“เ้ากลับมาแล้ว”รัชทายาทหวางเจียเหอ ทักทายเซียวหลงขณะเดินเข้าไปยังห้องส่วนตัวแห่งหนึ่ง
“นั่งสิ “ เขาผายมือให้เซียวหลงนั่งในตำแหน่งเยื้องๆกัน
“เ้าสืบได้ความอะไรมาบ้าง” เขาเอ่ยถามเข้าประเด็นทันที ในขณะที่มือก็เลื่อนป้านชาไปให้สหาย
“เด็กนั่นไม่รู้เื่อะไรเลยข้าคิดว่าหากท่าน้าข้อมูลตระกูลกู้ คงต้องใช้เวลาสืบให้ชัดเจนอีกซักระยะ “ เซียวหลงตอบกลับ
รัชทายาทเลิกคิ้วมองไปที่เซียวหลงประหนึ่งคนแปลกหน้าก่อนเอ่ยถามคำถามที่คาใจเขา
“ ข้าคิดว่า เ้าแปลกไปนะ สืบไม่ได้ข่าวหรือไม่อยากบอกข้ากันแน่”
เซียวหลงยื่นมือออกไปรินชาให้ตัวเองก่อนยกจอกชาขึ้นดื่มเพื่อกลบเกลื่อนแววตาที่วูบไหว
แม้เขาจะวางจอกชาลงแล้วแต่นิ้วมือยังคงไล้ไปที่ขอบถ้วยชาเบาๆ โดยไม่ตอบคำถามนี้
หวางเจียเหอยังคงพูดต่ออยู่คนเดียว “ นิสัยอย่างเ้าหากทำงานแล้วไม่ได้ผลประโยชน์ ไม่มีทางที่จะอยู่เฉยๆเช่นนี้แน่แต่นี่เ้ากลับปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปโดยไม่ทำอะไรเลย นี่ใช่เ้าจริงๆอย่างนั้นหรือ”
“ เื่ของตระกูลกู้ ข้าจะเป็ธุระให้ท่านเอง ท่านอย่ายื่นมือเข้ามาก็พอ” ในที่สุดเซียวหลงก็เอ่ยปาก
ตอนนี้เขากับรัชทายาทต่างยืนอยู่บนเรือลำเดียวกันประกอบกับความสนิทสนมของเขาสองคนเมื่ออยู่ด้วยกันในที่ส่วนตัวก็ไม่ได้ต่างจากสหายทั่วไป
รัชทายาทจ้องไปที่ชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งก่อนเปลี่ยนเื่คุย เพราะกระจ่างดีกว่าเซียวหลงย่อมไม่อยากคุยเื่นี้ต่ออีก
“ เย่วโลวดูท่าจะอยากเจอเ้ามาก เ้าหาเหตุไปพบนางที่จวนหน่อยเถอะ “
นิ้วมือที่วนอยู่บนปากจอกของเซียวหลงพลันชะงักงันเขาหันหน้าไปมองรัชทายาทก่อนพูดเสียงเรียบ “ เอาไว้ข้าจะหาโอกาสไปพบนางวันหลัง”
“นางเป็หลานสาวของท่านจาง หากเราได้นางมาเป็พวก งานของเราจะง่ายขึ้นมากอย่างที่ข้าเคยบอกเ้า นางกับข้าถูกกำหนดให้มิอาจอยู่ร่วม แต่กับเ้าไม่ใช่หากเ้ายินดี ข้าก็อยากทำหน้าที่เถ้าแก่ให้เ้ากับนางหมั้นหมายกันไว้ก่อนเพื่อป้องกันเหตุในอนาคตหากมีการเปลี่ยนแปลงอะไรจางกั๋วกงจะเป็หมากตัวแรกที่เราใช้งานได้ “
“ท่านคิดเช่นนี้จริงๆ? “ที่เซียวหลงถามเช่นนี้ เพราะคุณหนูจางและรัชทายาท เติบโตด้วยกันมาั้แ่เล็กเขาตัดใจให้ดอกบัวขาวของเขากับคนอื่นได้ตามที่เอ่ยหรือ อีกอย่าง เขามั่นใจได้อย่างไรว่าจางกั๋วกงจะถูกเขาควบคุมได้เพียงแค่รับหลานสาวของเขาเข้าบ้าน
หวางเจียเหอกรอกเหล้าเข้าปากตรงๆจากขวดที่อยู่ในมือเขา“ สิ่งที่ข้า้ามากที่สุด ไม่ใช่ความรักระหว่างชายหญิงและเ้าเองก็เช่นกัน เหตุใดต้องกังวลด้วย ขอเพียงเหมาะสม สนับสนุนข้าและเ้าได้ไม่ว่าวิธีไหน ข้าก็พร้อมทำทั้งนั้น การแต่งกับนางสำหรับข้าไม่มีข้อดีมีแต่เพิ่มความหวาดระแวงให้เสด็จพ่อกับเหล่าพี่น้องที่เหลือ มิสู้ยกนางให้เ้าอย่างไรเ้ากับข้าก็มีเป้าหมายเดียวกันอยู่แล้ว “
เหล้าที่อยู่ตรงหน้าหวางเจียเหอไม่ได้ถูกส่งต่อมาด้านหน้าของเซียวหลง เพราะทุกคนรู้ว่าเขาสุขภาพไม่ดีไม่ว่าจะเป็สุราชั้นเลิศแค่ไหน เซียวหลงก็แทบไม่เตะดังนั้นในห้องส่วนตัวของเขาสองคน คนหนึ่งจึงดื่มสุราต่างน้ำอีกคนเลือกดื่มชาชั้นเลิศแทน
7“ท่านไม่ต้องรีบร้อนเื่หมั้นหมายแทนข้าหรอก พวกเรายังพอมีเวลาอีกหลายปีถึงตอนนั้นท่านค่อยๆคิดเื่ของตัวท่านเองก็ยังไม่สาย “ เซียวหลงมองตรงไปที่รัชทายาทที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา การกระทำของเขายิ่งดึกยิ่งดื่มหนักจนเหมือนเขาตั้งใจจะมอมเหล้าตนเองเสียมากกว่าในขณะที่เซียวหลงเพียงดื่มชากินกับแกล้มพูดคุยกับเขาไปเรื่อยๆ เท่านั้น
“นางอายุสมควรแก่การหมั้นหมายแล้ว จะให้รอจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหากต้องรอถึงสิบปีเล่า” เขาตอบเว้นระยะก่อนเอ่ยด้วยเสียงขาดห้วงพันกัน “ ข้าไว้ใจเ้ามากกว่าใครในหมู่สหายอำนาจกั๋วกงก็มีไม่ใช่น้อย จะให้คนอื่นมาดึงไปไม่ได้ ตอนนี้เขาเหลือหลานสาวเพียงคนเดียวไม่มีใครอื่นอีก หากเ้าไม่เชื่อใจเขา เ้าควรเชื่อใจข้า ลองเก็บข้อเสนอของข้าไปคิดดูอย่างไรคนเสียเปรียบไม่มีทางเป็เ้าแน่นอน “ ตอนที่เอ่ยประโยคนี้เขาก็ลุกขึ้นยื่นมือแข็งแรงตบลงบนบ่าเซียวหลงเร็วๆสองที
“สำหรับตระกูลกู้กับตระกูลพ่อค้าอื่นๆ หากเ้าไม่้าให้ข้าเข้าไปยุ่งข้าก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวอีก แต่ทุกเื่ เ้าต้องบอกให้ข้ารู้เื่ด้วย “ เขามองตรงไปที่เซียวหลงเหมือนค้นหาอะไรบางอย่างที่สหายอาจปิดบังเขา
“ ข้าทราบแล้ว “ เซียวหลงรับคำด้วยสายตาที่เย็นเยียบ เขาเองก็รู้ตัวว่ารัชทายาทวางสายไว้รอบตัวเขา ประกอบกับเขาสองคนก็มีนิสัยอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือยอมทำทุกอย่างให้ไปถึงเป้าหมายไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหน หรือต้องสูญเสียอะไรไปบ้างก็ตาม หากคุ้มค่าที่จะแลกพวกเขาไม่เคยลังเลที่จะเดินไปตามเส้นทางนั้น
คืนนี้สำหรับพวกเขาสองคนถูกกำหนดให้เป็คืนที่มีเื่ให้พูดคุยกันอย่างยาวนานอีกครั้ง
“คุณหนูบ่าวเก็บของเสร็จแล้ว เราเตรียมตัวลงจากเขากันได้แล้ว ” แม้น้ำเสียงเฝิงหรานคล้ายจะยินดีที่ได้ลงจากเขาแท้จริงแล้วใจของนางไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย เพราะที่จวนไม่ได้ทำให้นางอิสระได้เหมือนที่นี่
ไหนจะต้องคอยระแวงว่าจะถูกคนจากเรือนใหญ่กลั่นแกล้ง
ไหนจะต้องคอยหาทางรับมือกับการถูกเอารัดเอาเปรียบหรือความอยุติธรรมต่างๆ อีก
แต่เพราะพวกนางอยู่บนเขาเกือบสามเดือนแล้วนับเป็ระยะเวลาที่นานมากเกินพอสำหรับคุณหนูสี่ หากนางขืนยังอยู่นานกว่านี้ต่อไปผู้คนในเมืองหลวงคงหลงลืมไปแล้วว่าที่จวนยังมีนางเป็บุตรสาวอีกคน
ตอนที่นางและเฝิงหรานเดินออกมาจากห้องพักเพื่ออำลาอาจารย์หญิง พวกนางก็เห็นอาจารย์นั่งอ่านจดหมายอยู่ตามลำพังที่โต๊ะเขียนหนังสือด้านในห้องพักสีหน้าไม่สู้ดีนัก
อาจารย์หญิงจุดไฟตะเกียงและพยักหน้าไปทางกู้เซียนเซียนและเฝิงหรานที่เดินตามกันเข้ามาด้านใน
“ อาจารย์ ศิษย์มาลาท่านลงจากอารามขอให้อาจารย์รักษาสุขภาพระหว่างที่ศิษย์ไม่อยู่ด้วย “กู้เซียนเซียนที่เดินมาถึงเอ่ยขึ้นก่อน
ภายในห้องไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากนางเห็นเพียงอาจารย์นางยังคงนั่งตัวตรงอยู่ที่เก้าอี้ในมือกุมจดหมายเอาไว้ก่อนยกขึ้นมาเผาไฟที่จุดไว้จนมอดไม้
เพราะการกระทำที่แปลกประหลาดกู้เซียนเซียนจึงค่อยๆมองสำรวจไปรอบโต๊ะ บนนั้นมีซองบรรจุตั๋วเงินวางอยู่อีกชุดหนึ่ง
นางยังคงยืนเงียบๆอยู่ด้านข้างของอาจารย์โดยไม่เอ่ยอะไร
“ เซียนเซียน เ้านั่งลงก่อนเถอะ “นี่เป็ประโยคแรกที่อาจารย์หญิงกล่าวแก่นาง
เด็กหญิงรีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ด้านข้างของอาจารย์
“ เ้ายังกลับไปจวนตอนนี้ไม่ได้ มารดาเ้าบอกให้เ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนไว้ถึงเวลาจะแจ้งอีกทีว่าจะให้เ้ากลับไปตอนไหน เื่นี้นางกำชับข้าไว้ในจดหมายที่ข้าเพิ่งเผาไปเมื่อครู่นี้เ้าเข้าใจหรือไม่ “
กู้เซียนเซียนมองไปด้านใบหน้าด้านข้างของอาจารย์หญิงนางที่ซูบผอมจนบอบบางเหมือนใบไม้ที่พร้อมจะปลิดปลิวจากกิ่งได้ตลอดเวลา แต่ทว่าก็สงบเยือกเย็นอย่างประหลาด
“ ที่จวนเกิดเื่อะไรขึ้นหรือเปล่า ท่านพอจะบอกแก่ข้าได้หรือไม่ “ นางถามอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
“จะว่าเช่นนั้นก็ใช่ เหตุเกิดเมื่อหลายวันก่อน ร้านค้าสองร้านของบ้านเ้าถูกก่อกวนแม้ไม่ได้เสียหายอะไรมาก แต่ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ พี่สาวนางจึงให้ข้าแจ้งแก่เ้าว่าให้รออยู่ที่อารามไปก่อนเพราะแทบไม่มีใครรู้ว่าปกติเ้าพำนักอยู่ที่นี่ กับพี่ชายเ้าบิดาของเ้าก็ยังต้องเพิ่มผู้คุ้มกันส่วนหญิงฝาแฝดสองนางนั่น ก็ถูกคำสั่งมิให้ออกจากเรือนเช่นกัน “
คำตอบของอาจารย์สร้างความประหลาดใจให้กับกู้เซียนเซียนมากั้แ่เล็กนางไม่เคยได้ยินว่าร้านค้าของพวกนางถูกคนก่อกวนมาก่อนหรือหากถูกพวกนักเลงมาหาเื่ ปกติที่ร้านก็มีชายฉกรรจ์เฝ้าอยู่ หรือกระทั่งสามารถแจ้งมือปราบที่บิดานางซื้อตัวไว้ให้ดูแลทางร้านเป็พิเศษได้ที่ผ่านมาเื่เล็กเื่ใหญ่แค่ไหนก็แทบไม่เคยมีปัญหาที่แก้ไม่ได้มาก่อนผิดกับรอบนี้กระทั่งคนร้ายก็จับไม่ได้ เด็กหญิงคิดพลันขมวดคิ้วมุ่นไปด้วย
แม้การโกหกจะเป็สิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่เมื่ออาจารย์มองไปยังลูกศิษย์ตัวน้อย นางเองก็ไม่้าเห็นเด็กหญิงคิดมากไปกว่านี้อีกจึงได้เอ่ยหนักเป็เบา แท้จริงแล้ว ร้านค้าผ้าชานเมืองฝั่งทิศเหนือและนอกเมืองทิศใต้ ถูกเผาราบเป็หน้ากลอง คนคุมร้านตายไปเกือบทั้งหมดที่รอดตายมาได้ ก็ตาบอด หูหนวก ถูกตัดลิ้นและเส้นเอ็นมือเท้า มีาแไฟไหม้ตามร่างกายนับว่าสภาพอยู่ไม่สู้ตาย ความเสียหายระดับนี้คนที่ก่อเหตุต้องมีความแค้นใหญ่หลวงกับตระกูลกู้อย่างแน่นอนเพียงแต่ตอนนี้ยังสืบไม่ได้ว่าใครเป็คนที่ลงมือเหี้ยมโหดเพียงนี้
เ้าหน้าที่ของทางการแม้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุก็ปิดปากเงียบเื้ัของคนที่วางแผนจนลงมือฆ่าคนวางเพลิงจึงมิอาจดูดาย
หากจะบอกว่าบังเอิญหรือแค่การปล้นทั่วไปร้านแรกอาจคิดเช่นนั้นได้
แต่ครั้งถัดไปที่เกิดขึ้นห่างกันเพียงสามวันนั้นจะตอบว่าอย่างไร
ตอนนี้ที่จวนตระกูลกู้เพิ่มผู้คุ้มกันหนาแน่นยิ่งกว่าค่ายทหารซะอีกคนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า
อาจารย์มองตรงไปยังลูกศิษย์ตัวน้อยก่อนยกมือขึ้นไปลูบหัวนางเบาๆ
“ เ้าไม่ต้องกังวลไป เื่นี้ให้เป็ภาระของบิดาและมารดาของเ้าเ้าแค่อยู่ที่นี่ต่อไปซักระยะเถอะ พรุ่งนี้เอาคัมภีร์ที่คัดค้างไว้มาคัดต่อตัวไหนไม่เข้าใจ ให้มาถามข้า ข้าจะสอนเ้าเอง “ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอบอุ่นจนกู้เซียนเซียนยิ้มขึ้นมาได้ในที่สุด
“ ท่านบอกว่าบ้านข้าไม่เป็ไร ก็ไม่เป็ไร เอาไว้ท่านแม่ส่งคนมารับข้าเมื่อไหร่ข้าค่อยกลับไปอยู่ปรนนิบัติท่านที่นี่ก่อนก็ดี “ นางคิดตามที่พูดเช่นนั้นจริงๆ
คล้อยหลังของกู้เซียนเซียนและเฝิงหรานอาจารย์หญิงจึงหลับตาจมอยู่กับการทำสมาธิในห้อง จวบจนดวงอาทิตย์เอนไปด้านทิศตะวันตกจึงเดินไปที่ห้องโถงส่วนหน้า ทิ้งตั๋วเงินไว้บนโต๊ะเช่นเดิม
วันเวลาเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็วจวบจนฤดูร้อนกลับไปฤดูหนาววนเวียนเช่นนี้อยู่หลายหน นับถึงตอนนี้เวลาก็ล่วงผ่านไปกว่าสามปีแล้วกู้เซียนเซียนก็ไม่เคยได้ลงจากเขาไปจากอารามแห่งนี้เลย จากเด็กหญิงแปดขวบในวันวานกลายเป็เด็กสาวรุ่นเยาว์วัยดวงตาสีนิลกลมโตทอประกายสดใสร่าเริงไม่เคยเปลี่ยน ลักยิ้มเล็กๆสองข้างของนางยังคงเปี่ยมเสน่ห์สมวัยใบหน้าเล็กกลมก็เปลี่ยนเป็โครงหน้ารูปไข่เผยลักษณะของหญิงสาวมากขึ้นขนตาหนาเป็แพรับกับคิ้วเรียวบางพาดเฉียงยาวไปด้านข้าง ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูที่ตอนนี้กำลังะโเรียกใครบางคนที่เดินนำอยู่ทางด้านหน้าของนาง
“ อาจารย์ อาจารย์ ข้าวิ่งตามไม่ไหวแล้ว แฮ่กๆ…. ช้าหน่อย…“ นางวิ่งตามเซียวหลงมาที่ป่าด้านข้างเพื่อล่าสัตว์ ที่อารามนั้นกินเจ แต่เพราะมีอาจารย์ผู้นี้ทำให้ตลอดสามปีที่ผ่านมานางได้กินเนื้อสัตว์อยู่ตลอดแม้อาจารย์หญิงจะรู้ว่านางแอบทำอะไรลับหลังแต่นางก็ไม่เคยตำหนิออกมาตรงๆกู้เซียนเซียนจึงถือว่านางไม่ได้ไม่อนุญาติ เพียงแต่ไม่ได้ทำต่อหน้าอาจารย์หญิงเท่านั้น
เซียวหลงวันนี้สวมชุดสีดำขลิบทองยาวทั้งตัวบนบ่ามีคันธนูและกระบอกของลูกธนูสะพายอยู่ แม้กำลังเดินย่ำหิมะลื่นอยู่เบื้องหน้าแต่่จังหวะการก้าวเดินของเขาประหนึ่งเหมือนเดินอยู่บนพื้นสนามหญ้านุ่มๆไม่ได้ทำให้เขาเสียหลักหรือมีสภาพเช่นคนที่ติดตามอยู่เื้ัเลย ตอนนี้เขาเองก็หยุดเพื่อยืนรอกู้เซียนเซียนที่วิ่งไปมาอย่างทุลักทุเลเมื่อเห็นนางเข้ามาไกล้แล้ว ชายหนุ่มจึงเดินนำหน้าต่อไปนอกจากเสียงฝีเท้าของคนสองคนแล้ว รอบๆตัวก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นอีก
เมื่อปีก่อนเซียวหลงเข้าสอบระดับแคว้นและได้ตำแหน่งทั่นฮวามา หากมิใช่เพราะเขายังอายุน้อยได้เข้าสอบตอนอายุ 15 ตอนสอบหน้าพระพักต์เขาคงจะได้ตำแหน่งจอหงวนไปแล้ว แต่ในราชสำนักไม่มีใครยอมรับให้คนหนุ่มอายุ15 รับตำแหน่งขุนนางขั้น 5 แน่นอนสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่เคยปรากฏมาก่อนการไต่เต้าจากตำแหน่งขุนนางขั้น 6 ไป 5สำหรับบางคนอาจใช้เวลานับ 10 ปีเลยทีเดียว และคนที่สอบได้จอหงวนในปีเดียวกันกับเซียวหลงก็คืออาจารย์ของเขาคนหนึ่งที่สำนักศึกษานั่นเอง แม้เขาจะเข้าสอบเป็ครั้งแรกและได้ตำแหน่งจอหงวนไปแต่อายุของเขาก็ปาไปเกือบ 30 ปีแล้ว บางคนก็บอกแก่เซียวหลงว่าหากเขาไม่รีบร้อนเช่นนี้หากเขายอมอดทนรออีกสามปีห้าปี ตำแหน่งจอหงวนอย่างไรก็ต้องตกเป็ของเขา ไม่ต้องรอไต่เต้าตำแหน่งขุนนางเพิ่มอีก1 ขั้นเช่นตอนนี้ เพราะในขณะนี้เขาถือตำแหน่งขุนนางขั้น6 ในราชสำนัก ทำหน้าที่ในศาลปกครองเขตเมืองหลวง แม้ผู้คนจะไม่เข้าใจการตัดสินใจของเขานักแต่ก็นับได้ว่าเซียวหลงเป็ผู้ที่ประสบความสำเร็จั้แ่อายุน้อยอีกคนนับั้แ่ก่อตั้งแคว้นขึ้นมาเมื่อเกือบสองร้อยปีก่อน
“ อาจารย์ แฮ่กๆ ๆ “กู้เซียนเซียนที่ตอนนี้วิ่งทันอาจารย์ของนางแล้ว ปรี่เข้าไปจับแขนเสื้อของเซียวหลงอย่างรวดเร็ว
“เ้ายังเดินไหวอยู่ไหม “ เขาหันไปถามนางที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามนิสัยของเขา
กู้เซียนเซียนขยับมือเข้าไปกุมชายเสื้อเขาแน่นขึ้นก่อนพยักหน้าให้เขา ตอนนี้หน้าของนางแดงมาก เสียงหอบหายใจก็ดังราวกับวัว
ที่ไรผมด้านหน้าและด้านข้างดูยุ่งเล็กน้อยเพราะนางวิ่งฝ่าลมหนาวตามมา
พลันก็มีมือเย็นๆมาหยิบปอยผมที่ยุ่งเหยิงอยู่ข้างแก้มนางไปรวบไว้ที่ข้างหู ก่อนมือคู่นั้นจะดึงหมวกของเสื้อคลุมนางมาสวมและรวบกระชับเชือกที่ผูกเงื่อนที่คอของนางให้แน่นขึ้น
ตอนนี้นางสูงเท่าบ่าของเขาแล้วเวลาที่อาจารย์คุยกับนาง เขาไม่ต้องก้มตัวจนต่ำหรือนั่งคุกเข่าอีกต่อไปนี่เป็ความภูมิใจลึกๆของเซียนเซียน เพราะในที่สุดนางก็สูงทันเขา
แม้ในความเป็จริงระดับความสูงของนางในวันวาน เมื่อเทียบกับความสูงของเซียวหลงนั้น ยังคงห่างกันในระยะที่แทบจะเท่าเดิมเลยก็ตาม
“เ้ารอข้าที่นี่ “ เขาพานางมาหยุดยืนที่โขดหินแห่งหนึ่งตอนนี้หิมะยังไม่หนามาก แต่ก็เดินลื่นมาก ใจจริงนางเองก็อยากจะยืนรอตั้งนานแล้วการเดินตามอาจารย์นั้น เหนื่อยมากจริงๆ
นางจำโขดหินตรงนี้ได้ดีเป็ที่ๆนางกับอาจารย์พบกันครั้งแรกตอนที่หนีออกมาจากถ้ำโจรด้วยกัน
เหตุการณ์ในวันนั้นเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ตอนนี้นางไม่ได้หวาดกลัวเหมือนเช่นในอดีตอีกแม้จะย้อนกลับมายืนที่จุดเดิม เพราะวันนี้นางมีอาจารย์มาด้วย แม้อาจารย์จะไม่ได้มีรูปร่างกำยำสูงใหญ่เยี่ยงชายหนุ่มคนอื่นๆกลับกันเขาดูสูงโปร่งบอบบางเสียด้วยซ้ำแต่อาจารย์ของนางก็มีวรยุทธ์ที่ใช้ป้องกันตัวได้ นางเคยเห็นเขาล่าสัตว์อยู่บ่อยครั้งแม้จะแทบไม่เคยเห็นเขาต่อสู้ แต่นางคิดว่าการต่อสู้กับคนและการล่าสัตว์น่าจะไม่ต่างกันมาก อย่างน้อยก็ต้องว่องไวและออกแรงเหมือนกัน
รอไปไม่ถึงสองเค่อเซียวหลงก็กลับมาพร้อมปลาตัวอ้วนใหญ่สองตัวที่ขอดเกล็ดมาแล้ว
เพราะที่ด้านข้างมีลำธารที่น้ำกำลังจะจับตัวกลายเป็น้ำแข็งเขาเดินไปที่ริมลำธารเพื่อจับปลาด้วยธนู นี่อาจเป็วิธีที่แปลกประหลาดซักหน่อยแต่ก็ล่าปลาอ้วนๆในลำธารอย่างได้ผลเกินคาด ปกตินางไม่ชอบกินสัตว์ป่าโดยเฉพาะกระต่ายตาสีแดงหากเซียวหลงจะล่าพวกมัน เขามักทำให้มันตายก่อนที่จะนำมาให้กู้เซียนเซียนหรือเฝิงหรานทำอาหาร และเพื่อตัดปัญหา คำว่าล่าสัตว์ของพวกเขาจึงกลายเป็คำที่มีความหมายว่า ล่าปลาในลำธาร หรือล่าสัตว์ที่ตายไปแล้ว จนเป็ที่เข้าใจตรงกัน
กู้เซียนเซียนเองก็ก่อกองไฟไว้รอแล้ว แม้หน้าหนาวเช่นนี้ฟืนจะชื้นมาก แต่นางเลือกจากเศษไม้เก่าๆที่เคยใช้อยู่รอบก่อนแม้จะชื้นแต่ก็ไม่มากเทียบเท่ากิ่งไม้สดที่กระจัดกระจายอยู่ตามป่าตอนนี้
“ อาจารย์ มาๆ ข้าหิวแล้ว “ นางเร่งเซียวหลงให้รีบเดินมาที่กองไฟมือของนางยังอังอยู่ที่กองไฟเล็กๆที่นางจุดไว้
เขาเอากิ่งไม้มาปักสองข้างวางปลาไว้ระหว่างกลางสองตัว โดยมีเด็กสาวคอยหมุนปลาอยู่ไปมา
“ ขยับมานี่ “ เซียวหลงเอ่ยกับนาง
“ เอ้านี่ เอาไป “ นางขยับปลาไปทางเซียวหลงที่นั่งอยู่เยื้องไปด้านหน้านาง
เขามองตรงไปที่นางโดยไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เอื้อมมือไปเช็ดคราบเขม่าที่ติดอยู่บนแก้มของนางออกให้อย่างแ่เบา
“ อาจารย์ มือของท่านยังมีกลิ่นคาวอยู่เลย “นางพูดขึ้นแล้วหันจมูกไปทำท่าฟุดฟิดที่มือของเขา ก่อนที่จะโดนอาจารย์ดีดนิ้วใส่หน้าผากของนางเบาๆ
มันไม่ใช่กลิ่นคาวของปลาเขารู้แจ้งแก่ใจดี หากนางรู้ว่ามือคู่นี้ผ่านอะไรมาบ้าง บางทีนางอาจไม่มาอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้อีก เขาคิดในใจเงียบๆ
“ เ้าท่องอักษรทั้งสี่สิบคำเมื่อเช้านี้ให้ข้าฟังก่อน “ เขาหันไปถามนางที่กำลังพลิกปลาเล่นไปมาอยู่ ต้องบอกว่าพลิกปลาเล่นเพราะปลาที่นางย่างไม่เคยสุกพอดีกินเลยซักครั้ง ต้องรอให้นางเล่นจนพอใจเขาถึงจะมาย่างให้กินได้อีกรอบ
ตัวแรกคืออักษร…. นางท่องไปเรื่อยๆ ตามตัวอักษรที่เขาให้นางคัดเมื่อเช้า…..
ตอนนี้นางอ่านตำราได้คล่องแคล่วแล้วนอกจากตำราอักษร กับพิณแล้ว อาจารย์ของนางยังเชี่ยวชาญการวาดรูปและเดินหมากอีกด้วยนี่นางได้อาจารย์ที่เป็ทั่นฮวามาคอยชี้แนะเลยนะ ต้องทำบุญอีกที่ชาติถึงจะมีอาจารย์ที่ดีและเก่งกาจเยี่ยงนี้
ระหว่างที่นางท่องเซียวหลงก็แย่งปลาในมือของนางไป แล้วย่างต่อด้วยตัวเอง
จนปลาสุกและส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณเขาจึงไปหาใบไม้มารองและฉีกเนื้อปลาร้อนระอุให้นางกิน
ตลอดเวลาที่กินคงมีแต่กู้เซียนเซียนที่พูดคุยคอยเล่าเื่นู้นเื่นี้ให้เขาฟังอยู่ฝ่ายเดียวส่วนเขาจะกินและมองนางเล่าอยู่เงียบๆโดยไม่พูดจาเหมือนเช่นที่ผ่านมา มีเพียงตอบสนองคำถามแก่นางบ้างตามจังหวะที่นางเล่าไปเท่านั้น
“ อาจารย์ท่านทายสิ ว่าข้ากินอิ่มหรือยัง “นางถามเขายิ้มๆ
เขาไม่ได้ตอบคำถามนางแต่ยื่นปลาส่วนที่เขากินยังไม่หมดให้นาง
“ฮ่าๆๆ อาจารย์ข้ากินอิ่มแล้วปลาหนึ่งตัวเชียวนะ ท่านเห็นข้าเป็หมูหรือ “ นางหัวเราะลั่นและฉีกยิ้มจนตาหยี
เสียงหัวเราะใสปานกระดิ่งกลับทำให้เซียวหลงรู้สึกแปลกๆอยู่ในใจ แต่เป็สิ่งใดเขาก็บอกตัวเองไม่ถูกเช่นกัน