ตลอดสองข้างทางรายล้อมด้วยบุปผาบานนานาพรรณด้านหน้าเห็นริ้วหุบเขาน้อยใหญ่บาง ๆ เพราะถูกกลุ่มหมอกพิษกำบัง ไม่ไกลจากระยะสายตากลุ่มคนพลุกพล่านซื้อขายแลกเปลี่ยนกันอย่างครึกครื้น
“พี่ชายสุดหล่อบอกว่าเทียนตงเพิ่งผ่านการเข่นฆ่าทุกคนไม่ได้ดูน่าสงสารอย่างที่คิด”
เซ่าเวยเกาซอกคอด้วยความสงสัยนางคิดว่าเทียนตงที่พี่ชายสุดหล่อพูดถึงจะมีแต่ความเศร้าโศกเสียใจซะอีกแต่สิ่งที่ตาเนื้อกำลังมองเห็นอยู่ในตอนนี้ดีมากทีเดียว
เจียงฉีหนิงที่นำขบวนอยู่ด้านหน้า เหลียวหลังมองรถม้าเป็ระยะบัดนี้เขาพบว่าเซ่าเวยโผล่หัวออกจากบานหน้าต่างอย่างเปิดเผยแววตาของนางจ้องมองชายคาหลังนั้นคล้าย้าอะไรบางอย่าง
หากนั่นเป็ร้านอาภรณ์ เครื่องประดับหรือแม้แต่แผงอาหาร เจียงฉีหนิงจะไม่สงสัยในความ้าของนางเลยสักนิด แต่สิ่งที่นางหมายตาอยู่นั้น...เป็แค่ร้านเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ที่ไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่าไหร่
เจียงฉีหนิงกังวลว่าหากเซ่าเวยผ่านประตูเหล็กบานนั้นไปแล้วนางจะไม่มีวันได้เพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านี้อีกคิดได้เพียงเท่านี้เขาก็สั่งให้ขบวนรถม้าหยุด จากนั้นก็บังคับอาชามายืนอยู่ข้างเกี้ยวถามไถ่ด้วยความใส่ใจว่า
“ฮูหยินน้อย้าสิ่งใดหรือขอรับ”
หญิงสาวเผยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินน้ำเสียงนุ่มนวลของพี่ชายสุดหล่อนางรีบลงจากกระโจมรถม้าแล้วตรงไปยังชายคาที่ทำจากไม้ไผ่สานคล้ายแผงลอย นิ้วเล็ก ๆของนางจิ้มไปที่กองเมล็ดพันธุ์สองสามชนิด นั่นคือส่วนที่ราคาถูกที่สุดในร้าน
“สามเหวินขอรับนายหญิง”
เ้าของร้านไม่สนใจภาพลักษณ์ภายนอกของเซ่าเวย
ขอเพียงเป็ลูกค้าที่เข้ามาอุดหนุน เขาจะถือว่าเป็ผู้มีพระคุณทันทีด้วยเหตุนี้ทุกคนที่ผ่านไปผ่านมา จึงสามารถเป็นายหญิงนายท่านกันได้ทั้งนั้น
เซ่าเวยยิ้มหน้าบานด้วยความดีใจต่อจากนี้นางจะไม่อดอยากอีกแล้ว ขอเพียงนางมีเมล็ดพันธุ์พวกนี้ภายภาคหน้าต่อให้เทียนตงไม่มีอาหาร ถังเซ่าเวยคนนี้ก็จะปลูกผักกินเอง เย้!
ทว่าใบหน้าผินยิ้มที่สดใสของหญิงสาวก็ต้องสลดลงเมื่อเทเงินออกจากถุง นับวนเป็ครั้งที่ห้า ไม่ว่าจะนับอย่างไรก็มีเพียงหนึ่งเหวินคงไม่ใช่ว่าหว่านเยว่สือขโมยเงินของนางหรอกนะ!
รู้อย่างนี้น่าจะปล่อยให้พี่ชายสุดหล่อสังหารนางให้ตายหึ!
“ข้าคงไม่ได้ซื้อแล้ว”
ถังเซ่าเวยถอนหายใจยืนหดคอห่อไหล่เหมือนคนสิ้นหวัง นางวางห่อกระดาษยื่นกลับไปจากนั้นหันหลังขวับ...หวังกลับไปที่รถม้า แต่แล้วใบหน้ามอมแมมของนางเกือบจะชนเข้ากับหน้าอกของใครบางคน
หญิงสาวใมาก!ครั้งที่ยังเป็ขอทานไม่ว่าเข้าใกล้ผู้ใดล้วนถูกมองด้วยสายตารังเกียจยามแตะต้องผู้ใดนางจะถูกทุบตีอย่างไร้เหตุผล อย่างนั้นเซ่าเวยจะระมัดระวังตัวมากเกือบไปแล้ว เกือบเดินชนคนแล้ว
เอ๊ะ! น่าประหลาดใจยิ่งนักไฉนคนผู้นี้ไม่หลบเล่า?
หากเป็คนทั่วไปคงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้นางเพราะกลิ่นกายของนางใช่ว่าจะหอมน่าใกล้ชิด
เซ่าเวยแหงนหน้าขึ้นมองพบว่าพัดสีขาวที่ตกแต่งด้วยหมึกจีนบดบังใบหน้าของเขาไว้ครึ่งหนึ่งแววตาที่คนผู้นั้นมองมาที่นาง ไม่ได้ความรู้สึกแบ่งแยกเลยสักนิดไม่เพียงเท่านั้นเขายังยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวให้กับนาง “ให้เ้า”
หญิงสาวพยายามถูฝ่ามือไปบนชายเสื้อแต่ถูอย่างไรมือของนางก็ดูสกปรกกว่าผ้าผืนนั้นอยู่ดี อีกอย่างนางไม่ใช่ขอทานแล้วไม่อยากรับของจากคนแปลกหน้าแล้ว เซ่าเวยจึงใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดใบหน้าของตัวเองให้สะอาดขึ้น
“ขอบคุณมากนะแต่ข้าไม่คู่ควรกับผ้าเช็ดหน้าของท่านจริงๆ”
ชายถือพัดหุบยิ้มโร่เสียงขึ้นมาขัดจังหวะไม่ยอมให้นางจากไป“ยังอยากได้เมล็ดพันธุ์พวกนี้อยู่หรือไม่”
เซ่าเวยประหลาดใจอีกครั้งคนที่เทียนตงเป็มิตรยิ่งนัก ทั้งยังดีกับนางจนน่าใผิดกับคนในหมู่บ้านที่รังเกียจ ทำอย่างกับนางเป็ตัวอัปมงคลโสโครก
พอได้กลับมายืนข้างกายของเขาอีกครั้งเซ่าเวยจึงสงสัยว่าชุดที่ชายผู้นี้สวมใส่ช่างดูดีนักครั้นยืนด้วยกันเซ่าเวยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าตนเองเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ไม่เข้าพวก
แต่แล้วความสนใจของนางก็ตกไปอยู่ที่เมล็ดพันธุ์อีกครั้งเพราะไม่ว่าเซ่าเวยจะจิ้มมือไปที่กองไหนเถ้าแก่เ้าของร้านก็จะรีบห่อเมล็ดพันธุ์ชนิดนั้นให้นางทันทีไม่กล่าวถึงเงินตราเลยสักนิด ท่าทางของเขาพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก
ช่างเถอะ…ขอเพียงได้เมล็ดพันธุ์ก็พอแล้ว
“ขอบคุณพี่ชาย” ดวงตาของเซ่าเวยแสดงออกชัดเจนที่สุดว่านางมีความสุขมาก
“มากกว่านี้ก็หาให้เ้าได้ไปเถอะตะวันจวนจะตกดินแล้ว ประเดี๋ยวสัตว์ป่าจะออกมากินเ้า”ชายหนุ่มสะบัดพัดออกจากใบหน้าเผยรูปโฉมที่งดงามเกลี้ยงเกลาเหมือนคนที่อาบน้ำวันละสามหนรอยยิ้มที่เขามอบให้นางอบอุ่นและเป็กันเองที่สุด
“ลาล่ะ” เซ่าเวยโบกมือลาคิดไม่ถึงว่าคำพูดส่งเดชเมื่อครู่จะทำให้นางกลัวขึ้นมาจริง ๆ
อันที่จริงมู่หรงชิงเจ๋อ เคยเห็นภาพเสมือนที่ถังห่าวหรานวาดไว้เขามักจะพูดเสมอว่าน้องสาวเพียงคนเดียวของเขานั้นงามนัก งดงามอย่างไร้ที่ติแน่นอนแม้จะเป็แค่ภาพวาดและเค้าโครงที่ถูกจินตนาการขึ้นมา แต่พอได้พบตัวจริงถังเซ่าเวยในมุมมองของมู่หรงชิงเจ๋อก็ไม่ได้ต่างภาพวาดนัก
มู่หรงชิงเจ๋อรู้ว่าเจียงฉีหนิงจะพานางกลับเทียนตงเพื่อพบนางเป็คนแรก จึงออกมาปักหลักรอั้แ่กลางวัน แม้ว่ารูปกายนางจะถูกบดบังเปรอะเลอะรุงรังแต่ด้วยนิสัยของนางก็สามารถทำให้คนรอบข้างตกหลุมรักได้ง่าย ๆ
ชิงเจ๋ออยากจะห้ามปรามมิให้นางใช้รอยยิ้มเปลืองนักเพราะมิเช่นนั้นบุรุษในตระกูลมู่หรงคงไม่เป็อันทำอะไรขนาดมู่หรงชิงเจ๋อที่ขึ้นชื่อว่าเป็คุณชายเ้าสำราญ พบเจอสตรีงดงามมาก็มากยังหลงใหลในความไร้เดียงสาของนางั้แ่แรกเห็น จนไม่อยากไปเที่ยวหอคณิกาแล้ว
รอยยิ้มกว้าง ๆ ของนางราวมีเวทมนตร์วิเศษ
หลังจากเดินทางมาถึงเทียนตงฟ้าทั้งแผ่นเริ่มมืดสลัวเข้าสู่พลบค่ำ
หญิงขอทานถูกจับจุ่มน้ำถูหลังผึ่งลมราวกับว่าพี่สาวพวกนั้นกำลังซักผ้าในคลอง
อาบน้ำให้ถังเซ่าเวยใช้สตรีมากถึงสามคนบัดนี้สาวน้อยวัยสิบห้าปีนั่งมองความงดงามของตนอยู่หน้าคันฉ่องผมเผ้าที่เคยยุ่งเหยิงฟูฟ่องประหนึ่งรังนกร้าง ตอนนี้ถูกสางด้วยหวีซี่ถี่เรียบสลวยดุจเส้นไหม
“ฮูหยินน้อยของพวกเรางดงามอ่อนหวานที่สุด”สาวใช้คนหนึ่งพูดจาประจบเอาใจ
เซ่าเวยดีใจมากที่มีชุดสวย ๆ ไว้สวมใส่นางกล่าวขอบคุณพี่สาวทั้งสามคนอย่างนอบน้อมคำพูดของนางทำให้สาวใช้ทั้งสามคนพูดไม่ออก และเห่อชมถังเซ่าเวยไม่ขาดปาก
แต่แล้วพวกนางก็ต้องรีบตักเตือนเซ่าเวยอย่าได้เรียกบ่าวว่าพี่สาวอีก โดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าคุณชายทั้งสี่ให้เรียกบ่าวด้วยชื่อเท่านั้น หากจำชื่อไม่ได้ก็สามารถเรียกทุกคนว่าผูเหรินได้เช่นกัน
“คุณชายทั้งสี่? คุณชายทั้งสี่คือผู้ใดกัน?แล้วเมื่อไหร่เซ่าเวยจะได้พบท่านพี่?”
สาวใช้ทั้งสามมองหน้ากันออกอาการประหม่าเล็กน้อย พวกนางไม่กล้าพูดถึงถังห่าวหรานผู้นั้นครั้นจะเงียบเสียงไม่พูดอะไร ก็รู้ว่าเป็การกระทำที่เสียมารยาทมาก หนึ่งในนั้นจึงดึงความสนใจของเซ่าเวยให้ไปอยู่ที่คุณชายทั้งสี่แทน
มู่หรงจิ้นฟางคุณชายใหญ่ตระกูลมู่หรง ที่ได้รับเลือกให้เป็ผู้นำตระกูลคนต่อไปการจะพบคุณชายใหญ่ถือเป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ยากในหนึ่งวันคุณชายใหญ่จะเก็บตัวอยู่ในหอตำราซึ่งคนที่เคยเข้าไปต่างเอามาพูดกันปากต่อปากว่า หอตำราตระกูล
มู่หรงกว้างขวางใหญ่โตเทียบได้กับหุบเขาลูกหนึ่ง
มู่หรงชิงเจ๋อหรือคุณชายรองตระกูลมู่หรง ที่เหล่าบรรดาสาวใช้ยกให้เป็คนที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดนั่นก็เพราะคุณชายรองชอบอ่านบทกวี วาดภาพ และเล่นผีผาในหมู่คุณชายทั้งสี่มู่หรงชิงเจ๋อแตกต่างและน่าสนใจมากที่สุดแม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนคุณชายเ้าสำราญไม่เอาไหน แต่เื่สติปัญญาไม่มีผู้ใดเก่งกว่า
มู่หรงซือเฉิน คุณชายสามผู้ที่แบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่าใบหน้าของเขาไม่เคยประดับรอยยิ้มเอาไว้เลยดวงตาที่ดำขลับอัดแน่นไปด้วยความว่างเปล่า ในสมองมีแต่เื่เข่นฆ่าล้างแค้นในเทียนตงมู่หรงซือเฉินคือคนที่น่าเป็กังวลที่สุดและควรหลีกเลี่ยง หากไม่ทันระวังตัวเกรงว่าจะต้องตายตกอยู่ใต้คมกระบี่สีอำพันของเขาได้
มู่หรงซ่างเสิน คุณชายสี่ที่ถูกเพิกเฉยดังนั้นวาจาและการกระทำของเขาจึงไม่ค่อยเคารพผู้ใดนักแม้ว่าเขาจะเป็หนึ่งในสี่ของบุรุษตระกูลมู่หรงแต่กลับถูกเลือกปฏิบัติจากคนรอบข้างให้ต่างออกไป
ถังเซ่าเวยนั่งฟังอย่างตั้งใจ แม้ว่าสมองน้อยๆ ของนางมีความฉลาดบรรจุเท่าปลายนิ้วก้อยก็ตามเซ่าเวยอยากรู้เื่เกี่ยวกับเทียนตงให้มากที่สุด ขอเพียงเกี่ยวข้องกับพี่ชายถังเซ่าเวยยินดีทำความเข้าใจกับเื่พวกนั้นอย่างสุดความสามารถ
ขณะพูดถึงชื่อเสียงของคุณชายทั้งสี่เซ่าเวยแอบสังเกตเห็นความเขินอายประดับไว้บนใบหน้าของพวกนางลักษณะเช่นนี้กระตุกต่อมใคร่รู้ของสตรีผู้อ่อนต่อโลกยิ่งนัก
“ยิ้มทำไม?”
“ดีใจแทนฮูหยินน้อยเ้าค่ะ”
คำพูดประโยคนี้ยิ่งทำให้เซ่าเวยมึนงงเข้าไปใหญ่สีหน้าและแววตาของนางเหมือนคนคิดไม่ตก
“คุณชายตระกูลมู่หรงทั้งสี่...คือสามีของท่านอย่างไรเล่าเ้าคะ”
หนึ่งในสาวใช้อาสาไขข้อสงสัยให้แก่เซ่าเวยส่วนอีกสองคนได้แต่ลอบมองหน้ากันอมยิ้มแล้วผงกหัวงึก ๆ ส่งเสริมยืนยัน
สามีทั้งสี่คน…งั้นหรือ!!