“สวัสดีผู้เล่นใหม่”
เสียงของหญิงสาวทักทายสมิททันทีเมื่อเขามายืนหน้าน้ำพุ เมื่อสมิทหันไปมองตามก็พบว่าคนที่เรียกเขาเป็นักธนูสาวหน้าตาสละสวยคนหนึ่ง ผมสีน้ำตาลยาวของเธอไว้รวบหางม้า และธนูสีดำลงลายัที่เธอสะพายอยู่ก็เรืองแสงสีม่วงเข้มจนให้ความรู้สึกแยงตาแปลกๆ
“อาวุธตีบวกของฉันทำนายแสบตาหรือ” หญิงสาวกล่าวอย่างรู้ทัน ก่อนที่เธอจะหยิบธนูมาถือไว้ และปรับคำสั่งให้แสงสีมวงที่เรืองอยู่ดับลงทันที ก่อนที่เธอจะเก็บไว้ด้านหลังตามเดิม
“แค่แปลกตาน่ะครับ...และอาวุธตีบวกมันคืออะไร” สมิทเอ่ยถามในสิ่งที่เขาไม่รู้ทันทีเพื่อเก็บข้อมูล ในเมื่อข้อมูลมาอยู่ตรงหน้าแล้ว มีหรือที่เขาจะปล่อยมันผ่านไป
“อาวุธตีบวก ก็คืออาวุธตีบวก นายนี่ถามแปลกๆนะ เป็พวกหลังเขาไม่เคยเล่นเกมหรือไง”
“ขอโทษครับ” สมิทกล่าวขอโทษทันที เขาลืมไปว่าตรงหน้าเขานั้นคือผู้เล่น ไม่ใช่เ้าหน้าที่อย่างพนักงานต้อนรับก่อนเข้าเกม เธอคงไม่ใจดีขนาดเสียเวลามาสั่งสอนอะไรเขาหรอก สมิทจึงตัดสินใจทำตามระบบแนะนำผู้เล่นใหม่ทันที กล่องจดหมายเด้งมาที่ด้านหน้าเขา พร้อมแนะนำว่าเขาควรเดินเข้าปราสาท เพื่อทำการค้นหามอนสเตอร์ประจำตัว
“นายน่ะ” หญิงสาวนักธนูกล่าวพลางรั้งข้อมือเขาเอาไว้ “มีสกิลเฟอร์เฟค การ์ด (Perfect Guard)ไหม...เห็นว่าใช้โล่นี่ ได้เลือกสกิลนั้นตอนสร้างตัวละครมั้ย”
สมิทเอียงคอไปมองด้านหลังของเขา จริงดั่งที่อีกฝ่ายว่า โล่และดาบมือเดียวถูกสะพายไว้ที่ด้านหลังของเขา ทำให้เธอดูออกว่าเขาใช้อาวุธอะไร
ดูเหมือนว่าอาวุธจะติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าจะปรากฏออกมาเฉพาะเวลาเรียกใช้ แบบที่สมิทเข้าใจ
“ผมไม่ได้เลือกสกิลนั้นครับ” สมิทตอบรับสั้นๆ ก่อนจะดึงมือตัวเองออกมา “ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะ”
“อืม จะไปไหนก็ไป” หญิงสาวคนนั้นกล่าวพลางปัดมือไล่ “เป็มือใหม่ที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย ทำไมไม่ยอมเลือกสกิลเฟอร์เฟค การ์ดมานะ”
เขารู้สึกโมโหที่อีกฝ่ายพูดจากสบประมาท แต่ด้วยความที่เขายังขาดประสบการณ์ หากมีปากเสียงกับคนที่เล่นมาก่อน เขาอาจลำบากได้
ก่อนที่สมิทจะเดินเข้าปราสาท เขาสังเกตุว่าหญิงสาวนักธนูวิ่งเข้าหาผู้เล่นใหม่ทุกคนที่มีโล่เหมือนเขา ไม่ต้องบอกก็เดาได้ ว่าเธอกำลังจะหาคนที่มีสกิล เพื่อซื้อสกิลต่อนั่นเอง ส่วนจะให้ราคายุติธรรมมั้ย ตัวเขาก็ไม่อาจทราบได้
ทางเข้าปราสาทนั้นเต็มไปด้วยทหารยามและเ้าหน้าที่ที่คอยให้ข้อมูลผู้เล่นใหม่ สมิทเดาได้ว่าตรงส่วนนี้ไม่ได้ใช้คนมาทำหน้าที่ หากแต่เป็ NPC (Non Player Character) สาเหตุที่เขารู้เพราะบนหัวตัวละครเ่าั้ มีป้ายประกาศบอก ว่าตัวละครนี้ไม่ใช่มนุษย์
จนกระทั่งสมิทเดินทางมาถึงท้องพระโรงสำหรับใช้ประชุม เขาก็พบว่าด้านหน้าเวทีมีNPC พระาาคอยต้อนรับผู้เล่นใหม่ทุกคน ทันทีที่ผู้เล่นเข้ามาจนเต็มท้องพระโรง ประตูก็ปิดลง ก่อนที่พระาาจะเริ่มกล่าว
“ขอต้อนรับเหล่าผู้เล่นหน้าใหม่ทุกท่าน พวกท่านทุกคนคือผู้ถูกเลือก ให้ต่อสู้กับผู้รุกรานจากนอกโลก พวกชาโดว์คือสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่รุกล้ำโลกของเรา ดังนั้นเผ่าพันธ์มนุษย์และมอนสเตอร์ จึงต้องรวมตัวกันเพื่อขับไล่ชาโดว์ออกไปจากดาวดวงนี้”
“เนื้อเื่เกมสินะ” สมิทกล่าวพลางตั้งใจฟัง เมื่อนานมาแล้วเขาก็เคยเล่นเกม และเขารู้ว่าพวกตัวละครภายในเกมมักจะบอกใบ้หรือแนะนำสิ่งที่เป็ประโยชน์ ดังนั้นสมิทจึงไม่ทำตัวเหมือนผู้เล่นคนอื่น ที่พูดคุยเสียงดัง หรือจงใจะโเพื่อขัดการพูดของพระาาNPC ที่ไม่อาจตอบโต้ผู้เล่นได้
“ผู้เล่นทุกคนจะต้องมีมอนสเตอร์ประจำตัว เพราะโลกใบนี้นั้นโหดร้ายเกินกว่าที่ท่านจะผจญภัยเพียงลำพัง เราในฐานะาาผู้ครองปราสาทแสนสุข จะเปิดประตูมิติให้ผู้เล่นทุกคน เดินทางไปจับมอนสเตอร์กันคนละหนึ่งตัว...โปรดจงเลือกให้ดี เพราะเมื่อมอนสเตอร์ตัวนั้นตัดสินใจที่จะยอมรับในตัวท่านแล้ว มันจะมอบความรักและความซื่อสัตย์ให้ท่านจนหมดหัวใจ”
สิ้นเสียงของพระาา ด้านหน้าท้องพระโรงก็ปรากฏวงเวทประตูมิติขึ้นมาถึงสี่ประตู โดยประตูทั้งสี่นั้นเหมือนกัน และไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงความแตกต่างเลยแม้แต่น้อย
“ประตูที่สองมีลูกัให้จับ”
“ทำไมไอ้โจ้มันบอกประตูที่สี่วะ ตกลงอันไหนกันแน่”
เสียงของผู้เล่นชายคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับเพื่อนของเขา ทั้งสองอยู่ข้างๆสมิท เขาจึงได้ยินทุกคำที่พวกเขาปรึกษากัน
“ไอ้เอก มึงเชื่อกู ประตูสองน่ะถูกแล้ว ไปประตูสี่ไปเดี๋ยวมึงก็ดวงซวยไปเจอพวกไร้รูปร่างหรือหุ่นยนต์กากๆหรอก”
ตอนนี้ผู้เล่นบางคนเริ่มทยอยเข้าประตูมิติแล้ว สมิทสังเกตุว่าประตูที่สองและสี่คนจะเข้าเยอะสุด ในมุมมองของเขาคงวุ่นวายน่าดู เขาจึงตัดสินใจเข้าประตูแรกทันที โดยเขาเชื่อจากลางสังหรณ์ล้วนๆ ไม่ได้ใช้เหตุผลอะไรทั้งสิ้น ว่าหากเข้าประตูแรกเขาจะได้รับคู่หูที่ถูกใจ
เมื่อก้าวเข้าประตู สมิทก็มาโผล่ที่ป่ากอไผ่แห่งหนึ่ง เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าผา โดยเบื้องล่างนั้นมีเมฆหมอกหนาทึบ ทำให้ไม่รู้ว่าใต้หน้าผานั้นมีอะไรบ้าง โดยตอนนี้มือของเขากำลังกำสร้อยคอสีแดงสำหรับจับสัตว์เอาไว้อันหนึ่ง พร้อมหน้าต่างระบบแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ
“[ประกาศจากระบบ:เรียนผู้เล่นที่รัก
สร้อยคอจับสัตว์นั้นสามารถใช้ทำสัญญากับมอนสเตอร์ที่ยอมมาเป็พรรคพวกของเรา โดยสามารถจับได้เฉพาะมอนสเตอร์ร่างแรกเท่านั้น เมื่อผู้เล่นทำการจับมอนสเตอร์สำเร็จ ระบบจะทำการส่งท่านกลับไปที่ปราสาททันที ขอให้มีความสุขกับเกมค่ะ]”
“ต้องได้มอนสเตอร์หนึ่งตัวกลับไปสินะ...และดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็คู่หูของเรา ต้องเลือกให้ดีเสียแล้วสิ”
สมิททำการเดินหามอนสเตอร์ที่เขาจะจับทันที เขาพบว่าประตูมิติที่เขาเลือกเข้ามานั้น จะส่งเขามาที่ขุนเขาสูงชันซึ่งเต็มไปด้วยต้นไผ่ขึ้นเต็มไปหมด มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ของที่นี่จึงมีแต่ลิงหลากชนิด แรคคูน ลูกหมูป่า นกหลากสีและขนาด หรือแม้กระทั่งงู ซึ่งหน้าต่างระบบเกมของเขาได้แจ้งถึงชื่อของพวกมัน เมื่อเขาให้ความสนใจไปที่ตัวใดตัวหนึ่ง
“ไม่มีตัวที่น่าสนใจเลยแฮะ” สมิทบ่นด้วยน้ำเสียงเบื่อ ขณะที่เขาแวะเล่นกับลูกหมูป่าลายเพลิงตัวหนึ่ง ถึงมันจะดูเชื่องและเดินเข้าหาเขาพร้อมกระดิกหางให้ แต่พอเขาจะยื่นสร้อยคอสำหรับทำสัญญาให้มัน มันก็วิ่งหนีไปทันที
มีระบบแจ้งเตือนขึ้นมาทันทีหลังจากลูกหมูป่าวิ่งหนีไป ว่าสนใจซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงชุดพิเศษในราคาเพียง500เหรียญหรือไม่ (จากราคาปกติ1,000เหรียญ) เพื่อให้จับมอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้น ทำเอาสมิทหัวเราะลั่นทันที ที่ตอนแรกคิดจะจับสัตว์มือเปล่า แน่นอนว่าเขาซื้อเอาไว้หนึ่งชุดทันที ทำให้เงินติดตัวจากตอนเข้าเกมของเขาเหลือ4,500เหรียญ
เขายังคงเดินสำรวจป่ากอไผ่ไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย ระหว่างทางเขาเห็นผู้เล่นบางคนล้อมวงกันไล่จับลูกลิงเผือก บ้างก็พยายามะโหานกสองหัวบนต้นไผ่ให้ลงมาหาเพื่อรับอาหารจากมือ ซึ่งสมิทเดาว่าคนพวกนั้นคือกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกัน และถ้าเขายังอยู่ในละแวกนั้น อาจต้องปะทะกับคนพวกนั้นเพื่อให้ได้มอนสเตอร์ที่้า เขาจึงรีบเดินออกมาทันที
หลังจากเดินออกมาได้สักพัก หน้าต่างระบบเกมของสมิทก็เด้งขึ้นมาขวางการมองเห็น พร้อมประกาศแจ้งด้วยตัวอักษรสีแดงจนเขาต้องอ่านมัน
“[ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นสมิท ได้พบมอนสเตอร์หายาก ลูกนาคาวัชระ มอนสเตอร์หายากที่มีโอกาสปรากฏตัวแค่5% ระบบแนะนำให้จับมันให้ได้ค่ะ]”
“[ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นสมิท ได้พบมอนสเตอร์หายากอย่างยิ่ง ลูกกระต่ายสีหมอก มอนสเตอร์หายากที่มีโอกาสปรากฏตัวแค่0.1% ระบบแนะนำให้จับมันให้ได้ค่ะ]”
“นี่คือผลของการอัพโชคลาภสินะ” สมิทกล่าวกับตัวเองทันทีที่อ่านข้อความจนจบ ก่อนที่หางตาของเขาจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างกำลังเลื้อยไหวไม่ไกลจากตัวเขานัก
เขาก็ได้ยินเสียงขู่ฟ่อของงูพิษที่ด้านข้าง สมิทชำเลืองตามองก็พบกับงูจงอางสีน้ำตาลทองตัวใหญ่ยาวกว่าเจ็ดเมตร จุดเด่นของมันคือมีผลึกแก้วคริสตัลสีฟ้าใสติดอยู่ที่ด้านหลังของมันตามแนวกระดูกสันหลัง เมื่อมันทำท่าแผ่แม่เบี้ย ผลึกคริสตัลด้านหลังก็ส่องประกายแลบทันที
“ไอ้ฉิบหาย แน่ใจนะว่าลูกงู ตัวอย่างใหญ่เลย” สมิทกล่าวเสียงสั่น ขาทั้งสองของเขาสั่นเทิ้มทันที เพราะในชีวิตจริงเขาเองก็ค่อนข้างกลัวงูอยู่บ้าง ถึงระบบประกาศจะบอกว่ามันหายาก แต่เขาจะไม่มีวันเลี้ยงมันอย่างเด็ดขาด
สมิทหยิบดาบโล่ด้านหลังออกมาเตรียมพร้อมสู้กับมันทันที แต่ทว่าดูเหมือนมันจะไม่สนใจเขา สายตาของมันกำลังจับจ้องไปที่กอไผ่กอหนึ่ง และข้างๆกอไผ่นั้นมีหลุมขนาดเล็กอยู่ มันคือหลุมของมอนสเตอร์ประเภทกระต่าย
แม่กระต่ายตัวสีขาวยืนสองขา ทำท่าพร้อมสู้กับมอนสเตอร์งูที่ชือว่านาคาวัชระ ด้านหลังของแม่กระต่ายมีลูกกระต่ายสองตัวนั่งขดกันอยู่ด้วยความกลัว ลูกกระต่ายตัวสีเทาและตัวสีขาว ระบบแจ้งเตือนเขาทันที ว่าลูกกระต่ายตัวสีเทานั้นคือกระต่ายสีหมอก ที่หายากสุดๆ และตอนนี้มันกำลังตกอยู่ในอันตราย
“[ประกาศจากระบบ:มอนสเตอร์กำลังทำการต่อสู้กัน โปรดอยู่ให้ห่างเพื่อกันการโดนลูกหลง]”
“ต้องรอมันสู้กันเสร็จก่อนหรือไงนะ” สมิทกล่าวก่อนที่จะได้เห็นการต่อสู้ในไม่ช้า แม่กระต่ายดีดเท้าใส่พื้นอย่างแรง เพื่อใช้ท่าพุ่งชนใส่นาคาวัชระ
แต่ทว่าเ้านาคาวัชระกลับดักรัดแม่กระต่ายกลางอากาศได้อย่างชำนาญ ก่อนที่ผลึกคริสตัลสีฟ้าที่ด้านหลังของมันจะเรืองแสง พร้อมกับประกายสายฟ้าแผ่ไปทั่วทั้งร่างของมัน แม่กระต่ายโดนไฟช็อตจนร่างของมันชักกระตุก มีควันพวยพุ่งออกจากร่างของแม่กระต่าย บ่งบอกให้รู้ว่าไฟจากร่างของงูที่ช็อตนั้นรุนแรงขนาดไหน
เ้าลูกกระต่ายสีขาวสั่นเทาด้วยความกลัวพร้อมกลับวิ่งลงรูของมันเพื่อซ่อนตัว ในขณะที่ลูกกระต่ายสีเทากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม มันยืนสองขาตั้งท่าพร้อมสู้กับเ้างูที่ทำร้ายแม่ของมัน
เ้าลูกกระต่ายตัวสีเทาใช้ขาหลังของมันดีดพื้นจนเป็รอย ก่อนที่มันจะถ่าโถมน้ำหนักทั้งตัวของมันอัดกระแทกใส่ร่างของเ้างูจนจุกงอ เ้างูคลายการรัดแม่กระต่ายทันที ก่อนจะเบนเขมหันมาเตรียมเล่นงานลูกกระต่ายตัวสีเทา
มันพุ่งฉกด้วยความรุนแรงและรวดเร็ว แต่ทว่าเ้าลูกกระต่ายกลับะโออกจากพื้นที่ตรงนั้นได้อย่างหวุดหวิด และใช้สองเท้าหลังถีบใส่หน้านาคาวัชระจนหน้าหงาย
“เก่งนี่ ใช้ได้เลย” สมิทกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม ในจังหวะนี้เองเ้าลูกกระต่ายสีขาวที่กลับลงรูไปแล้ววิ่งพรวดออกมา มันตรงเข้าไปหาแม่ของมันและเอาหน้าซุกลงที่ตัวทันที ราวกับว่ากำลังร้องไห้
“ออกมาทำไม!!”
สมิทได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงดังขึ้น ทั้งที่รอบบริเวณไม่มีมนุษย์คนใดอยู่ มีเพียงกระต่ายตัวสีเทาที่หันไปมองลูกกระต่ายขาวด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว เป็จังหวะเดียวกับที่เ้านาคาวัชระหายมึนจากการถูกถีบพอดี
“กระต่าย...พูดได้หรือ”
จังหวะนี้เอง ผลึกคริสตัลสีฟ้าที่ด้านหลังของนาคาวัชระเรืองแสงสว่างจ้า ก่อนที่เ้านาคาวัชระจะยิงลำแสงสายฟ้าออกจากปากของมัน ใส่กลุ่มกระต่ายทั้งสามตัวทันที เป้าหมายของมันคือสังหารหมดไม่มีเหลือ
“[ประกาศจากระบบ: นาคาวัชระใช้สกิลประจำตัว ไลท์นิ่งโทรวเวอร์ (Lightning Thrower)]”
เกิดะเิดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว เมื่อลมพัดผ่านฝุ่นละอองจนหายไปหมด เ้ากระต่ายสีเทาพบว่ามันและครอบครัวของมันยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากสมิทเอาโล่ของเขาบังการโจมตีให้
“[ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นสมิทรับการโจมตีจากนาคาวัชระ ได้รับความเสียหายรวม 300/1,000 ค่ะ]”
“[ประกาศจากระบบ:ผู้เล่นสมิท ได้สร้างศัตรูกับเผ่าพันธ์งูและสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากขัดขวางการหากินของพวกมัน ส่งผลให้ผู้เล่นสมิทไม่มีสิทธิจับมอนสเตอร์ประเภทนี้]”
“[ประกาศจากระบบ:กระต่ายสีหมอก ร้องขอให้คุณเลือกมันเป็มอนสเตอร์ประจำตัว ผู้เล่นสมิทจะรับหรือไม่]”
หน้าต่างระบบขึ้นมาที่ด้านหน้าของสมิท ว่าจะยอมรับหรือไม่ สมิทหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกดตกลงอย่างไม่ลังเล
“ได้สิ เ้ากระต่าย ถ้าแกกล้าร้องขอให้ฉันเป็เ้านาย ฉันก็กล้ารับแกเป็มอนสเตอร์ประจำตัวล่ะวะ”
เ้านาคาวัชระขู่ฟ่อทันที บัดนี้มอนสเตอร์กระต่ายสีหมอกที่มันหมายหัว กลายเป็มอนสเตอร์มีเ้าของแล้ว สร้อยคอจับสัตว์ของสมิทย้ายไปสวมที่คอของเ้ากระต่ายทันที ก่อนที่สร้อยคอนั้นจะกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว
“เอาล่ะนะคู่หู นี่คือการร่วมงานกันครั้งแรกของพวกเรา จัดการไอ้งูบ้านั่นซะ” สมิทกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้าไปหานาคาวัชระเป็คนแรกทันที