หลุมลึกหายไปกลับกลายเป็พื้นหญ้ารายล้อมไปด้วยทุ่งดอกไม้ดังเดิม
เด็กชายผมสีดำในชุดผ้าฝ้ายก้าวออกมาอย่างเชื่องช้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"สวัสดีลูคัส" ร่างเงาของเขาทักทาย
ลูคัสเองเมื่อเห็นอีกฝ่ายก็ต้องอึ้งอยู่สักพักแต่เมื่อคิดถึงชายแขนเดียวตนก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไร
"รู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่ต้องสู้กับตัวเอง" ตัวจริงถอนหายใจออกมา
เปรี้ยงดรรชนีกัมปนาทถูกยิงจากร่างเงาแต่ไม่สามารถผ่านม่านพลังเวทเข้ามาได้
"ขนาดความคิดด้านกลยุทธ์ก็ยังลอกกันมา" ลูคัสคิดในใจเพราะหากเป็ตัวเขาก็จะเปิดการโจมตีแบบนี้เช่นกัน
ไม่รอช้าทั้งสองฝ่ายใช้ก้าวพริบตาเข้าหากัน
กลิ่นอายปรมาจารย์แผ่ออกมาจากรอบกายกระบวนท่ามวยแปดทิศถูกเปิดใช้เพื่อจับทิศทางการโจมตีของอีกฝ่ายตามอัตโนมัติ
ปัง! ฝ่ามือทั้งสองเข้าปะทะกัน "ฝ่ามือเมฆไหล"พวกเขาทั้งของใช้กระบวนท่าเดียวกัน
"กระเรียนขาวสยายปีก"
"รวบหางนกยูง" ทั้งซ้ายและขวาถูกใช้ออก
"แส้เดี่ยว"
“หมัดเกลียวคลื่น”เมื่อหมัดนี้ปะทะกันทำให้ร่างของสองฝ่ายถึงกับกระเดนกลับไปด้านหลัง
แต่เมื่อตั้งหลักได้ทั้งสองก็ใช้ก้าวพริบตาก่อนเข้าปะทะกันอีกระลอกทันที
"ดรรชนีทองคำ"นิ้วชี้ปะทะนิ้วชี้ทำให้ทั้งสองเสียหลักเซไปด้านข้างเล็กน้อย
จนกระทั่งถึงท่า"เทพีร้อยกระสวย"ฝ่ามือทั้งสองเข้าปะทะกันก่อนะโถอยหลังออกเพื่อเว้นระยะห่าง
ทั้งคู่ะโขึ้นกลางอากาศพร้อมยิงดรรชนีกัมปนาทออกมาแสงดรรชนีทั้งสองหักล้างกัน
พวกเขายังไม่ลงสู่พื้นหญ้าแต่ใช้ทักษะเคลื่อนไหวต่อเนื่อง"สุริยันเคลื่อนคล้อย" แม้ทักษะลับก็ยังถูกใช้ออกเป็ครั้งแร
ก่อนทั้งสองชักดาบเล่มใหญ่สีดำสนิทออกมาฟาดฟันกันกลางอากาศ“เพลิงหวน” เปลวเพลิงสีส้มอาบไปทั่วร่างราวกับอุกกาบาตเพลิงสองลูกกำลังเข้าพัวพันกัน
ผ่านไปหลายอึดใจเมื่อกระบวนดาบทำอะไรกันและกันไม่ได้พวกเขาจึงกลับมาต่อสู้ระยะประชิด
ในอากาศเหนือพื้นเกือบสิบเมตรร่างทั้งสองซัดเพลงเตะใส่กัน"เท้าวายุ" ต่อด้วยเพลงเตะอีกหลายกระบวนท่า
“ศอกกลับ” “เข่าลอย” ศิลปะการต่อสู้ที่เคยเรียนรู้ต่างๆถูกงัดออกมาใช้หมด
หลังจากต่อสู้กันบนอากาศสักพักทั้งสองจึงเปลี่ยนลงมายืนดูเชิงกัน
"แข็งแกร่ง" เขาลืมไปแล้วว่าคนตรงหน้าคือร่างเงาตนเองลูคัสกำลังหาวิธีเอาชนะชายตรงหน้าให้ได้
"จุดอ่อนอยู่ตรงไหน" ในระหว่างที่เขากำลังคิดหาทางเอาชนะอยู่นั้น
"นายรู้หรือเปล่าอาเธอร์ตายเพราะใคร" ร่างเงาเอ่ยปากออกมา
"..."ลูคัสไม่ตอบโต้เขารู้ว่านั่นคือการใช้จิตวิทยาของอีกฝ่ายเพื่อทำลายสมาธิคู่ต่อสู้ซึ่งเป็วิธีที่เขาถนัด
"จะบอกให้ก็ได้ที่อาเธอร์ตายน่ะเป็เพราะเขาอ่อนแอ"
ร่างเงายักไหล่ก่อนทำท่าสบายๆพลางเดินถอยหลังออกไปนั่งลงบนหินก้อนใหญ่
"นายคงอยู่กินดีสินะ ในขณะที่คนในหมู่บ้านกำลังลำบากชั้นละอิจฉานายจริงๆ"เด็กชายในชุดผ้าฝ้ายยังคงทีท่าสบายๆ
"เดี๋ยวท่าทางยักไหล่แบบนั้น"ลูคัสยังคงครุ่นคิดขณะที่ร่างเงายังคงพล่ามต่อไป
ตัวเขามักแสดงท่าทางแบบนี้เวลาเขามีแผนการในใจหรือกำลังเข้าตาจนแล้วตอนนี้หมอนั่นอยู่ในสถานการณ์ไหนล่ะ
"ปราณนายหมดเหรอ" เขาลองหยั่งเชิงดู
อีกฝ่ายยักไหล่อีกครั้งก่อนตอบ"นายก็รู้ดีว่าตันเถียนเราทั้งสองพิเศษแค่ไหนการต่อสู้เล็กน้อยแค่นี้ปราณจะหมดลงได้อย่างไร”
"เขาโกหก" ลูคัสเริ่มวิเคราะห์ท่าทางฝ่ายตรงข้ามออกแต่เขาก็เก็บสีหน้าเอาไว้ไม่แสดงพิรุธออกไป
ประโยคนี้ทำให้เขาสำรวจร่างกายอีกฝ่ายทันทีตรงมือขวามีผ้าสีขาวพันเอาไว้ เขาหรี่ตาลงแล้วเริ่มประเมินคู่ต่อสู้อีกครั้งลูคัสคิดถึงดาบใหญ่สีดำที่เหมือนกันราวกับมีสองเล่มไม่ผิดเพี้ยนแต่ไม่ยักกะมีไอสีดำระเหยออกมาจากตัวดาบ
"แม้จะเหมือนเพียงใดก็ทำได้แค่เลียนแบบ" เขายิ้มในใจ
สายตาเริ่มส่องสว่างตอนนี้เขากำลังจะยักไหล่บ้างแต่ก็ถูกสัญชาตญาณหยุดเอาไว้ก่อนเพราะร่างเงามีสติปัญญาไม่ได้ต่างไปจากเขาเลย
"นายวางแผนจะเอาชนะชั้นด้วยบาทาคชสารสินะ" ร่างเงาเฉลยความคิดเขาออกมา
"ถูกต้องแล้ว แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก"พูดจบร่างลูคัสตัวจริงกลายเป็ภาพเบลอ “ก้าวพริบตา” ถูกใช้ออกเมื่ออยู่ในระยะหนึ่ง่แขนเขาจี้ดรรชนีทองคำออกไป
ทำให้ร่างเงาต้องหันกลับมารับการโจมตีของเขาต่อดรรชนีกัมปนาทถูกใช้ออกไปในระยะประชิดทำให้อีกฝ่ายต้องใช้พลังระดับเดียวกันเพื่อหักล้างมันรอยยิ้มเริ่มเกิดขึ้นที่มุมปาก ดรรชนีกัมปนาทถูกยิงออกไปนับครั้งไม่ถ้วน
"จะใช้ท่าเดิมไปถึงเมื่อไหร่ นายก็รู้ว่ามันไร้ประโยชน์"ร่างเงาพูดพร้อมยักไหล่อีกครั้ง
ลูคัสไม่สนใจ ยิ่งมีคำพูดประเภทนี้ออกมาแสดงว่าตัวเขานั่นเริ่มไม่ไหวแล้วเส้นแสงนับสิบถูกยิงออกขณะร่างเงาเริ่มใช้สุริยันเคลื่อนคล้อยหลบหนี
"ปราณหมอนั่นกำลังจะหมดจริงๆ" ในขณะไล่ตาม ลูคัสยังใช้ดรรชนีกัมปนาทส่งตรงออกไปบริเวณกลางหลังอีกฝ่าย
เปรี้ยงม่านพลังเวทถูกสร้างขึ้น เขาไล่ล่าร่างเงามากว่าสามชั่วโมงแล้ว
"เล่นไล่จับสนุกไหม ชั้นรู้นะว่านายอยากรู้ว่าพ่อแม่เป็ใคร"ร่างเงายังคงใช้จิตวิทยาต่อไป
ยิ่งร่างเงาพูดมากเท่าไหร่แสดงว่าเขากำลังจะถึงจุดวิกฤติจนกระทั่ง อีกฝ่ายหยุดเหินบินแล้วทิ้งตัวลงพื้นเมื่อเห็นอย่างนั้นลูคัสพุ่งเข้าประชิดทันทีพร้อมแผ่กลิ่นอายเตรียมใช้ดรรชนีทองคำ เมื่อเข้าใกล้รัศมีหนึ่งเมตรตู้ม! "บาทาคชสาร
เด็กชายผมดำใส่ชุดผ้าฝ้ายยืนนิ่งอยู่ในหลุมขนาดใหญ่"ร่างเงา"
ชายในเกราะขาวน้ำนมยืนอยู่กลางอากาศโดยไร้รอยขีดข่วน
"นายหลบได้ยังไง" ร่างเงายื่นนิ่งไม่ไหวติงร่างกายเขาขยับไม่ไหวอีกแล้วสาเหตุเพราะรีดเร้นพลังปราณออกมาจนหมด
ลูคัสในชุดเกราะขาวทิ้งดิ่งลงมาราวกับดาวหางตู้ม! บาทาคชสาร ความรุนแรง 45 ดาวถูกใช้ออก ภายในหลุมขนาดใหญ่เด็กชายเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วอมยิ้ม "เื่อะไรจะบอก"
ความจริงหลังจากที่ไล่ตามร่างเงามาสักระยะเขาก็สังเกตเห็นว่าระหว่างที่อีกฝ่ายพูดคุยเพื่อเบนความสนใจร่างเงากลับ รวมปราณไว้ที่ขาข้างขวาเพียงเท่านี้ลูคัสก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรอีกประเดี๋ยวร่างเงาต้องจงใจเปิดช่องว่างให้ลูคัสตัวจริงเข้าประชิด ก่อนใช้ท่าบาทาคชสารเพื่อปิดเกมเป็แน่
แต่ก่อนหน้านั้นหลังจากที่กำลังคิดวิธีการรับมือกับร่างเงาอยู่ชั่วโมงก่อนลูคัสเกิดแิเื่การผสานวิชาขึ้นมาจากทักษะก้าวพริบตาผสานรวมกับสุริยันเคลื่อนคล้อย
เขาจะตั้งชื่อทักษะใหม่นี้ว่า"เหยียบเงา" เพื่อเป็ที่ระลึกที่ตนเอาชนะร่างเงาได้ ส่วนการต่อสู้ในครั้งนี้ทำให้เขาตระหนักถึงจุดดีจุดด้อยของตัวเองพร้อมทั้งได้วิชาใหม่มาอีกด้วยหากทักษะก้าวพริบตาคือการเคลื่อนที่พริบตาบนภาคพื้นดิน ทักษะเหยียบเงาก็คือ “การเคลื่อนที่พริบตากลางอากาศ"
"ผ่าน! ตามสัญญาทักษะดาบขั้นสูง"
เสียงประกาศดังขึ้นพร้อมบรรยากาศด้วยรอบกลับมาที่ห้องหินรูปวงรีดังเดิมด้านหน้ามีโต๊ะหินพร้อมตำราสามเล่ม สีขาว แดงและดำ วางอยู่
ต้องเข้าใจก่อนว่าทักษะประเภทอาวุธแบ่งออกเป็สามระดับเช่นกันคือต่ำ กลาง สูง แต่ทักษะของอาวุธนั้นจะสามารถฝึกได้ทันทีแตกต่างจากทักษะวิชาที่มีเงื่อนไขการฝึกที่เข้มงวดยิ่งมีระดับมากขึ้นอานุภาพของวิชาก็จะสูงตามขึ้นไป ในดินแดนทางตอนเหนือทักษะอาวุธระดับสูงนั้นหายากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร ดังนั้นต่อให้บุกน้ำลุยไฟมากกว่านี้ ลูคัสก็ยอมเสี่ยงเพื่อให้ได้มันมาที่สำคัญตัวเขาเองยังไม่มีทักษะดาบ
"ให้สามเล่มเลยเหรอครับ" เด็กชายถามออกไป
"เลือกได้เพียงหนึ่งมีเวลาสิบห้านาที"
ลูคัสจึงตัดสินใจหยิบเล่มสีดำมาเปิดอ่าน
"ดาบปีศาจกลืนิญญาฟาดฟันเหล่าศัตรูก่อนดูดโลหิตมาบ่มเพาะเมื่อถึงขั้นสูงสุดคงกระพันชาตรีฟันแทงไม่เข้า"เด็กชายขมวดคิ้ววิชานี้คล้ายคลึงกับความสามารถของดาบใหญ่ของเขาอย่างมาก
เมื่อเขาเปิดหน้าต่อไป
“ว่างเปล่าทำไม่มีให้อ่านต่อ”
“เ้าหนุ่มทักษะระดับสูงนั้นไม่สามารถเปิดอ่านได้เ้าจำเป็ต้องหยดเืเพื่อแสดงความเป็เ้าของ และทักษะนี้จะยอมให้เ้าอ่านมันแต่เพียงผู้เดียว”
เด็กชายปิดหนังสือสีดำวางอย่างแ่เบาก่อนหยิบเล่มสีแดงขึ้นมา
"เพลงดาบเพลิงม่วง เมื่อบรรลุขั้นสูงสุดสามารถสร้างเงาดาบเป็งูั์เพลิงที่มีชีวิตออกมา"
สายตาเริ่มส่องประกายเมื่องูั์ถูกสำแดงออกมาจะเป็การเปิดตัวได้อย่างอลังการสมบูรณ์แบบอย่างยิ่งลูคัสเริ่มคิดว่าคงไม่ต้องอ่านเล่มสีขาวต่อแล้วก็ได้แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าหากปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไปเขาจะต้องเสียใจ
"เปิดอ่านหน่อยก็ได้วะ"
ตำราเล่มสีขาวถูกเปิดออก
"ผ่าโลกา ดาบที่รวมการโจมตีเป็หนึ่งเดียวหากบรรลุสัจธรรมหนึ่งดาบสังหารได้แม้กระทั่งเทพเ้า"
ตำราเล่มสีขาวนี้ทำให้เขานึกภาพย้อนไปตอนที่เริ่มทำพันธสัญญากับดาบมารในครั้งนั้นการลงดาบเพียงครั้งเดียวสังหารศัตรูนับพันภายในพริบตา...เขากำลังจะตัดสินใจแล้ว
"ผมเลือกเล่มสีขาว" เขาชูมันขึ้นเหนือศีรษะแล้วะโออกมาอย่างมั่นใจ
"เลือกได้ดี การทดสอบเสร็จสิ้นหวังว่าจะได้พบกันอีก"
เมื่อเสียงเงียบลงร่างเด็กชายก็ค่อยเลือนหายไปจากสถานที่แห่งนี้
.