อัญณิกายืนรอแมรี่หน้าประตูบานใหญ่สานมือไปมาจนมือบางเริ่มจะชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอได้แต่คิดวนไปวนมาในหัวสมอง ก้มหน้าก้มตาลงมองพื้น ถ้าเกิดเธอเข้าไปเจอผู้ชายหน้าโหดนั่นอีกครั้ง เธอจะทำหน้ายังไง หรือเอามือไปวางไว้ที่ไหนดี
จนประตูที่กำลังปิดได้ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ อัญณิกาจึงเลื่อนสายตาขึ้นเห็นแมรี่เดินออกมาจากประตูใหญ่ แมรี่พยักหน้าให้เดินตามเธอเข้าไปภายในห้อง
‘เอาว่ะ อัญอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แกต้องทำได้เพื่อยาย’
หญิงสาวที่ยืนกล้าๆ กลัวๆ เดินตามหลังแมรี่เข้าไปภายในห้อง แต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าเธอรู้สึกไปเองหรือป่าว ภายในห้องนี้เย็นะเืจนถึงหนาวจับใจเลยก็ว่าได้ ขณะที่เ้าของห้องนั่งหันหลังให้กับหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่อย่างเมินเฉย แมรี่เห็นแล้วก็เหนื่อยใจแทน
“คุณราฟค่ะ ผู้ช่วยส่วนตัวคนใหม่มาแล้วคะ” แมรี่พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจที่มีเ้านายแสนดื้อแบบนี้ แต่ยังดีที่เ้านายเธอสมบูรณ์แบบไม่มีจุดด่างพร้อย ไม่ว่าจะเป็เื่งาน หรือรูปร่างหน้าตา เลขาแบบเธอจึงไม่ต้องเหนื่อยใจมากมายนัก ยกเว้นเื่เดียวคือ เื่ผู้หญิง!
“อืม” ราฟตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหน่าย แต่ยังคงนั่งอยู่ในท่าเดิม ไม่ยอมหันมามองผู้ช่วยส่วนตัวที่มาใหม่สักนิด
อัญณิกาได้แต่ยืนหน้าเสีย แต่ในใจเธอเดือดปุดๆ คนอะไรหยิ่งก็หยิ่ง ถ้าไม่อยากได้ผู้ช่วยส่วนตัวขนาดนั้นจะเปิดรับทำอะไรไม่ทราบ
‘นี่คิดว่าฉันง้อนายมากนักหรือไง ถ้าที่นี่ไม่ให้เงินเดือนที่มากมายขนาดนี้ มีเหรอฉันจะถ่อสังขารมาทำงานกับคนที่น่ากลัวแบบนาย’
แมรี่ได้แต่ยืนทำหน้าเบื่อหน่ายกับอาการดื้อของเ้าตัวเองที่เข้าเส้นจริงๆ ก่อนที่จะมีเสียงบางเสียงมาดึงจุดสนใจของทั้งสามคนภายในห้องให้หันมาพร้อมกัน
“ราฟคะ” เสียงเอลเลน นางแบบคู่ขาเก่าที่เขาพยายามสลัดมาร่วมสองเดือน สลัดเท่าไหร่ก็สลัดไม่ออกสักที ซึ่งราฟก็ไม่แน่ใจนักว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็คนหรือเป็ปลิงกันแน่ ที่ไม่ยอมหลุดจากเขาไปสักที
“ไม่ได้คะ คุณเอลเลน” เสียงพิมขวัญและมาดาพยายามเรียกให้นางแบบสาวหยุดบุกรุก และไม่ว่าจะเชิญดีๆ ก็แล้ว ดึงรั้งแขนสาวเ้าไว้ก็แล้ว แต่ก็ไม่สามารถฉุดรั้งผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆ
“ออกไปได้แล้ว” เสียงราฟดังขึ้น พร้อมเก้าอี้หนังพนักสูงหุ้มด้วยหนังอย่างดีสีดำที่ค่อยๆ หันกลับมาทางประตูที่เพิ่งเปิดออกเมื่อครู่
ตอนนี้หญิงสาวที่อยู่ภายในห้องได้แต่ยืนมองกันไปมา คำว่า ‘ออกไปได้แล้ว’ ของชายหนุ่มหนึ่งเดียวหมายถึงใครกัน ก็คงจะมีแต่แมรี่เท่านั้นที่เข้าใจ เธอจึงหันหน้าไปทางพิมขวัญและมาดาโดยให้สัญญาณเป็การพยักหน้าให้กับให้ทั้งสองคนออกไปก่อน พิมขวัญและมาดาเลยได้แต่ก้มหน้าลงเป็เชิงรับคำ ก่อนจะหมุนตัวออกไปและปิดประตูลง
เอลเลนเห็นแบบนี้เธอถึงกับดีใจ เพราะคิดว่าราฟคงจะยอมกลับมาหาเธอเหมือนเดิมแล้ว หลังจากอาทิตย์ที่ผ่านมา เขามีข่าวคั่วกับนางเอกหน้าใหม่ ซึ่งทำให้เอลเลนรู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก เขาให้เงินเธอมาก้อนหนึ่งหลังเลิกกันก็จริงๆ แต่ก็เทียบกันไม่ได้เลยตำแหน่งมาดามของเอสเคกรุ๊ป ดังนั้นเมื่อเธอเห็นเขามีท่าทีแบบนี้เธอจึงรีบเดินเข้าไปหาเพื่อประจบประแจงทันที
อัญณิกาได้แต่มองตามหญิงสาวร่างงามกับเดรสเกาะอกแดงเข้มเืหมูที่รัดหน้าอกจนมันแทบจะหลุดออกมาจากเสื้ออย่างงงๆ ปกติเธอเคยเห็นผู้หญิงแบบนี้เดินตามพระเอกในละคร แต่วันนี้เธอไม่คิดว่าเธอจะได้เห็นกับตาตัวเองจริงๆ
ราฟได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย ผู้หญิงคนนี้สลัดยากจริงๆ ครั้นจะตัดสัมพันธ์ไปเลยก็คงจะทำได้ยาก ในเมื่อเขาคิดผิดเองที่ดันไปคั่วกับพรีเซ็นเตอร์รถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัท และนี่เป็บทเรียนราคาแพงสำหรับเขาก็ว่าได้ เพราะหลังจากนี้เขาจะไม่ลากพรีเซ็นเตอร์คนไหนของบริษัทขึ้นเตียงอีกแน่นอน
แมรี่หันไปมองเลขาส่วนตัวคนใหม่ที่ยืนทำหน้างงเป็ไก่ตาแตกก็ยิ้มขึ้นมาทันที
‘นี่คงเป็งานแรกที่ฉันจะให้เธอลงมือพิสูจน์ด้วยตัวเอง ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำได้ดีขนาดไหนกัน’
“งานแรกของเธอมาแล้ว จัดการให้เรียบร้อย” แมรี่หันไปกระซิบกับอัญณิกา จนหญิงสาวที่ได้รับคำสั่งถึงกับทำตาโตเท่าไข่ห่าน
“นี่คืองานฉันด้วยเหรอคะ” เลขานุการส่วนตัวคนใหม่ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
แมรี่ไม่ได้พูดอะไรเธอเพียงแต่ส่งยิ้มมุมปากให้เท่านั้น
‘นี่คือหนึ่งในงานเธอด้วยเหรอ แล้วเธอจะต้องทำยังไงกับสถานการณ์แบบนี้’
อัญณิกาที่ได้รับคำสั่งต้องยืนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะเหตุการณ์ทั้งชีวิตที่เจอมาต่อให้ยากแค่ไหนก็ไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้เลยจริงๆ แล้วเธอควรจะทำยังไงกันล่ะ ดวงตาเ้ากรรมก็ดันหันไปสบกับตาสีเทาคมกริบเรืองรองของชายเ้านายหนุ่มที่นั่งหน้ายุ่งอยู่เพราะเขาก็จะคอยดูเหมือนกันว่า แม่เลขาส่วนตัวคนใหม่จะทำยังไงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“เอ่อ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงจะรับน้ำไหมค่ะ” อยู่ๆ อัญณิกาก็โพล่งเสียงขึ้นมาระหว่างที่เอลเลนจะถึงตัวเ้านายหน้าหล่อที่นั่งทำตัวทรงอำนาจอยู่บนเก้าอี้นวมใหญ่
‘เธอ้าจะทำอะไรกันแน่’ นั่นทำให้เกิดแววตาสงสัยในตาสีเทาเปี่ยมอำนาจทันที
“นี่เธอเป็ใครนะ” นางแบบชุดแดงเข้มอกล้นที่กำลังจะเดินเข้าไปหาราฟต้องหยุดฝีเท้า และสีหน้าไม่พอใจที่ถูกขัดขึ้น หันไปถามหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยหวานร่างเล็กแทน ซึ่งเธอไม่รู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือใคร แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงคนไหนที่จะเขามาหาราฟ เธอจะต้องกำจัดให้สิ้นซาก
“ฉันเป็ผู้ช่วยเลขาส่วนตัวคนใหม่คะ” คนที่เพิ่งได้รับตำแหน่งหมาดๆ รีบแนะนำตัวเองทันที
“ก็ดี” นางแบบสาวเบะปากพูด และตั้งท่าจะเดินเข้าไปชายที่หมายปองอีกครั้ง
แต่อยู่ๆ ผู้ช่วยเลขาส่วนตัวคนใหม่ที่กลัวตกงานรีบเข้าไปฉุดแขนเรียวงามของนางแบบสาวทันที เมื่อเห็นเธอพุ่งตรงไปหา ‘เ้านาย’ที่นั่งทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“นี่! ปล่อยฉันเลยนะ” เสียงแหลมของเอลเลนพุ่งตรงไปยังแก้วหูของอัญณิกาที่จับเธอไว้
“ขอโทษนะค่ะ แต่ฉันคงปล่อยให้คุณทำเื่หน้าไม่อายแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ในเมื่อผู้ชายเขาไม่้าคุณแล้ว คุณก็ต้องมีศักดิ์ศรีพอที่จะหยุด อย่าให้เขามองคุณเป็ของไร้ค่าหรือของที่หามาได้ง่ายๆ เลยนะค่ะ ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งลดคุณค่าในตัวเอง ผู้ชายจะเบื่อเร็วขึ้น เชื่อฉันเถอะคะ” หญิงสาวที่รั้งนางแบบอกโตไว้เอ่ยออกไปด้วยความเป็ห่วง
“นี่... นี่แกกล้าว่าฉันไร้ศักดิ์อย่างนั้นเหรอ” เสียงนางแบบผู้ถูกเตือนดังขึ้นแบบปรอทแตก ไม่เคยมีใครกล้าว่าเธอแบบนี้มาก่อน แล้วนางนี่เป็ใครกัน มาว่าเธอฉอดๆ
“ฉันแค่เตือน ฉันไม่ได้มีเจตนาจะว่าคุณเลยนะคะ” อัญณิการีบแก้ตัวพัลวัน
“ราฟคะ เอลเลนไม่ยอมนะคะ คุณปล่อยให้ลูกน้องคุณมาดูถูกเอลเลนแบบนี้ไม่ได้นะ”
“....” ชายหนุ่มตาสีเทายังคงนั่งสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้ไม่เห็นเหตุการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น แต่จ้องมองไปที่เลขาส่วนตัวคนใหม่ร่างเล็กที่ยืนหน้าเสียอยู่
“โอ้ย อีบ้า! นี่แกเป็บ้าหรือไงปล่อยฉันเลยนะ ฉันจะไปหาราฟ ปล่อย!”
อัณญิกาได้ยินคำที่หญิงสาวเสียงแปดหลอกเรียกเธอเมื่อครู่ทำให้ความอดทนเธอขาดลงทันที
“นี่คุณ ฉันว่าคุณพูดไม่รู้เื่นะ ผู้ชายไม่สนใจก็ตอแยเขาอยู่ได้ ฉันว่าคุณไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านก่อนดีกว่า จะได้ไม่ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้”
“กรี๊ด... อีบ้า!”
“อ้าว! คุณสิบ้า นี่คุณจะไปดีๆ หรือจะให้ฉันเรียกยามมาลากตัวคุณออกไป”
กรี๊ด…
“อีบ้า!... ราฟคะ เอลเลนไม่ยอมนะคะ”
ชายที่ถูกคู่ขาเรียกนั่งหน้าขรึมไม่ได้พูดอะไรสักคำ และหันเก้าอี้กลับไปมองกระจกที่เป็วิวเมืองใหญ่ด้านหลังทันที เหมือนเป็สัญญาณว่า เขาเองก็ไม่สนใจเช่นกัน
กรี๊ด…
เอลเลนกรีดร้องสุดเสียง เธอรู้สึกเสียหน้ามากจึงมองเลขาสาวที่กีดกันเธออย่างคาดโทษและรีบเปิดประตูออกไปทันที
เ้านายหนุ่มที่หันหลังให้ถึงกับลอบยิ้มให้กับแม่เลขาส่วนตัวคนใหม่ที่ผลงานครั้งนี้สร้างความพอใจให้เขาไม่ใช่น้อย
‘ชักจะสนุกแล้วสิ...’
เ้านายผู้สร้างเื่ได้ยินที่เลขาส่วนตัวคนใหม่พูดทั้งหมดแทบจะกลั้นขำไว้ไม่ได้ มีใครที่ไหนบ้างไล่คนด้วยวิธีแบบนี้
ส่วนแมรี่ที่ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวเอเชียตัวเล็กพูดอะไรกับนางแบบคู่ขาเ้านายบ้าง แต่ก็อดขำกับท่าทางและวิธีการของเธอไม่ได้ ก่อนที่จะปลายตาไปหาเ้านายหนุ่มสุดเพอร์เฟคที่นั่งหันหลังให้ แต่มีเหรอเธอจะดูไม่ออกว่าเขาเริ่มจะชอบผู้ช่วยเลขาส่วนตัวคนใหม่แล้วสินะ
“คุณราฟครับถึงเวลาที่นัดกับคุณวิชิตเื่โรงแรมที่ภูเก็ตแล้วนะครับ” เสียงแดนเคาะประตู และเปิดเข้ามาทันทีเมื่อมองเวลาที่จวนเจียนมากแล้ว
“อืม เอกสารที่ให้คุณมาดาจัดการเรียบร้อยหรือยัง” ราฟถามเพื่อกำชับกับเลขาจำเป็พ่วงด้วยตำแหน่งบอดี้การ์ดอีกครั้ง
คนอย่างราฟาเอล ชามาคอฟ รับได้ทุกอย่างยกเว้นเื่เดียวคือ ‘ความผิดพลาดเื่งาน’ ที่เขาไม่สามารถยอมรับได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น
“เอกสารครบทุกอย่าง ผมเตรียมไว้ในเครื่องบินส่วนตัวเรียบร้อยแล้วครับ”
ราฟสั่งงานจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่ จัดเสื้อสูทราคาแพงเรียบร้อยและเดินผ่านหน้าเลขาส่วนตัวร่างเล็กหน้าหวาน และแมรี่ ออกไปอย่างไม่มีทีท่าสนใจใยดีสักนิด
แมรี่โค้งเล็กน้อยเพื่อเป็ให้เกียรติเ้านายเมื่อเขาเดินผ่านหน้าไป ต่างจากอัญณิกาที่มองอย่างตาค้าง ใบหน้าแดงก่ำ ด้วยเพิ่งเสร็จจากาประสาทกับแม่นมโตคู่ขาเ้านายนั่นมาหมาดๆ
‘นี่มันจะมากไปแล้วนะ !’ ใบหน้าอัญณิกาบึ้งตึงทันที
แดนเปิดประตูให้เ้านายหนุ่มทันทีเพื่อจะได้ไปให้ทันเวลานัด แต่เสียงที่ดังมาจากข้างหลังมารั้งเท้าคนหน้าดุตาสีเทาเอาไว้ ขณะที่กำลังจะก้าวพ้นประตูออกมาพอดี
“วันหลังเื่แบบนี้ถ้าไม่มีปัญญาแก้ไขด้วยตัวเองก็อย่าสร้างเื่ให้คนอื่นปวดหัวอีกนะคะ” พูดจบอัญณิกาก็แทบที่จะเอาเข็มเย็บปากตัวเอง ปากเ้ากรรมแท้ๆ ในขณะที่ พิมขวัญ มาดา และแมรี่ก็ชะงักค้างทันทีเมื่อได้ยิน รวมทั้งแดนที่มีสีหน้ากังวลขึ้น เพราะไม่รู้เ้านายจะตอบกลับหญิงสาวตัวเล็กเมื่อครู่ด้วยอารมณ์แบบไหน
‘โอ้ยยายอัญ เมื่อไหร่แกจะหุบปากตัวเองได้สักที’ หญิงสาวที่โพล่งประโยคเมื่อสักครู่ออกไปแทบจะร้องไห้
ราฟหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงท่วงท่าอย่างสง่างาม สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคชายสีดำราคาแพงเนื้อผ้าดี พร้อมใบหน้าที่เรียบเฉยจนไม่สามารถอ่านความในใจออก แต่แววตาสีเทากลับเข้มขึ้นจนดูน่ากลัว
เ้านายในตาสีเทาเดินมาเรื่อยๆ และหยุดฝีเท้าลงหน้าหญิงสาวที่อาจหาญพูดกับเขาเมื่อครู่ เธอกำลังก้มหน้าต่ำลงด้วยใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อ แม้เครื่องปรับอากาศจะถูกเปิดอยู่จนเย็นะเื ก่อนที่เธอจะสูดหายใจเข้าลึกๆ และได้กลิ่นน้ำหอมจากร่างหนาของชายตรงหน้าเข้าเต็มปอด หัวใจเธอเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ ขณะที่เ้านายแววตาสีเทาตรงหน้าโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ จนชิดใบหูเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง
“เก่งแบบนี้ให้ได้ตลอดนะ ยายตัวเล็ก” ราฟพูดจบก็เป่าลมใส่ใบหูเล็กสีแดงระเรื่อทันที จนเธอต้องสะดุ้งสะท้าน จากนั้นเขาจึงเดินหันหลังออกไป
แดนรีบเดินตามอย่างไม่เข้าใจเ้านายตัวเอง ในสถานการณ์ปกติไม่มีใครกล้าขัดใจเขาอยู่แล้ว แต่นี่เป็สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็ว่าได้ที่อยู่ดีๆ จะมีใครบางคนลุกขึ้นมาตำหนิเ้านายเขาแบบนี้ และที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ คนๆ นั้นก็ยังรอดไปได้ มันชั่งเป็สถานการณ์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
พิมขวัญและมาดาเองก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ใบหน้าผ่อนคลายลง เมื่อเห็นเ้านายหนุ่มผู้ปกครองขั้วโลกเหนือเดินผ่านไปเรียบร้อย ผิดกับแมรี่ที่มีรอยยิ้มขึ้นมาทันทีแม้จะเพียงแวบเดียวจนไม่มีใครสังเกตเห็นก็เถอะ
..............................................................................
ขอบคุณสำหรับการติดตาม อย่าลืมเพิ่มเข้าชั้นหนังสือกัน และกดlove เพื่อรออัพเดตนะจ้า
มาพูดกับไรท์ได้นะจ๊ะ ด่าได้ถ้าไรท์ทำร้ายตัวละครเกิน แต่อย่าแรงเดี๋ยวไรท์เจ็บนะจ๊ะ รีดที่รัก ....
ฝากติดตามเพจในลิิ๊งค์ด้านล่าง หรือ คลิ๊กที่นี่
https://www.facebook.com/ainkfanamtalay/
