ค่ำคืนปกคลุมเมืองฮาร์เรนด้วยม่านหมอกสีเทาหนาแน่น ไอร้อนระอุแห่งฤดูร้อนถูกแทนที่ด้วยความเย็นชืดและกลิ่นอับชื้นของละอองน้ำยามค่ำคืน
ตรอกซอกซอยด้านหลังย่านตลาดเก่า ซึ่งในยามทิวาเคยเป็สถานที่พลุกพล่านด้วยผู้คนและเสียงะโค้าขาย บัดนี้หลงเหลือเพียงบ้านไม้ทรุดโทรม หลังคารั่วปะทะสายลม และกำแพงอิฐแตกร้าวที่ถูกตะไคร่น้ำจับหนา เสียงลมพัดแทรกผ่านช่องแคบระหว่างอาคารดังครางแ่ หวีด... หวีด... คล้ายเสียงร่ำไห้ของย่านเมืองเก่าที่ถูกสังคมทอดทิ้ง
ตึก! ตึก! ตึก!
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งโซเซออกมาจากเงามืดของกำแพงอิฐ ลมหายใจของเขาหอบถี่จนอกยกขึ้นลงรุนแรง เสียงลมหายใจแหบแห้งแทบจะขาด่ไปทุกก้าวที่ก้าวผ่าน
รองเท้าหนังเก่าขาดรุ่งริ่งเปื้อนคราบโคลนและน้ำครรภ์ เสื้อคลุมสีน้ำตาลตัวกึ่งเก่าชุ่มไปด้วยเหงื่อและเืสีแดงสดที่เริ่มแห้งกรังตามรอยมีดกรีดหลายแห่ง าแที่แผ่นหลังและท่อนแขนส่งอาการเ็ปรวดร้าวขึ้นมาทุกครั้งที่เขากระแทกฝีเท้าลงบนผืนหิน
เขายกมืออันสั่นเทาขึ้นแตะาแที่ชายโครง ก่อนจะหันกลับไปมองเื้ัทุกสองสามก้าว ั์ตาที่เต็มไปด้วยเส้นเืแดงฉานเบิ่งกว้างด้วยความหวาดกลัวระดับสัญชาตญาณ
"...อึก...อย่า...อย่าตามมา..."
เสียงสั่นเครือหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งแตกเป็รอยแผล
ชายผู้นี้มีชื่อว่า "ไอแซก โรเวน" อดีตช่างแกะสลักไม้ธรรมดาแห่งย่านการค้า
ใบหน้าของไอแซกซูบตอบจนเห็นกระดูกแก้มชัดเจน ดวงตาลึกโหลขอบตาดำคล้ำเพราะไม่ได้ัักับการนอนหลับอย่างสงบมานานหลายคืน ความตื่นตระหนกและประสาทหลอนบีบอัดจนสมองของเขาแทบจะสติแตก
เมื่อได้ยินเสียงลมพัดกระทบป้ายร้านเก่าดัง ก๊อก ไอแซกรีบมุดตัวเข้าไปหลบหลังกองลังไม้และถังหมักปลาเน่าเก่า ๆ ข้างกำแพง เขาทรุดกายลงกอดเข่าตัวเองแน่น พยายามสะกดกั้นลมหายใจสุดแรง ร่างกายทั้งร่างสั่นสะท้านไม่หยุดหย่อน
ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที...
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ดังกระทบผืนหินแกรนิตมาจากปากตรอกซอย!
ไอแซกรีบใช้สองมือสั่นเทายกขึ้นปิดปากและจมูกของตัวเองไว้แน่นจนหน้าดำหน้าแดง แม้แต่เสียงหายใจแ่เบาก็ไม่กล้าปล่อยให้ลอดผ่านลำคอออกมา ั์ตาสั่นระริกเพ่งมองผ่านร่องไม้ของกองลัง
เงาดำยาวทอดผ่านหน้าทางแยกทีละร่าง...
ชายร่างกำยำสามคนสวมเสื้อคลุมหนังสีดำสนิทเดินก้าวเข้ามาในตรอก คนแรกถือดาบยาวใบหยักที่มีคราบเืเปรอะเปื้อน คนที่สองถือหน้าไม้ไม้แกะสลักพร้อมลูกดอกง้าวพิษ และคนที่สามเดินลาก โซ่เหล็กหนาเตอะ ไปตามผืนหิน ส่งเสียง ครืด... ครืด... ดังสะท้อนไปทั่วตรอกแคบ เสียงโลหะกระทบหินนั้นน่าขนลุกดุจเสียงแห่งความตาย
"มันต้องหนีมาทางนี้แน่ๆ..." ชายถือดาบเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเ็าไร้อารมณ์
"ค้นดูทุกหลังคาเรือน ทุกซอกถังขยะซะ!" ชายลากโซ่กล่าวเสริม "นายท่านบอกไว้แล้ว... ถ้าจับเป็มันกลับไปไม่ได้ ก็ตัดหัวมันแล้วลากซากกลับไปแทน"
คำพูดนั้นทำให้ไอแซกรู้สึกเหมือนเืในกายพลันเย็นเฉียบไปทันตา! หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลักออกมานอกอก เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนรสเค็มของเืซึมออกมาในปาก
‘...ขอร้องล่ะ... สิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดก็ได้... ได้โปรดอย่าให้พวกมันเจอข้าเลย...’
ชายสวมชุดดำทั้งสามเดินก้าวผ่านกองลังไม้ที่ไอแซกซ่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า... เสียงโซ่เหล็กครูดพื้นดังห่างออกไปทีละน้อย... ทีละนิด... จนกระทั่งจางหายไปในความมืดที่ปลายตรอกอีกฝั่ง
ไอแซกยังคงนั่งนิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหว
หนึ่งนาที...
สองนาที...
สามนาที...
เมื่อแน่ใจว่าไร้ร่องรอยของพวกล่าสังหารแล้ว เขาจึงค่อย ๆ คลานออกมาจากหลังกองลังไม้ ร่างกายที่อ่อนแรงทรุดลงยันพื้นหิน ก่อนจะค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินต่อไปอย่างเลื่อนลอยและไร้จุดหมาย
คืนนี้... เป็คืนที่ห้าแล้วที่ไอแซกไม่มีบ้านให้กลับ
ไม่มีเตียงนุ่ม ๆ
ไม่มีอาหารร้อน ๆ
ไม่มีเตาหลอมไออุ่นให้พักผ่อน
และไม่มีแม้แต่สถานที่ปลอดภัยให้เขาสามารถหลับตาลงได้อย่างสบายใจแม้แต่นาทีเดียว
ทุกคืนเขาต้องเปลี่ยนที่ซ่อนตัวไปเรื่อย ๆ... คืนแรกแอบนอนในร่องฟางของโรงนาเก่า คืนที่สองซุกตัวใต้โครงเรือไม้ร้าง คืนที่สามแอบซ่อนใต้สะพานหินที่มีน้ำเสียไหลผ่าน คืนที่สี่หลบในซากเตาเผาอิฐ...
เพราะเขารู้ดีว่า หากเขาหยุดพักที่ใดนานเกินไปเพียงแค่นาทีเดียว... "คนของพวกสมาคมเงินกู้ดอกเบี้ยโหด" ก็จะดมกลิ่นและออกล่าตามหาตัวเขาจนพบ!
ไอแซกเดินโซเซผ่านหน้าต่างร้านอาหารแห่งหนึ่งริมถนนสายหลัก...
แสงไฟสีส้มจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่างออกมาจากกระจกหน้าต่าง กลิ่นหอมหวานของขนมปังอบใหม่ ๆ ซุปเนื้อเคี่ยวเครื่องเทศ และไส้กรอกย่าง ลอยอบอวลออกมาตามสายลมยามค่ำคืน
ภายในร้าน... ภาพของครอบครัวหนึ่งกำลังนั่งล้อมโต๊ะอาหาร ชายผู้เป็บิดากำลังหัวเราะหยอกล้อกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่สวมเดรสสีขาว เด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะใสแจ๋วขณะใช้ช้อนคันเล็กตักซุปใส่ปาก โดยมีมารดานั่งยิ้มละมุนอยู่ข้าง ๆ
ไอแซกหยุดก้าวเท้า... จ้องมองภาพความสุขตรงหน้าผ่านแผ่นกระจกใส
มืออันสั่นเทาและเต็มไปด้วยรอยแผลค่อย ๆ กำเข้าหากันแน่น ั์ตาที่แห้งผากเริ่มมีหยาดน้ำตาไหลซึมออกมาสู้สายลมหนาว
"...ลิอาน่า..."
เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาอย่างแ่เบา... น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรักและความทรมานอันสุดแสน ราวกับเกรงกลัวว่าหากเขาพูดชื่อนั้นดังเกินไป ชื่อของลูกสาวเพียงคนเดียวจะหลุดลอยหายไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล
ไอแซกยื่นมือสั่นระริกลงไปในกระเป๋าเสื้อคลุมที่เปรอะเปื้อน...
ภายในกระเป๋านั้น มีเพียง เหรียญทองแดงเก่า ๆ สองเหรียญ เท่านั้น... เงินจำนวนนี้ แม้แต่ขนมปังก้อนเล็กที่แข็งที่สุดในตลาด เขายังไม่มีปัญญาซื้อได้เลยด้วยซ้ำ
ท้องของเขาร้องครวญครางออกมาด้วยความหิวโหยอย่างหนัก แต่ไอแซกไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปในร้านอาหาร หรือขอความช่วยเหลือจากผู้ใด
หากมีใครในย่านนี้จำใบหน้าของเขาได้ หรือหากพวกขุนนางและสมาคมการค้าใต้ดินรู้ว่าเขาปรากฏตัว... ทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงชีวิตอันริบหรี่ของเขาก็จะจบลงทันที!
่กลางดึกสงัด...
ไอแซกหลบเล็ดลอดซ่อนตัวเข้าไปภายใน โบสถ์ร้างประจำกำแพงเมืองฝั่งทิศตะวันตก สถานที่แห่งนี้ถูกทอดทิ้งมานับสิบปี หลังคาไม้บางส่วนพังทลายลงมาตามกาลเวลา ผนังหินเต็มไปด้วยเถาวัลย์และคราบเถ้าถ่าน
พื้นหินแกรนิตเบื้องล่างเย็นเฉียบจนแทบแช่แข็ง มีเพียงแสงจันทร์สีเงินที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคา ส่องสว่างลงมาเป็ลำแสงแคบ ๆ ใจกลางโบสถ์
ไอแซกเดินไปทรุดกายลงนั่งพิงเสาหินท่อนใหญ่ หอบหายใจยาวเพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้า ร่างกายผ่ายผอมสั่นสะท้านสู้ลมหนาวที่พัดลอดเข้ามาตามช่องกำแพง
เขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อคลุมด้านใน... ค่อย ๆ ประคองวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาอย่างระมัดระวังที่สุด
มันคือ "ตุ๊กตาผ้าฝ้ายรูปกระต่ายตัวเล็ก"
สภาพของมันเก่าแก่ สีผ้าสีชมพูจางลงจนเกือบเป็สีขาว มีรอยด้ายเย็บซ่อมแซมตามแขนและขาหลายจุด ซึ่งเป็รอยเย็บด้วยฝีมือของไอแซกเองยามที่เขายังมีบ้านและครอบครัวอันสมบูรณ์
ไอแซกใช้ฝ่ามือที่หยาบกร้านและเปรอะคราบเื ปัดฝุ่นละอองออกจากตัวตุ๊กตากระต่ายอย่างทะนุถนอม ราวกับมันเป็สิ่งของที่ล้ำค่าที่สุดในจักรวาล
ก้มลงซบใบหน้าลงกับตุ๊กตาผ้าตัวนั้น... แล้วกอดมันไว้แน่นกับอก
"ฮึก...พ่อขอโทษ...ลิอาน่า..."
เสียงสะอื้นไห้แ่เบาดังก้องไปทั่วโบสถ์ร้างอันเงียบสงบ
"ฮึก... พ่อยกโทษให้ตัวเองไม่ได้เลย... พ่อยอดรับความอ่อนแอของตัวเองไม่ได้... พ่อพาตัวลูกออกมาจากกรงขังพวกมันไม่ได้เลย..."
หยาดน้ำตาอุ่น ๆ ไหลทะลักออกจากดวงตาของชายวัยกลางคน หยดลงบนผ้าเก่า ๆ ของตุ๊กตากระต่ายทีละหยด... หยด... หยด...
ทั้งโบสถ์หลงเหลือเพียงเสียงร้องไห้แห่งความสิ้นหวังของชายคนหนึ่ง... ชายผู้เคยมีอาชีพ มีสัจจะ มีครอบครัว ทว่าบัดนี้กลับไม่เหลือบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีอนาคต และที่ทารุณที่สุดคือ... เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่า ลูกสาววัย 8 ขวบของเขาที่ถูกพวกนักกู้เงินจับตัวไปขัดดอก...ในเวลานี้ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้หรือไม่!
ทันใดนั้นเอง...!
ตึงงงงงงงงงงงงงงงง!!
บานประตูไม้เก่าของโบสถ์ร้าง พลันถูกแรงกระทุ้งมหาศาลถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานพับเหล็กหักสะบั้น!
แสงคบเพลิงสีส้มแดงฉานสาดกระจายเข้ามาภายในโบสถ์ทันที พร้อมกับร่างของชายสวมชุดดำหลายสิบนายที่ก้าวเท้าปิดล้อมทางออกไว้ทั้งหมด!
ไอแซกสะดุ้งสุดตัว! หัวใจตกร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก!
"...ฮ่าๆๆ! เจอตัวจนได้นะ ไอ้ช่างไม้ขี้ขลาด!"
เสียงหัวเราะเ็าแฝงด้วยความสะใจดังขึ้นจากชายร่างั์ผู้ถือดาบใหญ่ใบหยัก ชายคนนั้นก้าวออกมาหน้าขบวน คบเพลิงในมือส่องสว่างสะท้อนใบหน้าอำมหิต
ชายอีกหลายคนค่อย ๆ ก้าวเข้ามาล้อมรอบไอแซก ปิดทางหนีทุกทิศทางด้วยอาวุธคมกริบในมือ
ไอแซกรีบยันกายลุกขึ้นถอยหลังไปชนกับเสาหิน ั์ตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"พ...พวกแก... พวกร้านกู้เงิน 'สิงโตดำ'..."
ชายร่างั์ผู้เป็หัวหน้านักล่าเหยื่อ ยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันทองคำในปาก
"นายท่านของเราคิดถึงเ้าเหลือเกินนะไอแซก... หนีเก่งไม่เบานี่ คืนนี้หลบมาถึงโบสถ์ร้างนอกเมืองเชียว"
มันเดินก้าวเข้ามาทีละก้าว พลางควงดาบใบหยักในมือไปมา
"แต่การวิ่งหนีแบบนี้..." มันแค่นหัวเราะในลำคอ "...ไม่เคยทำให้หนี้สินของเ้ากับสมาคมเราหายไปไหนได้หรอกนะ"
ไอแซกใช้สองมือกำตุ๊กตากระต่ายของลูกสาวไว้แน่นกับอกจนผ้าบิดเบี้ยว ั์ตาสีน้ำตาลสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง เขามองซ้ายมองขวาอย่างไร้ทางออก ก่อนจะสายตาไปหยุดอยู่ที่ หน้าต่างหินแกะสลักที่พังทลาย ด้านหลังโบสถ์...
หน้าต่างบานนั้น สูงจากผืนหินภายนอกหลายเมตร และเบื้องล่างคือโตรกหินที่มุ่งตรงสู่ย่านการค้าเก่า!
"ถ้านายท่านไม่ได้รับเงินคืนภายในคืนนี้..." ชายร่างั์ยกดาบขึ้นชี้หน้าไอแซก "ลูกสาวของเ้า... ก็คงต้องถูกส่งไปขายให้พวกพ่อค้าทาสนอกเมืองอย่างเป็ทางการล่ะนะ!"
คำพูดนั้น ดุจดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงกลางหัวใจของไอแซก!
"ลิอาน่า...!"
ด้วยแรงฮึดสุดท้ายแห่งความเป็บิดา ไอแซกไม่สนใจอีกต่อไปว่าเบื้องหน้าคือความตายหรือคมดาบ! เขาตัดสินใจออกแรงสปริงตัว ร้องคำรามลั่นแล้ววิ่งสุดชีวิตพุ่งตรงไปยังหน้าต่างหินที่พังทลายด้านหลัง!
ฟุ่บ!
"มันจะหนีแล้ว! จับมันไว้!"
ฉึก!
ลูกดอกหน้าไม้พุ่งแหวกอากาศ ตัดผ่านไหล่ซ้ายของไอแซกจนเืพุ่งกระฉูด! ทว่า ชายวัยกลางคนกลับไม่หยุดก้าวเท้า เขาใช้ร่างกระแทกผ่านหน้าต่างหินแกรนิต แล้วทุ่มตัวพุ่งทะยานออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องนอกโบสถ์ทันที!
เพล้งงงงงง!
ร่างของไอแซกร่วงลงสู่โตรกหินเบื้องล่าง กลิ้งไถลไปตามทางชันอย่างทรมาน าแใหม่ปะทุขึ้นทั่วร่าง โลหิตสีสดเปรอะเปื้อนผืนดิน...
ทว่า... ในมืออันสั่นเทาของเขานั้น เขายังคงกอดตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยไว้แน่นไม่ยอมปล่อย