เงามรณะที่หมู่บ้านชายขอบ
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน...
ก่อนที่ความตายจะเปลี่ยนสีสันของหมู่บ้านแห่งนี้ให้กลายเป็สีดำสนิทของเถ้าถ่านเอเดรียนบุตรแห่งอาเธอร์ผู้นำที่น่าเกรงขามและเป็พี่ชายที่ไซรัสภาคภูมิใจยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของหมู่บ้านวิคุสคอนฟีนิสในสภาพที่ไฟไหม้ทั้งหมู่บ้านเหลือเพียงเศษซากอิฐและไม้
แม้ในยามปกติเขาจะเป็นักรบที่จิตใจแข็งแกร่งดุจหินผาแต่เมื่อต้องมาเห็นภาพการสังหารหมู่ที่ไร้ความปรานีเช่นนี้ แววตาที่เคยคมกล้ากลับสั่นเครือด้วยความโกรธแค้นและรันทดใจ
เขาสูดอากาศที่มีกลิ่นไหม้จางๆเข้าไปในปอดก่อนจะสะบัดผ้าคลุมและหันไปสั่งการทหารคู่ใจที่ติดตามมาด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดกังวาน
“คืนนี้เราจะพักแรมกันที่นี่”
เอเดรียนประกาศพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบบริเวณอย่างระแวดระวัง
“จัดเวรยามให้หนาแน่นที่สุดแบ่งกำลังออกเป็สามผลัด ข้าไม่ไว้ใจอากาศที่นิ่งสนิทแบบนี้มันเงียบเกินไป เงียบจนเหมือนป่ารอบๆ นี้กำลังแอบฟังเราอยู่”
เหล่าทหารหาญในชุดเกราะหนักต่างตอบรับด้วยเสียงอันหนักแน่นแต่ในใจของทุกคนกลับััได้ถึงความผิดปกติลมบนที่ราบสูงอัลติปาเนียที่เคยพัดแรงกลับหยุดนิ่งสนิทราวกับธรรมชาติกำลังกั้นลมหายใจเพื่อรอดูบางสิ่งที่กำลังจะคืบคลานออกมาจากเงามืดของป่าโบราณ
เอเดรียนหารู้ไม่ว่าความระมัดระวังของเขานั้นถูกต้องที่สุดทว่าศัตรูที่พวกเขากำลังจะต้องเผชิญในคืนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดาบหรือโล่ธรรมดาจะต้านทานได้และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่จะพรากเขาไปจากสายตาของน้องชายเป็เวลาเนิ่นนาน
บรรยากาศภายในค่ายพักแรมชั่วคราวเต็มไปด้วยความเงียบเชียบที่น่าอึดอัดทหารเผ่าอัลติพรานุสต่างพากันผูกกอร์ก้าสัตว์ขี่คู่ใจไว้กับเสาไม้ของซากบ้านที่ยังหลงเหลือพอให้ยึดเหนี่ยวได้
สัตว์ั์ขนยาวเ่าั้พ่นลมหายใจเป็ไอขาวท่ามกลางความหนาวเหน็บก่อนจะหมอบกายลงนอนด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล
ความเงียบและไออุ่นจากกองไฟหลอกล่อให้นักรบหลายคนเริ่มจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราโดยหารู้ไม่ว่าที่ชายขอบป่าอันดำมืดั์ตาสีแดงเพลิงนับสิบคู่กำลังจ้องมองมาอย่างเ็าไร้ความปรานี
พวกมันซุ่มซ่อนอยู่อย่างอดทนรอคอยจังหวะที่หัวใจของมนุษย์เต้นช้าลงที่สุด
เคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!
เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่นหวั่นไหวฉีกกระชากความเงียบยามวิกาลมาจากทางท้ายหมู่บ้านตามมาด้วยเสียงแผดร้องโหยหวนที่เต็มไปด้วยความเ็ป
สัญชาตญาณนักรบของเอเดรียนทำงานในทันทีเขาสะดุ้งตื่นด้วยความใ มือขวากระชากดาบเอนซิส ลูนาริสออกจากเอวจนเกิดเสียงโลหะเสียดสีดังกริ่ง
ทว่าเมื่อเขาโผล่พ้นออกมาจากกระโจมภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับดูราวกับฝันร้ายที่กลายเป็จริง
ท่ามกลางแสงไฟจากกองไฟที่แตกปะทุร่างสูงใหญ่มหึมาของเหล่านักรบที่ิัขรุขระดุจเปลือกไม้โบราณกำลังเคลื่อนไหวอย่างทรงพลังในชุดเกราะเหล็กสีดำทมิฬที่สะท้อนแสงไฟเป็มันวาว
ปีศาจหลายตนกวัดแกว่งหอกยาวและดาบฟาดฟันเข้าใส่ทหารของเขาที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลคมหอกพุ่งทะลุชุดเกราะมนุษย์ราวกับแทงผ่านแผ่นกระดาษ
“ศัตรูบุกทุกคนหยิบอาวุธ!”
เอเดรียนะโสุดเสียงแต่เสียงของเขาเกือบจะจมหายไปในเสียงคำรามของปีศาจและเสียงกรีดร้องของความโกลาหล
เืสดๆสาดกระเซ็นลงบนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยเถ้าถ่านาที่ไม่มีใครตั้งตัวได้เริ่มขึ้นแล้วและเอเดรียนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การปล้นสะดมทั่วไปแต่มันคือการล่าสังหารอย่างเป็ระบบของบางสิ่งที่โลกไม่ควรจะได้เห็นอีก
“ปีศาจ... เป็ไปไม่ได้” เอเดรียนะโ
ท่ามกลางความโกลาหลของค่ำคืนที่ถูกย้อมด้วยสีเืและเปลวเพลิงเอเดรียนต่อสู้อย่างถวายหัวดาบเอนซิส ลูนาริสในมือของเขาสะท้อนแสงไฟเป็ประกายสังหารฟาดฟันเข้าใส่ิัเปลือกไม้ที่แข็งแกร่งดุจหินผาแต่ศัตรูมีมากเกินไปทหารอัลติพรานุสผู้กล้าหาญล้มตายลงทีละคน
เมื่อเหล่านักรบเปลือกไม้โถมพละกำลังมหาศาลลงไปที่ด้ามหอกคมโลหะสีทมิฬที่อาบด้วยเปลวเพลิงจางๆสามารถทิ่มแทงทะลุเกราะเหล็กกล้าของทหารอัลติพรานุสได้ราวกับแทงผ่านแผ่นหนังบางๆเสียงเหล็กฉีกขาดผสมกับเสียงเนื้อที่ถูกทะลวงดังก้องไปทั่วค่าย
ความโหดร้ายที่สุดคือการที่พวกมันไม่ได้เพียงแค่แทงแล้วชักออกแต่บ่อยครั้งที่พวกอาร์บอเรียลจะใช้หอกปักตรึงร่างของทหารที่ยังมีลมหายใจติดอยู่เข้ากับต้นไม้หรือซากผนังหินเพื่อให้เหยื่อดิ้นรนอย่างทรมาน
คมหอกนั้นดูเหมือนจะมีชีวิตมันไม่ได้ทิ้งเพียงแผลฉกรรจ์แต่ทิ้งคราบยางไม้สีดำที่ร้อนลุ่มราวกับลาวาไว้ภายในร่างกายเหยื่อทำให้โลหะนรกนั้นคงความร้อนและแผดเผาเนื้อเยื่อจากภายในจนกระทั่งเืมนุษย์เปลี่ยนสภาพกลายเป็สีคล้ำและข้นหนืด
ทันใดนั้นเงาร่างมหึมาที่ดูน่าเกรงขามกว่าตนใดก็ก้าวแหวกวงล้อมออกมามันคือไซรอนหัวหน้าหน่วยอาร์บอเรียลผู้เหี้ยมโหด
เขายาวโง้งสีดำสนิทบนหัวของมันดูราวกับมงกุฎแห่งความตายและเกราะโลหะนรกที่สวมใส่อยู่ก็หนาหนักกว่าลูกสมุนตนอื่นๆ
ดวงตาสีเหลืองอำพันของไซรอนจับจ้องมาที่เอเดรียนเพียงผู้เดียวมันคำรามต่ำในลำคอราวกับเสียงไม้ลั่นก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสำหรับร่างกายที่ใหญ่โตปานนั้นหอกยาวในมือมันแทงสวนเข้ามาอย่างรุนแรงหมายเจาะทะลุหัวใจ
เคร้ง!
เอเดรียนเบี่ยงตัวหลบและใช้ดาบปัดป้องได้ทันท่วงทีแรงปะทะทำให้แขนของเขาสั่นสะท้านไปถึงกระดูกการดวลเริ่มขึ้นอย่างดุเดือดกลางซากหมู่บ้านที่มอดไหม้
เอเดรียนอาศัยความคล่องตัวของมนุษย์เข้าทำลายจังหวะแต่ิัเปลือกไม้ของไซรอนนั้นแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อคมดาบที่เคยตัดเหล็กกล้ากลับทำได้เพียงสร้างรอยบากลึกบนร่างของมันเท่านั้น
ในจังหวะที่เอเดรียนพยายามเข้าประชิดตัวไซรอนเหวี่ยงด้ามหอกกลับหลังฟาดเข้าที่กลางลำตัวเขาอย่างจัง ร่างของบุตรแห่งอาเธอร์กระเด็นลอยไปกระแทกกับซากกำแพงอิฐจนฝุ่นตลบเขาทรุดลงกับพื้นไอออกมาเป็เืสดๆ
ไซรอนย่างสามขุมเข้ามาอย่างผู้ชนะมันเงื้อหอกขึ้นสูงเหนือร่างที่าเ็ของเอเดรียนเตรียมที่จะปลิดชีพผู้นำทัพมนุษย์ในครั้งเดียว
ในขณะที่ความตายกำลังคืบคลานเข้าหาเ้านายอีกด้านหนึ่งของค่ายพักกอร์ก้าสัตว์ขี่คู่ใจกำลังคลุ้มคลั่งถึงขีดสุด กลิ่นคาวเืและเสียงร้องด้วยความเ็ปของเอเดรียนกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าและความภักดีของมันจนะเิออกมา
มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งส่งเสียงคำรามก้องกังวานแข่งกับเสียงของากล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเขม็งเชือกหนังเส้นหนาที่ผูกมัดมันไว้กับเสาไม้เริ่มตึงเปรี๊ยะจนเกลียวเชือกขาดผึงทีละเส้น
“โครม!”