ณ ใจกลางเมืองหลวงัศักสิทธิ์คำราม ผู้คนต่างเดินพลุกพล่านไปมา
ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ เด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำเดินตรงไปยังหอคอยสีขาวด้านหน้า
"ที่นี่สินะ" เขาเผยดวงตาเป็ประกาย
ในที่สุด เขาก็มาถึงหอคอยแห่งการคัดเลือกัศักสิทธิ์เสียที
เด็กหนุ่มหยุดเดินครู่หนึ่งก่อนจะมองเข้าไปด้านใน พนักงานต้อนรับนั่งอยู่ที่บริเวณเค้าเตอร์ ดูเหมือนเขากำลังยุ่งอยู่กับการจัดเอกสาร
เด็กหนุ่มเดินตรงเข้าไปพร้อมถอดหมวกคลุมสีดำออก เผยให้เห็นเส้นผมสีเงินงดงาม ดวงตาสีฟ้าดั่งท้องทะเล
"มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?" พนักงานต้อนรับเอ่ยด้วยรอยยิ้มสุภาพ
เด็กหนุ่มผมเงินยื่นเหรียญเงินรูปัออกมา
พนักงานต้อนรับพยักหน้าอย่างเข้าใจ
เหรียญตรารูปัเป็สิ่งแทนตัวตนของผู้สมัครที่เข้าร่วมเป็อัศวินเวทย์แห่งอาณาจักรัศักสิทธิ์คำราม
พนักงานหนุ่มเดินออกจากเค้าเตอร์ก่อนจะนำอโลนไปยังห้องๆหนึ่ง
"รออยู่ที่นี่ก่อนนะครับ จากนั้นที่เหลือก็ฟังคำอธิบายของเขาเลยครับ"
เมื่อพาอโลนมาถึงจุดหมาย พนักงานหนุ่มก็จากไปทันที
อโลนกวาดสายมองหา "เขา" ที่ว่า เมื่อพบแล้ว อโลนหยุดมองชายแก่เตี้ยแคระด้านหน้า
"ผู้าุโ ท่านคือคนที่ชายหนุ่มเมื่อครู่กล่าวถึงใช่ไหม? ถ้าเช่นนั้นรบกวนชี้แจงการคัดเลือกัศักสิทธิ์นี้ด้วย" อโลนกล่าวด้วยท่าทางนอบน้อม
ชายชราพยักหน้า
จากนั้นเขามองอโลนอย่างอบอุ่น "เ้าหนุ่ม หนทางข้างหน้านี้อันตรายมาก ข้าขอเตือนเ้าว่าแม้นี้จะเป็การคัดเลือกเพื่อได้เป็อัศเวทย์ แต่เมื่อเ้าก้าวผ่านประตูบานนี้ไป แม้แต่ความตายก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ข้าขอเตือนเ้าด้วยความหวังดีว่าให้เ้าไปหาใครสักคนมาเป็คู่หูในการคัดเลือกนี้เสีย"
"ไม่มีทางที่เ้าตัวคนเดียวจะรอดจากที่นี่ได้ ข้าเห็นมามากแล้ว" ชายชรากล่าวต่อ
เห็นได้ชัดว่าชายชราคนนี้เป็ห่วงผู้เข้าร่วมการคัดเลือกจริงๆ เขาแม้กระทั่งเปิดโอกาศให้อโลนไปหาคู่หูเพื่อที่จะผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างง่ายขึ้น นั้นหมายความว่าผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ คงมีไม่น้อยที่มีคู่หูเป็ของตน
"ผมซาบซึ้งกับความกรุณาของผู้าุโมาก แต่ผมมาคนเดียว อีกอย่างในเมืองนี้ผมก็พึ่งเคยมาเป็ครั้งแรก ดังนั้นผมขอไปคนเดียวครับ" อโลนกล่าวด้วยใบหน้าเฉยชาราวกับไม่หวาดกลัวคำเตือนของชายชราแม้แต่น้อย
ชายชราส่ายศีรษะด้วยความเห็นใจ เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าอโลนมีความมั่นใจตัวเองสุงเกินไป เขาเคยเห็นคนแบบนี้ตายในการคัดเลือกมานับไม่ถ้วนแล้ว
"ข้าจะถามเ้าอีกครั้ง เ้าจะไม่หาคู่หูจริงใช่ไหม?"
"ครับ"
อโลนไม่มีท่าทางว่าจะตอบรับแม้แต่น้อย
ชายชราจำต้องยอมปล่อยไป เขาหันหลังแล้วกล่าวกับอโลน "ตามข้ามา"
ทั้งคู่เดินเข้าไปในประตู
เมื่อเดินไปได้สักระยะ แสงสว่างปรากฏด้านหน้าราวกับแสงสว่างปลายอุโมง
ที่นี่คือสนามประลอง!
ตรงลานประลองนั้น มีชายหนุ่มร่างกำยำกำลังใช้ขวานสับร่างของหญิงสาวออกเป็สองท่อน ภาพดังกล่าวโเี้เกินจะบรรยาย ในตอนแรกนั้นหญิงสาวเหมือนจะพยายามปกป้องตนเองอยู่ ไม่นานตอนนี้อโลนไม่เห็นหญิงสาวคนนั้นเคลื่อนไหวอีกต่อไป
ชายชราส่ายหน้าด้วยความจนใจ "หญิงสาวคนนั้น อีกนิดเดียวก็จะผ่านการคัดเลือกแล้วแท้ๆ"
ชายชราสำรวจเวลาก่อนจะรู้ว่าเวลาของตนใกล้จะหมดลงแล้ว เขาแจกแจงถึงกฏให้อโลนฟังก่อนจะจากไป "ฟังนะเ้าหนู ที่นี่คือสนามประลองที่เดิมพันด้วยชีวิต ผู้เข้าร่วมทั้งหมดจะต้องต่อสู้กับนักโทษบนเวที เมื่อชนะครบ 3 ครั้งถึงจะมีโอกาศพักได้ 1 วัน หรือถ้าเ้าชนะ 3 คนได้ในรอบเดียวก็สามารถได้รับสิทธิ์พักได้เช่นกัน อีกอย่าง ถ้าหากอยากถอนตัวกลางคัน เ้าจำเป็จะต้องชนะครบ 3 คนต่อ 1 วันเสียก่อน หรือก็คือเ้าจะมีสิทธิ์ถอนตัวและพักได้เมื่อชนะครบ 3 คนใน 1 วัน"
"เ้าจะต้องประลองไปเรื่อยๆ อาจจะต้องใช้เวลานับเดือน แต่เมื่อเ้าสามารถชนะได้ครบ 100 คน เ้าก็จะผ่านการคัดเลือกเป็อัศวินเวทย์ทันที"
ดวงตาของชายชราเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ เขากล่าวอย่างแ่เบา "เ้าไม่อยากได้คู่หูจริงหรือ?"
ชายชราให้โอกาสอโลนครั้งสุดท้าย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่้าเห็นเด็กหนุ่มอนาคตกว้างไกลอย่างอโลนต้องตายเปล่า
อโลนยืนยันคำเดิม
ชายชราถอนหายใจด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเดินจากไปในที่สุด
บนลานประลอง
"ฮ่า ๆ ในที่สุดก็ฆ่านังผู้หญิงสารเลวนี่ได้ซะที! เป็เพราะมัน เพราะมันเพื่อนของฉันถึงต้องตาย"
บนลานประลอง ชายร่างกำยำที่เป็นักโทษหัวเราะอย่างบ้าคลั่งขณะเหยียบและกระทืบร่างศพของหญิงสาวซ้ำไปๆ คู่หูของเธอที่ยืนอยู่ด้านล่างเผยความหวาดกลัวออกมา ตัวสั่นเทิ้มไปหมด
"คราวนี้ก็ถึงตาแก!" ชายหนุ่มร่างกำยำชี้ไปที่คู่หูของหญิงสาวใต้เท้าตน
คู่หูของหญิงสาวคนนั้นดวงตาหดลง ความหวาดกลัวปกคลุมในดวงตาจนแทบจะเสียสติ เธอดูการต่อสู้ั้แ่เริ่มของคู่หูเธอจนจบ เธอไม่อยากจะเจอสภาพเช่นนั้นกับตัวเอง
"มัวรออะไรอยู่! ขึ้นมาซะ ถึงตาแกแล้ว!" ชายร่างกำยำะโโวยวาย เมื่อไม่กี่วันก่อน เป็เพราะสองสาวสองคนนี้ที่ฆ่าเพื่อนรักของเขาไป ทำให้เขาโกรธเกรี้ยวจนแทบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่
จากคำพูดท้าทายของชายร่างกำยำบนเวที ทำให้อโลนพอจะเดาได้ว่า เมื่อผู้เข้าร่วมคัดเลือกขึ้นไปบนลานประลองและพ่ายแพ้ให้กับนักโทษ คู่หูอีกคนจะต้องขึ้นไปรับ่ต่อ ไม่เช่นนั้นหญิงสาวที่เป็คู่หูตรงนั้นคงจะขอถอนตัวออกไปแล้ว
"ขอร้องล่ะ ใครก็ได้ ช่วยมาเป็คู่หูกับฉันที! ขอร้องล่ะ ใครก็ได้" หญิงสาวคนนั้นหวาดวิตก เธอะโพร้อมกับร้องขอคนอื่นไปทั่ว
แต่ไม่มีใครตอบรับคำขอของเธอ ทุกคนทั่วสนามเห็นฝีมือของชายร่างกำยำคนนั้นแล้ว ไม่มีใครอยากจะสู้กับเขา
ความจริงผู้เข้าร่วมส่วนมากรอให้มีใครบางคนจัดการนักโทษคนนั้นหรือเปลี่ยนตัวนักโทษออกก่อน พวกเขาจึงจะลงประลอง
"ขอร้องล่ะ ช่วยเป็คู่หูกับฉันหน่อยเถอะ!"
หญิงสาวยังคงขอความช่วยเหลือต่อไป
"ได้สิ"
อโลนกล่าวด้วยใบหน้าเฉยชา
ดวงตาของหญิงสาวพลันทอประกายเปื้อนน้ำตา เธอไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาช่วยเธอเสียแล้ว เธอแทบจะคิดว่าตนเองจะจบชีวิตลงเสียแล้ว
อโลนเดินขึ้นไปบนเวที
"หาเื่ ถ้าอยากตายมากขนาดนั้นฉันจะสงเคราะห์ให้"
พรึบ
ร่างของอโลนหายไปจากสายตา
ชายร่างกำยำใ ก่อนจะรู้สึกตัว อโลนก็มาปรากฏตัวด้านหน้าเขาแล้ว
"หน๋อยแน่แก!" ชายร่างกำยำยกควานหมายจะฟันอโลนให้ขาดเป็สองท่อน แต่
ฉับ
เพียงดาบเดียว แทบจะไม่มีใครมองดาบนั้นทัน มันวาดผ่านคอหัวของชายร่างกำยำราวกับตัดผ่าอากาส
ตุบ
ศีรษะของชายร่างกำยำล่วงหล่นกับพื้น ร่างของเขาล้มลงในที่สุด
ผู้คนทั่วลานประลองต่างใ หญิงสาวที่เป็คู่หูเขาเองก็เช่นกัน