ตัวเรานั้นมีนามว่า คาเสะ ซึ่งหมายถึงลม และเป็ลมที่หนาวเย็นราวกับยมฑูต เรามาหยั่งโลกแห่งนี้ ด้วยการถูกอัญเชิญ จากพวกงี่เง่าที่เรียกตัวเองว่า เลาห์คอน(าา) พอรุ้ว่าเราเป็ยมฑูต ไม่ใช่ผุ้กล้า แค่นั้นแหละ พวกมันก็โยนเรามาหยั่งที่แห่งนี้
ช่างโง่เขลากันจริงๆเจ้าพวกนี้ คาเสะคิด พร้อมเดินลากขายาวๆ พร้อมกับเคียวประจำตัว
ตอนนี้คาเสะอยู่ในมหาวงกตทุนดรา แห่งก็อตแฮมเบิร์ก เพราะพวกที่เรียกตัวเองว่าเลาห์คอนไม่เห็นคุณค่าในตัวเขา จึงเอาเขามาทิ้งไว้ในที่นี้ ด้วยการเตะเขาลงมา
คาเสะมองไปรอบๆตัว และมันเป็นดันเจี้ยน ชั้นที่ 74 ซึ่งมีเพียงแสงสลัวๆ
โฮกกกกกกกกกกก เสียงโปปุ กริซลี่ ที่กำลังหิวโซกำลังใกล้เข้ามา คาเสะ เตรียมที่จะจัดการมันในทันทีแล้ว
แต่ดูเหมือนโชคร้ายจะเป็นของเขา เมื่อ โปปุ กริซลี่ไม่ได้มาแค่หนึ่ง แต่เป็นสองตัว
...ให้ตายซิพวกนี้ หนึ่งๆ ไม่เป็นรึไงกันนะ คาเสะค่อยๆวิ่งหนีเข้าไปในซากโบราณสถานที่มียักษ์ ตาเดียวอารักขาอยู่ และที่นั่น เขาได้พบ เอมิเลีย ทายาทแห่งนกไฟ เจ้าหญิงแห่งหมู่กริฟฟินศักดิ์สิทธิ์
" ทำไมเจ้าถึง ถูกจับขังอยู่ในที่นี้ล่ะ เอมิเลีย " คาเสะ ยมฑูตสีครามกล่าว
" ข้าถูกทรยศ ด้วยคนของข้าเอง เพราะข้าเก่งเกินไป และน่ากลัวเกินไป ที่จะสืบต่อตำนานของนกไฟ " เอมิเลีย กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
" ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็เป็นคน แบบเดียวกับข้า " คาเสะกล่าว พร้อมกับร่ายรำ ระบำเทพวายุ คาเสะคามิคางุระ
ตูมมมม! บรึมมมม! ในไม่ช้า ที่คุมขังของ เอมิเลีย นกไฟแห่งก็อดแฮมเบิร์ก ก็ถูกพังทลายออกมา
เอมิเลีย ค่อยๆมองหน้า คาเสะ แล้วกล่าวคำขอบคุณสั้นๆ พร้อมกับขอเลือด
" เลือด ข้าอยากได้เลือด คาเสะเจ้าให้ข้าไหม " เอมิเลีย กล่าวสั้นๆ แต่เป็นเสียงที่เสนาะเพราะพริ้งอย่างมาก จนคนฟังอดสงสารไม่ได้
" ได้สิ ในฐานะยมฑูต ข้าย่อมรับคำขอจากคนใกล้ตาย " คาเสะกล่าว แล้วเอานิ้วกรีดเลือดให้ เอมิเลียดื่ม ในไม่ช้าเลือดของ คาเสะ ก็ค่อยๆกลายเป็นแสงสีทอง และหายเข้าไปในตัวเอมิเลีย เอมิเลีย จึงขับขานบทเพลงแห่งสวรรค์ ให้ คาเสะฟัง มันช่างเพราะมาก แต่คาเสะเองก็นึกสนุกอยากแกล้ง เอมิเลียขึ้นมา
" เจ้ารู้ตัวมั๊ย เจ้าร้องเพลงเสียงหลงมากเลย " คาเสะ กล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ ไงๆเขาก็เป็นยมฑูต อยู่แล้ว เขาไม่ต้องรุ้สึกผิดอะไรที่หลอกลวง สาวน้อยธิดาแห่งเพลิง
" จริงรึ แล้วมีวิธีการแก้มั๊ย? " เอมิเลียถามด้วยความฉงน
" วิธีแก้คือ เจ้าต้องไปร้องเพลงในห้องน้ำ เอาน้ำราดตัว เอาถังครอบหัว แล้วจึงร้องเพลง " คาเสะกล่าว พร้อมอมยิ้ม
" เจ้าโกหก ข้าจับเท็จได้ จากสายลมที่ออกมาจากปากเจ้า " เอมิเลีย ธิดาแห่งนกไฟกล่าวอย่างงอนๆ เมื่อเธอจับเท็จในคำพูดของ คาเสะได้
"งั้นต่อไปข้าจะพูดความจริงกับเจ้า " คาเสะกล่าว แล้ววางเคียวลง
" เจ้ามาจากที่ไหน " เอมิเลียถามด้วยความสงสัย
" ข้ามาจากประเทศเล็กๆในเอเชียตะวันออกที่สวยงามมาก มีชื่อเรียกอันน่าภาคภูมิ ว่า เมืองไทย " คาเสะกล่าวเป็นภาพเสมือน ทีละภาพ ทีละภาพ ให้เอมิเลียคิดตาม
" ที่นั่นมีขนมมั๊ย " เอมิเลียถามอีก
" มีขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมชั้น น่ากิน" คาเสะกล่าว และในขณะที่ เอมิเลียจะถามอีก ยักษ์ตาเดียว โครนอส ก็เดินเข้ามาจู่โจม พวกคาเสะ ที่กำลังจู๋จี๋ กันอยู่
" ตายแกตาย " โครนอส ตะโกนออกมาด้วยความโมโหที่ คาเสะ ปล่อยเอมิเลีย มาจากที่คุมขัง
คาเสะ วางเคียวของตัวเองลงอีกครั้ง และหยิบปืน ชลาเก้นออกมา แล้วยิงเข้าใส่โครนอส
ปัง! ปัง! ปัง! ทุกนัดยิงผ่านทะลุตาของโครนอส
โครนอสถูกยิงแล้วค่อยๆล้มลง เพราะมันยังไม่ทันได้ใช้สกิล กายาเหล็กไหล มันก็ต้องตายเสียแล้ว
" เป็นยมฑูต แต่กลับไม่ใช้เคียว ดันใช้ปืน น่าสมเพซจริงๆ" เอมิเลีย กล่าวอย่างเสียดสีแดกดัน คาเสะ คาเสะจึงค่อยๆ เป่าควันที่ออกทางปลายปืน แล้วควงมันสองครั้ง ก่อนเก็บเข้ากระเป๋า
" สมัยนี้มันสมัยไหนแล้วแม่คุณ เดี๋ยวนี้ยมฑูต เขาพัฒนาแล้ว เอาล่ะ คอมเม้นรัวๆเลยเพื่อน" คาเสะกล่าว ก่อนจะมี หัวกระโหลกเล็กๆลอยออกมาจากอากาศ และมอบเงินให้กับเขา ในการที่ คาเสะ สวดส่งวิญญาณให้ไปสู่สุขคติ
" ท่านสวดส่งวิญญาณ ยักษ์ตาเดียวได้ ท่านได้รับ 312 เครดิต และไหเก็บวิญญาณ ในกรณีที่จะทำการส่งดวงวิญญาณทีละมากๆ " หัวกระโหลกให้ตังค์ คาเสะเสร็จ ก็หายกลับเข้าไปในเงา
เมื่อกระโหลกน้อยหายไปแล้ว คาเสะ ก็เดินเข้าไป แล้วฉีกเนื้อโครนอส ออกมา ย่างไฟกิน
" ยี๋ กินเนื้อคนตายด้วย " เอมิเลีย กล่าวอย่างขยะแขยง แต่ในไม่ช้าท้องเธอก็ร้องขึ้นมา
" เจ้าจะกินด้วยไหม ข้าจะให้เนื้อตรงน่องที่สุดแสนอร่อยให้เจ้ากิน " คาเสะพูดไม่พูดเปล่า เขากลับออกแรงดึงเนื้อตรงน่องออกมา ให้เอมิเลีย
" ไม่เอาอะ ยี๊ เค้าขอดื่มเลือดคาเสะ ดีกว่า " เอมิเลีย กล่าวอย่างอายๆ และในขณะที่คาเสะ กินเนื้อน่องของโครนอส เอมิเลีย ก็กัดดูดเลือด ของคาเสะไปด้วย
" นกไฟ กินเลือดของมนุษย์ด้วยรึ? " คาเสะถามอย่างสงสัย
" มันเป็นการ เติมเต็มสารอาหารของพวกเรา โดยไม่จำเป็นต้องกินมนุษย์หรือสัตว์ และเป็นวิธีที่เราอยู่รอดมาตั้งแต่โบราณแล้วด้วย " เอมิเลียอธิบาย
หลังจากกิน ยักษ์ตาเดียว จนอิ่ม คาเสะ ก็เดินต่อไป โดยมีเอมิเลียคอยเดินตาม เมื่อออกจากซากโบราณสถาน คาเสะก็พบว่า โปปุ กริซลี่ สองตัวกำลังสู้กันเพื่อแย่งอาหาร ซึ่งมันคือกระต่ายสายฟ้านั่นเอง
...หึ หึ กระต่ายสายฟ้า ออกมาในสถานการณ์นี้พอดีเลย แบบนี้ก็เสร็จเรา คาเสะคิด แล้ววิ่งไปแย่งกระต่ายสายฟ้า จากโปปุ กริซลี่ทั้งสองตัว เข้าตำนาน ตาอิน กับตานา แย่งปลากัน ตาอยู่มาคว้าพุงปลาไปกิน คาเสะแย่งกระต่าย พร้อมกับ ตะโกน
" เอมิเลีย วิ่งงงง!!! "
คำพูดของคาเสะเพียงแค่นั้น ก็ทำให้ เอมิเลีย ต้องออกกำลังกาย หลังจากถูกคุมขังมานาน
30 นาทีต่อมา....
" คนบ้า ทำให้เค้าต้องออกกำลังกาย " เอมิเลีย พุดพร้อมกับทุบไปที่ไหล่ของคาเสะหลายหมัด จนคาเสะระอา และหัวเราะออกมา
" อย่าทำเป็นเด็กไปเลย นี่ของดีนะ กระต่ายสายฟ้านี่ ถ้ากินแล้ว จะได้ สกิล เคลื่อนที่ในพริบตาด้วยล่ะ " คาเสะ กล่าว แล้วเริ่มกินกระต่ายสายฟ้า ทั้งที่ยังดิบอยู่ จนเอมิเลียทนไม่ได้ต้องแย่งมันมาจากมือของ คาเสะ และใช้เวทย์ไฟ ย่างให้เขากิน
" สมแล้ว ที่เป็นทายาทของนกไฟ ใช้ไฟได้สุดยอดมาก " คาเสะกล่าวชม
" ฮึ ฮึ แค่นี้มันเรื่องเล็กๆ " เอมิเลียกล่าว ก่อนกลายร่างเป็นกริฟฟิน แล้วพ่นไฟออกมาย่าง กระต่าย พร้อมทั้งถามความต้องการของ คาเสะ
" นายจะเอา แบบมีเดี้ยม หรือ แรร์ "
" ขอ มีเดี้ยม "
" ได้ตามที่ขอ "
และแล้ว ความสุขเล็กๆ ของ คาเสะ กับ เอมิเลีย ก็ได้เริ่มต้นขึ้น จากงานปาร์ตี้กระต่าย
*****************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป