ตอนที่50.สละตำแหน่ง
ที่จวนเ้าเมือง เมืองอี้หนาน เมืองด่านของทวีปทางเหนือ ได้จัดเลี้ยงแสดงความยินดีให้ทีมแสงและเงา ที่สร้างคุณูปการณ์ใหญ่ ให้ทางกองทัพ ที่โต๊ะของเ้าเมือง มีเ้าเมือง แม่ทัพใหญ่ และทีมแสงเงา
“ผลงานทีมพวกเ้าครั้งนี้ดีมากจริงๆ ข้ากับท่านเ้าเมือง ยังปรึกษากันเื่คะแนนกองทัพอยู่เลย ว่าจะให้ยังไงดี” แม่ทัพใหญ่ดื่มไปคุยไปอย่างอารมณ์ดี
“ถึงข้าจะใช้เวลา่วันหยุดประดิษฐ์ของ แต่ก็มีบางส่วนที่ทำตอนไปสำรวจในเวลางานด้วย หวังว่าท่านแม่ทัพจะไม่ว่าอะไรนะครับ ข้าพอคิดอะไรได้ ก็จะลืมคิดเื่อื่นไปเลยน่ะขอรับ”
ฤทธาพยักหน้าให้ ซูคิมกับจิมมี่
“ก่อนอื่น นี่ของท่านเ้าเมืองกับท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ” ซูคิมยื่นกล่องแผนที่ให้องค์ชายใหญ่
ทางจิมมี่ก็ยื่นกล่องแผนที่ให้แม่ทัพใหญ่
“นี่มันเยี่ยมจริงๆ ได้สินค้ามาก่อนวางขาย เรียกสินบนได้มั้ยนะ” องค์ชายใหญ่แกล้งหยอกทีมแสงเงา
“ถ้าท่านแปลเจตนาเป็เช่นนั้น คราวหลังพวกข้าคงไม่กล้าให้อะไรอีกแล้วล่ะขอรับ”
ซูคิมกล่าวอย่างหน้าเจื่อนๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าแค่หยอกเล่นเท่านั้น อย่าได้จริงจังไป ข้าไม่อยากให้บรรยากาศมันเป็ทางการน่ะ อยากให้เป็กันเองมากกว่า” องค์ชายใหญ่รีบอธิบาย
“ถ้าเช่นนั้น หม่อมชั้น เอ้ย ! ข้าขอซัดเ้านี่ก่อนเลยนะครับ นั่งเกรงใจมานานแล้ว”
เรโซ่บอก พร้อมลุกไปหยิบขาหมูย่างอันใหญ่มากิน
ทุกคนเงียบกันไปสักพักก่อนพากันหัวเราะออกมา
“แต้มเ้าพอเลื่อนเป็นายพันได้แล้ว เ้ายังไม่เลื่อนเหรอฤทธา” แม่ทัพใหญ่ลงลู่ ถามฤทธา
“พวกข้าวางแผนกันว่า จะแยกกันเป็สี่กองร้อย ฝึกคนเ่าั้สักปี ค่อยให้ศิษย์พี่จิมมี่ขึ้นเป็นายพันน่ะขอรับ” ฤทธาบอกแม่ทัพใหญ่
“แล้วเ้าล่ะ” องค์ชายใหญ่ถามอย่างสงสัย
“ข้ายังมีอะไรที่อยากทำอีกน่ะขอรับ แล้วทีมข้า ใครเป็ก็เหมือนกัน เพราะทีมข้ามีใจเป็หนึ่งเดียวกันน่ะขอรับ อีกอย่างพี่จิมมี่ก็ถึงระดับเจ็ดแล้ว เป็แม่ทัพได้แล้วด้วยซ้ำ แต่พวกข้าไม่อยากโตเร็วไป เลยเลือกแบบนี้กันน่ะขอรับ หวังว่าจะเข้าใจ”
ฤทธาร่ายยาวถึงเหตุผล
“ระดับเจ็ดแล้วเหรอ เ้าอายุเท่าไหร่เนี่ยตอนนี้” แม่ทัพใหญ่หันไปถามจิมมี่
“สิบเก้าขอรับ” จิมมี่ตอบ
“ศักยภาพศิษย์สำนักใหญ่นี่ทรงอานุภาพจริงๆ” องค์ชายใหญ่อุทานออกมา
“รายงานๆ รายงานท่านแม่ทัพใหญ่ มีข่าวด่วนจากทวีปตะวันตก รอรายงานที่จวนท่านแม่ทัพครับ” ทหารวิ่งมารายงานสถานการณ์
พวกฤทธาแอบสบตากัน
“ข้าขอตัวไปดูก่อนนะ พวกท่านทานกันต่อเถอะ” แม่ทัพใหญ่ขอตัว
ฤทธาก็ชี้ให้ซูคิมดูอะไรบางอย่าง บนขื่อไม้และรอบห้อง
ซูคิมก็พิจารณาตามที่ฤทธาบอก
“มีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า” องค์ชายใหญ่ถามฤทธา
“อ่อ…พอดีข้ารู้สึกว่าค่ายกลที่จวนนี่น่าจะเสื่อมแล้วน่ะขอรับ เลยให้ศิษย์พี่ข้าลองตรวจดู เขาเชี่ยวชาญด้านนี้ เขาเป็ปรมาจารย์ค่ายกลระดับห้าน่ะขอรับ”
ฤทธาสบโอกาส
“ปรมาจารย์ค่ายกลระดับห้า พวกเ้านี่ทำให้ข้าใได้ไม่หยุดหย่อนเลยทีเดียว งั้นรบกวนท่านซูช่วยตรวจดูให้ข้าที เรือนนี่ก็ผ่านมาหลายรุ่นแล้ว คงถึงเวลาปรับเปลี่ยนบ้างแล้ว” องค์ชายใหญ่บอกซูคิม
“ขอรับ” ซูคิมรับคำสั่งเสร็จก็ลุกไปเดินดูรอบ ๆ
ทุกคนที่เหลือก็นั่งดื่มกินกันต่อ สักพักซูคิมก็เดินกลับมา
“เป็อย่างไรบ้างท่านซู” องค์ชายใหญ่สอบถามด้วยความสงสัย
“รอบจวนที่วางจานเวทไว้แปดจุด มีเสื่อมอยู่สามจุด หน้าห้องบรรทม…เอ่อ ห้องนอนเ้าเมืองมีหนึ่งจุด ขอรับ” ซูคิมรายงาน
“ท่านพอจะช่วยปรับปรุงมันได้หรือไม่ ถ้าได้พรุ่งนี้ก็เริ่มเลย”
องค์ชายใหญ่ถามความเห็น ทั้งที่จะสั่งเลยก็ได้
“ได้ขอรับพรุ่งนี้เช้าข้าจะมาขอรับ” ซูคิมรับคำสั่ง
“เอาล่ะคืนนี้ก็พอกันแค่นี้ แยกกันไปพักผ่อนเถอะ” องค์ชายใหญ่พูดเสร็จก็เดินออกไป
ทุกคนลุกขึ้นพร้อมคารวะส่งองค์ชายใหญ่
ณ.ห้องบรรทม หลังสรงน้ำเสร็จ องค์ชายใหญ่ก็ออกมาแต่งตัว
ก๊อก ๆ ๆ …เสียงเคาะที่หน้าประตู
“เข้ามา…”
ประตูเปิดออก องครักษ์สองคนเดินเข้ามา ทำท่าคารวะ
“ตรวจสอบแล้วเป็อย่างไร” องค์ชายใหญ่ถามองครักษ์คนหนึ่ง
“เป็อย่างที่ท่านซูรายงาน พ่ะย่ะค่ะ จุดที่บอกเป็จุดเสื่อมทั้งหมด” องครักษ์รายงาน
“เป็จริงสินะ ดี เ้าคอยจับตาดูการติดตั้งค่ายกลต่อไป แล้วข่าวทางตะวันตกล่ะ”
เขาหันไปถามองครักษ์อีกคน
“กำลังจะเกิดา ตรวจพบฝูงสัตว์อสูรหลายหมื่นตัว กำลังมาที่เมืองไป่หลง ทางนั้นส่งจดหมายมาขอ แม่ทัพโชโจ๋วไปเป็กำลังเสริม พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์อีกคนรายงาน
“ส่งพวกนี้มาคอยสอดแนมข้า ตอนนี้ขอให้กลับไปช่วยสินะ เอาล่ะพรุ่งนี้เป็ต้นไป พวกเ้าไปหาเสื้อผ้าธรรมดาใส่ แล้วเลิกใช้าาศัพท์ได้แล้ว” องค์ชายสั่งองครักษ์ทั้งสอง
องครักษ์คารวะ แล้วถอยออกจากห้องไป
เช้าวันต่อมาที่บ้านทีมแสงเงา
“ที่ข้าให้พวกท่านเลือกผู้ช่วย จากในสิบคนที่อยู่ระดับห้าในกองร้อยเรา พวกท่านเลือกได้หรือยัง” ฤทธาถามในโต๊ะอาหารเช้า
“ข้าเลือกหลิวเมิ่ง เขาเงียบขึมดี จากที่เฝ้าดูถือว่าไว้ใจได้” จิมมี่พูดก่อนคนแรก
“ข้าเลือกเกาเยี่ยน นิสัยใจคอใช้ได้ พอรู้เื่ค่ายกล” ซูคิมกล่าวต่อ
“ส่วนข้าเลือก หม่าเฟย ทำกับข้าวอร่อยน่ะ” เรโซ่บอกขณะกำลังใช้ตะเกียบโกยข้าวเข้าปาก
ทั้งสามคนวางชามข้าวแล้วมองมาที่เรโซ่
เรโซ่สังเกตเห็นทั้งสามคน ก็ลดชามข้าวลง แล้วไปคีบกับข้าว ก่อนจะพูดต่อ
“เขาพูดมาก รวดเร็ว สืบข่าวเก่ง รักพี่น้อง” เรโซ่กินต่ออย่างไม่สนใจ
“ข้าเลือกจางหู เขาดูภักดี และอารมณ์เยือกเย็นที่สุด” ฤทธาบอกทุกคน
หลังจากนั้นทหารระดับห้าทั้งสิบคนถูกเรียกมา
“พวกท่านทั้งสิบคน ั้แ่นี้ จะถูกตั้งเป็ทีมผู้ช่วยพวกข้า แต่ละคนจะมีหน้าที่แตกต่างกันไป แต่พวกท่านทั้งสิบคน คือทีมเดียวกัน”
ซูคิมบอกทหารทั้งสิบคน
“พี่หญิงซ่งหลานกับพี่หญิงเซี่ยเหลียน จะดูแลการเงิน และเสบียงอาหารของกองพันของเรา พวกท่านต้องเหนื่อยแน่ๆ”
จิมมี่บอกหญิงสาววัยกลางคนทั้งสองคน
“กองพัน!!”
ทั้งสิบคนอุทานพร้อมกัน
“ใช่ พี่หลิวมิ่ง พี่เกาเยี่ยน พี่หม่าเฟย พี่จางหู สี่คนนี้จะเป็คนมาบอกภารกิจที่พวกข้าทั้งสี่คนมอบให้ อาหรงจิ้นกับอาหลินห้าว ท่านสองคนอายุเยอะสุดในกองร้อยเรา ท่านสองคนจะเป็หัวหน้าครูฝึก หาครูฝึกจากกองร้อยเรามาฝึกทหาร แล้วคอยดูแลควบคุมก็พอ จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวเยอะๆ พี่ฟางเกากับพี่อู่เฉิน ท่านพี่ทั้งสองนี่หน้าที่สำคัญ ท่านทั้งสองเกิดและโตที่นี่ รู้จักคนมากมาย หาให้เจอว่า ในกองร้อยใครบ้างที่เป็สายลับ และเป็สายลับของใครบ้าง”
จิมมี่พูดจบหันมาทางเรโซ่
“ภารกิจแรกของทีมผู้ช่วยคือ แท๊นๆ … ฝึกสามกองร้อย ให้ได้มตารฐานเท่ากับ กองร้อยของเราตอนนี้ ในเวลาหกเดือน…เดือน เดือน.” เรโซ่ส่งเสียงสูงใน่ท้าย
จากนั้นที่เต็นท์กองร้อยแสงเงาทุกคนมารวมกันที่จุดรวมพล
“หลายเดือนมานี้พวกเราฝึก และทำภารกิจด้วยกันมากมาย จนขึ้นชื่อว่าเป็กองร้อยที่ดีที่สุดกองหนึ่ง อีกไม่นานพี่จิมมี่จะขึ้นเป็นายพัน กองร้อยเราจะกลายเป็กองพัน” ฤทธาผายมือให้ซูคิมต่อ
“แต่ก่อนหน้านั้น พวกข้าสามคน จิมมี่ เรโซ่และข้า จะฝึกกองร้อยอีกสามกอง”
ซุคิมพูดจบ เรโซ่ต่อทันที
“พวกท่านมีหน้าที่ ช่วยพวกข้าฝึกอีกสามกองร้อย ให้เข้าใจระบบที่พวกเราฝึกกันมา” เรโซ่หันไปทางจิมมี่
จิมมี่ชูกระดาษปึกนึงขึ้นมา
“นี่คือรายชื่อทั้งหมดของกองร้อยแสงเงา จากนี้ พวกท่านคือ กองร้อยแสงเงารุ่นแรก และพวกเรามีฐานลับที่เป็ของรุ่นหนึ่งที่ห้ามบอกใคร และจะไม่มีคนอื่นได้ใช้”
จิมมี่ชูกระดาษปึกนั้นอีกที
จากนั้นเสียงเฮดังลั่นไปทั่วจุดรวมพล
่เวลาสองเดือนหลังจากนั้น เป็่สภาวะา เป็่เฝ้าระวังระดับสูง ่ข่าวสาร และการช่วยเหลือสนับสนุน
ซูคิมพาคนไปติดตั้งค่ายกลที่จวนเ้าเมืองจนแล้วเสร็จ
าทวีปตะวันตกกินเวลาสิบเจ็ดวัน องค์ชายรองเ้าเมืองฝู่หลง ปกป้องเมือง ได้รับชัยชนะ ขับไล่พวกปีศาจและสัตว์อสูรไปได้ สร้างผลงานใหญ่หลวง หลังจากนั้นเป็การช่วยเหลือ ฟื้นฟูและซ่อมแซมอีกเดือนกว่าๆ มีคนเสียชีวิตและาเ็มากมาย หนึ่งในนั้นมีข่าวรองเ้าสำนักหานเย่ว รองเ้าสำนักเย่วจีาเ็สาหัส
พวกฤทธาก็เริ่มฝึกกองร้อยอีกสามกอง
ทีมผู้ช่วยทั้งสิบคนก็ทำงานกันอย่างหนัก
สามเดือนต่อมา…ทีมแสงเงาก็ถูกเรียกพบที่จวนเ้าเมือง
ณ.จวนเ้าเมือง
ในห้องรับแขกเห็นเ้าเมืองกับแม่ทัพใหญ่กำลังรออยู่
“มีจดหมายมาจากเมืองหลวง ความว่า หลังเทศกาลปีใหม่ ท่านไป๋ิเ้าสำนักเย่วจี จะสละตำแหน่ง แล้วแต่งตั้งรองเ้าสำนักเจี้ยนหรง ขึ้นเป็เ้าสำนัก ข้ากับท่านแม่ทัพใหญ่คุยกันจะครบปีแล้วที่พวกเ้ามา ่เทศกาลปีใหม่จะให้พวกเ้าหยุดหนึ่งสัปดาห์ เพื่อกลับไปหาครอบครัว และไปร่วมงานสละตำแหน่งของเ้าสำนักของพวกเ้า”
ท่านเ้าเมืองบอกเด็กหนุ่มทั้งสี่
ทั้งสี่คนมองหน้ากัน แล้วคารวะขอบคุณทั้งสอง
“ไปเตรียมตัวเถอะ ไปสั่งการสั่งงานให้เรียบร้อย พรุ่งนี้ข้าจะให้เรือเหาะไปส่งที่เมืองหลานฮวา”
แม่ทัพใหญ่บอกทั้งสี่คน
ทั้งสี่ออกจากจวนเ้าเมืองไป
จบตอน.