ในระหว่างการสั่งอาหารที่ร้านย่านกลางเมืองรักจังนั่งไล่เมนูอาหารก่อนเหล่มองเพื่อนสาวอย่างกันตาที่ลอบมองชายหนุ่มนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ตืด ตืด
เสียมือถือสั่นขึ้นจนรักจังต้องล้วงหยิบมารับสายทันทีแต่ดูเหมือนจะไม่ฟังปลายสายเลยสักนิดเมื่อเธอเบี่ยงประเด็นไปสิ่งอื่น
“อะไรนะ! จริงเหรอ เออๆๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้” รักจังกดวางสายพร้อมลดมือถือลงมองหน้ากันตาที่นั่งเหลอหลางุนงงเช่นเดียวกับชายหนุ่มตรงหน้าที่เอ่ยถาม
“เกิดเื่อะไรหรือเปล่าครับ”
“บริษัทมีเื่นิดหน่อยค่ะ ฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ ฝากพากันตาไปส่งบ้านด้วยนะคะ ฉันต้องรีบไปก่อน”
“ครับๆ”
“เอ๊ะ! รัก..” กันตายกมือค้างมองตารักจังเดินออกไปตาปริบๆ ก่อนหันกลับมามองชายตรงหน้าที่ยิ้มกริ่มสั่งอาหารต่อ
รักจังฉีกยิ้มยืนอยู่หน้าร้านยกมือชูเต้นอย่างลิงโลดจนคนที่เดินผ่านมองอย่างแปลกใจ เธอยักไหล่เสยผมอมยิ้มไม่สนใจใครเดินขึ้นรถส่วนตัว
ตืด ตืด
รักจังขมวดคิ้วนั่งอยู่ในรถล้วงหยิบมือถือขึ้นมารับสายเดิมอีกรอบเมื่อเธอรับยังไม่ทันที่หูจะแนบฟังเสียงปลายสายก็ตวาดขึ้นทันที
“อยู่ที่ไหนจะตัดสายฉันไม่ได้ มารับที่สถานีตำรวจด้วย เร็วๆ” ว่าจบก็ตัดสายไปทันที รักจังเลิกคิ้วมองมือถืออย่างเหนื่อยหน่ายก่อนเสียบกุญแจรถสตาร์ทรถขับออกไปยังจุดหมายทันที
สถานีตำรวจ
รักจังลงจากรถรีบวิ่งเข้ามาด้านในทันทีก่อนหยุดกึกเมื่อหญิงวัยกลางคนนั่งกระดิกเท้ามองวัยรุ่นชายสองคนที่ก้มหน้าสำนึกผิดอยู่อีกฝั่งโดยมีตำรวจคั่นกลาง
“คุณนายภัค” รักจังเรียกเสียงเบาแต่ผู้ถูกเรียกกลับหูดีหันขวับลุกขึ้นเดินตรงดิ่งมาหาเธอทันที
“มาช้าจริง เด็กพวกนี้มาลวนลามฉัน จัดการด้วยอย่าให้ต้องบ่นยาว ฉันไม่อยากเป็คนแก่ขี้บ่น” หญิงวัยกลางคนกอดอกเชิดปลายคาง รักจังได้แต่ยิ้มแหยๆ มองหุ่นอันอวบอึ๋มของคนที่รู้จักเป็อย่างดีก่อนเดินไปนั่งแทนที่
“เอากุญแจรถมาจะไปรอที่รถ” สิ้นเสียงของหญิงวัยกลางคนลากกระเป๋าเดินทางมาวางอยู่ข้างๆยื่นมือแบมาทางรักจังที่ล้วงหยิบกุญแจรถยื่นให้อย่างเหนื่อยใจแล้วหันมามือจัดการสิ่งที่หญิงวัยกลางคนทำไว้แทนส่วนเ้าตัวเดินลากกระเป๋าไปรอที่รถ ทุกสายตาของผู้ชายบริเวณนี้เหลียวมองเธอเป็ตาเดียวทำให้รักจังต้องยกมือนวดขมับหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความ
ติ้ง
ติ้ง
ติ้ง
เสียงข้อความดังต่อกันราวกับจดหมายลูกโซ่ของชายสามคนที่นั่งทำงานอยู่หน้าคอมในโฮมออฟฟิศก่อนที่หนึ่งชายผู้ครองฉายาควีนเดินลงบันไดมาพร้อมเปิดข้อความในมือถืออ่าน
“คุณนายภัค!” สี่เสียงหลุดอุทานออกมาโดยไม่ได้นัดกันรีบเด้งตัวออกจากหน้าคอมกระจัดกระจายแยกย้ายหยิบจับอุปกรณ์ทำความสะอาดคนละไม้ละมือรวมทั้งองศาที่รีบเคลียร์ตู้เย็นเอาของที่เน่าเสียออกจากตู้
ปึก!
รักจังปิดประตูรถนั่งที่คนขับเหล่มองหญิงวัยกลางคนนั่งจิ้มมือถือเปิดแอร์สบายอารมณ์ก่อนปรายตามองรักจังที่ละสายตาคาดเข็มขัดสตาร์ทรถขับออกไป
“คุณนายมาทำอะไรที่นี่ มาถึงก็ก่อเื่เชียว”
ผลัวะ!
ฝ่ามือนาบลงแขนรักจังอย่างแรงหลังสิ้นประโยคพร้อมสายตาพิฆาตของหญิงวัยกลางคนที่ส่งมาหารักจังอย่างไม่สบอารมณ์
“คนเป็แม่มาเยี่ยมเยียนลูกสาวมันผิดหรือไงหึ” ภัคหรือคุณนายภัคที่ลูกสาวเป็ผู้ตั้งให้ยังคงมองเขม็งรักจังอยู่
“ก็ไม่ผิด แต่ค่าตั๋วเครื่องบินมันแพงนะ่นี้” รักจังทำหน้าบูดบึ้ง
“ฟรี อ่านปากดีๆ ฟรีนะจ๊ะลูกจ๋า และนี่บัตรคอนเสิร์ตสองใบ” ภัคควักกระเป๋าเงินออกมาหยิบตั๋วสองใบชูตรงหน้ารักจังที่ยกมือปัดออกหันมองผู้เป็แม่อย่างหงุดหงิดใจ
“คุณนายอายุเท่าไหร่แล้ว ไปชมรมโยคะบำรุงสุขภาพดีกว่าไหม”
“แกนี่มันยังไง เอะอะก็ว่าฉันแก่ แม่ลูกหนึ่งอย่างฉันแซ่บนะจะบอกให้ ไม่งั้นป๊าแกจะติดหรือไง เมียน้อยรึอย่าหวัง” น้ำเสียงบอกกล่าวอย่างมาดมั่นพร้อมท่าทางจริงจังก่อนยกมือกอดคอรักจังที่รีบขยับออกในขณะที่ติดไฟแดง
“คุณนายหนูขับรถอยู่นะ”
“ว่าแต่มีแฟนหรือยัง ไม่ได้นะอายุป่านนี้แล้วเด็กแถวบ้านมีไปสองสามคนแล้ว แกจะมาเหี่ยวเฉาแห้งเหือดแบบนี้ไม่ได้ หลานฉัน ฉัน้าอุ้มหลานได้ยินไหม”
“คุณนายภัค เงินกับหลานคุณนายเลือกอะไรคะ” รักจังยิ้มหวานมองหน้าผู้เป็แม่ที่ขมวดคิ้วนิ่งคิดยกนิ้วคำนวณ
“ก็ได้ หยวนๆ ไป แวะซื้อของสดด้วยนะจะทำอาหารให้กิน แล้วบริษัทเป็ไงเงินไหลมาเทมาจนไม่มีเวลากลับไปเยี่ยมบ้านเลยหรือไง”
“ก็พยายามประคองให้ดีที่สุด ธุรกิจก็เป็แบบนี้แหละคุณนายขึ้นๆ ลงๆ”
“ลูกรักกลับไปอยู่บ้านทำผักดองดีกว่าไหม” ภัคยิ้มหวานมองหน้ารักจังที่เหล่มองก่อนหันหน้าหนีเบ้ปาก
“ไม่มีทางแค่กลิ่นผักดองหนูก็ตายแล้ว”
“ยังไงแกก็โตมาด้วยการดองผัก ตอนนี้กำลังขยายส่งออกทั่วเกาะไม่สนใจก็แล้วแต่” ภัคยักไหล่เลื่อนมือไปเปิดเพลงเสียงดังก่อนแหกปากลั่นร้องตามเพลงที่เปิดบ่งบอกอายุของเธอ รักจังยกมือเขี่ยหูเหล่มองผู้เป็แม่แล้วขับรถต่อ
โฮมออฟฟิศ…
ทุกอย่างภายในบ้านสะอาดเอี่ยมราวกับเสกขึ้นมาใหม่ภายในหนึ่งชั่วโมงองศายืนกอดอกมองตนเองที่ลงมาจากบันไดหลังอาบน้ำเปลี่ยนเป็ชุดลำลองธรรมดาเช่นเดียวกับสามหนุ่มที่ทยอยกันลงมายืนรวมตัวกันอยู่หน้าทีวีจอใหญ่ก่อนเสียงรถจะเข้าจอดอยู่ด้านนอก โชกุนเดินออกไปช่วยขนของทันที ภัคเปิดประตูลงจากรถเงยหน้ามองโฮมออฟฟิศก่อนเหล่มองโชกุนที่ลากกระเป๋าลงจากเบาะหลังให้ด้วยรอยยิ้มแล้วเดินนำเข้าไปด้านใน
“ฮายยยย อ๊งองของแม่” ภัคแผดเสียงเรียกองศาที่ยิ้มกว้างเข้ามากอดคนเรียก นิวตันกับเลอาช่วยโชกุนเอากระเป๋าเดินทางขึ้นไปเก็บ รักจังเลิกคิ้วเลื่อนประตูกระจกปิดมองหน้าสองแม่ลูกในจินตนาการ
“แม่เดินทางเหนื่อยแย่เลย นั่งพักก่อนนะ” องศาพาหญิงวัยกลางคนมานั่งลงที่โซฟาก่อนเหล่มองรักจังที่ยักไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้หิ้วของสดไปไว้ในครัว
“วันนี้เรามาปิ้งย่างร้องเพลงกันดีกว่า” ภัคปรบมือยิ้มร่าเดินไปสำรวจทั่วแม้กระทั่งห้องน้ำก่อนเดินขึ้นบันไดสวนทางกับสามหนุ่มหน้าใสที่ยืนค้างชะงักเมื่อภัคยืนขวางแล้วกางแขนยิ้มแป้น
“บรรดาลูกแฝดสามของฉัน มากอดคนละที” เสียงภัคดังลงมาด้านล่างทำให้คนที่อยู่ด้านล่างรู้ถึงเหตุการณ์ข้างบน องศาผ่อนลมหายใจยาวเดินเข้าไปช่วยรักจังจัดของ
“คุณนายแม่นี่ยังแซ่บทรวงเหมือนเดิมเลยนะถ้าแกได้แม่มาคงสบายไปแล้ว”
“สบายยังไง”
“กลายเป็ภรรยาเศรษฐีไงสบายไหมเล่า” องศาหัวเราะขบขันหั่นผักอย่างชอบใจในการเย้าแหย่เพื่อนสาว
“อ๊งอง เพื่อนบ้า” รักจังมองเขม็งองศาที่ฉีกยิ้มก่อนมองสามหนุ่มเดินกรูกันเข้ามา
กรี๊ดดดด
ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากสนทนาอะไรกันต่อเสียงแปดหลอดแผดลั่นดังสนั่น รักจังถึงกับทำผักที่ล้างอยู่ร่วงหล่นจากมือ
“อย่าบอกนะว่า…” เลอาอ้าปากค้างรีบผละตัวออกวิ่งขึ้นบันไดไปทันที
“ฉันไม่ได้แกะรูปหลุยเทียนเปาออก!” องศาเบิกตาโตอย่างนึกขึ้นได้ก่อนวิ่งตามไปอีกคนตามด้วยคนอื่นยกเว้นรักจังที่หยิบผักขึ้นมาตีหน้าผากด้วยความเหนื่อยหน่าย