องค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 33 ตอกกลับนาง

            อันซิ่วเอ๋อร์เอ่ยรั้งสามี“ยังเช้านัก เหตุใดต้องรีบร้อนไปหาปลาด้วยเล่าเจ้าคะพักผ่อนต่ออีกสักครู่ค่อยไปก็ยังทัน”

            “ไม่เป็นไร ข้าไปแต่เช้าหน่อยจะได้รีบกลับมาไวๆ” จางเจิ้นอันหยุดฝีเท้าครู่หนึ่งแต่ไม่ได้หันมองกลับมา

            อันซิ่วเอ๋อร์มองส่งแผ่นหลังเขาจนลับสายตาในใจนึกตำหนิตนเอง ‘ไม่น่าใช้เขาไปตัดฟืนเลยน่าจะปล่อยให้เขาได้พักผ่อนมากกว่านี้’

            เมื่อคิดว่าสามีขยันขันแข็งถึงเพียงนี้นางก็มิอาจเกียจคร้านได้จึงกลับเข้าห้องไปหยิบงานเย็บปักออกมานั่งทำที่หน้าประตูห้องดังเดิม

            ทุกวันนี้ กลางวันนางปักผ้าตกกลางคืนก็ถักพู่ห้อย งานปักต้องใช้ความประณีตส่วนงานถักพู่ห้อยนั้นนางชำนาญยิ่งนัก แม้แสงไฟจะสลัวเพียงใดก็ยังถักทอออกมาได้อย่างงดงาม

            วันรุ่งขึ้นตรงกับวันตลาดนัดพอดีสองสามีภรรยาจึงตื่นกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง อันซิ่วเอ๋อร์บรรจงหวีผมแล้วคัดสรรเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดออกมาสวมใส่ วิถีชนบทก็เป็นเช่นนี้วันธรรมดาอาจแต่งกายตามสบาย แต่เมื่อต้องออกนอกบ้านก็จำต้องพิถีพิถันให้ดูภูมิฐานขึ้นบ้าง

            นี่เป็นครั้งแรกนับแต่แต่งงานที่นางจะได้เดินทางเข้าเมืองไปตลาดพร้อมจางเจิ้นอันในใจจึงเฝ้ารออยู่ไม่น้อย อีกทั้งครั้งนี้นางไม่ต้องเดินให้เมื่อยขาแล้วเพราะสามารถนั่งเรือของสามีไปได้

            หลังจากสะพายตะกร้าและเตรียมข้าวของเรียบร้อยจางเจิ้นอันก็นำปลาที่จับได้ตลอดหลายวันที่ผ่านมาใส่กระบุงหาบออกมา

            ดูเหมือนช่วงนี้เขาจะขยันเป็นพิเศษปกติแล้วเวลาไปตลาดนัด ปลาในกระบุงมักมีไม่ถึงครึ่งแต่ครานี้กลับมีเกินครึ่งกระบุง นับว่าจับปลาได้ผลดีทีเดียว

            พอจางเจิ้นอันยกกระบุงปลาขึ้นเรืออันซิ่วเอ๋อร์ก็ก้าวตามลงไป อันที่จริงจำนวนครั้งที่นางได้นั่งเรือลำนี้นับนิ้วได้ ครั้งนี้เป็นเพียงครั้งที่สองเท่านั้นปกตินางมักใช้เวลาอยู่ในบ้าน น้อยครั้งนักที่จะได้มายังเรือของเขาคราวก่อนที่มายังรู้สึกว่าเรือลำนี้สะอาดสะอ้านดีแต่ครั้งนี้กลับมีกลิ่นคาวปลาติดจางๆ แม้จะไม่ถึงกับเหม็นคาวก็ตาม

            จางเจิ้นอันเทปลาจากกระบุงลงในกระชังก่อนจะนำไปผูกกระชังแช่ไว้ท้ายเรือเพื่อให้ปลายังคงมีชีวิตชีวาระหว่างเดินทางไปตลาด

            “นั่งดีๆ ล่ะ” จางเจิ้นอันเอ่ยขณะยกสมอเตรียมออกเรือ

            อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้ารับพลันสายตาเหลือบไปเห็นสตรีผู้หนึ่งในหมู่บ้านกำลังวิ่งหน้าตาตื่นมาทางนี้พอเห็นว่าจางเจิ้นอันกำลังจะออกเรือ นางก็รีบตะโกนเรียกแต่ไกล“นี่! เจ้าจางตาบอด! รอก่อนสิ ข้าจะเข้าเมืองไปด้วย!”

            จางเจิ้นอันเงยหน้ามองสตรีผู้นั้นบนฝั่งนางสวมเสื้อลายดอกดวงโต รูปร่างอวบท้วม ก่อนนี้นางเคยมาซื้อปลาที่บ้านเขาบ้างแต่เพิ่งจะเคยมาขออาศัยเรือไปด้วยเป็นครั้งแรก

            “เรือข้ามิใช่เรือรับจ้าง” จางเจิ้นอันขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใคร่เต็มใจให้นางขึ้นมา

            “โธ่เอ๊ย เจ้าจางตาบอด! ไหนๆเจ้าก็จะเข้าเมืองอยู่แล้ว ให้ข้าติดเรือไปด้วยจะเป็นไรไป” สตรีผู้นั้นพูดพลางทำท่าจะก้าวลงเรือ

            จางเจิ้นอันขมวดคิ้วมุ่นเขาไม่ใช่คนใจดีหรืออดทนกับใครง่ายๆ แต่พอเห็นอันซิ่วเอ๋อร์เดินออกมาจากเก๋งเรือและนึกได้ว่าสตรีผู้นี้ก็เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน จึงถอยหลบไปด้านข้างทำทีเป็นไม่ใส่ใจ

            อันที่จริงเมื่อครู่นี้อันซิ่วเอ๋อร์ได้ยินเสียงเอะอะจากในเก๋งเรือแล้วสตรีผู้นี้มีชื่อเสียงด้านลบในหมู่บ้าน เพราะปากร้ายและชอบเอารัดเอาเปรียบชาวบ้านจึงขนานนามนางว่า 'ป้าปากจัด' การที่นางมาขออาศัยเรือไป แต่กลับพูดจาหยาบคายกับจางเจิ้นอันเช่นนี้ทำให้อันซิ่วเอ๋อร์ขุ่นเคืองใจยิ่งนัก นางจึงเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม กล่าวว่า“ท่านป้า จะติดเรือไปด้วยก็ได้เจ้าค่ะปกติผู้อื่นข้าคิดค่าโดยสารสองอีแปะ แต่เห็นว่าเป็นคนกันเองข้าคิดท่านป้าเพียงอีแปะเดียวก็พอ”

            พอได้ยินดังนั้น ป้าปากจัดก็ขมวดคิ้วทันควันกล่าวอย่างไม่ละอาย “แหม ซิ่วเอ๋อร์นี่คนกันเองแท้ๆ จะมาพูดเรื่องเงินทองให้มากความไปไย”

            “ขนาดพี่น้องร่วมอุทรยังต้องคิดบัญชีกันเลยนะเจ้าคะพวกเราอาศัยเรือลำนี้ทำมาหากิน หากไม่เก็บค่าโดยสารบ้างจะเอาเงินที่ไหนมาจุนเจือครอบครัวเล่าเจ้าคะ” รอยยิ้มของอันซิ่วเอ๋อร์แฝงความเย็นชา“เหตุผลง่ายๆ เช่นนี้ ข้าว่าท่านป้าน่าจะเข้าใจนะเจ้าคะ”

            ใบหน้าของป้าปากจัดคล้ำลงทันทีน้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน “อันซิ่วเอ๋อร์เอ๊ย!เมื่อก่อนใครๆ ก็ลือกันว่าเจ้าใจกว้างอย่างนั้น ใจดีอย่างนี้ที่แท้ก็ขี้เหนียวเหมือนกันนี่เอง!”

            อันซิ่วเอ๋อร์รู้ว่านางอับอายจนกลายเป็นโกรธจึงไม่ถือสา กล่าวตอบเรียบๆ ว่า “ท่านป้าก็รู้ว่านั่นเป็นเพียงคำเล่าลือในเมื่อตอนนี้ท่านป้ารู้จักตัวตนที่แท้จริงของข้าแล้ว ก็ตัดสินใจเสียเถิดเจ้าค่ะหากประสงค์จะนั่งเรือก็จ่ายเงินมา ถ้าไม่คิดจะจ่าย ก็เชิญเดินไปตามสบายเถิด”

            “เหอะ! ต่อให้ข้ามีเงินข้าก็ไม่นั่งเรือเหม็นคาวปลาของเจ้าหรอก ใครจะอยากนั่งกัน!” ป้าปากจัดแค่นเสียงอย่างหัวเสียแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป

            “ชิ!ตัวเองกินไม่ได้ก็มาบอกว่าองุ่นเปรี้ยว [1] !” อันซิ่วเอ๋อร์พึมพำไล่หลังก่อนจะหันกลับเข้าไปในเก๋งเรือ

            จางเจิ้นอันถอนสมอออกเรือไปอย่างเงียบงันรอจนเรือแล่นพ้นช่วงน้ำวน เขาจึงเดินเข้ามาในเก๋งเรือ ถามขึ้นว่า“เป็นอันใดไป? ยังขุ่นเคืองเรื่องเมื่อครู่อยู่รึ?”

            “เปล่าเจ้าค่ะ” อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า“ท่านกลับไปคัดท้ายเรือเถิด เดี๋ยวเรือจะชนตลิ่งเข้า”

            “รู้แล้วน่า” จางเจิ้นอันพยักหน้ารับเดินกลับออกไป เมื่อครู่เขาเห็นนางมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก จึงคิดจะเข้ามาปลอบโยนแต่เมื่อนางไม่ปริปาก เขาก็ไม่เซ้าซี้ต่อ

            อันที่จริงอันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้โกรธเคืองเรื่องค่าโดยสารหากเมื่อครู่ป้าปากจัดไม่เอ่ยเรียกจางเจิ้นอันด้วยท่าทีและน้ำเสียงหยาบคายเช่นนั้นนางก็อาจจะหยวนๆ ให้นั่งไปด้วย แต่พอเจอท่าทางโอหังเช่นนั้นเข้าอันซิ่วเอ๋อร์ก็พลันรู้สึกไม่ชอบหน้าขึ้นมา

            ป้าปากจัดผู้นี้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องปากคอเราะราย ชอบนินทาว่าร้ายและยุยงให้ชาวบ้านบาดหมางกันคนในหมู่บ้านจึงไม่มีใครอยากมีเรื่องด้วย ทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลยไปทว่าอันซิ่วเอ๋อร์หาได้เกรงกลัวไม่ นางอยากจะพูดสิ่งใดก็พูดไปใครจะว่านางใจแคบก็ช่างปะไร อย่างไรเสียนางก็อยู่แต่ในบ้านไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจว่าใครจะนินทาว่ากระไร

            ตลอดการเดินทาง บรรยากาศกลับสู่ความสงบทิวทัศน์สองฟากฝั่งคลองงดงาม ลมเย็นสบายพัดโชยปะทะใบหน้าความขุ่นมัวเล็กน้อยเมื่อครู่จางหายไปจากใจอันซิ่วเอ๋อร์อย่างรวดเร็วเมื่อถึงท่าเทียบเรือ จางเจิ้นอันนำเรือเข้าจอดเทียบฝั่งเรียบร้อยทั้งสองก็ช่วยกันขนข้าวของขึ้นจากเรือ

            “ท่านจะนำปลาไปส่งที่ภัตตาคารหรือเจ้าคะ?”อันซิ่วเอ๋อร์เอ่ยถาม

            “อืม” จางเจิ้นอันพยักหน้า

            อันซิ่วเอ๋อร์จึงกล่าว“เช่นนั้น ท่านก็ไปส่งปลาเถิดเจ้าค่ะ ส่วนข้าจะไปหาทำเลตั้งแผงก่อน”

            “เจ้าจะไปคนเดียวรึ?” จางเจิ้นอันถามด้วยน้ำเสียงไม่วางใจนัก

            “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะในเมืองนี้ข้าก็เคยมาบ่อย ท่านส่งปลาเสร็จแล้วค่อยรีบตามมาสมทบก็ได้” อันซิ่วเอ๋อร์ว่าพลางโบกมือ “ข้าไปจับจองที่ก่อนนะเจ้าคะเดี๋ยวจะไม่มีที่เหมาะๆ”

            “เช่นนั้นก็ได้” เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นจางเจิ้นอันคิดว่าตนรีบไปรีบกลับมาหานางก็คงไม่เป็นไร จึงพยักหน้าตกลง

            อันซิ่วเอ๋อร์โบกมือให้เขาอีกครั้งแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันไปคนละทิศทาง

            วันนี้นางได้นั่งเรือมาถือว่าถึงเร็วกว่าปกติมาก แต่กระนั้น เมื่อมาถึงถนนใหญ่ก็พบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยจำนวนไม่น้อยเริ่มจับจองพื้นที่ตั้งแผงกันแล้ว

            อันซิ่วเอ๋อร์เลือกทำเลช่วงกลางๆ ของถนนวางตะกร้าลง หยิบผ้าผืนหนึ่งออกมาปูบนพื้นก่อนจะบรรจงจัดวางสินค้าในตะกร้าลงบนผืนผ้าอย่างเป็นระเบียบการจัดวางเช่นนี้ดูน่ามองกว่าครั้งก่อนที่นางเพียงแขวนของไว้กับตะกร้าอยู่มาก

            อีกทั้งช่วงนี้นางห่างหายจากการมาตลาดนัดไปนานทำให้มีเวลาสะสมผลงานไว้พอสมควร นอกจากผ้าเช็ดหน้าและเชือกถักหลากแบบแล้วยังมีของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ถักจากด้ายหลากสีสัน ทั้งรูปปลา ผีเสื้อ ก้อนทองและเงื่อนมงคล อันซิ่วเอ๋อร์ยังเพิ่มความน่ารักด้วยการผูกพู่ห้อยไว้ที่ปลายทุกชิ้นเมื่อวางเรียงกันแล้ว สีสันสดใสก็ดึงดูดสายตาเป็นอย่างยิ่ง

            เวลานี้ผู้คนในตลาดยังไม่พลุกพล่านนักบรรดาพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยใกล้เคียงจึงเริ่มทักทายพูดคุยกันข้างแผงของอันซิ่วเอ๋อร์เป็นสตรีสูงวัยผู้หนึ่งกำลังตั้งแผงขายแผ่นรองรองเท้าพอนางเห็นสินค้าบนแผงของอันซิ่วเอ๋อร์ก็ส่งเสียงชื่นชมในความแปลกตา แล้วเอ่ยถามว่า“แม่หนู ของพวกนี้เจ้าทำเองทั้งหมดเลยรึ?”

            “เจ้าค่ะ” อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มตอบพยักหน้าอย่างขวยเขินเล็กน้อย

            “ฝีมือแม่หนูช่างประณีตเสียจริง” คุณป้าผู้นั้นมองสำรวจของชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนแผง แต่ละชิ้นล้วนน่ารักงดงามอดทึ่งในฝีมือไม่ได้

            “ฝีมือข้าจะสู้ของท่านป้าได้อย่างไรเจ้าคะแผ่นรองรองเท้าที่ท่านป้าเย็บนี่ ฝีเข็มสม่ำเสมอยิ่งนักข้าว่าเดี๋ยวลูกค้าต้องเข้าร้านท่านป้าไม่ขาดสายแน่ๆ” อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวชมกลับไป

            เมื่อถูกชมเช่นนั้น คุณป้าก็ยิ้มหน้าบานแต่ยังคงโบกมือปฏิเสธอย่างถ่อมตน “ฝีมือข้าจะมีอันใดดีแผ่นรองรองเท้าง่ายๆ ใครๆ ก็ทำเป็น ที่ทำมาขายก็เพราะที่บ้านฐานะไม่สู้ดีนักพอมีเวลาว่างก็เลยทำออกมาขาย เผื่อจะพอเป็นค่ากับข้าวได้บ้าง”

            “ถึงใครๆ จะทำเป็นแต่มันก็มีทั้งฝีมือดีและไม่ดี อย่างไรข้าก็ทำได้ไม่ประณีตเท่าท่านป้าหรอกเจ้าค่ะ”อันซิ่วเอ๋อร์ยังคงเอ่ยชม

            อันที่จริงแผ่นรองรองเท้าที่คุณป้าทำนั้นฝีมือดีมากทีเดียว ฝีเข็มที่เย็บขอบก็ถี่สม่ำเสมอตรงกลางยังเดินเส้นเสริมความแข็งแรง ดูแล้วทนทานน่าใช้ยิ่งนักอีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งสีสัน เนื้อผ้า ลวดลาย และขนาดต่างๆไม่น่าจะใช่แค่ของทำแก้เบื่ออย่างที่นางว่าดูเหมือนช่างฝีมือที่ทำขายเป็นอาชีพมากกว่า

            แต่คนสมัยนี้นิยมถ่อมตัวอันซิ่วเอ๋อร์จึงไม่ได้เอ่ยทักท้วง เพียงสนทนาตอบรับไปสองสามประโยคนางกำลังจะหยิบด้ายไหมออกมานั่งถักต่อป้าอีกคนที่ขายรองเท้าอยู่แผงถัดไปก็เข้ามาชวนคุยด้วย

            ป้าคนขายรองเท้าผู้นี้มีใบหน้ากลมอายุราวสี่สิบเศษ แต่งกายสะอาดสะอ้านเรียบง่าย ท่าทางใจดีอันซิ่วเอ๋อร์จึงสนทนาตอบไปอีกสองสามคำ พลางเหลือบมองสินค้าบนแผงของนาง

            บนแผงมีรองเท้าปักลายสำหรับเด็กหญิงวางเรียงรายหลายคู่ดูประณีตงดงามเป็นพิเศษ อันซิ่วเอ๋อร์มองแล้วก็อดรู้สึกอับอายไม่ได้เผลอดึงชายกระโปรงลงเล็กน้อย เพื่อปิดบังรองเท้าคู่เก่าซอมซ่อของตน

            นางรู้สึกว่ารองเท้าสวยๆ เหล่านี้ใช่ว่านางจะทำไม่ได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาและลงแรงมาก ทั้งยังสิ้นเปลืองวัตถุดิบนางรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง อย่างไรเสียนางก็อยู่แต่ในบ้าน นานๆ ครั้งจึงจะต้องลงนาหากใส่รองเท้าดีๆ เช่นนี้ไปทำงาน คงจะสิ้นเปลืองเกินไป

            เมื่อคิดได้ดังนี้สีหน้าของอันซิ่วเอ๋อร์ก็ผ่อนคลายลง นางพูดคุยสัพเพเหระกับป้าคนขายรองเท้าไปพลางสำรวจสินค้าบนแผงไปพลาง ทันใดนั้นมือของนางก็เอื้อมไปหยิบรองเท้าเด็กคู่หนึ่งขึ้นมาพิจารณา

            เป็นรองเท้าหัวเสือคู่เล็กๆด้านบนปักเป็นรูปหัวเสือ แม้แต่ตัวรองเท้าก็ยังปักลายเสือดูน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง

            “ว่าอย่างไรจ๊ะ แม่หนู ถูกใจคู่นี้รึ?”สตรีผู้นั้นเอียงหน้าเข้ามาถาม

            “น่ารักจริงๆ เจ้าค่ะ” อันซิ่วเอ๋อร์ตอบ พลางวางรองเท้ากลับที่เดิม “ฝีมือท่านป้าประณีตมากจริงๆหากที่บ้านมีเจ้าตัวเล็กสักคน ข้าคงรีบคว้าไว้ทันทีเจ้าค่ะ”

            เชิงอรรถ 

             [1] ดูถูกหรือทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่ตนเองเอื้อมไม่ถึงหรือได้มาไม่ได้

             

    คล้ายกับเรื่ององค์หญิงชาวนาตัวน้อยผู้เป็นที่รัก 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730