Pigeon in fitting box
Chapter 1 : วิ่งเล่นไปในทุ่งหญ้า เพราะมาต่างโลก!
แสงแดด กลิ่นอายร้อนเขียวขจีของผืนดิน ทั้งหมดกำลังซึมซับซาบเข้าสู่ปอดชวนให้เด็กสาววัยกำลังหัดเดินนั้นอารมณ์ดีเป็อย่างมาก เสียงหัวเราะสดใสดังออกมาไม่หยุด ขณะใช้สองเท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่ำผืนหญ้า เดินเตาะแตะตั้งเตด้วยพยายามทรงตัวให้เคยชิน
นี่สินะ ต่างโลก!
เด็กหญิงยิ้มกว้างขณะกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฝ่าเท้าเหยียบย่ำออกตัวเดินไปยังมารดาที่กำลังอ้าแขนรอรับลูกสาวด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขอย่างเหลือล้น ตอนนี้เป็เวลาสาย และอากาศข้างนอกกำลังเย็นสบาย ซาแมนธ่า หรือว่าแม่ของชาร์ล็อตจึงตัดสินใจที่จะพาลูกสาวตัวน้อยที่มีอายุได้สามขวบปีมาฝึกเดินเล่นข้างนอก
ซ้าย ขวา ก้าวซ้ายและขวา ก้าวไปข้างหน้า…
ฟุ่บ! แล้วร่างของเธอก็ร่วงจุ้มปุ๊ก หล่นลงไปกองกับพื้นโดยไม่ทันรู้ตัว
การที่ต้องมาอาศัยอยู่ในร่างของเด็กน้อยตัวเท่านี้นั้นออกจะน่าเบื่อนิดหน่อยสำหรับิญญาสาววัยยี่สิบเอ็ดปี แต่มันก็เป็เื่ที่เข้าใจได้ ในเมื่อเวลาพึ่งผ่านไปได้ไม่นาน ร่างกายยังเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ จะให้ลุกยืนแล้วออกวิ่งได้เลยมันก็คงเป็เื่ที่ดูแล้วจะเป็ไปไม่ได้
และที่สำคัญคือ เธอเริ่มทำใจกับการมาอยู่ที่นี่ได้แล้ว และกำลังใช้ความพยายามเป็อย่างมากที่จะปรับตัวให้คุ้นชินกับสถานที่ อีกทั้งโลกนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยจึงสมควรจะต้องปรับตัวให้อยู่ได้โดยเร็ว ด้วยไม่รู้ว่าโลกใบนี้นั้นเป็แบบใด หรือมีเวทมนตร์แฟนตาซีชนิดไหน
เอาน่า มันคงไม่ยากเกินไปหรอก
“ชาร์ล็อต ลูกเดินได้ตั้งหลายก้าวแนะ เก่งมาก ๆ เลยนะ” ซาแมนธ่านั้นเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ริมฝีปากนิ่มก้มลงจูบเข้าที่แก้มของเด็กหญิง โอบประคองขึ้นมากอดฟัดด้วยความรักใคร่
“ไงซาแมนธ่า”
เสียงะโเรียกดังมาจากทิศทางหนึ่ง แม่ของเด็กหญิงมองหาเ้าของเสียงเรียก ปลายเท้าขยับโอบอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมกอดขณะที่สาวเท้าเดินเข้าไปหาคนที่ทักทาย
“สวัสดี ลิต้า” ซาแมนธ่าเอ่ย รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนใบหน้ายามทักทายเพื่อนบ้านสาว
เ้าของเส้นผมสีฟางข้าวที่ถูกมัดรวบผมขึ้นด้วยริบบิ้นสีฟ้าซีดจาง ใบหน้าตกกระสีน้ำตาลหันหน้ามาส่งยิ้มรอยยิ้มกว้าง ออร่าความใจดีนั้นแผ่สว่างเจิดจ้าจนเด็กน้อยได้แต่หยีตาเพื่อหลบแสงอันเจิดจ้านั้น
“สวัสดีตอนบ่ายซาแมนธ่า สวัสดีหนูน้อยชาร์ล็อต” มือขาวเอื้อมมาลูบกระหม่อมน้อยด้วยความเอ็นดู “โตขึ้นตั้งเยอะแล้วนี่นา แถมยังสวยเหมือนแม่ของเ้าด้วย”
เสียงหัวเราะใสดังออกมาจากลิต้า สายลมอ่อนจากหุบเขาพัดมาจนผ้าปูที่นอนผืนสีขาวสะอาดสะอ้านในมือข้างหนึ่งนั้นโบกสะบัดตามแรง ในขณะที่มืออีกข้างนั้นหอบหิ้วตะกร้าสานใบใหญ่ไว้อยู่ข้างบั้นเอว ดูราวกับเป็ภาพวาดที่แสนน่าจดจำ
“ขอบใจจ้ะลิต้า “ซาแมนธ่ายิ้มกว้าง “ว่าแต่ ไปตลาดมาหรือ?”
“ใช่แล้วล่ะ" ลิต้าพยักหน้า
"จริงสิ! วันนี้มีร้านขายผ้าจากต่างแดนนำผ้าแปลก ๆ เข้ามาวางขายในตลาดตั้งหลายชนิดด้วยแนะ มีผ้าผืนสวย ๆ งาม ๆ วางอยู่ละลานตาเลยเชียว"
ตาของเด็กน้อยวัยสามขวบนั้นฉายแววเป็ประกายหลังจากได้ยินคำว่าผ้าแปลก ๆ ที่ถูกวางขายอยู่ในตลาด มือที่เกาะจับบ่าของมารดานั้นขยุ้มเข้ากับเสื้อแน่นจนเห็นรอยผ้า
ชาติที่แล้วก่อนมาเกิดใหม่ในร่างของเด็กทารก ชาร์ล็อตเคยเป็เด็กมหาวิทยาลัยในสาขาออกแบบแฟชั่นดีไซน์มาก่อน ด้วยหลงใหลในเสื้อผ้าเครื่องประดับ ความสวยงามของเครื่องแต่งกายยามถูกมนุษย์สวมใส่ เพราะไม่ว่าจะอยู่ภายในยุคสมัยใด ๆ เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นก็เป็สิ่งที่สำคัญมาก เนื่องจากสามารถบ่งบอกได้ถึง วิถีชีวิตความเป็อยู่ ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม รวมถึงเทรนด์ความงามที่เกิดขึ้นได้ในในสมัยนั้น ๆ
ด้วยเหตุเช่นนี้เองมันถึงได้กลายเป็เสน่ห์ ที่เธอหลงใหลไม่มีวันรู้ลืม
“จริงหรือ?”
น้ำเสียงจากมารดาของเด็กหญิงเอ่ยอย่างตื่นเต้น พลันคล้ายนึกอะไรได้ จึงหันมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอด แล้วเขย่าตัวเด็กหญิงเบา ๆ หวังให้เด็กน้อยร่วมตื่นเต้นตามไปด้วย
“่นี้ชาร์ล็อตโตเร็วขึ้นมาก เสื้อผ้าที่ตัดเอาไว้เริ่มไม่พอที่จะใส่--”
มารดาที่รักกำลังว่าเธออ้วนอยู่หรือเปล่าน่ะ?
“ข้าคิดว่าอาจจะลองไปหาผ้ามาตัดให้ลูกสาวได้ใส่เพิ่ม”
“เป็ความคิดที่ดี” ลิต้าเอ่ยสนับสนุน พลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
เด็ก ๆ ในวัยนี้กำลังอยู่ในวัยกำลังโต ยิ่งพอเริ่มเดินได้คล่องก็ยิ่งซุกซน ดูอย่างลูกชายที่บ้านเธอวัยหกขวบเป็ตัวอย่าง วันไหนถ้าได้ออกไปเล่นข้างนอก เสื้อผ้าก็จะเปรอะเปื้อนกลับมาไม่เว้นแต่ละวัน
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะซาแมนธ่า ต้องไปเตรียมเนื้อไว้สำหรับมื้อเย็นน่ะ”
“โชคดีจ๊ะ ลิต้า”
ซาแมนธ่าโบกมือเอ่ยลาอีกคน ผินใบหน้าก้มมองลูกสาวในอ้อมแขนด้วยสายตาเปล่งประกาย จนคล้ายเห็นดวงดาวพราวระยิบอยู่ในนั้น เด็กหญิงพลันลอบปลงตกให้กับตนเองเงียบ ๆ ในใจ
ในด้านฝีมือการตัดเย็บของซาแมนธ่าผู้เป็มารดานั้นถือได้ว่าเป็เลิศ เพราะสามารถตัดเย็บชุดและกระโปรงทุกแบบได้โดยไม่จำเป็ที่จะต้องใช้จักรเย็บ ตรงกันข้ามกับเซ้นส์การออกแบบ ที่ดันห่วยเสียจนเด็กหญิงแทบจะยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผาก ด้วยไม่อาจเข้าถึงแฟชั่นของคนเป็มารดาได้
มีที่ไหนเอาผ้าลายดอกใหญ่มาตัดเป็ปกเสื้อ แล้วเอาผ้าลายดอกเล็กมาตัดเป็ตัวชุด แล้วทำไมไม่ตัดเป็ชุดด้วยผ้าลายดอกเดียวกันไปเลยั้แ่แรก!
“ไปกันเถอะชาร์ล็อต”
น้ำเสียงของมารดาที่เอ่ยดี๊ด๊า ทำให้ชาร์ล็อตได้แต่พนมมือ…
เสียงจ้อกแจ้กจอแจในร้านตลาดเรียกสายตาอยากรู้อยากเห็นของเด็กน้อยได้มาก จนดวงตากลมสีชมพูคาร์เนชั่นนั้นมองไปรอบด้านด้วยความสนอกสนใจ ที่นี่มีสินค้าหลากหลายแบบมากมาย ั้แ่หินแปลก ๆ ผักผลไม้ และของกินหลากชนิด ยันอาวุธยุธโทปกรณ์ที่คาดว่าน่ามีไว้สำหรับนักผจญภัย
ขอโทษนะ แต่เธอไม่อยากเป็หรอก พอดีโง่เื่เกมและสุ่มกาชาเกลือ… ดังนั้นเื่แบบนี้คงต้องขอผ่านเป็อย่างแรก
“เชิญเลยจ้ะ เชิญเลย เชิญทุกท่านเข้ามาชมผ้าแพรไหมจากต่างเมือง เนื้อผ้าดี ๆ ทั้งนั้น ข้าขอเชิญ” เสียงเรียกแขกและลูกค้าเข้าร้านดังมาจากปากของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ผิวของเขาคล้ำแดดเหมือนกับอีธานผู้เป็บิดาของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีกล้ามเนื้อแขนน้อยกว่าเพราะเป็พ่อค้า
ดวงตาที่กวาดมองลูกค้ารอบด้านชะงักเมื่อหันมาเจอฃาร์ล็อตและมารดา “อ-อ้าว ซาแมนธ่า"
“โอ้ ์… สวัสดีโรน ไม่นึกเลยว่าจะเป็เ้า”
“อื้ม… ใช่ เป็ข้าเอง” พ่อค้าวัยกลางคนฉีกยิ้มกว้างอย่างเบิกบาน ไม่ลืมที่จะทักทายเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มติดแหบทว่าแฝงไปด้วยความนุ่มนวลใจดี “สวัสดีแม่หนู เ้าหน้าตาเหมือนมารดาของเ้ามากเลยนะ”
เด็กหญิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนส่งยิ้มให้คุณลุงตรงหน้าอย่างเป็มิตร
เป็ครั้งที่สามสิบสามของวัน
บางทีเธอก็สงสัยว่ามารดาในโลกนี้ของเธอจะรู้จักคนอื่น ๆ มากเกินไปหน่อยหรือไม่ เมื่อครู่ระหว่างทางก็เอาแต่พูดกับคนนั้นคนนี้ไม่หยุด เรียกได้ว่าั้แ่เดินเข้ารวงร้านตลาดไม่มีใครที่ไหนไม่หยุดเพื่อทักทาย และประโยคคำว่า ‘โอ้ ์’ ของมารดาเธอก็ได้ยินบ่อยเข้าเสียจนตาเริ่มลายไปหมดแล้ว
“ไม่ได้เจอเ้าตั้งนานแนะ อีธานเป็อย่างไรบ้างสบายดีล่ะสิ”
“สามีข้าสบายดี ่นี้เริ่มใกล้ถึงฤดูเพาะปลูกแล้ว เขาจึงไปไถดินในที่ไร่เสียอยู่เกือบทุกวัน”
“ยังทำงานหนักเหมือนเคยเลยเ้าบ้านั่น…” อาโนลด์ส่ายหน้าไปมาด้วยความขบขัน “แล้ววันนี้ข้าช่วยอะไรเ้าได้บ้างล่ะ?”
“ข้าอยากได้ผ้าไปตัดเย็บชุดให้ลูกสาวน่ะ” ซาแมนธ่าเขย่าตัวเด็กหญิงที่อยู่ในอ้อมกอดเบา ๆ
“ฮะฮ่า ดีเลย ๆ ข้ามีผ้าแบบใหม่ที่เหมาะกับหนูน้อยเยอะแยะ เชิญเ้าเลือกดูได้ตามสบาย”
อาโนลด์หัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส มือไม้ผายออกให้เห็นถึงกองผ้าที่ถูกพับไว้เป็ระเบียบอยู่บนแผงสินค้าที่ถูกปรับแต่งเพิ่มขึ้นมาจากคันรถเกวียน
มารดาสาวที่อุ้มเด็กน้อยอยู่นั้นกวาดตามองผ้าแต่ละพับด้วยความสนใจ มือข้างที่วางเอื้อมลงไปััเนื้อผ้า พิจารณาผิวและความหนาของมันอย่างบรรจง เมื่อคิดว่าใช้ได้แล้ว ก็หยิบผ้าลายน่ารัก ๆ ออกมาผืนหนึ่ง
ในใจชาร์ล็อตพลันถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยมารดาของเธอก็ยังมีเซ้นส์ในการจับลูกสาวให้แต่งตัวได้อยู่บ้าง--!
ยังไม่ทันจะขาดคำดี มือเรียวก็เอื้อมไปหมายจะคว้าผ้าสีตุ่น ๆ ออกมาอีกผืนหนึ่ง…
“!!!!”
โอเค ขอถอนคำพูด!
ชาร์ล็อตเบิกตาตะลึงลาน แม่ของเธอจะเอาผ้าผืนนั้นมาตัดให้เธอจริง ๆ น่ะหรือ! ถ้าพูดถึงเด็กสาววัยกำลังใกล้โตก็ต้องเลือกเสื้อผ้าสีสดใสน่ารักเหมือนผืนเมื่อกี้่ไม่ใช่หรือยังไง อย่าได้หยิบผ้าที่มีสีเหมือนกางเกงของพ่ออีธานมาตัดชุดให้เธอเชียวนะ!!
“ข้าว่าเ้าอย่าหยิบผืนนั้นเลยดีกว่า” ไนซ์ช็อตคุณอาโนลด์!
หลังจากนั้นพ่อค้าคนที่ซาแมนธ่ารู้จักก็เอื้อมมือไปคว้าผ้าผืนใหม่ที่สีคล้ายกันมาแทน-- แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือมันมีลายด่างดวงเสียจนเหมือนมีคนเอามันไปทำผ้าขี้ริ้วมาก่อน “ข้าว่าเ้าเอาผืนนี้ดีกว่า”
“…”
พอกันที เซนส์แย่มันทั้งคู่นั่นแหละ!
End Chapter I