บทที่ 2 สอบสวน
ลู่หานเตรียมจะหยิบมือถือเพื่อโทรแจ้งตำรวจ แต่แล้วเขาก็พบว่านี้ไม่ใช่ห้องของตัวเอง มือถือที่เดิมวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนนั้นว่างเปล่า ทั้งห้องนี้มีเพียงเตียงนอนและหน้าต่างบานนึงเท่านั้น
“มิสเตอร์เออร์วิน ผมอยากให้คุณใจเย็นลงก่อน สถานที่ที่คุณอยู่ตอนนี้คือโรงพยาบาลครัวเรือนบนถนนม็อกซ์ ไม่ใช่บ้านของคุณแต่อย่างใด”
ลู่หานมึนงง ไม่ใช่เพราะจากอาการาเ็ที่ตกค้าง แต่เขาไม่เข้าใจที่ชายคนนี้พูดแม้แต่น้อย
นี่มันภาษาอะไรกัน… เยอรมัน หรือเป็ภาษาสเปน
นอร์ติช… หืม! ทำไมคำนี้ถึงปรากฏในหัวเขา
ทันใดนั้นลู่หานก็เข้าใจความหมายของคำพูดเมื่อครู่ขึ้นมา
ภาพของเหตุการณ์ที่ผ่านมาเริ่มกลับมาอีกครั้ง ทั้งเื่ราวของลู่หานและเออร์วิน ความทรงจำของทั้งสองคนตอนนี้รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์
ลู่หานเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น เ้าของร่างนี้ลุค·เออร์วินได้เสียชีวิตลงจากการโจมตีของตัวประหลาด ทำให้ิญญาของเขาถูกย้ายเข้ามาแทนที่ แม้จะไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ตอนนี้ที่เขาทำได้คือการแสดงเป็เ้าของร่างคนเก่าไปก่อน
“คุณเป็อะไรไหม” บุรุษคนนั้นกล่าวถามหลังเห็นเขานิ่งไป
ลู่หานส่ายหน้า เขาทราบความทรงจำแล้วว่านี่คือภาษานอร์ติชที่ชาวทวีปนี้ใช้กัน ทั้งการออกเสียง การฟัง และการพูด เขาสามารถทำมันได้ทั้งหมดราวกับเป็ความสามารถของตัวเอง
“ขอโทษครับ ผมแค่รู้สึกสับสนเล็กน้อย”
ลู่หานกลัวว่าคนอื่นจะพบพิรุธ เขาจึงลอกสำเนียงการพูดจากความทรงจำของร่างเก่ามาทั้งหมด
“หากคุณไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ขอแนะนำตัวหน่อยนะครับ ผมรีมัส·อาเบกัสเป็ตำรวจที่ได้รับหน้าที่ให้มาสอบสวนคุณครับ” เมื่อพูดจบเขาก็ถอดหมวกออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์ ดวงตาสีฟ้าและเส้นผมสีบลอนด์ทองของเขานั้นดูดีพอจะทำให้ผู้หญิงหลายคนหวั่นไหว ดูจากหน้าตาแล้วชายหนุ่มคนนี้คงจะมีอายุเพียงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น
“สอบสวน” ลู่หานทวนคำ
“ถึงจะเรียกว่าสอบสวน แต่คุณแค่เล่าเหตุการณ์ในคืนที่พบกับฆาตกรต่อเนื่องให้ผมฟังก็พอครับ”
นายตำรวจรีมัสกล่าวอย่างเรียบง่าย พร้อมหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเตรียมจดรายละเอียดการสอบสวน
“ฆาตกรต่อเนื่อง” ลู่หานทวนคำ
“คนที่คุณเจอเป็จอมโหดที่สังหารคนมาแล้วถึงเจ็ดรายภายใน่เดือนนี้ ดูเหมือนคุณจะโชคดีมากที่รอดมาได้”
ลู่หานเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นกับคำพูดที่มันทิ้งเอาไว้ ก็สั่นกลัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
“หากมีรายละเอียดชัดเจน พวกคุณจะสามารถจับตัวมันได้ใช่ไหมครับ”
รีมัสแปลกใจกับคำพูดนี้ แต่เขาก็ยังพยักหน้าออกมา
การสอบสวนเริ่มต้นขึ้น ลู่หานมีหน้าที่แค่ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น
“ชื่อ”
“ลุค·เออร์วิน”
“ที่อยู่”
“ห้องเช่าชั้นสามของอาคารหมายเลข 114 ย่านท่าเรือ”
“อาชีพ”
“ตำรวจประจำเมืองไอเวอร์เรน”
“คุณปะทะกับฆาตกรได้อย่างไร”
“ผมพบมันระหว่างเดินตรวจตรายามดึก”
“เราพบปืนพร้อมปลอกะุตกอยู่ คุณทำอะไรกับมัน”
“ผมยิงมันออกไปเพื่อป้องกันตัว”
“คุณ...ยิงโดนไหม”
ลู่หานชะงัก
นี่มันคำถามอะไรกัน!
“แน่นอน ผมยิงไปโดนส่วนใบหน้าและท้องของมัน”
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่หาน มือที่กำลังจดบันทึกของรีมัสก็หยุดลง เขาเงยหน้าจากสมุดบันทึกขึ้นมามองพร้อมขมวดคิ้ว
“คุณ..ยิงโดนจุดสำคัญถึงสองแห่ง แต่ฆาตกรยังหลบหนีไปได้”
ลู่หานััได้ถึงน้ำเสียงที่เคลือบแคลงจากนายตำรวจรีมัสคนนี้
นี่นายสงสัยอะไร!
เชื่อไหมว่าต่อให้ฉันยิงโดนมันอีกเป็สิบนัด มันก็ไม่ตาย!
“เอาละ คุณบอกหน้าตาหรือจุดสังเกตของฆาตกรได้ไหม”
คำถามนี้ทำลู่หานหยุดคิดเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่าควรจะบอกลักษณะของเ้าตัวประหลาดนั้นไปตามจริงดีไหม แต่เมื่อเขาลองค้นความทรงจำของลุค·เออร์วินก็ปรากฏว่าไม่มีเื่ราวของตัวประหลาดพวกนี้แม้แต่น้อย เขาจึงสรุปได้ว่าโลกนี้ไม่ได้รับรู้ถึงตัวตนของพวกมัน
“ผมเห็นหน้าของมันไม่ชัด รู้แค่ว่ามันสูงกว่าผมเล็กน้อย ทั้งยังแข็งแรงและว่องไวมาก”
ลู่หานตัดสินใจโกหกออกไป
นายตำรวจรีมัสจ้องลู่หานด้วยแววตาสงสัย แม้ข้อมูลที่ได้มาจะถูกต้อง แต่สัญชาตญาณของเขาที่ผ่านการสอบสวนคนร้ายมามากมาย กลับรู้สึกได้ว่าบุคคลตรงหน้ากำลังปิดบังบางอย่างอยู่
ลู่หานไม่หลบสายตา เขาไม่อยากให้นายตำรวจคนนี้พบพิรุธ
หลังจากจ้องตากันสักพัก เมื่อไม่พบพิรุธอะไร นายตำรวจรีมัสก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะขอตัวลากลับไปที่สถานี ปล่อยให้ลู่หานพักผ่อนในห้องตามลำพัง เขาทิ้งท้ายไว้ว่าค่ารักษาถูกจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว หากลู่หาน้าก็สามารถพักอยู่ที่นี่ได้อีกสองสามวัน
ห้องเล็กๆกับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
ลู่หานมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเรียบเรียงความคิดที่อยู่ในหัวตัวเอง
ความทรงจำของเขากับเ้าของร่างนี้เป็หนึ่งเดียวกันแล้ว ราวกับเขาได้เติบโตมาจากที่แห่งนี้เช่นกัน หลากหลายอารมณ์ที่เ้าของร่างคนเก่ามีกลับส่งผลถึงตัวเขาเองด้วย
อยากกลับบ้าน
ความรู้สึกนี้ปรากฏเข้ามาในความคิดเขา
น่าแปลกที่มันไม่ได้หมายถึงบ้านเกิดเขาที่ประเทศจีน
แต่เป็ห้องเช่าเล็กๆที่มีแม่ พี่ชายและน้องสาวของเขารออยู่ แม้จะคับแคบและอัตคัดไปบ้าง แต่กลับััได้ถึงความอบอุ่นและรอยยิ้มของครอบครัว
นี่มันอะไรกัน? ลู่หานสับสน
เขาไม่ได้มีความผูกผันกับครอบครัวของเ้าของร่างนี้แม้แต่น้อย แต่ทำไมมีความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นมาได้
แม้จะยังสับสนอยู่บ้างแต่ลู่หานก็เลือกทำตามความรู้สึกนั้น เขาเก็บของที่มีอยู่แล้วออกจากโรงพยาบาลในทันที คุณหมอบอกว่าเขาเสียเืไปมากทำให้หมดสติไปถึงสามวัน ระหว่างนั้นดูเหมือนว่าาแของเขาจะฟื้นตัวขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว
ถนนม็อกซ์ที่เขาอยู่ตอนนี้ห่างจากท่าเรือประมาณเจ็ดถึงแปดไมล์ หากจะกลับบ้านตอนนี้มีสองทางคือเดินกับรถม้าสาธารณะ ทั้งตัวเขาตอนนี้มีเพียงชุดตำรวจที่เปื้อนเืที่อยู่ในกระเป๋าเท่านั้น เขาจึงต้องกัดฟันเดินในสภาพร่างกายแบบนี้
ลู่หานเดินผ่านร้านค้ามากมาย มันมีทั้งร้านขายผักที่เต็มไปด้วยผู้คน ร้านที่ทั่วทั้งร้านมีแต่รองเท้าวางอยู่ ร้านสูทหรูหราที่เพียงประตูร้านและลูกบิดก็ทำให้คนทั่วไปไม่กล้าเข้า ดูแล้วถนนแห่งนี้จะคึกคักไม่น้อยเลยทีเดียว
เดินไปได้ยี่สิบนาที ขาทั้งสองข้างของลู่หานก็ต้องหยุดลง
เดินต่อไปไม่ไหวแล้ว!
เขาลืมไปว่าตัวเองเพิ่งจะฟื้นไข้มาไม่ถึงชั่วโมงดีนัก อีกทั้งสามวันที่หมดสติอยู่นั้นก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย
ลู่หานเริ่มที่จะหน้ามืด มือข้างนึงพยายามคว้าจับกำแพงเพื่อประคองไว้ไม่ให้ล้มลง ในขณะที่เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดสติไปอีกครั้ง ก็มีรถม้าคันนึงมาปรากฏด้านหน้าเขา ตัวม้านั้นมีสีขาวตัดกับตู้โดยสารสีดำที่ดูหรูหรา ด้านหลังตู้โดยสารยังมีคนคุมม้าอยู่คนนึง
“ขึ้นมาสิ”
ประตูรถม้าสีดำถูกเปิดออก พร้อมคำเชื้อเชิญจากคนที่เขารู้จัก
เ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นายตำรวจที่เพิ่งจะสอบปากคำลู่หานไปเมื่อสักครู่
รีมัส·อาเบกัส
“หรือผมเข้าใจผิดไป บางทีคุณแค่อยากจะนอนกลิ้งเล่นบนพื้นถนนแห่งนี้สินะ”
เขาพูดมาอีกประโยคหนึ่งหลังจากเห็นคนตรงหน้ายังคงนิ่งค้างอยู่
ลู่หานรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยังลากสังขารตัวเองขึ้นไปบนตู้โดยสาร เมื่อได้นั่งบนเบาะโดยสารที่นิ่มสบายแล้ว เขาก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย
“ขอบคุณ”
แม้ลู่หานจะไม่พอใจนัก แต่คนตรงหน้าก็ช่วยเขาไว้จริงๆ
“ไม่เป็ไร” คู่สนทนาตอบกลับอย่างเฉยเมย
“ผมไม่มีเงินให้คุณนะ”
“ผมรู้...ตอนผมค้นเสื้อผ้าคุณ มันไม่มีแม้แต่เพนนีเดียว”
“คุณมีสิทธิอะไรมาค้นเสื้อผ้าผม!” ลู่หานเคืองเล็กน้อย
“ผมทำตามหน้าที่” อีกฝ่ายยังรักษาความสงบอย่างเช่นเคย เขาหันไปบอกกับคนขับรถม้าด้านหลัง “ไปท่าเรือ อาคารหมายเลข114”
เมื่อคนขับรถม้าได้ยิน เขาก็บังคับม้าให้ขยับตัวไปด้านหน้า จากระยะทางแล้วไม่เกินยี่สิบนาทีคงไปถึงจุดหมาย
ลู่หานที่อยู่บนรถม้าวางตัวไม่ถูก อีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้จักเขามากกว่าตัวเขาเองเสียอีก
“ทำไมถึงช่วยฉันละ”
ลู่หานทนความเงียบไม่ไหวจึงถามขึ้น
“ทางผ่านน่ะ” รีมัสตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปสนใจทิวทัศน์ด้านนอก
ได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ลู่หานก็โยนความคิดที่จะสนทนากับเขาไป
คิดว่าฉันอยากคุยกับนายนักหรือไง! น่าโมโหชะมัด!
หลังจากรถมาวิ่งมาสี่สิบนาที มันก็มาหยุดลงบริเวณอาคารที่เรียงเชื่อมกันเป็แนวยาว พวกนี้คือห้องเช่าสำหรับคนงานในย่านนี้ แม้จะพื้นที่น้อยและสกปรกแต่ราคาก็ถูกไม่น้อยเลยทีเดียว
ค่าเช่าหกชิลลิงต่อสัปดาห์สำหรับที่พักอาศัยแทบท่าเรือนับว่าหาได้ค่อนข้างยาก แต่ก็แลกมาด้วยความสกปรกและกลิ่นคาวปลาในละแวกนี้
ลู่หานลงจากรถม้าพร้อมพยักหน้าขอบคุณเป็ครั้งสุดท้าย ทันทีที่ประตูปิดลง ตัวรถก็เคลื่อนออกไปในทันที ั้แ่ต้นจนจบเขาก็ไม่ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายอีกเลยแม้แต่น้อย
“พี่! นี่พี่หายไปไหนมาตั้งหลายวัน!”
เสียงหวานใสของเด็กสาวดังขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้ลู่หานสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางเ้าของเสียง
ปรากฏสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนนึง เธอมีผมสีส้มพร้อมดวงตาสีน้าตาล ดูแล้วคงมีอายุประมาณสิบสี่ปี
เมื่อลู่หานเห็นหน้าเธอ เขาก็รู้ทันที่ว่าเด็กคนนี้คือใคร
ลีแอนน่า·เออร์วิน
น้องสาวของเขาในชีวิตนี้นี่เอง!