เสียงอาวุธกระทบกันดังก้องไปทั่วลานฝึก
ปัง! ตึง! เคร้ง!
ลานกว้างในเรือนพระยาบวร…ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ร่างของภูผาเคลื่อนไหวเร็วขึ้น หนักขึ้น และ “นิ่ง” ขึ้น
ทุกหมัด—ไม่สูญเปล่า
ควบคุมการเคลื่อนไหวให้สัมพันธ์กับพลัง
หมัดที่ปล่อยออก…ไม่ได้หยุดแค่เป้าหมาย
แต่ “แผ่” ต่อไป
เฉกเช่น รู้เร็วรู้ช้า รู้หนักรู้เบา
ตึง!
เสาไม้สั่นะเืทั้งต้น
เหงื่อไหลอาบแผ่นหลัง
กล้ามเนื้อชัดเจนกว่าเดิม
จากเด็กวัด…ตอนนี้เขาเริ่มมีรูปร่างของ “นักรบ”
ไม่ไกลกัน—
ทองขาวยืนนิ่ง
ก่อนที่ร่างจะเลือนลางแล้วหายวับไป
ฟึ่บ!
ปรากฏอีกทีด้านหลังคู่ฝึก
ไม้แตะที่คอ
“ตายแล้ว”
เสียงเรียบ
ไม่มีใครเห็นการเคลื่อนไหวของเขา
ส่วนพัน—
ตึง!
เสียงพื้นดินแทบแตก
เขาฟาดกระบองเหล็กอันใหญ่ที่หนักอึ้งลงพื้น
แรงะเืเศษดินแตกกระจายออก
คู่ฝึกถึงกับถอยไม่ทัน
“อีก!”
เสียงเขาหนักแน่น
สามคน…เปลี่ยนไป
ไม่ใช่แค่ฝีมือ
แต่ “ตัวตน”
ห้องลับแห่งหนึ่ง
แสงไฟสลัว
เงาคนหลายร่างนั่งล้อมโต๊ะ
พระยาบวรนั่งนิ่ง
ด้านหน้า คือ “เ้านายผู้ใหญ่”
ไม่มีการเอ่ยนาม
“เงียบเกินไป”
เสียงหนึ่งเอ่ย
“หลังเหตุการณ์นั้น…ทุกอย่างควรจะปั่นป่วน”
“แต่กลับเงียบสงบ มีใครมีความคิดเห็นใดบ้าง”
อีกเสียงเสริม
“นั่นอาจแปลว่า…”
“มีใครบางคน…ควบคุมมันอยู่”
ความเงียบกดทับ
พระยาบวรกล่าวช้าๆ
“หรือไม่ก็…รอจังหวะ”
เ้านายผู้ใหญ่พยักหน้า
“ไม่สามารถปล่อยให้เป็เช่นนี้สืบต่อไปได้”
“เ้าลองหาวิธีไปสืบเสาะดูเถอะ”
“แต่—”
สายตาคมกริบ
“ข้ารู้ว่ามันอันตราย…อย่าให้ใครรู้”
“แม้แต่คนของเราเอง”
“อย่าลืมบอกเื่ของคนผู้นั้นให้คนของเ้าฟังด้วย เพียงรู้ว่าเขาอยู่ จงรีบถอยหนีออกมา”
“อีกอย่าง แม้ต้องตาย ต้องไม่มีใครรู้ว่าเป็คนของเรา”
คำสั่งนั้น…ชัดเจน
นี่ไม่ใช่แค่สืบ
แต่คือ “การเดิมพัน ของการชิงจังหวะ”
กลางคืน
ลมพัดแรง
เงาหนึ่งเคลื่อนไหวผ่านกำแพงวังหลวง
ภูผา
ร่างเขาแนบไปกับความมืด
ทุกก้าว…ไร้เสียง
“ที่นี่…”
“ช่างกว้างใหญ่และงดงามกว่าที่คิด”
เขาแฝงตัวตามเงาเสา
เคลื่อนผ่านทางเดิน สงบนิ่ง แผ่พลังคลื่นออกไปค้นหา
จนกระทั่ง—
เสียงสนทนา
เขาหยุด
ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไป แนบตัวฟัง
“มันเป็ห้องใต้ดินนี่เอง”
เขาได้ยินเสียง แม้จะบางเบาแต่ชัดเจน
“วังตะวันออกกับตะวันตก…เริ่มระแวงกันแล้ว”
“ดี”
เสียงหัวเราะเบาๆ
“ปล่อยให้สถานการณ์เป็อย่างนี้ไปก่อน”
“เราจึงจะสามารถเห็น ขุมกำลังของแต่ละฝ่ายได้”
“เราก็แค่…คุมสมดุล”
ภูผาขมวดคิ้ว
“นี่มัน…”
เสียงอีกคนดังขึ้น
“แต่่นี้…มีหลายเหตการณ์ ที่เราไม่มีคำอธิบายได้”
“เหมือนว่าจะใช้สถานการณ์นี้…หาผลประโยชน์”
“เบื้องบนยังไม่รู้ แต่เมื่อถึงเวลา ต้องมีคำอธิบาย”
เงียบ
“ปล่อยไปก่อน”
“ถ้ามันเกินควบคุม…ค่อยเก็บกวาดทีหลังได้”
ภูผากำหมัดแน่น
“คนของวังหลวง…อยู่เื้ัเื่นี้จริงๆด้วย”
“แต่ก็มีอีกชั้นหนึ่ง…”
เื่นี้…ซ้อนกันเป็ชั้นๆ
ทันใดนั้น—
โดยไม่รู้ตัว เสียงหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง
“เ้า..ฟังพอรึยัง”
ภูผาหัวใจตกวูบลง แอบหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา
แม้ว่าเขาไม่ต้องหันหลัง ก็รู้ได้ว่าคือเธอ—
เด็กสาวคนนั้น
ยืนอยู่ห่างเพียงก้าวเดียว
ในมือข้างหนึ่ง…ยังถือไว้ด้วยน่องไก่ย่าง อีกข้างหนึ่งแตะที่แผ่นหลังเขาแล้ว
“…เ้า”
เธอยิ้ม
“เ้านี่ช่างน่าสนใจจริงๆ”
ไม่มีเวลาคิด—
ภูผาขยับ เอามือคล้ายจะจับต้นขาของเธอ
ฟึ่บ!
เธอปล่อยมือจากกลางหลังแล้วฟาดลงอย่างแรงที่มือของภูผา
ภูผาหงายฝ่ามือขึ้นรับ รับแรงกระแทกอาศัยแรงนี้ พาตัวเองกลิ้งกึ่งไถลออกไป
“เ้าเด็กชั่วช้า”
เสียงแหลมดังจากด้านข้าง
เขาหลบ
ฉึก!
ของมีคมเฉียดผ่าน
“ข้าไม่เล่นกับเ้าแล้ว”
แต่เธอยังหัวเราะเบาๆ
การเคลื่อนไหวของเธอ—แปลก
ไม่เหมือนนักฆ่า
แต่ “เร็ว”
และ…คาดเดาไม่ได้
ภูผาถอย
สู้พลางถอยพลาง
“ต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
แต่ทันใดนั้น—
แรงกดดันมหาศาลอีกสายหนึ่ง…พุ่งตรงเข้ามา
ความรู้สึกอันหนักอึ้งนี้…คล้ายเหมือนของท่านอาจารย์อรชุนยิ่งนัก
เงาหนึ่งลอยลงมาจากหลังคา
ชายชราร่างกายกำยำในชุดคลุมสีขาว ใบหน้านั้นดูสูงส่งราวกับเทพอสูร
“พอได้แล้ว”
เสียงต่ำลึก
“ไม่มีทางหนีแล้ว ยอมจำนนเสียเถอะ”
เด็กสาวยิ้ม
“ว้า..เ้ามาข้าก็อดสนุกนะสิ”
ภูผารู้ทันที
“จังหวะนี้เท่านั้น ที่จะรอดได้”
เขาหันไปปล่อยขลุ่ยเข็มเก้าดอก ผสมพลังปราณเต็มกำลังออกไป
บุรุษผู้นั้นไม่ว่ากระไร เพียงสบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง
แต่เท่านั้นก็พอแล้ว
ภูผาดีดตัวถอยหลัง หันขวับในทันที ยื่นมือออกคว้าหน้าอกของเธอ
ร่างนั้นเพียงเบี่ยงตัวหมุน 1 รอบ กวาดเท้าออกเต็มแรง
สองแขนตั้งรับไว้ ร่างพุ่งออกไปเหมือนลูกธนู ลงไปสู่เหล่าทหารที่ล้อมปิดทางไว้
ภูผาม้วนตัว ดึงดาบทั้งสองออกมาจากด้านหลังเปลี่ยนเป็กรงจักรเข้าไปในกลุ่มทหาร
เกิดความชุลมุนวุ่นวายพักใหญ่ กว่าจะสงบ สายลับนั้นได้หายไปแล้ว
ภูผาอาศัย่ชุลมุน แอบพาตัวเองลื่นไหลลงน้ำอย่างเงียบเชียบ
แอบเกาะท้องเรือของพ่อค้าจากไป
จนกระทั่ง—
ไกลออกมา ปล่อยตัวเองจากการเกี่ยวท้องเรือออก
แล้วพาตัวเองขึ้นฝั่ง อย่างระมัดระวัง
เขาหอบเบาๆ
ร่างกายเปียกโชก
แต่สายตา…ยังนิ่ง
“รอดมาได้…”
เขามองกลับไป
“แต่ครั้งหน้า…”
“…ไม่ง่ายแบบนี้”
ในเงามืดของวัง
เด็กสาวยืนมองผิวน้ำ
กัดน่องไก่คำสุดท้าย
“หนีเก่งจังนะ…”
เธอพึมพำ
ชายชราข้างๆ เอ่ย
“เ้าปล่อยมันไป”
เธอยิ้ม
“ไม่หรอก”
“ข้าเริ่มชอบเขาแล้วต่างหาก~”...
“อย่าทำการโดยประมาทเช่นนั้น หากเกิดความเสียหายขึ้น เ้าต้องรับผิดชอบ”...
“จะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้ ท่านก็อยู่ที่นี่ด้วย”...
บุรุษผู้นั้น ไม่อาจกล่าวต่อไปได้ เพียงถามว่า
“มันคือผู้ใด”...
“ท่านถามข้า แล้วข้าจะถามผู้ใด” ข้าเองก็ชักอยากจะรู้แล้ว…
รุ่งสางใกล้เข้ามา
ภูผาเดินกลับ
เงียบ…เปียก…แต่มีชีวิต เขาไอเอาเืออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันทำให้รู้สึกโล่งขึ้นมาก
ในหัวเขา—
ภาพทั้งหมดเชื่อมกัน
“ศัตรู…”
“ไม่ได้มีแค่ฝ่ายเดียว”
และที่คิดดู คงมีอยู่อีกมาก
เขากำหมัดแน่น
พลังของเขาคนนั้น นี่รึ ที่เรียกว่า พลังระดับอนุภาค
“ข้า…ต้องหาวิธีฝึกฝนแล้ว”