ราตรียามจื่อ (23.00 - 01.00 น.) ณ วัดเซี่ยเหลียน
พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางนภา สาดแสงสีเงินยวางลงมาชโลมทั่วลานวัดที่เงียบสงัด เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกระงม บรรยากาศวังเวงจนน่าขนลุก แต่สำหรับ หวงเซิง บัณฑิตหนุ่มผู้หลงใหลดอกไม้ เขากลับนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าต้นโบตั๋นขาวอย่างไม่สะทกสะท้าน
เขาจุดเทียนไขเล่มหนึ่งวางไว้ข้างตัว แสงเทียนวูบไหวต้องลม เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังและการรอคอย
"น้องหญิง... คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ข้ารู้ว่าเ้าได้ยินข้า" หวงเซิงพึมพำกับดอกไม้ "ข้าแต่งกลอนบทใหม่มาฝากเ้าด้วยนะ..."
ห่างออกไปบนหลังคาศาลาแปดเหลี่ยม ไป๋อวิ๋นนั่งจิบชา (ที่อาเจาท์อุตส่าห์ปีนลงไปต้มมาให้) มองดูเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยความสนใจ
"นายน้อย... เ้าบัณฑิตนี่ท่าจะบ้าจริง พูดกับดอกไม้เป็ตุเป็ตะ" อาเจาท์กระซิบพลางตบยุงที่แขน "เราต้องรอนานแค่ไหนขอรับ? ยุงเมืองลั่วหยางกัดเจ็บชะมัด"
"เงียบหน่อย" เสี่ยวเหมยดุเบาๆ นางจ้องมองไปที่ต้นโบตั๋นตาไม่กระพริบ "นางกำลังจะมา..."
ทันใดนั้น ลมรอบตัวต้นโบตั๋นขาวก็หยุดนิ่ง กลิ่นหอมเย็นๆ ฟุ้งกระจายออกมาอย่างรุนแรง กลีบดอกสีขาวขนาดใหญ่ค่อยๆ คลายตัวออก แสงสีขาวนวลตาเปล่งประกายเจิดจ้า
จากกลุ่มควันและแสงสว่างนั้น ร่างของสตรีในชุดผ้าแพรสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น นางงดงามราวกับเทพธิดาจำแลง ผิวขาวผ่องตัดกับผมดำขลับ ใบหน้าหวานซึ้งแต่แฝงความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้ง
'เซียงอวี้' (Xiang Yu) ภูตดอกโบตั๋นขาวปรากฏกายแล้ว!
"น้องหญิง!" หวงเซิงร้องด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นจะเข้าไปกอดนาง แต่เซียงอวี้กลับถอยหลังหนี
"อย่าเข้ามานะเ้าคะ คุณชายหวง!" นางร้องห้ามเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า "ท่าน... ท่านไม่ควรมาที่นี่อีก ข้าบอกแล้วว่าเราอยู่คนละภพภูมิ ยิ่งท่านเข้าใกล้ข้า พลังชีวิตของท่านจะยิ่งถูกดูดกลืน"
"ข้าไม่สน!" หวงเซิงดื้อดึง "ต่อให้ต้องตาย ข้าก็ขอตายเคียงข้างเ้า! ข้ารู้ว่าเ้าถูกจองจำ ข้าจะหาทางช่วยเ้า!"
"ท่านช่วยข้าไม่ได้หรอก..." เซียงอวี้ส่ายหน้า ร่างกายของนางดูโปร่งแสงและอ่อนแอ "รากของข้า... ถูก 'มัน' พันธนาการไว้ ยิ่งข้ามีความรัก พลังตบะของข้าก็จะยิ่งอ่อนลง และมันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น"
ครืด... ครืด...
เสียงลากของหนักๆ ดังมาจากใต้ดิน พื้นดินรอบต้นโบตั๋นเริ่มปูดนูนขึ้น ราวกับมีงูั์เลื้อยอยู่ข้างใต้
"มันมาแล้ว! หนีไปเ้าค่ะคุณชาย! เร็วเข้า!" เซียงอวี้หน้าซีดเผือด นางพยายามผลักหวงเซิงให้ออกห่าง
ตูม!
ดินะเิออก เถาวัลย์สีดำทมิฬขนาดเท่าขาคน พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน รวดเร็วปานแส้เหล็ก มันตวัดรัดร่างของเซียงอวี้เอาไว้อย่างแ่า หนามแหลมคมจิกเข้าไปในเนื้อิญญาของนาง
"กรี๊ดดดดด!" เซียงอวี้กรีดร้องด้วยความเ็ป
"ปล่อยนางนะ!" หวงเซิงเห็นคนรักถูกทำร้าย ความกลัวหายไปสิ้น เขาคว้าเชิงเทียนที่พื้นขึ้นมา วิ่งเข้าไปทุบเถาวัลย์ั์นั้นอย่างบ้าคลั่ง
"ปล่อย! ข้าบอกให้ปล่อย!"
เพล้ง! เชิงเทียนหักสะบั้น เถาวัลย์ดำไม่ะเืแม้แต่น้อย มันกลับตวัดปลายอีกข้างฟาดเข้าที่หน้าอกของหวงเซิงเต็มแรง
อั๊ก! หวงเซิงกระอักเื กระเด็นไปชนกำแพงวัด ร่างกายบอบช้ำสาหัส แต่เขายังพยายามตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ความรักของมนุษย์... ช่างโง่เขลาและหอมหวานจริงๆ"
เสียงหัวเราะแหบพร่าดังขึ้นจากความมืด หลังต้นไม้ใหญ่ ปรากฏร่างของชายชราหลังค่อม ิัเหี่ยวย่นสีเขียวคล้ำ ดวงตาสีเหลืองอ๋อย มือและเท้าของมันยาวผิดปกติและดูเหมือนรากไม้
'ปีศาจเถาวัลย์ดำ'
"เ้าโบตั๋นน้อย..." ปีศาจเถาวัลย์เดินลากขาเข้ามา แสยะยิ้มเห็นฟันเน่าๆ "ข้าเลี้ยงดูเ้ามาหลายร้อยปี ให้เ้าดูดซับแสงจันทร์ เพื่อรอวันที่เ้าจะเบ่งบานเต็มที่... และวันนี้ ความรักของไอ้หนุ่มนี่ก็เป็ปุ๋ยชั้นดี ที่จะทำให้ตบะของเ้าสุกงอม... ถึงเวลาที่ข้าจะกินเ้าแล้ว!"
มันอ้าปากกว้าง ลิ้นยาวเฟื้อยที่เป็เถาวัลย์พุ่งออกมา หมายจะเจาะเข้าไปที่หน้าผากของเซียงอวี้เพื่อดูดกลืนแก่นิญญา
"อย่านะ!" หวงเซิงะโสุดเสียง
ฉึก!
ลิ้นเถาวัลย์หยุดชะงัก ห่างจากหน้าผากเซียงอวี้เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด...
ไม่ใช่เพราะมันใจดี แต่เพราะมี 'มีดสั้น' เล่มเล็กๆ ปักตรึงลิ้นของมันไว้กับต้นไม้ด้านหลัง!
"ใคร!?" ปีศาจเถาวัลย์ดำคำรามลั่นด้วยความเ็ป
"คนสวนคนใหม่... มาตัดแต่งกิ่งไม้รกๆ"
ไป๋อวิ๋นะโลงมาจากหลังคาศาลา ร่อนลงพื้นอย่างนุ่มนวล พัดจีบในมือโบกสะบัดเบาๆ โดยมีอาเจาท์และเสี่ยวเหมยยืนประกบซ้ายขวา
"คุณชายไป๋!" หวงเซิงร้องด้วยความดีใจ
ปีศาจเถาวัลย์กระชากลิ้นตัวเองหลุดจากมีดสั้น เืสีเขียวไหลย้อย มันจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยความอาฆาต "พวกเ้าเป็ใคร! กล้ามายุ่งเื่ของข้า!"
"ข้าคือคนที่เ้าเพิ่งส่งคนไปขู่เมื่อตอนเย็นไง จำไม่ได้หรือ?" ไป๋อวิ๋นยิ้มเย็น "ข้าบอกแล้วว่าอยากจะชมดอกไม้... แต่ดอกไม้สวยๆ ดันมีกาฝากน่าเกลียดเกาะอยู่ ข้าเลยต้องมาจัดการ"
"ปากดีนัก! ตายซะเถอะ!"
ปีศาจเถาวัลย์กระทืบเท้า พื้นดินรอบวัดสั่นะเื เถาวัลย์หนามนับร้อยเส้นพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ล้อมกรอบพวกไป๋อวิ๋นไว้ทุกทิศทาง
"อาเจาท์... จัดการพวกวัชพืชที" ไป๋อวิ๋นสั่งเรียบๆ
"จัดไปนายน้อย! วันนี้ข้าพกเคียวมาด้วย!"
อาเจาท์ล้วงมือไปด้านหลัง หยิบ 'เคียวั์' (ที่ไปขโมยมาจากชาวนาแถวนั้นแล้วให้อาจารย์ตีบวกใส่พลังปราณ) ออกมา
"ย้าก! ตัดหญ้าทำปุ๋ย!"
อาเจาท์หมุนตัวเป็พายุ เคียวในมือตวัดฉับไว ตัดเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาขาดกระจุยกระจาย เศษไม้ปลิวว่อน
เสี่ยวเหมยไม่ยอมน้อยหน้า นางสะบัดผ้าแพรสีชมพูออกจากแขนเสื้อ ผ้าแพรนั้นดูนุ่มนวลแต่แข็งแกร่งดุจเหล็กไหล พุ่งเข้าไปรัดร่างของปีศาจเถาวัลย์ดำ "คิดจะรังแกผู้หญิงงั้นรึ? ตาแก่ลามก!"
"หนอยแน่!" ปีศาจเถาวัลย์ดิ้นหลุดจากผ้าแพร มันรู้แล้วว่าเจอของแข็ง จึงตัดสินใจใช้ไม้ตาย
"วิชาลับ! คุกหนามกลืนิญญา!"
เถาวัลย์ทั้งหมดรวมตัวกันกลายเป็กรงขนาดั์ ครอบคลุมพื้นที่ลานวัดทั้งหมด หนามแหลมปล่อยไอพิษสีม่วงออกมา บีบอัดพื้นที่เข้ามาเรื่อยๆ
"เสร็จข้าล่ะ! กลายเป็ปุ๋ยให้หมด!"
ไป๋อวิ๋นยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมพิษ เขาหุบพัดจีบ แล้วชี้ไปที่ดวงจันทร์ "เ้าอาศัยแสงจันทร์บำเพ็ญตบะ... แต่เ้าลืมไปหรือว่า แสงจันทร์นั้นยุติธรรม ส่องสว่างแก่ทุกคน"
วิ้ง!
แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา จู่ๆ ก็หักเหรวมตัวกันที่พัดของไป๋อวิ๋น จนพัดนั้นส่องแสงสว่างจ้า
"ค่ายกลแสงจันทร์... สะท้อนกลับ!"
ไป๋อวิ๋นสะบัดพัด แสงจันทร์เข้มข้นถูกซัดออกไปรอบทิศทาง
ตูม! ตูม! ตูม!
กรงหนามเถาวัลย์ที่โดนแสงจันทร์บริสุทธิ์อัดกระแทก ะเิออกเป็ผุยผง! ไอพิษสลายไปในพริบตา
ปีศาจเถาวัลย์ดำโดนแรงะเิกระเด็นไปกระแทกต้นโบตั๋น ร่างกายไหม้เกรียมเป็แถบๆ "อ๊ากกก! แสงจันทร์ทำร้ายข้าได้ยังไง! ข้าเป็เ้าแห่งรัตติกาล!"
"เ้าไม่ใช่เ้าแห่งรัตติกาล... เ้าแค่ขโมยแสงจันทร์ของคนอื่นมาใช้" ไป๋อวิ๋นเดินเข้าไปหามัน ชี้พัดไปที่กลางหน้าผาก
"เซียงอวี้... เ้าอยากหลุดพ้นจากมันไหม?" ไป๋อวิ๋นถามภูตสาว
เซียงอวี้พยักหน้าทั้งน้ำตา "เ้าค่ะ! ข้าอยากเป็อิสระ!"
"งั้นจงใช้ความโกรธของเ้า... รากของเ้าหยั่งลึกกว่ามัน เ้าคือเ้าของที่แท้จริง!"
เซียงอวี้หลับตาลง รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย นึกถึงความเ็ปที่ถูกกดขี่มาหลายร้อยปี นึกถึงหวงเซิงที่าเ็เพราะปกป้องนาง
"ออกไปจากร่างข้า!!"
เปรี้ยง!
รากไม้สีขาวบริสุทธิ์ของต้นโบตั๋น พุ่งแทงออกมาจากพื้นดิน เสียบทะลุร่างของปีศาจเถาวัลย์ดำจากด้านหลัง!
"อึก... นี่เ้า... เ้ากล้า..." ปีศาจเถาวัลย์ดำมองรากไม้ที่แทงทะลุอกตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไป๋อวิ๋นซ้ำดาบสองด้วยการดีด 'ลูกไฟเพลิงแท้' (Samadhi Fire) ดวงเล็กๆ ใส่ร่างปีศาจ "ลาขาดล่ะนะ ท่านผู้เฒ่า"
ฟึ่บ!
เปลวไฟลุกท่วมร่างปีศาจเถาวัลย์ดำ มันกรีดร้องโหยหวนก่อนจะสลายกลายเป็เถ้าถ่าน ปล่อยให้ิญญาของเซียงอวี้เป็อิสระอย่างสมบูรณ์
โซ่ตรวนที่มองไม่เห็นขาดสะบั้นลง ร่างของเซียงอวี้เปล่งประกายงดงามยิ่งกว่าเดิม
นางรีบวิ่งเข้าไปประคองหวงเซิงที่นอนหายใจรวยริน "คุณชาย! คุณชายหวง! ท่านอย่าเป็อะไรนะ!"
หวงเซิงลืมตาขึ้นมองหน้านาง ยิ้มจางๆ "เ้า... ปลอดภัยแล้ว... ข้าดีใจ..."
"อย่าเพิ่งสั่งเสียสิ" ไป๋อวิ๋นนั่งลงข้างๆ จับชีพจรหวงเซิง "กระดูกซี่โครงหักสองซี่ อวัยวะภายในช้ำนิดหน่อย... อาเจาท์ เอา 'ยาเม็ดคืนชีวา' มาให้เขากิน"
"จัดไปครับนายน้อย เม็ดละห้าร้อยตำลึง คิดบัญชีทีหลังนะ" อาเจาท์ยัดยาใส่ปากหวงเซิง
เมื่อสถานการณ์สงบลง เซียงอวี้หันมาคุกเข่าต่อหน้าไป๋อวิ๋น "ขอบคุณคุณชายไป๋! ท่านช่วยชีวิตข้าและคนรัก... ข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร"
"ไม่ต้องตอบแทนอะไรมาก..." ไป๋อวิ๋นยิ้ม "แค่... ช่วยบอกข้าหน่อยว่า นอกจากปีศาจเถาวัลย์นี่แล้ว ในเมืองลั่วหยางยังมี 'ใคร' ที่อยู่เื้ัการรวบรวมิญญาภูตดอกไม้อีกไหม? เพราะข้าสังเกตเห็นว่าปีศาจเถาวัลย์ตัวนี้ มันมี 'ตราประทับ' ของใครบางคนอยู่ที่กลางหลัง"
เซียงอวี้หน้าซีดลงเล็กน้อย นางมองซ้ายมองขวาก่อนจะกระซิบเสียงเบา "มีเ้าค่ะ... นางพญาผู้ปกครองเหล่าบุปผาทั้งปวงในลั่วหยาง... 'พระสนมหยาง' (Yang Guifei - ในเวอร์ชันปีศาจ)"
"พระสนมหยาง?" ไป๋อวิ๋นเลิกคิ้ว "นางตายนานแล้วไม่ใช่หรือ?"
"ิญญาของนางยังอยู่... และนางกำลังสร้าง 'สวน์นิรันดร์' โดยจับิญญาภูตสาวงามไปเป็บริวาร... เพื่อรอคอยการกลับมาของฮ่องเต้ถังเสวียนจง"
ไป๋อวิ๋นพับพัดจีบดัง ปึก "ดูเหมือนงานชมดอกไม้ของเรา... จะยืดเยื้อกว่าที่คิดซะแล้ว"