ยามสนธยาของวันที่เจ็ด... ท้องฟ้าเหนืออาณาเขตบารอนเครทถูกฉาบด้วยเฉดสีแดงเพลิงที่ค่อยๆ มอดดับลงสู่ความมืดมิดของสีน้ำเงินเข้ม ดั่งม่านการแสดงชุดใหญ่ที่กำลังปิดตัวลง ลมหนาวจากยอดเนินเขาพัดกระโชกแรงกว่าทุกวัน มันหวีดหวิวผ่านซอกหินแกรนิตของตัวปราสาท สร้างเสียงคล้ายกับการคร่ำครวญของิญญาบรรพบุรุษ
เดรสมอนด์ เครท ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าองค์เทพทาวาร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็จังหวะช้าๆ ร่างกายของเขายังคงสวมเพียงชุดลินินเนื้อหยาบที่ชุ่มเหงื่อและเปรอะเปื้อนฝุ่นละอองจากลานหินอ่อน แผ่นหลังที่เคยโค้งงอด้วยความเ็ปบัดนี้เริ่มเหยียดตรงขึ้น แม้ข้างในจะยังคงปวดร้าวระบมไปถึงกระดูกจากการฝืนร่างกายติดต่อกันเจ็ดวัน แต่อัญมณีแห่งั์ตาสีฟ้าครามของเขากลับเปี่ยมไปด้วยแรงไฟที่ไม่มีวันมอดดับ
เขารู้ดี... นี่คือวินาทีสุดท้ายของ 'การรอคอย' ที่แสนยาวนาน
"หึ... ดูมันสิ ยังคงดื้อด้านอยู่จนถึงวินาทีสุดท้าย"
ที่ระเบียงทางเดินชั้นสองของปราสาทซึ่งพาดผ่านห้องโถงกลาง โทมัส เครท ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน สายตาจ้องมองลงมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความดูแคลนและความรำคาญใจ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเืที่ข้อมือปูดโปน รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นเมื่อเห็นเงาของน้องชายที่ดูเล็กจ้อยภายใต้แสงตะเกียงเวทมนตร์ยามค่ำ
"เจ็ดวัน... มันยังทนทำเื่ไร้สาระนั่นได้ถึงเจ็ดวันจริงๆ แต่ดูสภาพมันสิ ยิ่งทำก็ยิ่งเหมือนศพเดินได้เข้าไปทุกที" โทมัสสบถพึมพำกับนายทหารคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลัง "ไร้ประโยชน์สิ้นดี... เสียแรงที่เป็สายเืเครทจริงๆ"
โทมัสสะบัดผ้าคลุมเดินจากไป พร้อมกับเสียงฝีเท้ากระแทกหินดังกึกก้อง ราวกับ้าข่มขวัญผู้ที่อยู่เบื้องล่าง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็น "น้องชายผู้พ่ายแพ้" ในสภาพที่น่าสมเพชเช่นนั้น
คืนนั้น ภายในห้องนอนเล็กๆ ที่มุมอับของปราสาท...
บรรยากาศนิ่งสงบจนน่าขนลุก เดรสมอนด์ทิ้งกายลงบนเตียงไม้เก่าที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วห้องจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักของอากาศที่กดทับลงมาบนปอดที่าเ็ แต่ทันทีที่เปลือกตาปิดลง จิติญญาที่เหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดก็ดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทราที่ลึกที่สุดเท่าที่เขาเคยััมา
มันไม่ใช่การนอนหลับทั่วไป แต่มันคือการเข้าสู่สภาวะ 'การปลดปล่อย'
ท่ามกลางความมืดมิดในห้วงนิมิต เดรสมอนด์เห็นตัวเองยืนอยู่กลางลานที่ว่างเปล่า ร่างกายของเขาถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวนสีดำสนิทที่เน่าเฟะและมีกลิ่นเหม็นหืนของซากศพ โซ่แต่ละข้อสลักไว้ด้วยถ้อยคำที่บิดเบี้ยว... 'ปางตาย', 'าเ็สาหัส', 'หวาดกลัว'... พวกมันคือสัญลักษณ์ของความพ่ายแพ้ที่ฝังรากลึกอยู่ในเนื้อเยื่อและก้นบึ้งของจิตใจ
ทันใดนั้น... เสียงหนึ่งก็ดังแว่วมาจากฟากฟ้าที่อยู่ไกลแสนไกล
"กิ้ววว... กิ้วววว..."
มันคือเสียงครางใสกังวานดุจกระดิ่งลมที่โอบล้อมด้วยมานาอันบริสุทธิ์ แสงสีทองรำไรเริ่มพุ่งทะลุผ่านความมืดมิดเข้ามา ละอองแสงเ่าั้ลอดผ่านร่องไม้ของห้องนอนในโลกความจริง และปรากฏกายออกมาในนิมิตของเขา
สไลม์แสงนับร้อยตัวที่เคยแฝงตัวอยู่ตามซอกหินรูปปั้นเทพทาวาร์ บัดนี้พวกมันเปลี่ยนไป ร่างกายขยายขนาดขึ้นและมี 'ปีกแสง' ที่โปร่งใสดุจปีกแมลงปอทว่าเปี่ยมไปด้วยประกายมานาลอยอยู่ด้านหลัง และเหนือร่างกายทรงกลมที่สั่นไหวอย่างอ่อนโยนนั้น มี 'วงแหวนแสง' สีทองสุกปลั่งลอยค้างอยู่ราวกับจะประกาศถึงสถานะเทพตัวน้อย
'อาร์คไลท์สไลม์'... สิ่งมีชีวิตระดับสูงที่หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในตัวเกมต้นฉบับ หากปราศจากเงื่อนไขแห่งศรัทธาระดับสูงสุดหรือเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่าง พวกมันไม่มีวันปรากฏกายออกมาให้มนุษย์เห็น
เหล่าทูต์ตัวน้อยบินวนรอบเตียงของเดรสมอนด์อย่างรื่นเริง แสงสว่างจืดจางแต่หนักแน่นของพวกมันค่อยๆ ขับไล่ความหนาวเย็นออกไปจากห้องพัก มวลอากาศเริ่มเปลี่ยนเป็ความอุ่นสบายที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของทุ่งหญ้าและแสงแดด ก่อนที่พวกมันจะเริ่มกระบวนการร่ายเวทศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกลืมเลือน
"กิ้วววว!"
พริบตานั้น ลำแสงสีทองเข้มข้นนับร้อยเส้นก็พุ่งเข้าสู่ร่างของเดรสมอนด์
ในนิมิตสีขาวโพลน เดรสมอนด์เห็นโซ่ตรวนสีดำที่เน่าเฟะเริ่มกรีดร้องและแตกสลาย แสงศักดิ์สิทธิ์ซึมลึกเข้าสู่กระแสเื มันเข้าทำลาย 'ความมืดมิดที่ตกค้าง' ซึ่งเป็พิษร้ายและาแจากการถูกโทมัสทำร้ายจนปอดฉีกขาด เขาได้ยินเสียงครืดคราดภายในร่างกาย... กระดูกที่เคยบิดเบี้ยวและแตกหักถูกพลังงานลึกลับดันและจัดระเบียบใหม่ให้แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม มัดใยกล้ามเนื้อที่เคยลีบฝ่อเพราะขาดสารอาหารกลับพองตัวอิ่มเอิบและถักทอเข้าด้วยกันด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่
[ เริ่มต้นการชำระล้าง ]
[ ลบสถานะ: ปางตาย ... เสร็จสิ้น ]
ความรู้สึกเ็ปที่เคยเป็ 'เพื่อนคู่คิด' มาตลอดเจ็ดวันถูกกระชากหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ เดรสมอนด์ััได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่สุดที่ไหลผ่านเส้นประสาท ทุกลมหายใจในความฝันเริ่มลึกขึ้นและมั่นคงขึ้นจนเขารู้สึกได้ถึงขุมพลังที่เอ่อล้นออกมาจากิั
เช้าวันต่อมา... แสงอาทิตย์แรกของวันใหม่ร่วงหล่นลงมาปะทะดวงตาของเดรสมอนด์ผ่านบานหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่
เดรสมอนด์ลืมตาขึ้น... โลกที่เขาเห็นบัดนี้ชัดเจนและมีสีสันกระจ่างชัดกว่าที่เคย ความพร่ามัวและความรำคาญใจที่เคยเหมือนม่านหมอกในหัวสมองสลายไปสิ้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึก และนั่นคือวินาทีแรกที่เขาตระหนักว่าร่างกายนี้ 'ปลอดภัย' แล้ว หน้าอกของเขาขยายกว้างได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีอาการไอเป็เืหรือเจ็บแปลบที่ขั้วปอดอีกต่อไป
เขาสปริงตัวลุกขึ้นจากเตียงไม้เก่าๆ ด้วยท่าทางที่ยืดหยุ่นและคล่องแคล่วดุจสัตว์ป่าที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล ลืมความหนักอึ้งและความเหนื่อยล้าไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเขารู้สึก 'เบา' จนเหมือนแรงโน้มถ่วงของโลกไม่มีผลกับเขาอีกต่อไป
[ ติ๊ง! การเปลี่ยนถ่ายร่างกายและจิติญญาเสร็จสมบูรณ์ ]
[ ตรวจพบเงื่อนไขลับ: การอุทิศตนเพื่อศรัทธาสม่ำเสมอ (7/7 วัน) ]
[ คุณได้รับรางวัลถาวร: รัศมีแห่งโชคชะตา ]
[ เอฟเฟกต์: เพิ่มอัตราการฟื้นฟูร่างกายทุกส่วน 10%, ลดความเมื่อยล้าสะสมเร็วขึ้น 5% และเพิ่มค่าสถานะ ความอึด เพิ่มขึ้น 1.5, ความคล่องแคล่ว เพิ่มขึ้น 1.0 ]
เดรสมอนด์ยกมือของตัวเองขึ้นมาพิจารณา ผิวพรรณที่เคยซีดจางเหมือนกระดาษบัดนี้กลับมีสีเืฝาดที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต แววตาคมกล้าในกระจกเงาด้านข้างเตียงสะท้อนภาพเด็กหนุ่มที่มีโครงร่างสมส่วน เคร่งขรึม และมีราศีของผู้เป็นายเหนือหัวแผ่ออกมาอย่างปิดไม่มิด
เขาเรียกหน้าต่างสถานะออกมาเพื่อตรวจสอบ 'ความจริง' ที่ระบบรับรอง
[ หน้าต่างสถานะ ]
ชื่อ:เดรสมอนด์ เครท
ระดับ:0
เผ่าพันธุ์:มนุษย์
คุณสมบัติ:พละกำลัง 3.0, ความคล่องแคล่ว 5.0, ความอึด 5.5, สติปัญญา 5.0, เสน่ห์ 5.0
อาชีพ:Common
HP:105/105
คะแนนประสบการณ์(EXP):0/100
คะแนนทักษะ:ไม่มี
คะแนนคุณสมบัติ:ไม่มี
สถานะ:ปกติ
ทักษะ:ไม่มี
ความสามารถพิเศษ:ความทรงจำจากชาติที่แล้ว
ตัวเลขเหล่านี้... สำหรับคนทั่วไปอาจมองว่าน้อยนิด แต่สำหรับเดรสมอนด์ นี่คือ 'ผืนผ้าใบที่สะอาดและทนทาน' ที่สุดเท่าที่เขาจะหาได้ ค่าความอึด 5.5 ทำให้เขามีเืเกินร้อยซึ่งมากพอจะรับประกันว่าเขาจะไม่โดน 'One-shot' หรือตายในการโจมตีครั้งเดียวจากทหารทั่วไป ส่วนความคล่องแคล่ว 5.0 คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ร่างกายตอบสนองคำสั่งจากสมองได้อย่างเต็มร้อยโดยที่ร่างกายไม่ฉีกขาดไปก่อน
"ตอนนี้... ความคิดกับร่างกายแม้จะยังไม่ผสานกันเป็หนึ่งเดียว แต่เพียงแค่นี้ก็ดีมากแล้ว" เดรสมอนด์พึมพำ น้ำเสียงของเขามีความทุ้มลึกและน่าเกรงขามอย่างประหลาด
เขาก้าวเท้าเดินไปที่หน้าต่าง มองลงไปยังลานฝึกทหารราบที่ตึกสีแดงเพลิงอยู่ไกลออกไป ลมพัดพาเอาเสียงโห่ร้องของการฝึกยามเช้ามาให้ได้ยิน แววตาของเขาเย็นเยียบลงราวกับผิวน้ำที่กลายเป็น้ำแข็ง
'ลานฝึกทหาร... นั่นสินะที่เป็จุดเริ่มต้นที่แท้จริง' เขาขยับไหล่เบาๆ เพื่อวอร์มร่างกาย เดรสมอนด์หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็ระเบียบขึ้นมาสวมใส่ ท่วงท่าของเขาสะท้อนถึงความมั่นคงและหนักแน่น การก้าวเดินของเขาส่งเสียงก้องกังวานในโถงทางเดินที่เคยโดดเดี่ยว บัดนี้... เดรสมอนด์คนเดิมที่เคยขี้ขลาดและอ่อนแอได้มอดไหม้ไปกับแสงแห่งวันที่เจ็ดแล้ว และสิ่งที่เหลืออยู่คือ 'เพลิงกัลป์' ที่กำลังจะเริ่มต้นก่อตัวขึ้น