นิยายรักหวาน.. น่ารัก เพราะรักน่ารัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่๑๐
กังวล
.
....... “ก็ไม่ต้องทำยังไง” ครูโชตอบหน้าตาเฉย
....... คำตอบครูโช เล่นเอาทุกคนงงเป็ไก่ตาแตก
....... “ก็ตอนแสดง ก็แค่เป็ตัวละคร รู้สึกอย่างที่ตัวละครรู้สึก เราไม่ได้เอาตัวเราไปแสดง เราไม่ได้เอาความรู้สึกเราขึ้นเวทีไปแสดงนี่!!”
....... ลูกศิษย์ก็ยังมองหน้าอาจารย์เตโชอย่างงง งง ไม่รู้ว่าที่อาจารย์พูดมานั้นต้องทำอย่างไร
....... “ก็..เวลาที่พวกเธอแสดงบทคนรักกันกับเพื่อน พวกเธอก็ไม่ได้รักเพื่อนแบบนั้น ... หรือเวลาเธอแสดงบทที่ต้องเกลียดกัน เธอก็ไม่ต้องเกลียดกันในชีวิตจริงนี่?” ครูโชพูดต่อ “หรือเวลาเล่นบทคนบ้า ก็ไม่ได้แปลว่า .. เวลาอยู่นอกเวที แล้วพวกเธอยังต้องบ้าอยู่”
....... บางคนฟังคำพูดก็พยักหน้าบางคนก็เฉย บางคนก็งง
....... “เมื่อนักแสดงเป็ตัวละคร ..ก็ต้องรู้ว่าตัวละครนั้น้าอะไร .. ตัวละครนั้นมีวิธีทำอะไรบ้าง?เพื่อให้ได้ตามความ้านั่น .. และอะไรทำให้เค้าต้องทำ ไม่ต้องทำ กล้าทำไม่กล้าทำ กับใครหรืออะไร ... ” ครูโชอธิบายต่ออีกพอสมควร
....... “การที่เธออยู่บนเวที แล้วสบตาอีกคนหนึ่ง ถ้าเธอมองเขาด้วยแววตาของตัวละครที่เธอเป็จริงๆ ก็จะไม่มีความรู้สึกอะไรที่เป็ของเธอ” ครูโชพูดชัดเจน “แต่ยังมีแววตาของเธอมีความรู้สึกของเธออยู่ในแววตาที่สบตากัน นั่นแปลว่า.. เธอไม่ได้เป็ตัวละครโดยสมบูรณ์”
....... อั้มก็ยังรู้สึกว่ามันยากมากอยู่ดี
....... “หน้าที่ของพวกเธอ คือ..เรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง.. นักแสดง กับ ตัวละคร และความแตกต่างระหว่างการแสดงกับชีวิตจริง” ครูโชสรุป แต่พอเห็นแววตาเด็กๆ เขาก็ตัดสินใจอธิบายต่อ “อย่างเช่น.. เมื่อเราแสดงเป็ตัวละครที่พ่อตายพ่อของตัวละครตายจริงๆ ในชีวิตตัวละคร ตัวละครจะโศกเศร้าเสียใจ ฟูมฟายยังไงนั่นก็คือชีวิตตัวละคร ไม่ใช่ชีวิตจริงของนักแสดง พ่อของนักแสดง ไม่ได้ตายไปด้วย”
....... การอธิบายรอบนี้ทำให้มีคนเข้าใจเยอะขึ้น แต่ก็ยังมีบางคนที่.. ไม่เข้าใจ
....... ครูโชจึงต้องสอน .. อธิบาย ..ยกตัวอย่าง .. อย่างละเอียด จนคนฟังทุกคนเข้าใจ
.
....... “ยากอ่ะ” ปณาลีบ่นกับฝุ่นดิน หลังจากที่ทั้งสองเดินออกมาจากห้องทำงานครูโชได้หน่อยนึง
....... “แต่มันก็ต้องฝึกมั้ยล่ะ?” ฝุ่นดินย้ำพร้อมกับถามคำถามเด็ด “หรือเธอจะไม่ฝึก?”
....... “ฝึกจ้าฝึก” อุรวีตอบแทบปณาลี “แต่ฉันห่วงอั้ม”
....... “ห่วงยุตมากกว่ามั้ง?” ปณาลีกัดเพื่อนรัก
....... ได้ผล .. อุรวีหน้าแดง ไปต่อไม่ถูก
.......ฝุ่นดินเองก็ถอนหายใจกับสิ่งที่อั้มจะต้องฝึกฝน เพื่อให้เขาแสดงกับแฟนเก่าให้ได้เช่นกัน เธอจึงไม่ได้สังเกตใบหน้าเพื่อนรัก
.
.......ที่อั้มกับทยุตไม่ได้อยู่กับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ก็เพราะว่า.. ทั้งสองต้องแยกไปเรียนวิชาพื้นฐานของปีหนึ่งที่พวกเขาไม่ได้เรียนในปีที่แล้วนั่นเอง
.......ขณะที่อาจารย์กำลังบรรยายอยู่หน้าห้อง
....... อั้มกลับนั่งนิ่งๆคิดอะไรไรร้อยแปด จนใบหน้าเคร่งเครียด..เซื่องซึม.. เหม่อลอย.. สลับกันไปมา เขาไม่ได้ฟังสิ่งที่อาจารย์กำลังสอนอยู่หน้าห้องเลยด้วยซ้ำ
....... ในหัวอั้มมีแต่หน้ามนลอยไปลอยมา ..พร้อมกับเครื่องหมายคำถามว่า ทำไม? ทำไม? ทำไม? และทำไม?
....... ทยุตมองหน้าเพื่อนรัก เขาคิดว่าเขาเข้าใจหัวอกเพื่อนในตอนนี้จึงเลือกที่จะอยู่ข้างๆ โดยไม่ซักถามอะไร ทยุตจึงฟังและจดแลคเชอร์อย่างละเอียดเผื่ออั้มไปในตัว
.
....... อาจารย์เตโชทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ก็นั่งคิดทบทวนเื่ที่คุยกับลูกศิษย์วันนี้ จนมายด์หลานรักสังเกตเห็น “มีเื่อะไรให้อาโชคิดมากเหรอครับหน้าเครียดเชียว”
....... “อากำลังคิดว่า..จะทำอย่างไรให้ละครเวทีมันน่าดู.. สนุก.. และลงตัวที่สุด ทั้งคนเล่นและคนดู” อาโชตอบหลานชาย
....... “งั้นมายด์ไม่กวนอานะครับ มายด์ไปดูโทรทัศน์ในห้องนอนแล้วกัน อาโชจะได้มีสมาธิ” พูดจบ มายด์ยิ้มให้ แล้วก็ลุกเดินออกไป
....... เตโชยิ้มตอบหลานชาย แล้วก็เหม่อมองไป .. แสนไกล ..
.
.....
....... “ที่โชคิดนี่มันยากมากเลยนะเนียะ” ไม้พูดพร้อมกับวางปากกาที่เขาเพิ่งเขียนเื่ย่อของแต่ละฉากจบลง “เราเพิ่งปี ๒ เองนะโช เก็บไอเดียไว้เขียนบทตอนที่เราโตกว่านี้เก่งกว่านี้ ไม่ดีกว่าเหรอ?”
....... “แต่โชอยากลองเขียนนะ ถ้ามันยังไม่ดี ก็ถือว่าเป็ร่างแรกที่เก็บไว้แก้ไขตอนที่เราโตกว่านี้ก็ได้นี่”
....... “อืม.. ก็จริงนะ” ไม้เริ่มคล้อยตาม เขากลับไปอ่านเื่ย่อแต่ละฉากที่เขาเพิ่งเขียนจบเมื่อครู่อีกครั้ง “ถ้า.. จูเลียตA เป็เด็กสาววัย ๑๔ ที่ไม่รู้จักความรักไม่เคยมีความรัก .. จูเลียตB เป็ชายรักชาย ที่กำลังมีความรักเบ่งบานเต็มหัวใจ.. จูเลียตC เป็หญิงสาวที่สมหวังในความรัก .. แล้ว..” ไม้ทอดเสียงและใช้ความคิด
....... เตโชแปลกใจ “ไม้จะเพิ่มเติมอะไรเหรอ?”
....... “ไม้แค่รู้สึกว่าทั้ง จูเลียตAB C เป็จูเลียตที่มีคาแรกเตอร์ที่ดี แต่จูเลี่ยต D กับ Eยังไม่ลงตัว .. น่าจะอะไรดีน้า..” ไม้ยังทั้งบอก ทั้งเล่า ทั้งใช้ความคิดในเวลาเดียวกัน
,,,,,,,เตโชคิดตามคำพูดของไม้ ก็เห็นดีด้วย แต่เขาก็ยังคิดอะไรไม่ออกจึงรอฟังไม้พูดต่อ
.......“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?” ไม้หันมาถามเตโช
.......“โชก็รอฟังไม้อยู่นี่ไง”
.......“ไม้คิดไม่ออก โชว่าไงล่ะ”
.......“โชก็คิดไม่ออกเหมือนกัน แต่โชเห็นด้วยกับที่ไม้คิดนะ”
.......“งั้น.. เราคิดได้แล้วค่อยเขียน.. หรืองัยดี?”
.......“โชว่า.. เราเขียนบทพูดไว้ก่อนดีกว่า เพราะเรารู้จักโรมิโอกับจูเลียตอยู่แล้ว ถ้าเราพบคาแรกเตอร์ที่ใช่แล้วบทพูดไม่ตรงคาแรกเตอร์ เราค่อยปรับบทพูดกันอีกที”
.......“เอางั้นก็ได้”
.......แล้วทั้งสองก็เริ่มต้นการสร้างบทละครเวทีด้วยกัน
.....
.
....... ภาพในอดีต ..แจ่มชัดขึ้นในความทรงจำ อาจารย์เตโชรู้ทันทีว่า..ในครั้งโน้น เขากับคนรักเขียนบทละครเื่นี้จบก็จริงแต่ก็ยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว ครั้งนี้..เขาจึงต้องทำงานสร้างสรรค์หนักขึ้นอีก และที่สำคัญ ต้องทำงานนี้คนเดียว ไร้คู่คิด.. ที่รู้ใจเหมือนในอดีตโน่น
.
....... เช้านี้ ..ต้นน้ำนั่งซึมอยู่คนเดียวในสวนธรรม .. เขาอยากให้ใจเขาสงบ ..จะได้เป็ตัวละครได้อย่างที่ร่ำเรียนมา .. แต่ก็ยากลำบากเหลือเกิน ..น้ำตาเ้ากรรมก็ยังรินไหล ..
....... เด็กหนุ่มคนหนึ่งรุ่นราวคราวเดียวกับต้นน้ำ ผ่านมาเห็น แรกๆ เขาก็แปลกใจ อยากเข้าไปพูดคุยแต่แล้ว..เขาก็ต้องสำรวจใจตนเอง ว่าพร้อมที่จะเข้าไปพบหน้าต้นน้ำแค่ไหน?
....... เขาสำรวจใจเขาอีกครั้ง .. จนมั่นใจว่า..ใจเขาพร้อม .. เด็กหนุ่มก็เดินเข้าไปหาต้นน้ำ แต่ก็ยังรักษาระยะห่าง “เป็ไรอะ”
....... ต้นน้ำหันหน้าไปหาที่มาของเสียง “ปอวี” ปอวี หรือนายปฐี เพื่อนปี ๑ ของต้นน้ำ ที่ตอนนี้ย้ายไปเรียนสาขาอื่นแล้วนั่นเอ ง
....... “มาแอบร้องไห้คนเดียวอย่างนี้ต้องมีเื่แน่ๆ” ปฐีถามเข้าประเด็น
....... ต้นน้ำสะอึกสะอื้น
....... ปฐีตัดสินใจลงนั่งข้างๆโอบกอดต้นน้ำไว้ในอ้อมแขน “ถ้าพูดแล้วสบายใจ ก็พูดกับเรา แต่ถ้าพูดแล้วยิ่งเจ็บ ก็ไม่ต้องพูดเราจะอยู่เป็เพื่อนจนกว่าต้นน้ำจะสบายใจ”
....... “ขอบใจมาก ขอบใจ” แล้วต้นน้ำก็เล่าเื่ราวทางบ้านของเขาให้ปฐีฟัง ..ั้แ่พ่อของเขาไปทำธุรกิจกับเพื่อน ถูกเพื่อนโกง แล้วยังต้องเป็แพะในคดีจนถูกฟ้องล้มละลาย จนต้องหนีเอาตัวรอดไปอยู่ต่างประเทศเมื่อเช้านี้ ซึ่งกว่าจะออกนอกประเทศได้ก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ต้นน้ำจึงต้องกลับไปอยู่บ้านกับแม่ ต้องประหยัดทุกอย่าง เพราะที่บ้านไม่มีรายได้อะไรเลย นอกจากเงินเก็บของพ่อ ซึ่งก็ไม่มากนัก อีกไม่นานทั้งแม่และต้นน้ำคงต้องเริ่มหางานทำ
....... ตลอดเวลา ปฐวีรับฟังอย่างดี มีซักถามบ้างเพื่อให้ต้นน้ำระบายความอัดอั้นในใจออกมา
....... จนเมื่ออารมณ์ต้นน้ำสงบลง ทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปเรียน
.
....... เย็นวันนั้น
....... อาจารย์เตโชนัดนักแสดงทุกคนมารวมกันเพื่อนอ่านบทละครครั้งแรก เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว อาจารย์เตโชก็ให้นักแสดงทั้งหมดนั่งล้อมวง โดยมีทีมงานเื้ันั่งแทรกอยู่เป็ระยะระยะ
....... เพราะการคัดเลือกนักแสดงที่ผ่านมา ทุกคนพุ่งประเด็นไปที่จูเลียตทั้ง ๕ จนลืมคัดเลือกตัวละครแวดล้อมอื่นๆ ครูโชจึงต้องอ่านบท ‘เทวะ’ ตัวละครที่มาทดสอบจิตใจโรมิโอเสียเอง
....... โรมิโออั้มอ่านบทกับเทวะ และจูเลียตA ได้อย่างลื่นไหล แม้.. น้องสตาร์จะอ่านบทจูเลียตA ได้สนุกสนานแต่ก็มีบางจังหวะที่ตื่นเต้นจนเกินพอดีไปบ้าง
....... แต่พอต้องอ่านบทกับจูเลียตBอย่างต้นน้ำ อั้มเอาแต่ก้มหน้าอ่านบท เขาไม่กล้าเงยหน้ามองหน้าต้นน้ำเลยสักนิด เพราะเื่ที่เขานอนแก้ผ้ากับต้นน้ำยังค้างคาในใจเขาอยู่
....... ส่วนต้นน้ำเองก็ก้มหน้าก้มตาอ่านแต่บท เพราะยังเสียใจเื่พ่ออยู่
....... เมื่อถึงฉากที่จูเลียตA ต้องพูดคุยกับแม่นมเพื่อให้แม่นมไปพบโรมิโอ และเจรจาเื่แต่งงาน ทีมงานก็ยังไม่ได้ตัดเลือกใครมาแสดงเป็แม่นม ครูโชจึงเลือกให้ฝุ่นดินอ่านบทแม่นมของจูเลียตไปพลางก่อน ซึ่งฝุ่นดินก็ทำหน้าที่ได้อย่างดี
....... เมื่อถึง จูเลียตC โรมิโออั้มก็อ่านบทได้ดีขึ้นมาหน่อย แต่..ฝุ่นดินกลับเป็ฝ่ายมองอั้มอย่างไม่เต็มตา คงเพราะทั้งสองได้จูบกันไปแล้ว
....... ในฉากที่โรมิโอต้องพูดคุย ทะเลาะและฆ่าทิบอลท์ ก็ยังไม่มีนักแสดงมาแสดงบททิบอลท์เช่นกัน ครูโชจึงให้ทยุตอ่านบท ทีบอลท์ ญาติผู้พี่ที่จูเลียตรักที่สุด ซึ่งทยุตก็ทำได้ดีจนบทนี้น่าจะเป็ของเขา
....... เมื่อถึงบทที่ต้องพูดคุยกับจูเลียตD อั้มก็เกร็งขึ้นมาทันทีจนถึงขนาดอ่านบทตะกุกตะกัก ความลื่นไหลที่ผ่านมาหายไปจนหมดสิ้น มนเองก็ทำได้ไม่ดีเลย เธออ่านบท อ่าน อ่าน อ่าน ราวกับอ่านหนังสือ ไร้ความรู้สึกไปเสียสิ้น
....... ครูโชจึงต้องให้หยุดการอ่านบท “ผมเข้าใจว่าทุกคนคือมือใหม่ คือเด็กที่ใหม่มากสำหรับการแสดง แต่ถ้าพวกคุณไม่วางเื่ส่วนตัวไว้นอกเวที แล้วเริ่มฝึกที่จะแสดง ก็จะเกิดปัญหาอย่างที่พวกเราเห็นตอนที่อ่านบทนี่” ครูโชพูดเสียงเข้ม “ก่อนแสดง ก่อนซ้อม พวกเธอมีหน้าที่เตรียมตัวเองพร้อมที่จะแสดงพร้อมที่จะเป็ตัวละคร ผมหวังว่า..วันนี้จะเป็ครั้งสุดท้ายที่เห็นความไม่พร้อมอย่างนี้”
.
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙ จบตอนที่๑๐ ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙