แม่บ้านที่บ้านของทะนงบอกกับเขาตะวันใจหายวาบทันทีที่ได้ยิน ห่วงหวงลลินนั้นมากที่สุด
“เขาไปกันเมื่อไหร่ครับ”
“เมื่อวานตอนเช้าคะ”
เท่านั้นเอง เขาก็หันหลังกลับไปขึ้นรถแล้วขับตรงไปที่บ้านสวนทันทีด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่มกว่าเปลวเพลิง
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ตัดสินใจเถอะน่ะลลิน นึกว่าเห็นแก่พ่อกับแม่และทำเพื่อน้องๆก็แล้วกัน”
นางลีหว่านล้อมลูกสาวเมื่อทะนงพาผู้ใหญ่มาเจรจาสู่ขอหมั้นหมาย
“แม่”
ลลินใจจะขาดรอนเมื่อถูกแม่ขอร้องอย่างนั้น เพราะอะไรนั้นเธอรู้ดีอยู่แก่ใจ ก็ทั้งกายทั้งใจของเธอเป็ของผู้ชายอีกคนไปแล้วนั้นเอง แล้วจะให้เธอมารับหมั้นผู้ชายอีกคนได้ยังไง
“คุณทะนงเขาเป็คนดี รักลูกจริง แล้วฐานะของเขาก็ยังร่ำรวยอีก หากลูกได้แต่งงานกับเขา อนาคตลูกก็จะได้ไม่ต้องลำบากแล้วน้องของลูกอีกสองคนก็จะมีโอกาสได้เรียนหนังสือสูงๆอีกด้วยหากเป็อย่างนั้นพ่อกับแม่ก็คงได้นอนตายตาหลับ”
“จ๊ะแม่”
ฟังเหตุผลของแม่แล้วลลินก็กล่าวออกไปอย่างตัดสินใจเมื่อคิดเอาว่าเื่ระหว่างเธอกับเขาคนนั้นคงไม่มีวันเป็จริงขึ้นมาได้ เส้นทางของเธอกับเขาเป็อะไรที่ไม่ต่างไปจากเส้นขนาน ไม่มีทางที่จะมากันได้อย่างแน่นอน
“งั้นก็ไปแต่งตัวกันเถอะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว อย่าให้ผู้ใหญ่รอนานมันไม่ดี”
นางลีกล่าวพร้อมกับดึงลูกสาวเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใส่ชุดไทยสีครีมแบบที่เป็เสื้อแขนยาวกับผ้าถุงซึ่งคุณหญิงแวววรรณเป็ผู้จัดหามาให้เมื่อเรียบร้อยก็จูงมือลูกสาวออกมาจากห้อง จะพาไปที่เรือนใหญ่ของนายสุรินทร์เพราะทุกคนรอที่จะทำพิธีหมั้นอยู่ที่นั้น
“ไชโย พี่ลลินจะแต่งงานแล้ว”
ลอยะโพร้อมกับวิ่งตามหลังมา
“พี่ลลินแต่งตัวแล้วสวยจัง”
เสียงของน้อยอีกคนที่ตามมาติดๆเช่นกัน
ได้ยินที่น้องๆพูดแล้วลลินก็ต้องแอบกัดปากตัวเองเพื่อข่มความรู้สึกขมขื่นภายในใจนี่จะมีใครรู้ความรู้สึกจริงๆในใจของเธอบ้างหรือเปล่าน่ะ
ลลินเดินตามแรงจูงของแม่ไปด้วยท่าทางเหม่อลอยไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้นจนถึงห้องรับแขกของเรือนใหญ่
“มา นางลี พาลูกสาวของเธอเข้ามานั่งตรงนี้”
คุณหญิงแวววรรณรีบบอกอย่างจัดแจง
“สวยจริงๆนะเด็กคนนี้”
นางมณีมารดาของทะนงกล่าวพลางมองดูลลินอย่างพิจารณา
“ก็สวยนะสิค่ะ พี่ทะนงถึงได้หลงหัวปักหัวปำต้องรีบมาหมั้นเอาไว้ั้แ่ยังเรียนไม่จบ”
นภากล่าวออกมาพร้อมส่งสายตาิ่ๆไปทางลลิน
“อย่าพูดมากน่ายัยนภา”
นายทำนุดุบุตรสาวคนเล็กของตน
“คุณพ่อก้อ”
นภาทำเสียงเง้างอนแต่ดีใจสุดๆที่ลลินจะลงเอยกับพี่ชายของเธอเสียได้ เพราะตะวันจะได้เลิกให้ความสนใจกับ ลลินอีกต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่นภาเท่านั้นที่คิดอย่างนี้นายพลสุรินทร์และคุณหญิงแวววรรณก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน ทั้งสองจึงได้กุลีกุจอช่วยจัดการเื่นี้กันอย่างเต็มที่
“เอาหละ ได้เวลาฤกษ์งามยามดีแล้ว”
นายพลสุรินทร์กล่าวขึ้น
“เอ้า ตาทะนง เอาแหวนไปสวมให้ลลินเสียสิ”
นางมณียืนแหวนประจำตระกูลให้แก่บุตรชายซึ่งทะนงก็รีบรับเอามา
“ส่งมือให้พี่เขาสิลลิน”
คุณหญิงแวววรรณบอกกับหญิงสาวที่ยังนั่งเฉย แล้วทะนงก็เอื้อมมาจับมือของลลินไป แต่ก่อนที่เขาจะทันสวมแหวนเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ทุกคนก็ต้องใกับเสียงที่ดังขึ้น
“หยุดน่ะ ลลินจะรับหมั้นใครไม่ได้ทั้งนั้น”
ตะวันนั้นเองที่พรวดพราดเข้ามาถึงตัวลลินอย่างรวดเร็วแล้วจับมือของเธอดึงให้ลุกขึ้นออกมาจากตรงนั้น
“แกทำบ้าอะไรของแกตะวัน”
นายพลสุรินทร์ตวาดบุตรชายด้วยความโกรธ