ของฝากจากดาวมูซาซ่า
เพวิสที่นั่งไขว่ห้างเท้าคางอยู่ในห้องทำงานใช้สายตามองไปข้างนอกอย่างไร้จุดโฟกัสที่แน่นอนไม่รู้ทำไมช่วงนี้เขาถึงได้รู้สึกหงุดหงิดบ่อยๆ
เป็นเพราะงานเยอะจนไม่ได้พักหรือเปล่า?แต่มันก็ไม่ได้แน่นจนไม่ได้มีเวลาพักผ่อนเสียหน่อยตารางชีวิตของเขาออกจะถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบสวยงามสมดุลทั้งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อน
หรือจะเป็นเพราะธุรกิจมีปัญหา?งานไหนๆ ก็มีปัญหาอยู่แล้ว จะเรื่องเล็กหรือใหญ่เรามีหน้าที่เข้าไปแก้ไขอยู่แล้วล่ะ
แล้วมันเป็นเรื่องอะไรกันล่ะที่ทำให้เขาเอาเวลาว่างที่มีน้อยนิด จากที่จะเอาไปใช้เวลาอยู่กับครอบครัวแต่เขาต้องมาอารมณ์ไม่ค่อยดีอยู่แบบนี้น่ะ?
หรือจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน...
ตือดึ่ง ข้อความจากคุณซึงจิน
ระหว่างที่นั่งอยู่เงียบๆคนเดียว เสียงข้อความจากคนที่สนิทก็ดังเข้ามาทำลายความเงียบลงทันทีเพวิสจำต้องสั่งให้คอนโทรลแบรนด์เปิดหน้าจอขึ้นมาให้เขาอ่านข้อความจากซึงจินลูกพี่ลูกน้องฝั่งแม่ที่ตอนนี้เป็นผู้จัดการของเขา ซึ่งมีหน้าที่จัดงานแล้วก็จัดเวลาให้เขาอย่างเหมาะสมในส่วนการเป็นนักร้องแล้วก็ผู้บริหาร ซึ่งงานบริหารเขาก็จะมีเลขาอีกต่างหาก
[ซึงจิน: ดูเหมือนว่าช่วงนี้พี่ออสตินจะฮอตจนน้ำแข็งในดาวร้างละลายไปหมดแล้วนะเนี่ย*แนบรูป*]
รูปที่ซึงจินส่งมาในรูปคล้ายภาพแนบถ่ายในระยะไกลปรากฏออสตินกับผู้หญิงสักคนที่เดินอยู่ด้วยกันในห้างไหนสักแห่งหนึ่ง
“สงสัยไม่ชอบงานผู้จัดการแล้วไหมเจ้าเด็กนี่”เพวิสดูภาพนั้นนิ่งๆ ก่อนจะส่งข้อความกลับไปด้วยอารมณ์ไม่ดีที่เป็นทุกเดิมอยู่แล้ว
[อยากลาออกไปเป็นปาปารัสซี่เหรอ? :เพวิส]
[จัดให้ได้นะ :เพวิส]
[ซึงจิน: ม้ายยยยผมแค่ส่งความเคลื่อนไหวของหนึ่งในผู้ถือหุ้นมาให้ท่านประธานดูเท่านั้นครับ]
[ซึงจิน: ผมหวังดีนะเนี่ย]
ซึงจินรีบส่งข้อความมาประจบพี่ชายทันทีที่เจอข้อความข่มขู่จากเพวิสกลับไปคุยกันอยู่พักหนึ่ง เพวิสก็เลิกสนใจแล้วก็สั่งให้คอนโทรลแบรนด์ปิดหน้าจอโฮโลแกรมลงซะเขาขี้เกียจคุยเล่นกันเจ้าน้องชายคนนี้แล้ว สู้น้องชายอีกคนก็ไม่ได้ทั้งเอาการเอางาน แล้วก็คุยรู้เรื่องกว่าเป็นไหนๆ นั่นก็คือกันต์นั่นเองตอนนี้บริษัท The World Entertainment ของเขากำลังสร้างตึกแห่งใหม่จากกำไรที่สร้างตลอดระยะเวลา 4 ปีตอนนี้มีเงินเหลือให้สร้างตึกที่ดูดี ทันสมัย แล้วก็เป็นเอกลักษณ์แล้ว และเขาก็ให้กันต์มาช่วยดูแลงานนี้ด้วยน้องชายของเขาคนนี้นับได้ว่าตั้งแต่จบมา เขาก็เข้าร่วมงานกับบริษัทชั้นนำได้เลยเพวิสเลยไว้ใจน้องชายคนนี้อยู่ไม่น้อยเลย
แต่พอคุยกับกันต์จบในเรื่องความคืบหน้าของงานจบเขาก็กลับมาอารมณ์ไม่ดีอีกครั้งหนึ่ง เรียกเปิดรูปที่ซึงจินส่งให้มาเมื่อกี้อีกรอบอย่างสงสัยแล้วก็ปิดลง เพราะเขาให้เหตุผลว่ามันไร้สาระ
“ไม่เห็นอยากดูเลย เฮ่อะ!” สองแขนกอดอกแน่น ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจ ทำไมเขารู้สึกตัวว่าทำตัวงี่เง่ายังไงก็ไม่รู้มาดูรูปที่ออสตินไปเดินกับใครนี่นะ? ไร้สาระเอามากๆ
“ไม่สนใจแล้ว อยากทำอะไรก็ทำเลยชีวิตของเขานี่!”
“นี่คุณผมไปดาวมูซาซ่ามาซื้อของมาฝากด้วยนะ ดาวนี้ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้อย่างมะเฟืองฟ้ามากๆคุณต้องได้ลองชิมดู” หลังจากที่ซึงจินส่งรูปของออสตินกับสาวที่ไหนสักคนให้เพวิสดูแค่ไม่กี่วันในเวลาต่อมา(หลังจากที่กลับจากดาวที่ปรากฏในภาพนั่นแหละ)ออสตินก็มาหาเพวิสที่บ้านพร้อมกับผลไม้อีกกล่องใหญ่
ออสตินไปดูงานของที่บ้านธุรกิจของเขากระจายอยู่หลายดวงดาว เวลาไปเยือนดาวนั้นๆ เขาก็จะได้ของดีของฝากจากดาวนั้นมาด้วยอย่างเช่นวันนี้ที่ได้มะเฟืองฟ้ามา ผลของมันมีห้าแฉก สีฟ้าเหมือนชื่อรสชาติเปรี้ยวอมหวาน กลิ่นเป็นเอกลักษณ์แล้วก็มีรสสัมผัสกรุบกรอบไม่ต่างจากวุ้นกรอบเลยทีเดียว
มะเฟืองฟ้าถือได้ว่าเป็นพืชเฉพาะถิ่นมันเกิดเฉพาะในดาวมูซาซ่า และเพียงในบางพื้นที่ของดาวเท่านั้น ราคาถือได้ว่าสูงมากพอๆ กับประโยชน์และความหายากของมันนั่นเอง ตอนที่ออสตินไปเป็นช่วงที่มันออกผลพอดีเขาเลยตบตีแย่งชิงมาได้นิดหน่อย ก็เลยเอามาฝากบ้านของเพวิสนั่นเอง
“ขอบคุณครับ แต่คุณไม่ต้องลำบากเอามาก็ได้”เพวิสว่าออกไปอย่างเกรงใจ แต่ก็ติดไปด้วยน้ำเสียงคุกรุ่นอยู่หน่อยๆ
“ไม่เป็นไรหรอกอยากให้คนที่บ้านคุณได้ลองน่ะ นี่ทำความสะอาดมาแล้วนะ ชิมดูได้เลย”
“เอาไว้ก่อนดีกว่าครับ ผมยังไม่หิว”เพวิสไม่ได้สนใจผลไม้นี้แต่อย่างใด เขาวางมันไว้ด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจเล่นเอาคนที่เลือกมากับมือเสียใจอยู่หน่อยๆ เลยทีเดียว
วันนี้เพวิสมีเวลาอยู่บ้านหนึ่งวันก่อนที่วันพรุ่งนี้เขาต้องเดินทางไปยังต่างดาวเพื่อที่จะเข้าร่วมงานคอนเสิร์ตระดับดวงดาวที่กำลังจัดขึ้นในช่วงนี้
“อา งั้นก็ไม่เป็นไร ว่าแต่รอบนี้คุณไม่อยู่ตั้งหลายวันผมต้องคิดถึงคุณแน่ๆ เลย” ออสตินเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันทีพร้อมกับสีหน้าที่กลับมายิ้มแย้มดังเดิม ถึงแม้ว่าอีกคนจะไม่ค่อยจอยตามเขาก็ตามทีออสตินมองไปยังนอกระเบียงด้านข้างที่เป็นสวนของบ้าน บรรยากาศก็ออกจะดีทำไมอีกคนทำหน้าบึ้งจังนะ
หรือว่าผิดที่ตัวเขา?
“คุณคงไม่มีเวลามาคิดถึงผมหรอกมั้ง”
“ทำไมล่ะ?นี่ผมก็กำลังจัดเวลาว่างไปหาคุณเลยนะเนี่ย” ออสตินเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจทันที
“ก็...คุณก็คงเอาเวลาไปเดินเที่ยวเล่นกับสาวนั่นไงล่ะ”เพวิสที่นั่งกอดอกก่อนจะจ้องมองอีกคนอย่างเอาเรื่อง เฮ่อะ!ทำมาเป็นนึกถึงเรา แต่ก่อนหน้านี้ ไปเที่ยวกันสนุกเลยน่ะสิ
ไอ้เจ้ามะเฟืองสีฟ้านั่น...ก็คงไปเลือกมาด้วยกันสินะ
“อะไรกันคุณ สาวที่ไหน?”ออสตินถามออกมาอย่างงงๆ ทันที อีกคนไปได้ข่าวมาจากไหนอีก? มั่วแล้ว!!
“ไม่มีอะไรหรอก” เพวิสไม่ตอบแถมยังหันหน้าหนีอย่างไม่สนใจทันทีจะให้คนเขารู้ได้ยังไงว่าเขาทำตัวเหมือนติดตามตัวอีกคนอยู่ ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วเป็นซึงจินส่งรูปมาให้ดูก็ตามที
“อ้าว บอกให้จบสิคุณผมจะได้บอกถูกว่าไปไหนมา คุณจะได้ไม่เข้าใจผิดไง” ออสตินไม่ยอมเช่นกันนี่ก็ไม่ให้เขาได้เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตัวเองเลย
เพวิสมองหน้าอีกฝ่ายชั่วครู่ก่อนจะหันหน้าหนีตามเดิม ตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำตัวแปลกๆ ไปเหมือนกันไม่ชอบตัวเองเลยที่ทำท่าทางแบบนี้ออกมา
เอาเป็นว่าในเมื่อเขายังไม่ชอบที่ตัวเองทำแบบนี้เลย เขาก็จะไม่ทำตัวแบบนี้ต่อก็แล้วกัน...ไม่ใช่ว่าเข้าใจอีกฝ่ายแล้วหรอกนะ
“พอดีว่ามีคนส่งรูปมาน่ะ?งั้นคุณก็อธิบายมาสิ” ถามอีกฝ่ายออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนกับว่าเป็นเรื่องเล่าทั่วๆไปที่เผอิญว่าได้ยินมา เพวิสถือได้ว่าเป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้นำแล้วเขาสามารถควบคุมการอาการที่แสดงออกมาได้ดีพอสมควร
“รูป?” ออสตินทำหน้าสงสัยเพวิสเลยคลายความสงสัยให้โดยการเปิดรูปนั่นขึ้นมาให้เขาได้ดูกันไปจะจะเลย
“อ๋อ...” ออสตินผู้ที่เห็นว่ามีหน้าตัวเองอยู่ในรูปนั้นด้วยพยักหน้าเข้าใจทันทีพอจะรู้ว่าอีกคนมีอารมณ์ฉุนเฉียวกับเขาเพราะอะไร ร่างสูงยิ้มออกมาทันทีเมื่อเข้าใจอะไรๆแล้ว
“อ๋ออะไรคุณ แล้วยิ้มอะไรอยากจะพูดอะไรก็พูดสิ ผมต้องไปพักผ่อนก่อนออกเดินทางนะ” เพวิสเร่งออกมา
“คือว่าเรื่องมันเป็นแบบนี้...”
“อร่อยมากเลยครับพี่ออสติน”มะเฟืองฟ้าที่ว่า คนแรกที่ได้ลิ้มรสความอร่อยของมันก็คือเพเนียสนั่นเอง เพเนียสกลับมาจากนัดกับเพื่อนๆของเขา มาเจอเข้ากับกล่องของฝากจากดาวห่างไกลเข้าพอดีได้ออสตินผู้นำมาแนะนำอีกหลายคำเขาก็ไม่รอช้าที่จะรีบส่งมันเข้าปากเพื่อชิมดูทันทีว่ามันจะสมกับที่ถูกออสตินนำเสนอย่างตั้งใจไหม
“ใช่ไหมล่ะ คราวหลังถ้าพี่ไปเยือนดาวมูซาซ่าอีกไว้จะซื้อมาฝากอีกนะ” ได้เห็นคนกินมีความสุข ออสตินก็ยิ้มกว้างเช่นกันเขาชื่นชอบเพเนียสในฐานะสตรีมเมอร์แล้วก็คนทำอาหารมากๆแล้วพอได้มารู้จักเป็นการส่วนตัว ก็ชื่นชอบและเอ็นดูเพเนียสในฐานะน้องชายคนหนึ่งเพเนียสดูเป็นเด็กดี ว่าง่าย ส่วนใหญ่ผู้ใหญ่ก็จะชื่นชอบอยู่แล้ว
“อื้อ ไม่ลำบากพี่ออสตินหรอกครับอีกอย่างมันแพงมากเลยไม่ใช่เหรอครับ?” ใช่ มะเฟืองฟ้าราคาไม่ใช่ถูกๆ เลยแม้แต่แบบสดๆ ที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูปใดๆ ราคาผลหน้าสวนก็ยังแพงมากแต่ถึงอย่างนั้นด้วยความมีน้อยและความต้องการที่สูงมันเลยคงความมีค่าในตัวมันเองได้ดีทีเดียว
“ไม่แพงเท่าไหร่หรอกแต่ที่ยากก็คือการสั่งจองต่างหาก หรือถ้าไปซื้อเองก็กว่าจะได้นะ”ออสตินเล่าประสบการณ์ไปซื้อไอ้เจ้าผลไม้ชนิดนี้ให้เพเนียสที่ตั้งใจฟังเป็นฉากๆเพราะทางสวนเขาจะแบ่งสัดส่วนให้จองแล้วก็ไปซื้อเองหน้าสวนอยู่แล้วเพราะฉะนั้นจำนวนคนที่ไปซื้อ ก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย
“ฟังดูน่าสนุกนะครับแต่ถ้าไปแล้วซื้อไม่ทันก็คงเสียเที่ยวแย่เลย” ดาวมูซาซ่าห่างจากดาวทอลูมาก หากเดินทางโดยยานบินทั่วไปก็คงใช้เวลาอยู่ประมาณสองวันครึ่งได้และดาวมูซาซ่าก็มีขนาดที่เล็กมาก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรที่มีคุณค่า
“เอาไว้ไปเที่ยวเฉยๆ ก็ได้ไม่เสียเที่ยวหรอก” ออสตินบอกอย่างยิ้มๆ
“ได้ครับ ไว้ผมจะชวนพี่คีฟไปด้วยนะครับ”
“ได้สิ เดี๋ยวพี่นำเที่ยวให้เอง” ออสตินรับปากน้องชายคนนี้อย่างจริงใจเขาเคยไปดาวนี้มาแล้วสองสามครั้ง รู้จักที่เที่ยวบ้างนิดหน่อย
“ว่าแต่พี่เพวิสไม่ลองกินหน่อยเหรอครับอร่อยมากเลยนะ” เพเนียสอดถามพี่ชายออกมาไม่ได้ รสชาติเปรี้ยวหวานและมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ไหนจะรสสัมผัสที่หาไม่ค่อยได้ในผลไม้ทั่วไปนี่อีกเขาชอบมากๆ เลย ถ้าหากไม่ใช่ว่ามันเกิดเฉพาะในดาวมูซาซ่านะเขาคงต้องลองเอามันมาปลูกที่บ้านดูแล้วล่ะ
“อืม เดี๋ยวพี่กินพร้อมพ่อกับแม่ เรากินไปก่อนเลย”เพวิสหลังจากที่เงียบฟังออสตินกับน้องชายสนทนานกับอยู่พักใหญ่ก็ได้โอกาสเอ่ยออกมาบ้างที่เขาเงียบไม่ใช่ว่ายังอารมณ์ไม่ดีอยู่แต่อย่างใด...
หากแต่เป็นเพราะว่าเพวิสกำลังรู้สึกหน้าแตกต่างหากหลังจากได้ยินคำอธิบายจากออสตินมาแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนงี่เง่าที่ไม่ฟังความให้แน่ชัดก่อนไปเสียอย่างนั้นตอนรู้ความจริงที่ออสตินเล่าออกมา เขาอยากเอาหน้ามุดโซฟาหนีเอามากๆ
สรุปแล้วหญิงสาวที่ปรากฏในภาพตามที่ซึงจินส่งมาให้เขาดูนั้นเธอเป็นทั้งดาราแล้วก็ลูกสาวของคู่ค้าที่ออสตินต้องเดินทางไปดูงานที่นั่นเมื่อเขาไปที่ดาวมูซาซ่าเธอเลยรับหน้าที่ในการต้อนรับเขาอย่างดี แต่รวมๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรหรืออาจจะมี... ก็คงมีแต่ฝ่ายหญิงคิดไปคนเดียวนั่นแหละ