เสียงจอแจภายในห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยดังอื้ออึงไปทั่วคณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์กำลังรวมตัวกันเพื่อแข่งขันโครงการวิจัยข้ามคณะในปีนี้
ซึ่งเป็โครงการวิจัยที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาสองคณะได้ร่วมมือกันคิดค้นนวัตกรรมใหม่
ท่ามกลางนักศึกษาหลายร้อยคน
อันนา นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ เอกเคมี ปีสี่หญิงสาวผู้มีดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาที่ดูเข้ากันกับดวงตาแสนซน คิ้วที่เรียงสวยรับกับจมูกโด่งพองามและรูปร่างบอบบางของหญิงสาวที่สูง 165 เิเ เดินเข้ามาด้วยท่าทางสุขุม เธอเป็ที่รู้จักดีว่าเป็คนหัวกะทิของคณะวิทยาศาสตร์ฉลาดและรอบคอบ แต่กลับเ็าและไม่ค่อยมีอารมณ์ขัน
"ขอโทษค่ะ ขอทางหน่อยค่ะ"อันนา พูดเสียงเรียบ ขณะพยายามเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาที่มุงดูรายชื่อของเพื่อนร่วมโครงการวิจัยบนบอร์ดกันอยู่
เมื่อเธอดูชื่อแล้วจึงพยายามมองหาเพื่อนร่วมทีมที่ถูกสุ่มเลือกให้ตามป้ายชื่อที่ติดที่เสื้อของแต่ละคน
ซึ่งโครงการวิจัยจะกำหนดให้มีนักศึกษาจำนวน2 คน ต่อ1 โครงการวิจัย
แต่เมื่อสายตาไปหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆแต่เต็มไปด้วยความมีเสน่ห์บางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก พร้อมกับป้ายชื่อที่แสดงให้เห็นว่าเธอต้องร่วมโครงการกับเค้า
ใบหน้าของ อันนา ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย คิ้วคู่งามขมวดเข้าหากันอย่างขบคิดและพยายามนึกให้ได้ว่าเคยเจอชายหนุ่มคนนี้ที่ไหนสักแห่ง
ชายหนุ่มคนนั้นสวมเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์ขาดเข่าหน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม ส่วนสูงของเขาถ้าประมาณคร่าวๆ น่าจะ 180เิเ
เขามีรอยยิ้มเ้าเล่ห์ติดริมฝีปาก และสายตาที่เป็ประกายดูขี้เล่นเต็มไปด้วยความกวนประสาทนี่แหละคือชายหนุ่มที่เมื่อสาวๆ คณะต่างๆ ได้เห็นจะต้องมองเหลียวหลังกันเลยทีเดียว
พีทหนุ่มวิศวะไฟฟ้าที่ขึ้นชื่อเื่ความชิลแบบไม่แคร์โลก และเขายังเป็เดือนของมหาวิทยาลัยอีกด้วย
เมื่อสายตาของทั้งคู่สบกัน และ พีทก็เห็นป้ายชื่อของ อันนา และเห็นรอยคราบน้ำแกงที่เสื้อนักศึกษาของ อันนา ทำให้ พีทยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะกอดอก "อ้าว? นี่เราเป็คู่หูกันเหรอ? โอ้โห…ดวงซวยจริงๆ ฉัน"
อันนา กะพริบตาดวงตาของเธอวาวขึ้นทันที "ขอโทษนะ นายว่าอะไรนะ? ใครกันแน่ที่ดวงซวยฉันนึกออกแล้ว นายเดินชนฉันเมื่อตอนกลางวัน และนายก็ยังไม่ขอโทษฉันเลยนะฉันควรจะต้องเป็คนพูดว่า ทำไมฉันถึงดวงซวยที่ต้องมาทำงานกับนายมากกว่านะ" อันนาพูดออกมาด้วยความโมโห
พีท ยักไหล่ "ฉันขอโทษก็ได้ และฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะเดินชนเธอ"เขาพูดพร้อมกับทำหน้าตาเ้าเล่ห์เหมือนจะสำนึกผิด
"แต่ฉันก็แค่คิดว่าฉันจะได้ทำงานกับใครสักคนที่สนุกกว่านี้น่ะไม่ใช่แม่สาวหน้าตาโนเนมแถมเ็า ที่ดูเหมือนจะเกลียดรอยยิ้มของคนอื่น" พีทพูด พร้อมกับมองแบบมีเลศนัยมาที่ อันนา แต่เค้ากลับรู้สึกว่าทำไมเค้าถึงรู้สึกพอใจกับการที่ได้พูดกวนโมโหหญิงสาวเป็อย่างมาก
พีทคิดอยู่ในใจ ทำไมถึงรู้สึกอยากกวนใจหญิงสาวตรงหน้าคนนี้นักนะอะไรกันนะความรู้สึกอยากเอาชนะผู้หญิงใส่แว่น ตัวเล็กๆ หน้าตาจิ้มลิ้มที่ไม่ได้สวยอะไรมากคนนี้
แต่จะว่าไปแล้วเขาคิดว่าเธอเองก็เป็คนที่ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่คนสวยอะไรแต่มองแล้วไม่เบื่อ....แถมใส่แว่นตาอำพลางดวงตากลมโต ใบหน้าที่ดูสวยเก๋และแก้มที่แดงระเรื่อตอนโมโห....
"ฉันก็คิดว่าจะได้คู่กับคนที่ไม่ขี้เก๊กแบบ…แบบนายนะ" อันนา โต้กลับทันที ดวงตาที่มองผ่านแว่นตาของเธอแฝงไปด้วยความท้าทายแม้หน้าตาของเขาจะชวนมองและเป็ที่ดึงดูดใจของเพศตรงข้ามแต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาพิเศษกว่าใครๆ
พีท หัวเราะเบาๆ"โอเค…เธอเป็คนตรงดีนะ ฉันชอบ แต่บอกไว้ก่อนเลยนะฉันไม่ทำงานกับคนจู้จี้"
"ก็ดี ฉันเองก็ไม่ทำงานกับคนี้เีและไม่มีความรับผิดชอบนะ บอกไว้ก่อนเลย" อันนา ยกคิ้วขึ้นแล้วเบือนหน้าหนี
ที่มาของความขัดแย้งกันและไม่ถูกชะตากันของทั้งคู่นี้เกิดขึ้นมาก่อนที่ อันนา และ พีท จะมาเจอกันในหอประชุม
เื่มีอยู่ว่าณ โรงอาหารของมหาวิทยาลัย ตอนกลางวัน พีท กำลังง่วนอยู่กับการถือของกินและขวดน้ำทำให้มองไม่เห็นหญิงสาวใส่แว่นคนนึงที่กำลังเดินถือจานข้าวอยู่และกำลังมองหาที่นั่งทานข้าว ชายหนุ่มจึงเดินไปชนกับ อันนาจนทำให้จานข้าวเกือบตกกระจัดกระจาย น้ำแกงบนจานข้าวก็กระเด็นมาถูกเสื้อนักศึกษาของอันนา
หญิงสาวรู้สึกโกรธมากและเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เดินมาชนหญิงสาวรู้สึกได้ว่าตัวเค้าสูงมาก
และเมื่อเงยหน้ามองไปก็เจอหน้าที่หล่อเหลาและคมคายของใครคนหนึ่งและผู้ชายคนนี้ก็มองลงมาที่หน้าของอันนา ด้วยความใและเค้าหัวเราะกลบเกลื่อนแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
และมองเธออีกครั้งด้วยหางตาแบบกวนใจเธอมากเหมือนจะบอกว่าเธอเดินไม่ระวังเองนะแล้วชายหนุ่มก็รีบเดินจากไปโดยเร็ว
"ตาคนใจดำ นึกว่าหล่อแล้วจะทำอะไรตามใจรึไงไม่ขอโทษเราสักคำ" อันนา นึกในใจ และพยายามใช้ทิชชู่เช็ดน้ำแกงที่ติดที่เสื้อนักศึกษาออกแต่ก็ยังคงเห็นเป็คราบอยู่ หญิงสาวไม่คิดเลยว่าจะมาต้องมาเจอหน้าอีตาคนใจดำอีกครั้งแล้วยังต้องมาทำโครงการวิจัยร่วมกันอีกเวรกรรมอะไรของเธอนะ อันนา
ก่อนที่การทะเลาะกันจะยืดยาวไปมากกว่านี้เสียงประกาศจากคณะกรรมการก็ดังขึ้น "นักศึกษาที่ถูกจับคู่แล้วกรุณามานั่งรวมกันตามกลุ่มของตัวเองด้วยครับ!"
อันนา ถอนหายใจก่อนจะเดินไปนั่งลงฝั่งหนึ่งของโต๊ะโดยทิ้งระยะห่างจาก พีท แต่ พีท กลับเลื่อนเก้าอี้ของตัวเองเข้ามาใกล้ๆอย่างจงใจ
"จะนั่งห่างกันทำไมล่ะเราต้องทำงานด้วยกันนะ" พีทยิ้มกวนๆ
อันนา กอดอกและขยับแว่นตาพร้อมหลี่ตามองเขา "ฉันแค่พยายามรักษาระยะห่างของนายกับฉันก็เท่านั้นเอง"
"เรายังไม่รู้จักชื่อเล่นที่จะเรียกกันเลยฉันชื่อ พีท แล้วเธอละ ยัยแว่นคนสวย เธอชื่ออะไร" พีทพูดพร้อมกับจ้องมองมาที่หน้าของหญิงสาว
อันนา ถอนหายใจหนักๆ นี่เธอต้องทนกับคนกวนแบบนี้ไปทั้งโครงการเลยเหรอ? เริ่มต้นโครงการวิจัย(แบบกัดกันไม่หยุด)
"ฉันชื่ออันนา และฉันไม่ได้เป็ยัยแว่นคนสวยนะ..นายจอมกวน" อันนาตอบกลับไปด้วยความรู้สึกหมั่นไส้นายหน้าหล่อคนนี้จริงๆ
แต่ลึกๆแล้วหญิงสาวเองก็อดที่จะแอบมองชายหนุ่มไม่ได้ หน้าตาที่ดูหล่อเหลาคมเข้มแบบฆ่าผู้หญิงให้ตายทั้งเป็ได้แบบนี้ แต่เมื่อคิดถึงคำพูดกวนๆ ของชายหนุ่มขึ้นมาทำให้ อันนา เองต้องรีบสะบัดหน้าตัวเองและเรียกสติกลับคืนมา
เมื่อเริ่มประชุมวางแผนชื่อหัวข้อโครงการวิจัยอันนา หยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดอย่างเป็ระเบียบ ขณะที่ พีท นั่งไขว่ห้างเอนตัวพิงเก้าอี้อย่างสบายๆ ด้วยท่าทางที่กวนๆ
"เราต้องกำหนดหัวข้อโครงการที่ชัดเจนก่อน""ฉันคิดว่าถ้าเราศึกษาเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในแบตเตอรี่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บพลังงาน" อันนา กล่าว
"เดี๋ยวๆๆๆ…" พีท ยกมือขึ้นขัดจังหวะ"นี่เธอคิดจะให้ฉันมานั่งวิเคราะห์สารเคมีเหรอ? ฉันวิศวะไฟฟ้านะไม่ได้เรียนเป็นักวิทยาศาสตร์"
อันนา เหลือบตามอง"แล้วนายมีไอเดียอะไรดีๆ ไหมล่ะ? "
"ก็ต้องเป็อะไรที่สนุกกว่านั้นหน่อย"พีทยิ้ม "เช่น…คิดค้นแผงวงจรที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าแบบไร้สาย"
อันนา ถอนหายใจอย่างสุดทนเธอแทบจะกลั้นใจไม่ให้เผลอกรีดร้องออกมา นี่มันจะเป็โครงการวิจัยที่หนักที่สุดในชีวิตเธอแน่ๆ!
วันแรกของการทำงานร่วมกัน
พวกเขา นัดพบกันที่ห้องทดลองเพื่อเริ่มการทำงานโครงการวิจัยพีท มาสายไปเกือบครึ่งชั่วโมง อันนา แทบจะโยนเอกสารใส่หน้าเขา
"นายมาสาย!" อันนาเหลืออดกับชายหนุ่ม และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุดดุดัน
พีท ยิ้มแหยๆ
"โทษที รถติด"
"ในมหาวิทยาลัยมีรถติดด้วยเหรอ? " อันนา เลิกคิ้วถามชายหนุ่ม
"อืม….รถติด.…และติดตรงที่ฉันแวะโทรศัพท์ก่อนมาน่ะ" พีทพูดพร้อมกับหัวเราะแบบกวนๆ พร้อมส่งสายตาเ้าเล่ห์มาที่หญิงสาว
หญิงสาว แทบจะะเิแต่เธอสูดลมหายใจลึกๆ แล้วกลับมาสนใจงานที่จะต้องทำต่อ…..