บ้าจริงแฟนยังไม่เคยมีสักครั้งเลย ถ้าเกิดเราตายไปแล้วเราจะได้ไปต่างโลกมั้ยนะ อยากไปต่างโลกจังเลย
ถ้าเกิดจะให้พูดว่าวันที่เกิดเื่ขึ้น ทำไมผมถึงตายต่อย้อนกลับไปสองวันก่อน
ผมชื่อลักมีชื่อจริงว่า คิรากร สีหมอก ชื่อคิรากร ที่แปลว่าการกระซึ่งถ้อยคำ พูดเก่ง พูดดี มีอะไรเข้ากับเราเลย
วันนี้ก็เริ่มด้วยวันที่น่าเบื่ออีกแล้วสินะ ลูกค้าหน้าเดิมๆใช้ชีวิตที่แสนธรรมดากับงานเดิมๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้ชีวิตรู้สึกดีเลยเหรอ...เบื่อจัง
ผมทำงานอยู่ในร้านสรรพสินค้าร้านหนึ่งที่เป็สาขาเล็กๆ ซึ่งเป็งานที่น่าเบื่อแล้วก็ไม่ได้มีความสุขกับงานประจำ ที่ได้เงินเดือนนิดเดียวแล้ว ผมก็ทำงานไปเรียนไปซึ่งค่อนข้างที่จะเหนื่อย แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะมีทั้งรุ่นน้องที่ดีแล้วก็พี่พนักงานที่คอยช่วยดูแล ไปจนกว่าจะเรียนจบ ซึ่งตอนนี้ผมก็ค่อนข้างลำบากเพราะว่าส่งน้องผมเรียนอยู่ แต่ก็ไม่เป็ไรหรอกเพราะว่าน้องผมมีโรคประจำตัวที่ชื่อว่า ..... เป็โรคที่แพ้แดด ซึ่งค่อนข้างลำบากในการหางานประจำและไม่สามารถออกแดดได้เลยอยากให้เธอได้เรียนแล้วทำงานสบายๆ
“นี้รุ่นพี่คะ ๆ นี้ได้ยินไหม ได้ยินไหมคะ พี่ลัก”
“โทษทีพี่เหมอไปหน่อย”
“ขอโทษด้วยนะครับคุณลูกค้า ทางเรามีคูปองส่วนลด”
ผู้หญิงถักเปีย มีผมที่สลวยสวยงามมาก
“ไม่เป็ไรค่ะ”
“โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”
แย่จริงเหมอไปหน่อย ทำงานอยู่แท้ๆ
“พี่เนี่ย เหมออะไรของพี่เดี๋ยวก็โดนผู้จัดการด่าหรอก”
“พี่ขอโทษจริงๆนะ”
เธอคนนี้ชื่อฝนเป็รุ่นน้องที่บ้านอยู่ใกล้ๆกันอยู่ตรงข้ามหน้าบ้านกันเลยพูดง่ายๆ ซึ่งรู้จักกันมาั้แ่เด็กๆแล้ว น้องก็เป็เด็กดีนะ แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกจะแปลกๆไปหน่อย เพราะตอน่หนึ่งที่ผมไม่ได้อยู่บ้านไปต่างจังหวัดมาก็เลยหายไปปีกว่า จากนั้นก็แทบไม่ได้คุยกันเลย ซึ่งก็เพิ่งมาได้คุยกัน ตอนน้องเริ่มมาทำงานใหม่ๆ
ตอนแรกก็ทักทายเป็ปกติแล้วก็มี่นึงก็รู้ว่าน้องมีแฟนแล้วด้วยนะ ที่ไม่คุยหรือว่าน้องกลัวแฟนหึงแน่ๆ แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆก็มาคุยกับผมเป็รุ่นน้องแสนฟรุ้งฟริ้ง แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ได้โดนน้องเกลียดน่าจะเป็เพราะน้องเป็วัยรุ่นนี่แหละก็เลยทำแบบนี้ใส่ผม
“ผู้จัดการครับผมกลับก่อนนะครับ”
เราเองก็อยู่ร้านนี้มานานแล้วน่ะ
“จ้าไปดีมาดีนะ”
“ครับผู้จัดการ ไปฝนกลับบ้านกันเถอะ”
“ค่ะ ๆ”
จากนั้นผมก็ไปที่มอเตอร์ไซค์ มันชื่อว่าดูลาฮาน มันเป็มอเตอร์ยี่ห้อ(ฮอนกล้า)CBR150 รุ่นSTD สีเขียว ดำ
“นี่พี่คะ พี่เหม่อเื่อะไรอยู่เหรอของวันนี้อ่ะ”
“พูดซะพี่เหมือนเหม่อทุกวันเลย”
“เปล่าไม่ได้แปลว่าพี่เหม่อตลอดซะหน่อยและแล้วสรุปพี่เหม่อเื่อะไรเหรอ”
“สรุปก็คือเหม่อใช่ไหมเนี้ย”
“....ก็เหม่อจริงๆนั้นแหละ”
“พี่ก็คิดอะไรไปเรื่อย”
“นึกว่าเหม่อเพราะผู้หญิงคนนั้นสวยมากซะอีก”
“หมายถึงลูกค้าผู้หญิงคนนั้นอะนะ จะเป็ไปได้ไงเล่า”
”จริงเหรอ”
แล้วทำไมต้องมองด้วยสายตารังเกียจแบบนั้นล่ะ
“ก่อนจะกลับบ้าน จะไปกินชานมไข่มุกป่ะล่ะ เดี๋ยวพาไป”
”ไปๆ แล้วพี่จะเลี้ยงไหม”
พอพูดถึงเื่กินอารมณ์เปลี่ยนทันทีเลยนะ
”ก็ได้ก็ได้เลี้ยงก็ได้
“พี่ลักใจดีที่สุดเลย”
“แน่นอน ฝนขึ้นรถมาเลย อย่าช้าชา ไข่มุก รอเราอยู่”
จากนั้นผมกับน้องฝนก็ได้กินชาไข่มุกกันอย่างอะเหร็ดอร่อย น้องฝนก็กินชานมไข่มุกส่วนผมซื้อชาเขียว พวกเราก็นั่งคุยเกี่ยวกับเื่อนาคตว่าน้องจะทำอะไรต่อไปน้องก็บอกว่า”ไม่มี ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไร.....” ก็นะคนส่วนใหญ่ก็เป็แบบนี้กันนั้นแหละ พอรู้จักตัวเองอีกทีก็สายเกินไปแล้ว แต่จะพูดอยากนั่นก็คงไม่ได้หรอก เพราะคนเรามันไม่มีคำว่าสายไปหรอกนะ......ไม่คิดต่อและ กลับบ้านเลยดีกว่า
”ฝนไปกลับบ้าน”
“คะ พี่เนี้ยรีบกลับจริงๆนะ”
“ทำงานมาทั้งวันกลับไปพักผ่อนดีกว่านะ”
“พี่ละอนาคตไปทำอะไรต่อ”
“......ก็คำตอบเดียวกันแบบฝน”
“เหรอ”
“จริงสิ พี่จำได้ว่าน้องอยากเป็สัตวแพทย์ ไม่ใช่เหรอ ไม่ไปลองดูหน่อยเหรอ”
ผมเห็นน้องยิ้มออกมาทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าน้องอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วน้องก็ไม่พูดอะไร มันมีอะไรหรือเปล่านะ....
ระหว่างที่ขับรถน้องๆกอดเราแน่นมากเลย .....
“พี่ลัก พี่อยากจะมีครอบครัวเป็ของตัวเองไหม”
“ก็อยากมีอยู่นะ แต่ว่าจะรอใครสักคนที่เขาไม่ทิ้งกัน เพราะไม่อยากให้ลูกไม่รู้สึกขาดใครคนนึงไป พี่อะนะอยากเป็พ่อคนมากๆ อยากจะเป็พ่อที่ดูแลลูกให้โตขึ้นไปอย่างช้าๆ”
และเราต้องมาพูดอะไรแบบนี้ด้วยนะ รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ “ผู้หญิงที่จะไม่ทิ้งพี่ เป็หนูได้ไหม”....อะไรนะ ทำไมน้องถึงพูดแบบนี้
หูเราฝาดเหรอ แต่ไม่หน้าใช่ถามเพื่อความแน่ใจดีกว่า
“ฝนพูดอะไรนะ พี่ไม่ได้ยิม”
“.....................”
เราหูฝาดจริงๆสินะ น้องกอดเราแน่นอีกแล้ว หรือเธอกลัวว่าคนที่เหมือนเป็พี่ชายแท้ๆ หายไปเหรอ “บ้าเอ้ย” ฝนพูดเบาๆแต่เราก็ได้ยิมอยู่ดี
หรือเราควรจะปลอบน้องดีนะ
“แต่พี่ไม่ไปไหนหรอกนะ” เราพูดแบบนั้นแต่ฝนก็ไม่ได้ตอบอะไรมา จากนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันจนถึงบ้าน
ที่ตรงข้ามระหว่างหน้าบ้านของสองคน
“เจอกันนะพี่ลักรีบนอนด้วยละ”
“ครับ ครับ ครับ”
จากนั้นผมก็ได้กลับบ้านอันแสนสนุกของผมที่มีโมเดลกับฟิกเกอร์รอเต็มไปหมด ขอให้เห็นของพวกนี้ก็ทำให้รู้สึกหายเหนื่อยได้ตลอด กลับมาก็นั่งเล่นคอมกินขนมดื่มน้ำอัดลมนี่แหละก็มีความสุขแล้ว ขอนอนี้เีี้เีหน่อยแล้วกัน...
“พี่ลักไปทำงานค่ะ พี่ลัก คุณพี่ลักลช”เสียงะโ
“กี่โมงแล้วเนี่ย”
"07:15 เเล้วนี่หว่า แย่แล้วเหลืออีก 15 นาที”
“แป๊บนะๆ น้องฝน”
“เร็วๆเข้าสิพี่”
ตายตายเหลือ 15 นาทีแล้ว โชคดีที่น้องฝนมาปลุกเราทัน แต่จะว่าไปน้องฝนก็เสียงดังเหมือนกันนะเนี้ย
“มาเเล้ว มาแล้ว”
“พี่นี่ช้าจริงๆเลยนะ”
“ขอโทษค้าบ~ คุณเจ๊ฝน”
“พี่นี่ไม่ได้เื่จริงๆพี่ลัก เดี๋ยวก็ไปทำงานสายหรอก” ฝนชี้มาที่ผม
“ฝนก็มีรถทำไมไม่ไปล่ะ จะมารอพี่ทำไม”
“ไม่อยากเปลืองค่าน้ำมันนี่น่า หนูเองไม่ได้อยากไปกับพี่ซะหน่อย”
“ค้าบๆ~ ไปทำงานกัน”
จากนั้นผมกับฝนก็ได้เดินทางไปทำงาน
มาถึงที่ทำงานจนได้ แต่เราไม่อยากเข้าไปทำงานเลย แต่ก็ต้องทำเพื่อน้องสาวของเรา......ได้แต่บ่นในใจ
“คู่รักมานั้นแล้ว เห็นมาด้วยทุกวันเลยนะเนี่ย เป็คู่รักที่น่ารักดีนะทั้งสองคนนั้นหนะ” รุ่นพี่ที่ทำงานแซว
“ทำไงได้ละครับพี่ก็บ้านพวกเราอยู่ใกล้กัน มาด้วยกันมันง่ายกว่านี่ครับ”
“เหรอจ๊ะ”
“ก็ต้องใช่อยู่แล้วสิครับพี่!”
“ลักเนี่ยซื่อบื้อกว่าที่พี่คิดไว้อีกนะ ไม่ดูหน้าน้องฝนเลยว่าหน้าแดงขนาดไหนแล้ว พี่แซวแค่นี้เอง”
“เปล่าคะแค่อากาศมันร้อนเฉยๆ”
“ฝนไม่เป็ไรใช่ไหมอ่ะ ให้พี่จับหน้าผากดูหน่อยสิ”
เราเอามือไปจับหน้าผากน้องก็ไม่ร้อนนี้เป็โรคอะไรหรือเปล่านะ
“ไม่เป็ไรค่ะ!”
จากนั้นฝนก็วิ่งเข้าไปหลังร้าน ทำไมเวลาล่อกแล่กน้องฝนดูน่ารักดีนะ “น่ารักใช่ไหมละน้องฝนหน่ะ” พี่ที่ทำงานพูดแบบนั้นอย่างกับอ่านใจเราได้เลย จะตอบยังไงดีนะ
“....ดูน่ารักมากๆครับ เป็น้องสาวที่ดูแล้วน่ารักจริงๆ”
“เหรอ....ไปเถอะจะได้เปลี่ยนกะ กัน”
“ครับ”
จากนั้นผมก็ไปทำงานที่น่าเบื่อเช่นเคย จนมีลูกค้าแปลกๆใส่ชุดดำเข้ามาในร้าน คงไม่เป็ไรหรอก คงเป็สไตล์การแต่งตัวของเขา จนกระทั่งเขานั้นหยิบปืนขึ้นมาและสวมไอ้โม่งสีดำ ว่าแล้วต้องมีสักวันที่เกิดเื่แบบนี้ เดี๋ยวก็คงพูดว่าส่งเงินมา ถ้าไม่อยากเจ็บตัว บลาๆ ผมได้ยกมือขึ้นอย่างช้าๆ
“ส่งเงินมา ถ้าไม่อยากเจ็บตัว”
“ครับๆ”
ผมได้เอาเงินออกจากเครื่องคิดเงินทั้งหมดวางไว้บนเคาน์เตอร์
“เอาเงินออกมาให้หมดแล้วนะครับ”
ทำไมมันถึงไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะมีปืนจ่อขนาดนี้แล้วนะหรือว่ามันจะคิดจะเล่นตุกติกอะไรหรือป่าว!?
“ไอหนุ่นทำแกไม่ใเลยวะ”
“ผมก็ไม่แคร่อะไรหรอกนะครับ มันเป็เงินบริษัทไม่ใช่เงินผม”
“เื่นั้นกูรู้อยู่แล้ว แต่ทำไมปืนจ่อแกถึงไม่กลัวเลยล่ะ”
“เปล่าหรอกครับผมแค่ทำประกันไว้เฉยๆจะยิงก็ยิงครับ ไม่ยิงก็ไม่เป็ไร”
“โห~ เป็เด็กที่ใจถึงไม่เบาเลยนิ”
ทำไมจะไม่กลัวละว่ะ ปืนมึงจ่อหน้ากูอยู่นะเว่ย กลัวปืนมันลั่น ชิบ***แต่เราก็ยังทำเท่อยู่ได้นะ เอาเงินแล้วก็ไปสักทีสิว่ะ
จากนั้นน้องฝนก็เดินออกมาจากหลังร้าน “พี่ลักเกิดอะไรขึ้นหรือป่าว เสียงดังจัง”ฝนเดินมาพอดี เ้าโจรวิ่งเข้าไปหาเธอและล็อกคอของเธอไว้
“มานี้เลยอีหนู มาให้ข้าจับซะดีๆ”
“อย่านะ”
“แกน่ะคงรู้ใช่ไหมว่ามันจะมีซองดรอปเงินอยู่เอาเงินในนั้นเอามาให้กู กูเป็พนักงานเก่าก็เลยรู้ว่ามีเงินใต้ตู้เอามันมาให้กูด้วย”
“รอสักครู่นะครับ”
“ขอร้องปล่อยหนูไปเถอะ”
“เงียบๆเลิกกระดุกกระดิกไปมาได้แล้วเดี๋ยวกูจับทำเมีย ยิ่งผู้หญิงสวยๆอย่างมึงด้วย”
เวรแล้วไง ทำไงดีวะ ไอ้เราโทรเรียกตำรวจก็ไม่ได้ แล้วกว่าตำรวจจะมามันคงจะหนีไปแล้ว มันไม่หน้าจะเอาไปแค่เงินแน่เลย
มันต้องพาฝนไปแน่เลย พนักงานในร้านตอนนี้ มีกันอยู่แค่ 2 คน เอาไงดี คิดออกแล้ว
“คุณพี่โจรครับ เงินแค่นี้มันพอเหรอครับพี่ ไหนๆพี่ก็จะมีข้อหาลักทรัพแล้ว”
จะมาปล้นทั้งทีพี่จะเอาแค่นี้เหรอครับ แค่แสนกว่าเองเนี่ยนะ เอาอย่างงี้ดีไหมครับ
“มันจะมีเงินอยู่หลังร้าน ให้ผมออกไปเอามาให้ไหมครับ พี่แค่ต้องปล่อยพนักงานของผมไป”
“เงินหลังร้านงั้นเหรอ มันมีด้วยเหรอที่เอาเงินไว้หลังร้าน จำได้ว่าไม่มีนะ”
“พี่ครับมันยุคไหนแล้วครับ มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะครับพี่”
“ก็ได้แต่อย่าเล่นตุ๊กติ๊กไม่งั้น อีนี่ไส้ไหลแน่”
ที่จริงแล้วข้างหลังร้านไม่มีเงินหรอก แต่เป็ข้ออ้างเพื่อที่จะได้ออกจากเชลล์คิดเงิน มีโอกาสเพียงครั้งเดียว ที่เราสามารถคว้าโทรศัพท์จากล็อกเกอร์ได้ แล้วโทรแจ้งตำรวจถึงตำรวจจะมาช้าแต่ก็ดีกว่าไม่มา ไม่งั้นมันพาฝนไปแน่ ขอแค่ฝนปลอดภัยก็พอ
“พี่คะช่วยด้วย”
“อยู่นิ่งๆอีหนู”
แย่แล้วมันจับหน้าอกของน้องฝน ผมเห็นน้องฝนกำลังจะร้องไห้ ใจเย็นไว้ลัก ใจเย็นๆ คิดให้รอบคอบก่อน แต่ในใจตอนนี้มันอยู่ไม่สุขเลย
“พี่ช่วยหนูด้วย”
นาทีนั้นผมไม่คิดอะไรออกแล้ว เสียงของน้องฝนที่้าความช่วยเหลือมันทำให้ผมเป็จะบ้า “ไม่ไหวแล้วนะเว้ยปล่อยฝนเดี๋ยวนี้”
ป้าง!!
เสียงปืนดังลั่น ท้องของผมเริ่มชา ผมได้มองลงไปที่ท้องของผม ผมรู้ได้เลยว่าผมไม่รอดแน่ เืมันไหลไม่หยุด เจ็บมากเลย ผมได้ยินเสียงฝนที่กำลังร้องไห้อยู่ ผมจะต้องช่วยฝนให้ได้ ไม่นะตาของผมเริ่มเบลอ