ณร้านดรีมแกลอรี่ชายหนุ่มหล่อแต่งตัวเนี้ยบั้แ่หัวจรดเท้าก้าวผ่านซุ้มไม้เลี้ยงหน้าร้านเข้าไป
ประตูร้านเปิดออก“สวัสดีค่ะคุณธรรม” ราตรียืนต้อนรับลูกค้า
“สวัสดีครับ”ธรรมยิ้มให้พนักงานสาวอย่างคุ้นเคย เพราะมาที่ร้านนี้หลายครั้งแล้ว
“นั่งรอซักครู่นะคะเดี๋ยวท่านก็คงจะออกมาค่ะ” ราตรีบอกพร้อมกับเสิร์ฟน้ำชาให้ลูกค้า
“ขอบคุณครับ”ธรรมนั่งลงที่โซฟายกแก้วชาขึ้นจิบ “หอมชื่นใจจริงๆครับ”
ราตรียิ้มแล้วก็ถอยไปยืนคอยดูแลลูกค้าอยู่ห่างๆ
นิมิตราเดินออกมาจากด้านใน“สวัสดีค่ะคุณธรรม ภาพที่ซื้อไปคงทำให้คุณมีความสุขมากนะคะ” เธอทักทายยิ้มแย้ม
“ครับวันนี้ผมก็เลยอยากได้ภาพใหม่ๆเพิ่มครับ” ธรรมพยักหน้าวางแก้วลงแล้วยืนขึ้น“ผมอยากได้ภาพที่สวยกว่าเดิมแปลกกว่าเดิมครับ”
“ถ้างั้นเชิญด้านในดีกว่าค่ะมีภาพเข้ามาใหม่ทางเรายังไม่ได้นำออกมาโชว์ค่ะ” นิมิตราผายมือแล้วก็เดินนำเข้าไปด้านใน
ธรรมรีบเดินตามไป
นิมิตราเปิดประตูห้องแล้วเดินนำเข้าไป
ธรรมก้าวตามไปสายตาจับจ้องภายในห้องอย่างใ “ห๊ะ!”
“เป็ยังไงบ้างคะ?”นิมิตราถาม
“ไม่ตลกนะคุณถึงผมเพิ่งจากแยกทางกับภรรยาก็เถอะ” ธรรมหันไปต่อว่านิมิตรา
นิมิตราเดินไปดึงผ้าที่ปิดครึ่งล่างของรูปภาพออก“นี่เป็ภาพส่างห่าค่ะ” เธอแนะนำ “ครึ่งบนมีรูปร่างงามเหมือนมนุษย์แต่ครึ่งล่างเป็กึ่งสัตว์เลื้อยคลานค่ะ”
ธรรมจ้องมองภาพอย่างตะลึง
“ลองจับดูซิคะ”นิมิตราจับมือธรรมให้ัับนภาพ
เมื่อได้ัักับลำตัวครึ่งล่างบนภาพธรรมก็รู้สึกหลงใหลทันที “ผมซื้อภาพนี้ครับ” เขารีบพูดอย่างกลัวว่าเ้าของร้านจะไม่ขายให้
“ภาพนี้มีเงื่อนไขค่ะห้ามดูรูปภาพนี้ในคืนวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเป็อันขาด”นิมิตราบอก
“ทำไมครับ?”ธรรมสงสัย
“ตามตำนานกล่าวไว้ว่าส่างห่าเป็ร่างจำแลงของนาคค่ะทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ นาคจะคายพิษออกจากตัวพิษนั้นจะทำให้คนที่ถูกพิษตายในทันทีค่ะ” นิมิตราอธิบาย
“ตกลงครับ”ธรรมพยักหน้ารับเงื่อนไข
นิมิตรายิ้ม“ถ้างั้นก็เชิญออกไปเซ็นสัญญาซื้อขายค่ะ”
“ครับ”ธรรมพยักหน้าแล้วก็เดินกลับไปที่ห้องรับแขก
ราตรีเตรียมสัญญาไว้รออยู่แล้วพอลูกค้าเดินออกมานั่งที่โซฟาเธอก็วางสัญญาซื้อขายให้ลูกค้าเซ็น
ธรรมเซ็นสัญญาพร้อมกับเซ็นเช็คให้พอเซ็นเสร็จเขาก็ลุกขึ้นยืน “ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ”นิมิตรายิ้ม
แล้วธรรมก็เดินออกจากร้านไป
นิมิตราหันไปมองราตรีราตรีพยักหน้ารับรู้แล้วก็เดินเข้าไปจัดการส่งรูปภาพให้ลูกค้าถึงบ้าน
ั้แ่ได้รูปภาพมาธรรมก็เอาแต่เฝ้ามองรูปภาพตลอดเวลา จนถึงตอนค่ำเขารู้สึกหิวจึงเดินออกจากห้องนอนเข้าไปในห้องครัวเขาเปิดตู้เย็นหยิบอาหารกล่องมาแกะเข้าไมโครเวฟ
ภายในห้องนอนพลัน! รูปภาพก็เคลื่อนไหว ส่างห่าค่อยๆเลื้อยคลานออกมาจากภาพเท้าทั้ง 4 ค่อยๆย่างก้าวแตะพื้นเกล็ดสีเขียวมรกตสะท้อนแสงไฟเป็ประกายงดงาม ใบหน้างามผินรับแสงไฟกลางห้องดวงตางามค่อยๆกราดมองไปรอบๆห้องอย่างสำรวจ
ธรรมกินเสร็จแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องนอนแต่พอเปิดประตูห้องนอนเข้าไปเขาก็ตะลึง! “เฮ้ย!” สติถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ
ส่างห่าหันไปมองชายหนุ่มรูปงามอย่างพึงใจริมฝีปากแดงสดคลี่ยิ้ม
พอธรรมหายตะลึงสมองก็สั่งให้หนี แต่เพียงจะก้าวขาถอย ส่างห่าก็พุ่งพรวดประชิดตัวอ้อมแขนเสลายกขึ้นรัดเอวหนา ฝ่ามือเรียวนุ่มนิ่มเลื่อนปิดปากชายรูปงาม“ไม่ต้องกลัวข้าหรอกท่าน ข้ามีนามว่านาก”
ธรรมพยายามจะดิ้นหนีแต่อ้อมแขนเรียวเสลาที่ดูไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงอะไรกลับรัดแน่นจนเขาไม่อาจจะกระดิกกระเดี้ยตัวได้เลยความรู้สึกเหมือนถูกงูั์รัดพันเอาไว้
“ข้าพึงใจท่านั้แ่แรกพบข้าเพียง้าอยู่ใกล้ชิดกับท่านเท่านั้น หาได้้าทำร้ายท่านไม่ท่านอย่าได้หวั่นกลัวข้าเลยหนา” นากบอก
ธรรมพยักหน้ารับรู้ความรู้สึกหวาดกลัวค่อยๆหายไป เขาสบตากับดวงตางดงาม วูบนั้น! เขาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมีเพียงเขาและเธอ
มือเรียวเสลาลดลงจากริมฝีปากได้รูป
“นาก”ธรรมเรียกชื่อ สองแขนล่ำสันยกขึ้นกอดรัดรอบลำตัวอ้อนแอ้น “ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? คุณมีตัวตนจริงๆใช่ไหม?”
“ท่านไม่ได้ฝันไปข้ามีตัวตนจริงๆ หากท่านยังไม่แน่ใจท่านก็เชิญจับต้องตัวข้าให้แน่ใจเถิด” นากบอกพร้อมกับยกสองมือทาบแก้มอุ่น
ธรรมรู้สึกถึงผิวนุ่มลื่นเย็นที่ทาบแก้มก็ค่อยๆเลื่อนมือลูบไล้แผ่นหลังอรชรให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไป
ทั้งสองตระกองกอดอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน
“คุณเป็ใครกันแน่?เป็นางฟ้าหรือว่าปีศาจ?” ธรรมถามอย่างสงสัย
นากผละออกให้เขามองหน้านางชัดๆ“ข้าเป็นาค ข้าแอบหนีมาเที่ยวในดินแดนมนุษย์ ข้าพึงใจท่านั้แ่แรกพบข้าจึงมาอยู่กับท่านอย่างไรล่ะ”
“ต่อให้คุณเป็นาคผมก็รักคุณ”ธรรมบอกแล้วก็ดึงใบหน้างามเข้ามาจูบ
นากไม่ขัดขืนยินยอมให้เขาจูบตามชอบใจด้วยนางเองก็พึงใจเขา
จากนั้นทั้งสองก็ตระกองกอดนัวเนียตามประสาชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งมีใจให้แก่กัน
นับั้แ่ได้พบกับนากธรรมก็ขลุกตัวอยู่แต่ในคอนโดตลอดเวลาจนวินัยผู้จัดการส่วนตัวต้องมาตามถึงคอนโด
“ธรรมเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ”วินัยกดกริ่ง
นากผละจากอ้อมอกของชายคนรัก“ใครมาหรือท่าน? เสียงดังเอะอะนัก”
“ธรรมเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยฉันรู้นะว่าแกอยู่ในห้อง” วินัยกดกริ่งอย่างไม่เกรงใจ
“เพื่อนผมน่ะ”ธรรมบอกแล้วก็ลุกขึ้น
“ถ้าแกไม่เปิดประตูฉันจะพังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ” วินัยะโบอก
“ข้าจะฆ่ามันเสียเ้าคนไร้มารยาท” นากพูดอย่างโมโหพลางลุกจากเตียง
ธรรมรีบคว้าแขนเรียวเสลา“อย่านะนาก นั่นเพื่อนของผมเอง เขาคงมีธุระ้าพบผมน่ะครับ คุณรอผมอยู่ในนี้นะเดี๋ยวผมออกไปพบเขาแป๊บเดียวนะครับ”
“ได้เช่นนั้นข้าจะกลับไปที่นั่นก่อน” นาคีชี้ที่กรอบภาพแล้วก็เลื้อยคลานกลับเข้าไป
ธรรมเดินไปเปิดประตูห้อง“หวัดดี”
“โทรมาก็ปิดเครื่องแกจะเอาไหมงานน่ะ” วินัยบ่นแล้วก็เดินไปนั่งที่โซฟา
ธรรมมองหน้าผู้จัดการส่วนตัวซึ่งเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยมัธยมต้น“เอาซิ ถ้าบทมันดีพอ ไม่ใช่บทห่วยๆแค่ตัวประกอบอย่างที่ผ่านๆมา”
“ธรรมแกจะมัวเลือกงานไม่ได้นะโว้ย ดาราสมัยนี้เดินเกร่อแทบจะชนกันตายแกจะมัวแต่รอบทพระเอกเหมือนหนังเื่แรกที่แกเคยเล่นไม่ได้หรอกนะ”วินัยเตือนด้วยความเป็ห่วง “ไหนจะค่าผ่อนคอนโด ไหนจะค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟค่าโทรศัพท์ ถ้าแกยังมัวเลือกงานอยู่แบบนี้แกได้อดตายแน่ร้านอาหารที่แกลงทุนไว้ก็เจ๊งไม่เป็ท่าเมียก็ทิ้งเพราะแกมัวแต่จู้จี้ขี้บ่นรักสะอาดจนเขาทนไม่ได้ต้องขอหย่า”
ธรรมเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์ส่งให้เพื่อน“เอ้า แก้คอแห้ง”
“ฉันพูดจริงๆนะโว้ยถ้าแกยังทำตัวอย่างนี้แกได้อดตายแน่” วินัยรับเบียร์มาเปิดประป๋องดื่ม
“แล้วมานี่มีไร?”ธรรมรีบถามดักคอก่อนที่จะถูกบ่นไปมากกว่าเดิม
“ก็มีงานแคสตัวพระเอกน่ะซิฉันอยากให้แกไปแคส ถ้าแกได้งานนี้แกได้แจ้งเกิดอีกครั้งแน่”วินัยบอกพลางส่งบทละครให้
ธรรมรับมาเปิดอ่าน“นี่แกจะให้ฉันไปแคสแข่งกับพวกดาราหน้าใหม่พวกนี้น่ะเหรอ?”
“เออ”วินัยพยักหน้า “ถ้าแกไม่ได้บทนี้แกก็เตรียมขายคอนโดขายรถแล้วก็เตรียมไปนั่งเร่เปิดท้ายขายรูปที่แกขนซื้อมาได้เลย”
ธรรมนิ่งไปขายคอนโดกับขายรถก็พอทำใจได้ แต่ให้ขายรูปภาพล่ะก็เขาไม่ยอมเด็ดขาด “ก็ได้ฉันจะไปแคสบทนี้”
วินัยยิ้มหน้าบานลุกขึ้นตบบ่าเพื่อน “ดีมากเพื่อน แกทำได้อยู่แล้ว”
ธรรมพยักหน้ายิ้มตอบ
“เอองั้นฉันไปก่อนล่ะ แล้วก็เปิดโทรศัพท์ด้วยล่ะ” วินัยบอกแล้วก็เดินออกไป
ธรรมมองบทละครในมืออย่างมุ่งมั่นเขาเดินไปล็อคประตูห้องแล้วก็กลับเข้าไปในห้องนอน
จนกระทั่งถึงวันแคสติ้งธรรมไปแคสอย่างสุดความสามารถ
พอถึงวันประกาศผลวินัยก็โทรไปแจ้งผลกับเพื่อน“เสียใจด้วยว่ะธรรมแกทำดีที่สุดแล้วล่ะ แต่ดันแพ้เด็กเส้น อย่าคิดมากนะเพื่อนยังมีบทพระรองให้ลุ้นนะ”
“เออขอบใจว่ะ” ธรรมตัดสายแล้วก็นั่งมองหน้านาคีอย่างผิดหวัง “ผมทำดีที่สุดแล้วครับนากถ้าต้องแยกจากคุณผมยอมตายเสียดีกว่า” เขายื่นมือไปจับใบหน้างาม
นากซบหน้ากับอกอุ่นปลอบใจสองมือก็โอบรอบคำคอล่ำสันลูบเส้นผมดกหนาปลอบประโลมใจก็คิดถึงวันที่ต้องแยกจากชายคนรักซึ่งใกล้เข้ามาแล้ว
ธรรมกอดนากไว้แน่น
“ถ้าท่านตายข้าก็ขอตายด้วยข้ามิอาจอยู่ได้โดยไม่มีท่าน” นากบอกกับเขา “คืนเพ็ญครานี้ข้าจำต้องกลับไปแล้วแต่ข้าไม่อยากแยกจากท่านแม้สักอึดใจเดียว ข้ารักท่านยิ่งนัก”
“ผมก็รักคุณมากครับนากผมอยู่ไม่ได้ถ้าขาดคุณ” ธรรมบอก “คุณไม่ต้องกลับไปได้ไหม”
“ข้าต้องกลับไปยังที่ๆข้าจากมาหากข้าไม่กลับไปร่างของข้าจะแตกดับ”
“ถ้างั้นผมก็จะไปกับคุณด้วย”ธรรมบอกอย่างมุ่งมั่น
“ท่านไปกับข้าไม่ได้ดินแดนข้า มนุษย์ไม่อาจจะอยู่ได้ หากท่านไปได้มีหรือข้าจะไม่ให้ท่านไปด้วย” นากบอกน้ำตาไหลอย่างทรมานจิตใจ“เมื่อข้ากลับไปแล้ว ข้าก็ไม่อาจจะมาได้อีกจนกว่าจะถึงเวลาที่ทวารแห่งท้องน้ำจะเปิดอีกครั้งในอีกร้อยปีข้างหน้าเมื่อถึงเวลานั้นท่านก็...” นากไม่อาจจะพูดต่อไปได้ ความขมขื่นทรมานจิตใจเอ่อล้นแน่นในอก
“ทำไม์จะต้องกลั่นแกล้งเราแบบนี้ด้วยทำให้เราได้พบกันแล้วก็พรากเราจากกัน ทำไม๊!”ธรรมะโอย่างอัดอั้นตันใจในโชคชะตา “ผมไม่อาจจะรักใครได้อีกแล้วนอกจากคุณคุณคนเดียวเท่านั้นนากของผม ผมรักคุณคนเดียวเท่านั้น หากไม่ได้อยู่กับคุณผมก็ขอตายเสียดีกว่า”
“ข้าก็อยู่ไม่ได้หากขาดท่านข้ารักท่านยิ่งนัก” นากบอกเสียงเครือ
ธรรมน้ำตาไหลอย่างคับแค้นใจในโชคชะตาของตัวเอง“จำไว้นะนาก วันไหนที่คุณกลับไปวันนั้นคือวันตายของผม”
“เช่นนั้นข้าก็จะตายพร้อมกับท่าน”นากบอกแน่วแน่ นางไม่อาจจะรักใครได้อีกแล้ว
จากนั้นทั้งสองก็ใช้เวลาร่วมกันจวบจนถึงคืนวันเพ็ญ
“ท่านพร้อมแล้วหรือยัง”นากถาม จ้องมองดวงตายาวรีดำขลับของชายคนรัก
“ผมพร้อมแล้วนาก”ธรรมพยักหน้า กำมีดไว้แน่น
“ถ้าเช่นนั้นเราทั้งสองก็ตายพร้อมกันเถิด”นากบอกเสียงราบเรียบแฝงความหดหู่ใจ
ทั้งสองจ้องตากันไม่กระพริบมือเรียวนุ่มทาบบนมือใหญ่กุมมือเขาไว้แน่น แล้วก็ดันมือเขาแทงสวบ! ตรงหัวใจของนางเองพร้อมกับตัวนางก็อ้าปากกัดบนลำคอหนาปลดปล่อยพิษนาคเข้าสู่ร่างกายล่ำสันความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างทั้งสอง
นากถอนคมเขี้ยวออกจากลำคอหนานางผละออกจ้องมองดวงตาชายคนรัก มือเรียวนุ่มผละจากมือหนาโอบกอดร่างล่ำสันเอาไว้ ธรรมเองก็ปล่อยมือจากด้ามมีดแล้วโอบร่างอรชรไว้ในวงแขน
“ท่าน”/ “นาก” ทั้งสองสบตากันอยู่อย่างนั้น
พิษนาคแผ่ซ่านจนตัวชาไร้ความรู้สึกร่างหนากระตุกเกร็งกอดรัดร่างอรชรแน่น
ความเ็ปจากคมมีดทำให้หัวใจค่อยๆหยุดเต้นร่างบางกระตุกส่วนหัวค่อยๆคืนสภาพจากร่างจำแลงกลับกลายเป็นาคตามเดิมพร้อมกับลำตัวนาคก็พันรัดร่างหนาไว้แ่าเหมือนงูเหลือมรัดเหยื่อ
ธรรมกระตุกเกร็งครั้งสุดท้ายพร้อมกับความตายที่เอื้อมมือเข้ามาส่วนนากก็สิ้นใจพร้อมๆกับชายคนรัก แล้วร่างนาคก็สลายไปเหลือเพียงร่างของชายหนุ่มล้มลงฟาดพื้นห้องมีดตกกระเด็นห่างออกไป
3 วันต่อมา วินัยรู้สึกสังหรณ์ใจพิกลเขาไปที่คอนโดของเพื่อนรัก
“ธรรมเปิดประตูหน่อย เดี๋ยวนี้แกเป็ไรว่ะเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องอยู่ได้”
วินัยกดกริ่งอยู่นานแต่เพื่อนก็ไม่มาเปิดประตู
“มันเป็ไรป่าวว่ะ?”เขาบ่นพึมพำ ความรู้สึกเย็นๆจนขนหัวลุกเกาะแน่นอย่างแปลกประหลาดจนต้องขอกุญแจจากเ้าหน้าที่ดูแลคอนโดให้เปิดห้องให้
“ขอบคุณครับ”วินัยบอกกับเ้าหน้าที่สาว
“ไม่เป็ไรค่ะ”เ้าหน้าที่สาวยิ้มหวานให้ตามมารยาทแล้วก็เดินไปที่ลิฟท์
วินัยเปิดประตูเข้าไป“ธรรม”
เงียบ...ไร้ซึ่งเสียงใดๆ
“ธรรมธรรมโว้ย” เขาเรียกอีกพลางเดินไปเปิดประตูห้องนอน ประตูไม่ได้ล๊อคเขาจึงเปิดเข้าไป“ไอ้ธรรม แกจะอุดอู้อยู่ในนี้อีกนานแค่ไหนวะ?”
แต่พอสายตากระทบกับร่างบนพื้นห้องเขาก็ใ“เฮ้ย!”
“ไอ้ธรรม!” ร่างสูงพุ่งพรวดเข้าไปหาเพื่อนที่นอนอยู่บนพื้นทันทีเขาพลิกร่างซึ่งตะแคงอยู่ขึ้นมา ความเย็นของร่างนั้นทำให้เขาสะดุ้งเผลอปล่อยมือร่างแข็งทื่อหนักอึ้งเลื่อนลงไปกระทบพื้นตามเดิม “ไอ้...” เขาช็อคไป
“ไอ้ธรรม!” เขาะโลั่นแล้วก็วิ่งออกไปนอกห้อง “ช่วยด้วย!”
เ้าหน้าที่สาวยืนรอลิฟท์อยู่ได้ยินเสียงร้อง“เอ๊ะ! มีอะไร?” เธอเดินไปดูก็เจอกับวินัยที่วิ่งพรวดพราดออกมา
“ช่วยด้วย!”
“มีอะไรคะคุณ?เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
“ช่วยด้วยครับ! ช่วยเพื่อนผมด้วย” วินัยจับแขนเ้าหน้าที่ไว้แน่น หน้าตาตื่น
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”เ้าหน้าที่ถามอย่างสงสัย
“เพื่อนผมตายแล้วๆ”วินัยบอกอย่างสติแตก
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ