไปที่ตัวคฤหาสน์ เ้าตัวน้อยก็ถามถึงน้ำตกอย่างสงสัย
“เฟยเฟย แล้วน้ำตกสีมรกตนี่ล่ะ มีความพิเศษอะไรรึเปล่า ก่อนเจอนายฉันกินมันไปแล้วนิดหน่อยแต่อิ่มเหมือนกินข้าวเลย”
“ย่อมมีความพิเศษสมเป็มิติของท่านเทพอยู่แล้ว น้ำตกนี่น่ะเรียกว่าน้ำสารพัดนึก มันทำประโยชน์ได้หลายอย่างมาก อย่างตอนที่เ้านายเหนื่อยและหิว พอดื่มน้ำนี่ไปเ้านายก็จะหายเหนื่อยและรู้สึกอิ่มทันที ตามที่คุณนึกคิดเลย”
เ้าหวงเฟยเอ่ยออกมาอย่างภูมิใจในมิติที่มันอยู่
“ตอนแรกที่ท่านเทพส่งผมมาอยู่ในนี้ ผมยังแปลกใจที่เห็นน้ำตกมรกตเลย แถมท่านเทพไม่ได้ให้เ้านายมาแค่บ่อเล็กๆ เท่านั้น แต่ยกทั้งูเาน้ำตกมาให้แบบนี้ผมจึงแปลกใจมาก”
เมื่อหลี่เฟยหย่าได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ดีใจมากที่มันวิเศษอย่างที่คิดไว้ เป็อย่างนี้ก็ยิ่งดีเลยน่ะสิ ในอนาคตเมื่อครอบครัวเธอป่วย เธอจะได้ใช้น้ำมรกตรักษาพวกเขา คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายที่เธอยังไม่ได้พบหน้า จะได้อยู่กับเธอไปนานๆ
“แล้วตัวนายเองล่ะมีความพิเศษอะไรด้วยรึเปล่าเฟยเฟย”
เธอถามมันอย่างอยากรู้เพราะมันคงไม่ได้แค่มีหน้าที่เฝ้ามิติเฉยๆ แน่
เฟยเฟยรีบบินมาตีปีก หยุดกลางอากาศตรงหน้าหลี่เฟยหย่า นำเสนอความสามารถของมันอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับเชิดหน้า จะงอยปากเล็กๆชี้ขึ้นฟ้าอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนพูดออกมาอย่างภูมิใจ
“แน่นอนว่านอกจากคอยควบคุม สั่งการมิติแล้วเฟยเฟยต้องพิเศษมาก ผมฉลาดมากนะ! เ้านายสามารถถามอะไรเกี่ยวกับโลกที่เ้านายอยู่ตอนนี้กับผมก็ได้ ผมมีข้อมูลทุกอย่างที่คุณอยากรู้ทั้งหมด”
“ว้าว! เฟยเฟยนายสุดยอดมาก”
เธอจับเ้านกน้อยตรงหน้ามาฟัดจนมันขนฟูด้วยความดีใจก่อนจะเดินแกมะโอย่างร่าเริง เข้าไปสำรวจคฤหาสน์ที่เธอเคยอยู่มาั้แ่เกิด ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่
หลี่เฟยหย่าเดินผ่านห้องรับแขกตรงไปที่ลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นสามของคฤหาสน์ทันที เมื่อได้ยินเฟยเฟยบอกว่าชั้นสามมีอะไรดีๆรอเธออยู่
คฤหาสน์ตระกูลพ่อคนเดิมของเธอ มีทั้งหมดสามชั้นแต่ทำลิฟต์ไว้เพื่อความสะดวกสบายที่สุด ในมิตินี้ไฟฟ้ายังคงใช้ได้