บ่ายสองโมงสิบนาที
อานุภาพเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินเพื่อตรงดิ่งไปยังห้องน้ำชาย
ที่นี่คือที่ซึ่งปลอดภัยสำหรับเขาที่สุดแล้ว ั้แ่เข้าทำงานมาเวลาที่เกิดความเครียดเขามักจะแอบหลบมาอยู่ในห้องน้ำเป็ประจำแต่ก็ต้องไม่พยายามให้นานนัก มิฉะนั้นจะถูกหาว่าแอบอู้งานได้
่เวลาบ่ายสองกว่า ๆ ไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำในเวลานี้
อานุภาพยืนเหม่อมองกระจกซึ่งสะท้อนเงาร่างของตนด้วยสีหน้าเบื่อโลก
นึกไปถึงสมัยเรียนก็เหมือนกัน เขามักชอบหลบมาอยู่ในห้องน้ำเป็ประจำปิดประตูลงกลอน แล้วเอาฝาชักโครกลงก่อนจะทิ้งน้ำหนักนั่งลงไปบนนั้น
เป็แบบนี้เวลาที่เจอครูหรือวิชาเรียนที่ไม่ชอบจนกว่าจะมีคนอื่นผ่านเข้ามาในห้องน้ำกันเยอะ ๆ นั่นแหละเขาถึงจะออกมาแล้วกลับขึ้นไปบนห้องเรียน
...แต่นี่คือการทำงานไม่ใช่การเรียน
แน่นอนว่าอะไร ๆ มันก็ดูยุ่งยากกว่านั้นมากการอยู่ร่วมกับผู้ใหญ่ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วไม่ใช่การอยู่ร่วมกับเด็กเหมือนอย่างตอนนั้นเสียหน่อยคิดแล้วก็ท้อชายหนุ่มเปิดก๊อกน้ำปล่อยให้สายน้ำเย็นไหลผ่านมือของตนลงสู่ท่ออย่างใจลอยจนกระทั่งได้ยินเสียงคนเข้ามาในนี้
ศุภกิจนั่นเอง
“อ้าวไอ้อุ้ม อู้เหรอแก เข้าห้องน้ำบ่อยนะเราเนี่ย”
“ครับ ก็นะ”
เขาตอบ ก่อนจะนึกเื่ที่จะพูดขึ้นมาได้
“นี่พี่กบครับ”
“ว่าไงล่ะ ?”
ฝ่ายนั้นมองมาทางเขาด้วยสีหน้าตั้งคำถาม
“ทำไมในฝ่ายเราผู้หญิงถึงได้เอาแต่กรี๊ดกร๊าดผู้จัดการฝ่ายจังเลยทั้งที่จริง ๆ แล้วพนักงานชายก็ไม่ได้มีแค่ผมหรือพี่ แต่ยังมีพิชิตอีกคน”
ศุภกิจยกมือขึ้นลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด
“ก็จริงของแก”
อานุภาพพูดต่อ
“แล้วก็นะ พิชิตเองก็พิมพ์นิยมไม่ใช่เหรอ ผมหมายถึง หล่อกว่าผมหรือพี่”
“แต่อย่างไรฉันก็หล่อกว่าแก”
“ก็ได้ครับ”
ศุภกิจฟังแล้วก็เดินผ่านเขาไปที่โถปัสสาวะหัวหน้าฝ่ายทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยก็เดินมาที่ล้างมืออีกครั้งในขณะที่อานุภาพยังคงมองในหน้าของตนเองในกระจกโดยไม่ได้ขยับเท้าไปแม้แต่น้อย
มือของเขาไม่ได้เปื้อน และเขาเองก็ไม่ได้ปวดปัสสาวะเหมือนหัวหน้าด้วยเขาเพียงแต่เข้ามาหลบอยู่ในห้องน้ำเพราะเบื่องานและผู้คนเท่านั้นฟังยังไงก็เป็เหตุผลคำว่าอู้อยู่ดี แต่อานุภาพไม่สนใจหากใครจะคิดเช่นนั้นตราบใดที่ยังไม่มีใครตำหนิเขา
ศุภกิจล้างมือแล้วปิดก๊อกน้ำ ชายหนุ่มรุ่นพี่เอามือซึ่งเปียกน้ำมาตบลงบนบ่าเขาหนักๆ แล้วพูดว่า
“เอาน่า แกอย่าคิดมาก”
“...”
“พวกผู้หญิงก็แบบนี้แหละขนาดตัวฉันเองยังไม่เข้าใจเลยว่าผู้ชายแบบนั้นมันมีดีอะไร สำอางฉิบหายถ้าเป็ผู้หญิงแล้วทำตัวเหมือนนกหงส์หยกที่เห็นกระจกไม่ได้ก็คงจะน่ารักอยู่หรอกแต่นี่ผู้ชาย มันไม่ใช่ไง ! เฮอะ มันคงมีดีแค่หล่อรวยล่ะมั้ง”
“ผู้จัดการฝ่ายชอบมาวิจารณ์เื่ข้าวของเครื่องใช้ของผมอย่างเมื่อวันก่อนก็กระเป๋าสะพาย นี่ก็ไม่รู้ว่าวันไหนจะลามมาถึงเสื้อเชิ้ต กางเกงเข็มขัด รองเท้า นาฬิกา อีกหรือเปล่า”
ศุภกิจก้าวถอยหลังไปแล้วมองดูอานุภาพั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าชายหนุ่มรุ่นพี่ทำเสียง อืม ๆ แล้วพยักหน้ากับตนเอง
“เท่าที่ฉันดูแกก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติั้แ่เข้าทำงานมาก็แต่งตัวเรียบร้อยดี น่าชมเชยด้วยซ้ำ”
“ขอบคุณครับ”
“พอดีว่าฉันเป็คนไม่สนใจเื่แบรนด์ แต่ดูท่าทางว่าหมอนั่นจะไม่ใช่หัวสูงยิ่งกว่าอะไร ไม่รู้ว่าทั้งตัวนี่หมดไปกี่หมื่นกี่แสนเห็นแล้วก็น่าหมั่นไส้เป็บ้าว่ะ”
ศุภกิจบ่น
อานุภาพเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่หมั่นไส้อิทธิพงษ์...ศุภกิจก็เช่นกันหรือเนี่ย
“ใช่เลยครับ เสื้อผ้าแพง ๆ พวกนั้นมันกินได้หรืออย่างไรนะ”
“เฮ้อ แต่ถ้าจะให้แนะนำจริง ๆ ล่ะก็ มันก็พอมีวิธีอยู่อย่างฉันเนี่ย...” ศุภกิจหรี่เสียงให้เบาลงเหมือนกลัวใครจะได้ยิน “ของปลอมไงของปลอม”
“หา ?”
อานุภาพร้อง
“ชู่ว์ ! เงียบหน่อยสิไอ้อุ้ม เดี๋ยวคนในออฟฟิศรู้อายเขานะเว้ย”
“โทษทีครับ”
ศุภกิจชี้มาที่เข็มขัดสายหนังของตน
“อย่างเส้นเนี้ย ของปลอม แกรู้ไหม ไม่ใช่ของจริงอะไรนั่นหรอก ฉันสั่งซื้อมาจากในอินเทอร์เน็ตอ้อ อย่างรองเท้าคู่นี้ก็ด้วย”
เขาว่าพลางชี้ลงไปที่รองเท้าสนีกเกอร์หุ้มส้นสีดำที่ใส่อยู่
“แกลองเข้าไปเสิร์ชดูในเน็ต ก๊อปเกรด A AAA MIRROR อะไรก็ว่าไปมันพอแก้ขัดได้นะ ถ้าแกไม่อยากให้หมอนั่นมาดูถูกแกเื่ของไม่มีแบรนด์”
“แพงไหมครับ”
“อย่างน้อยก็ถูกกว่าของจริงโขล่ะนะ บางร้านก๊อปดี ๆ เนียน ๆ งี้ดูเผิน ๆ ไม่รู้หรอก”
ศุภกิจยักคิ้วให้เขา ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำไปทิ้งให้อานุภาพอยู่เพียงลำพังกับความคิดที่ว่า
‘ของปลอมเหรอ...’
ให้ตายเถอะ ! สุดท้ายแล้วเขาก็กำลังเสิร์ชในอินเทอร์เน็ตเื่ของปลอมนั่นจริงๆ
อานุภาพรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ที่เห็นทั้งรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า แบรนด์เนมยี่ห้อดังทั้งหลายซึ่งตัวเขาไม่มีวันได้วางขายกันบนหน้าเว็บไซต์เกลื่อนขนาดนี้
เขาตัดสินใจสั่งซื้อเสื้อเชิ้ตยี่ห้อดังมาตัวหนึ่ง ซึ่งเขียนว่างานก๊อปAAAตั้งใจว่าจะใส่เ้าเสื้อตัวนี้แหละไปทำงาน อ้อนึกไปนึกมาเมื่อตอนนั้นอิทธิพงษ์ว่าเขาเื่กระเป๋านี่นะ หึ เพราะฉะนั้น...
อานุภาพกดสั่งออเดอร์กระเป๋าทำงานสำหรับผู้ชายมาพร้อมกันด้วยเลยเป็กระเป๋าแบรนด์เนมแบรนด์โคตรหรูของประเทศแถบยุโรป ซึ่งใคร ๆ ก็นิยมใช้กัน
‘เอาล่ะวะ ทีนี้กูก็จะได้มีได้ใช้บ้างล่ะ !’
ชายหนุ่มกำหมัดกับตนเอง
พอกลับถึงบ้าน สิ่งที่แรกที่เขาทำก็คือพุ่งตัวมายังโต๊ะคอมพิวเตอร์แล้วเริ่มเปิดมันขึ้นเพื่อทำการสืบค้น
คิด ๆไปแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่าเงินเดือนอย่างศุภกิจก็ยังใช้ของปลอมอยู่อีกทั้งที่อีกฝ่ายน่าจะมีเงินมากพอที่จะซื้อของจริงได้สบาย ๆ อยู่แล้ว
แต่ก็นะ... ศุภกิจไม่ได้ฟุ้งเฟ้อเหมือน ‘ใครบางคน’ นี่เนอะ
ถึงขนาดมาวิจารณ์เขาแม้กระทั่งกระเป๋าที่สะพายมาทำงานทั้งที่มันไม่เกี่ยวข้องกับเื่งานเลยแท้ ๆ เชียว