บทที่ 10 ถูกลอบโจมตี (รีไรต์)
30 นาทีต่อมา
เจียงอี้อิ่นยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์มองสบตาพวกกู้ไฮว่ถิง แววตาทั้งสองคู่ร้อนแรงราวกับจะแผดเผาเป็จุณได้ทุกเมื่อ ทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่
เธอหันไปมองาแของอาสยงที่เริ่มสมานตัว แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มแห้ง “ฮ่า ๆๆ หายดีก็ดีแล้ว”
ย้อนกลับไปเมื่อ 30 นาทีก่อน เดิมทีทุกคนคิดว่าอาสยงคงไม่รอดแล้ว เพราะหลังจากที่เขาปฏิเสธที่จะกินอะไรอีก เขาก็เริ่มกระอักเืออกมา
กู้ไฮว่ถิงและคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกสิ้นหวัง พวกเขาส่งกำลังใจให้อาสยงสู้ต่อไป แต่ก็รู้ดีว่าสภาพเช่นนี้อาจจะไม่สามารถประคองตัวเองรอจนกว่าหมอจะมาถึงได้...
ขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้าเตรียมใจรับความสูญเสีย อาหารในมือของซุนเฮาและคนอื่น ๆ ก็ถูกฉวยไป
อาสยงที่เพิ่งกระอักเืเสร็จก็เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย แถมความเร็วยังเพิ่มขึ้นอีก
ซุนเฮาและคนอื่น ๆ ต่างมองด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย พวกเขาต่างก็คิดในใจว่านี่คงจะเป็แรงเฮือกสุดท้ายของชีวิตสินะ
ใช่แน่ ๆ...
กู้ไฮว่ถิงเป็คนแรกที่รู้สึกถึงความผิดปกตินี้ เขารีบลุกขึ้นยืนทันที
ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแอของอาสยง เป็ไปไม่ได้เลยที่เขาจะลุกขึ้นนั่งได้เอง ซุนเฮาใกระวีกระวาดเข้าไปช่วยพยุง แต่แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นอาสยงทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว
ทุกคนเบิกตากว้าง รู้สึกว่าแรงเฮือกสุดท้ายนี้อยู่นานเกินไปหน่อย
กู้ไฮว่ถิงแหวกเสื้อคลุมขนสัตว์ของอาสยงที่รวบไว้ตอนลุกขึ้นนั่งออก เผยให้เห็นาแที่น่ากลัว
าแที่เดิมทีเป็สีเขียวกลายเป็สีแดงสดอีกครั้ง และ…
“ฉันคิดไปเองหรือเปล่า ทำไมรู้สึกว่าแผลของเขาดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว”
อาสยงหัวเราะ “จริง ๆ ก็ดีขึ้นหน่อยแล้ว ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีมดเป็หมื่น ๆ ตัวกำลังไต่…” พูดจบเขาก็บิดตัวอย่างแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย
“แม่งเอ๊ย คันจะตายอยู่แล้ว”
ซุนเฮาตบหลังเขาฉาดใหญ่ “แล้วนายยังทำเป็อ่อนแออีกเหรอ ฉันใแทบแย่”
แม้จะถูกตีไปหนึ่งป้าบ แต่อาสยงก็ยังหัวเราะร่า “ฮ่า ๆๆ ก็อยากเห็นลูกพี่ร้องไห้บ้าง นาน ๆ ทีจะมีโอกาสสักครั้ง”
สิ้นประโยคของอาสยง สายตาของซุนเฮาและคนที่เหลือก็จับจ้องไปที่ใบหน้าของกู้ไฮว่ถิง
ชายสีหน้างอง้ำนั้นเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว “ไปซื้ออาหารมาเพิ่มอีกหน่อย”
นี่เป็ต้นเหตุของเสียงะโของซุนเฮา เขาร้องเสียงดังจนเจียงอี้อิ่นเข้าใจผิดคิดว่าอาสยงตายไปแล้ว
เมื่อหวนคิดถึงเื่ราวก่อนหน้านี้ เจียงอี้อิ่นก็ทนสายตาจ้องมองของทุกคนไม่ไหว จึงหันหลังทำเป็จัดการเนื้อตุ๋น
สมองของเธอกำลังทำการคิดอย่างเร่งด่วน
ถึงแม้เธอจะเป็คนต่างถิ่น แต่ก็รู้ดีว่าอาหารที่สามารถช่วยชีวิตคนได้นั้นมีค่ามากแค่ไหน ข้อดีคือเมื่อประกาศออกไป เธอจะไม่ต้องกังวลเื่ขายไม่ออก แต่ข้อเสียก็มีมากมายเช่นกัน
มันเหมือนกับว่าเธอกำลังอวดสมบัติล้ำค่าให้ใครต่อใครเห็น ไม่ช้าก็เร็วจะต้องดึงดูดคนไม่หวังดีเข้ามาหาอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าเธอมีระบบพื้นที่ปลอดภัย ตอนนี้จึงไม่ต้องกังวลเื่ความปลอดภัยในชีวิต แต่เธอก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
เพราะพลังพิเศษนั้นเป็เื่ที่มหัศจรรย์เกินไป ถ้าเกิดว่ามีพลังพิเศษหายากที่สามารถฝ่าระบบพื้นที่ปลอดภัยได้ขึ้นมาล่ะ ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่เธอจะหาเงินซื้อ ‘ฟื้นคืนชีพ’ ได้ เธอจะไม่ก้าวขาออกไปไหนเลยจริง ๆ เหรอ
ถึงแม้เธอจะขังตัวเองอยู่ในบ้านได้ แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าระบบคงไม่ปล่อยให้เธอทำงานสำเร็จได้ง่าย ๆ แน่ ไม่ช้าก็เร็วเธอจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายของโลกใบนี้
“เถ้าแก่…”
เสียงของกู้ไฮว่ถิงทำให้เธอหลุดจากภวังค์ เจียงอี้อิ่นที่กำลังหั่นเนื้อตุ๋นชะงักไป ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไป
การหลบเลี่ยงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับทีมของกู้ไฮว่ถิงจะเป็อย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะทำอะไร
เธอไม่คิดว่าตอนนี้หน้าเคาน์เตอร์จะเหลือเพียงกู้ไฮว่ถิงอยู่คนเดียว เพื่อนร่วมทีมของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะและแย่งอาสยงกินอาหารกันแล้ว
เธอแอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก หากมีเพียงกู้ไฮว่ถิงคนเดียว อย่างน้อยเธอคงจะไม่รู้สึกเหมือนถูกบีบบังคับ
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “ขอโทษด้วยนะครับ พวกเราทำให้คุณใแล้ว”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัว “ไม่เป็ไรหรอกค่ะ คนปกติเจอเื่แบบนี้ก็ต้องช็อกกันทั้งนั้น”
“เซอร์ไพรส์น่ะ” กู้ไฮว่ถิงแก้ “จริง ๆ แล้วแม้ว่าผมจะให้เ้าลิงกลับไปตามหมอ แต่ในใจก็รู้ดีว่าโอกาสที่จะทันนั้นมีน้อย พวกเราอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมเป็ร่วมตายกันมานานหลายปี เมื่อเห็นอาสยงตกอยู่ในอันตราย แม้จะมีความหวังเพียงน้อยนิด พวกเราก็ต้องลองดู”
เธอพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ
“ตอนนี้ผมดีใจมากที่ตัดสินใจมาที่เมืองอาหารของคุณก่อน” ทันใดนั้นเขาก็โค้งคำนับให้เธอด้วยความขอบคุณ
ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่ชายหลายคนที่โต๊ะลุกขึ้นยืน พวกเขาต่างโค้งคำนับให้เธออย่างพร้อมเพรียงกัน
เจียงอี้อิ่นโบกมือพัลวัน “ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ พวกคุณอย่าทำแบบนี้เลย ทำแบบนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองตายไปแล้วเลย”
อาสยงผู้ซื่อตรงคำรามลั่น “เถ้าแก่ นับแต่นี้ไปชีวิตอาสยงนี้เป็ของคุณแล้ว! ใครกล้ารังแกคุณ ผมจะซัดให้มันลืมหน้าแม่ไปเลย”
“เลิกพูดเพ้อเจ้อเถอะน่า แค่นายไม่ก่อเื่ให้ตัวเองเดือดร้อนก็บุญโขแล้ว” ซุนเฮาเอ่ยอย่างรำคาญ “เถ้าแก่ พวกเราล้วนสำนึกในบุญคุณของคุณ นับแต่นี้เื่ของคุณก็คือเื่ของพวกเรา ไว้ใจซึ่งกันและกัน ต่อให้พวกเราจัดการไม่ไหว ก็ยังมีพี่ใหญ่ของพวกเราอยู่อีกคน”
อาสยงแทบจะเถียงกลับทันที แต่พอได้ยินก็รีบหันไปยกยอปอปั้นกู้ไฮว่ถิงทันที “ใช่ ๆ อย่าดูถูกลูกพี่ที่หน้าตาหน่อมแน้มเชียวนะ เพราะความจริงเขาเก่งสุด ๆ ไปเลย! ครั้งนี้ถ้าไม่มีลูกพี่ ผมคงจะลาโลกไปแล้ว…”
กู้ไฮว่ถิงเหลือบมองเขาอย่างเ็า “ใครหน้าตาหน่อมแน้ม”
อาสยงปิดปากฉับคว้าเจียนปิ่งขึ้นมากัดกลบเกลื่อน “ฉันยังกินไม่อิ่ม ขอกินต่อก่อนน่า…”
เจียงอี้อิ่นเห็นแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้
กู้ไฮว่ถิงเห็นเข้าจึงนวดขมับอย่างระอา “ทำให้คุณเห็นเื่ตลกแล้ว”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” เธอส่ายหน้า “พวกคุณสนิทกันดีจัง ว่าแต่จะสั่งอะไรเพิ่มไหมคะ พวกเขากินของเก่าจะหมดแล้ว”
เขาหันไปมองโต๊ะที่อาหารเกือบหมดแล้วก็ถอนหายใจ แต่ตอนสั่งอาหารก็ไม่ลังเล เหมาทุกอย่างที่เธอเตรียมไว้ในตอนเช้า
หากขายหมดเกลี้ยงก็หมายถึงรายได้ก้อนโต เจียงอี้อิ่นดีใจเนื้อเต้น รีบลงมือทำงานทันที “คุณไปพักก่อนก็ได้นะ”
“ครับ” เขาตอบรับแต่ก็ยังไม่ยอมเดินไปไหน เธอจึงไม่ได้พูดอะไรต่อและจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า
เมื่อเจียนปิ่งชุดแรกสุกได้ที่ เขาก็ยกมันไปวางลงบนโต๊ะ ราวกับจะเอาไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ของเขา
เสียงฉู่ฉ่าจากกระทะและเสียงดังของเครื่องครัวดังขึ้นรอบตัวเธอจนกลบเสียงของพวกเขามิด และเธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
สักพักหนึ่งเขาก็เดินกลับมาและพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “คุณไม่รู้หรอกเหรอว่าอาหารที่คุณทำออกมามันมีผลในการรักษาด้วย”
เธอตอบกลับอย่างลืมตัวว่า “ใช่ค่ะ…”
แต่พอนึกได้ว่าโดนผู้ชายคนนี้จับไต๋เข้าให้แล้ว เธอก็รีบปิดปากแน่นมองเขาด้วยความไม่พอใจ และหยุดการเคลื่อนไหวทันที
แต่กู้ไฮว่ถิงกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเร่งเร้าเธอ “เจียนปิ่งไหม้แล้วครับ”
เธอจึงจำใจต้องทำเจียนปิ่งต่อ แต่เขาก็ยังพูดขึ้นมาอีก “วิธีการแสดงผลของพลังการรักษามีความหลากหลายนะ หมอบางคนก็สามารถรักษาได้ด้วยการปรุงยาหรือทำอาหาร”
เื่แบบนี้ก็มีด้วยเหรอเนี่ย เธอเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
ถ้าอาหารรักษาอาการาเ็ได้จริง ๆ มันคงไม่ใช่เื่แปลก แบบนั้นเธอคงจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังพูดไม่จบ
“แต่ผมเพิ่งเคยเห็นผลลัพธ์ที่เห็นผลรวดเร็วขนาดนี้เป็ครั้งแรก”
...เธออดไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างไม่พอใจและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “พูดให้จบในทีเดียวสิ!”
กู้ไฮว่ถิงไม่ได้สนใจท่าทีฟึดฟัดของเธอ แต่พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “พูดตามตรง ตอนที่รู้ว่าอาหารพวกนี้มีฤทธิ์วิเศษ ผมก็เกิดความโลภอยากจะพาคุณกลับฐานกับพวกเรา ถ้ามีคุณอยู่ อัตราการเสียชีวิตจะต้องลดลงแน่นอน”
เธอรีบมองเขาอย่างระแวดระวัง ขณะเดียวกันก็เรียกระบบหลังบ้านออกมา เพียงแค่เขามีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เธอก็จะลากเขาเข้าบัญชีดำทันที
เขาดูเหมือนจะไม่รู้ตัว แต่กลับยิ้มจาง ๆ “แต่หลังจากนั้นผมก็นึกขึ้นได้…”
“นึกอะไรออกคะ” เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
“เหตุผลที่คุณเปิดร้านอยู่กลางป่าแบบนี้”
เจียงอี้อิ่นครุ่นคิด ฉันจะมีเหตุผลอะไรได้ล่ะ มันก็เป็ความคิดของระบบไม่ใช่เหรอ
กู้ไฮว่ถิงพูดอย่างมั่นใจว่า “คุณ้าบอกทุกคนว่าอาหารวิเศษเหล่านี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือทุกคน ไม่ได้ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”
เธอไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้น
จริง ๆ นะ!
หลังจากส่งแขกที่ชื่นชม ‘ความเสียสละอันยิ่งใหญ่’ ของตัวเองไปแล้ว เธอก็ทรุดตัวนั่งลงหลังเคาน์เตอร์ด้วยความเหนื่อยล้า รวบรวมเรี่ยวแรงอยู่นานกว่าจะตรวจสอบข้อความแจ้งเตือนของระบบได้
ยอดขายทั้งหมดห้าร้อยชิ้น ร้านขายเจียนปิ่งจะได้อัปเกรดอีกหนึ่งระดับ
แต่สิ่งที่เธอสนใจมากกว่าคือข้อความแจ้งเตือนอีกอันหนึ่ง หลังจากร้านขายเจียนปิ่งได้รับการอัปเกรดเป็เลเวลห้าแล้ว เธอก็จะเปิดร้านใหม่ได้!
แบบนี้สิถึงจะถูก ที่ที่มีร้านเพียงร้านเดียวจะเรียกว่าเมืองอาหารได้ยังไง
เธอแทบรอที่จะอัปเกรดไม่ไหวแล้ว
แต่เมื่อมองไปที่เงื่อนไขการอัปเกรด สีหน้าตื่นเต้นของเธอก็แข็งค้าง