เหวินจิงเช็ดริมฝีปากของตัวเองที่เปื้อนน้ำรัก แม้จะเสียใจไปบ้างที่น้ำเชื้อถูกกิน แต่มันก็ถือเป็ประสบการณ์ที่น่าหลงใหล นอกจากนั้นระหว่างกระบวนการหล่อนรู้สึกเหมือนถูกไฟฟ้ากระตุ้นภายในโพรงปาก มันค่อนข้างแปลก เป็ไปได้ไหมว่านี่คือพลังวิเศษของนายน้อย
เหวินจิงเป็แค่พยาบาลสาวธรรมดาก็จริง แต่ด้วยความที่ทำงานกับสกุลเนี่ยมานานจึงมีความเข้าใจโลกใบนี้ยิ่งกว่าคนเ่าั้ตามท้องถนน เช่นผู้มีพลังวิเศษในแต่ละบุคคลซึ่งต่างกันออกไป
เนี่ยฝานลุกขึ้นยืนแล้วขึ้นรถไปมหาลัย เขาหลับตาลงเล็กน้อย นึกถึงฉากในวิลล่าก่อนหน้านี้
จริงอยู่ที่โลกใบนี้อันตรายมาก แต่ไม่จำเป็ต้องเครียดหรือไฝ่หาพลังมากจนเกินไป คนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ อย่างน้อยต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนหรือความรักบ้าง
แต่หากเป็นวนิยายที่ตัวเอกแสวงหาพลังอย่างเดียวเท่าที่เคยอ่าน แรกๆ มันก็สนุก แต่อ่านเยอะเข้าเขารู้สึกว่าตัวเอกไม่ใช่คนแล้ว แต่มันเป็หุ่นยนต์ต่างหาก นิยายประเภทนี้จึงถูกเนี่ยฝานมองเมิน เพราะนอกจากต่อสู้ไปตามแมทต์ต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็ไม่มีอะไรอื่น
............
เมื่อมาถึงมหาลัย เนี่ยฝานได้ลงมาจากรถแล้วเดินเข้าไปข้างใน ด้านหลังเป็วอดก้ากล่าวคำอำลา
พูดถึงคนขับรถเขาเองก็ได้ข่าวเหมือนกันว่าเย่ซวนซึ่งถูกขังอยู่ในลูกกรงถูกพิษ
แม้จะไร้หลักฐานว่าใครเป็คนทำ แต่เนี่ยฝานเชื่อมั่นว่ามันต้องเป็คนข้างกาย วอดก้านักฆ่าผู้ใช้พิษ เรียกได้ว่าฝีมือการฆ่าค่อนข้างดีในนิยายต้นฉบับ แต่หากให้สู้ด้านสว่างนั้นถือว่าอ่อนแอ คนประเภทนี้เหมาะกับเงามืดมากกว่า
จะว่าไปแล้วโลกแห่งปาฏิหาริย์นั้นเต็มไปด้วยผู้มีพลังวิเศษ ยกเว้นผู้บ่มเพาะ
สาเหตุที่มันเป็แบบนี้เพราะนักเขียนทั้ง 9 คนได้ตั้งกฏไว้อย่างชัดเจน มีเพียงพลังวิเศษเท่านั้นที่เข้ามามีบทบาท ส่วนการบ่มเพาะห้ามมีเด็ดขาดเพราะกลัวว่าจะคุมสเกลเื่ไม่อยู่
เนี่ยฝานแม้จะเกลียดผลงานชุดนี้แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเห็นด้วยกับความคิดของนักเขียนสุนัข
เมื่อใดก็ตามที่นิยายจีนกล่าวถึงการบ่มเพาะพลัง มันค่อนข้างน่าขยะแขยง และมักจะดูถูกประเทศอื่นๆ และมองว่าการบ่มเพาะคือที่สุด นอกจากนั้นหากในนิยายปรากฎผู้บ่มเพาะพลัง เส้นเื่ที่ถูกวางเอาไว้จะได้รับผลกระทบในหลายจุด
ในฐานนะนักวาดการ์ตูนโลกแห่งปาฏิหาริย์ เนี่ยฝานได้มีการพูดคุยกับนักวาดเป็การส่วนตัว ดังนั้นจึงเข้าใจเื่เหล่านี้มากกว่าคนอ่านทั่วไป
ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงหนึ่งพลันทำลายบรรยากาศ
“เนี่ยฝานมาเรียนได้แล้วเหรอ”
แม้จะไม่มองหน้าเ้าของเสียง แต่เนี่ยฝานก็สามารถบอกได้ว่าหล่อนเป็ใคร
“ซูหยวน ฮี่ฮี่ พอดีเพิ่งหายป่วยนะ ขอโทษนะที่ทำให้เป็ห่วง”
“เหรอ...ดีใจด้วยนะที่นายหายป่วย แต่ลืมไปหรือเปล่าว่านายยังไม่ได้ปล่อยเย่ซวนออกจากห้องขัง!”
หลายวันแล้วซูหยวน้าพบเนี่ยฝานมาโดยตลอด แต่ไปถึงที่นั่นทีไรหล่อนมักจะได้รับคำตอบว่าเขากำลังพักผ่อน
หล่อนทำได้เพียงกลับบ้านมาด้วยความโกรธ ซ้ำจะให้ไปบ่อยๆ ก็ไม่ได้ เพราะสกุลเนี่ยอาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวซึ่งเป็ูเาทั้งลูก การเข้าไปที่นั่นต้องขึ้นรถส่วนตัวหรือไม่ก็รถแท็กซี่ ส่วนรถประจำทางไม่มีทางผ่านเข้าไปอยู่แล้ว ค่าเดินทางจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยไม่มีงานทำอย่างซูหยวน เป็เื่ปกติที่จะไม่สามารถไปได้บ่อยๆ
“อะไรนะเย่ซวนยังอยู่ในกรงเหรอ มันเป็ไปได้ยังไง!” เนี่ยฝานแสร้งทำหน้าใสซื่อ แต่หญิงสาวกลับไม่อ่อนลง หล่อนถากถางด้วยน้ำเสียงเ็า
“อย่ามาทำเป็ไม่รู้ เพราะนายไม่ใช่เหรอไงเย่ซวนถึงได้เข้าไปอยู่ในนั้น เพราะนายคนเดียวเลย นายไม่เห็นหรือไงว่าเราเป็เพื่อนสนิทกัน หากไม่มีเราสองคนใครจะเล่นกับนาย นายมันไอ้คนโง่ที่ไม่มีคนคบ!”
ดูเหมือนว่าอารมณ์ของนางเอกสาวจะแย่สุดๆ ถึงได้พูดคำนี้ออกมา
เนี่ยฝานอยากจะเล่นอีกสักหน่อยแต่บังเอิญเห็นกลุ่มหนี่เออร์มา เขาจึงวิ่งไปที่นั่น ทำเอาซูหยวนซึ่งถูกทิ้งไว้ทำอะไรไม่ถูก
“ฮี่ฮี่ วันนี้ไม่มีเพื่อนเล่น ถ้ายังไงว่างๆ มาเล่นกันนะ” นั่นคือคำชวนของเนี่ยฝาน โดยปกติซูฉีคงเยาะเย้ย แต่เมื่อนึกถึงสถานะของเขาในบ้านประมูลวันนั้น รวมถึงผู้หญิงข้างๆ ซึ่งเป็คู่หมั้น หล่อนรู้สึกเหมือนเป็ผู้แพ้ ดังนั้นจึงไม่สามารถปล่อยเขาไปได้เพราะยังเห็นว่ามีประโยชน์อยู่ จึงอนุญาตให้เนี่ยฝานเข้ากลุ้มด้วย
“เนี่ยฝานทำอะไรอยู่! ไอ้โง่จะไปรวมกลุ่มกับผู้หญิงพวกนั้นทำไม ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ซูหยวนพยายามเข้าไปดึงเนี่ยฝานออกมา แต่ถูกปิดกั้นโดยจ้านหลูหยาซึ่งตัวสูงกว่า
“เอ่อ.. คือว่าเนี่ยฝานไม่อยากเล่นกับเธอแล้ว ดังนั้นเธอก็ไม่ควรที่จะโกรธเขานะ นอกจากนั้นเขายังเป็อิสระจะเล่นกับใครก็ได้”
“จริงของจ้านหลูหยา นอกจากนั้นฉันเห็นนะซูหยวน แม้ว่าเธอจะทำเหมือนดูแลเอาใจใส่เนี่ยฝาน แต่กลับกระหนุงกระหนิงกันสองคนกับเย่ซวน มันเป็ไปได้ยังไง หรือว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาจะ...” หนี่เออร์เข้ามาร่วมบทสนทนา
การต้องฟังคำพูดของอีกฝ่ายแบบนี้ค่อนข้างแย่ นอกจากนั้นหล่อนยังอยู่แค่คนเดียว สุดท้ายซูหยวนต้องจากไปอย่างไม่มีทางเลือก
“เอาล่ะเธอไปแล้ว นายเองก็ไปซะสิ พวกเรากำลังจะเข้าห้องเรียน” ซูฉีกล่าว หล่อนรู้จักกับเนี่ยฝานก็จริงแต่เรียนคนละคณะ ดังนั้นจะได้เจอ่เวลาพักเบรกระหว่างวันเท่านั้น
“ไม่เป็ไร ผมไปไหนในมหาลัยนี้ก็ได้ อาจารย์ไม่ว่าผมหรอก” เนี่ยฝานเผยรอยยิ้มสบายๆ มหาลัยแห่งนี้แยกออกไม่ได้จากสกุลเนี่ย ด้วยเงินทุนมหาศาลที่สนับสนุนในทุกๆ ปี เป็เื่โง่หากจะกีดกันเนี่ยฝานจากชั้นเรียนอื่นๆ
“ว้าว...สมกับเป็สกุลเนี่ย งั้นก็ไปกับเราสิ” ซูฉีไม่ได้รังเกียจ นอกจากนั้นหล่อนยังมีมุมมองที่ต่างไปจากเดิมเมื่อเห็นเพนจีวันนั้น
เมื่อเข้าไปในชั้นเรียน อาจารย์หลายคนค่อนข้างแปลกใจกับเนี่ยฝานซึ่งปรากฎตัว แต่พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก เื่นี้ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ จึงทำได้เพียงสอนตามปรกติ
เนี่ยฝานนั่งข้างซูฉี ไม่สนใจการสอนบนหน้าจอแอลซีดี แต่กำลังคิดถึงเนื้อหาตามพล็อตต้นฉบับ
เย่ซวนถูกจับขังคุกเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนต้นเหตุจากกู่ฉางชิงเป็เขาเท่านั้น
สำหรับคนที่ไม่เข้าใจพล็อตอาจจะคิดว่าเนี่ยฝานโง่ที่ทำแบบนั้นกับตัวเอก อย่างไรก็เป็ตัวเอก ตัวละครนี้ค่อนข้างที่จะฆ่าได้ยาก ดังนั้นเป็เื่ดีหากต้องผูกมิตรไว้ แต่เนี่ยฝานทำได้ยากจริงๆ เพราะเย่ซวนตามนิยายต้นฉบับถือเป็พระเอกที่โคตรแย่อันดับต้นๆ และชอบดูถูกเขาลับหลัง ตัวละครประเภทนี้ไม่ต้องไปสนใจ แม้ว่าจะมีพลังวิเศษอย่างสายฟ้า แต่เพดานพลังของโลกใบนี้เป็อย่างไรเนี่ยฝานย่อมรู้ดี
......
ตอนเที่ยงเนี่ยฝานไปทานข้าวกับกลุ่มสามสาว
วันนี้พวกหล่อนไม่ได้ไถเงิน เนื่องจากได้รับข่าวว่าเนี่ยฝานเข้าโรงพยาบาลเพราะถูกเย่ซวนทำร้าย สำหรับพวกเธอแม้ว่าจะ้าเงิน แต่กลับไม่ได้แย่ถึงขั้นลืมความรู้สึกของอีกฝ่าย
“จริงสิเนี่ยฝาน หลังจากนี้นายจะเอายังไงต่อ” ในระหว่างนั่งทานข้าว ซูฉีเป็ฝ่ายที่เอ่ยบทสนทนา หล่อนรู้ว่ามันแปลกที่ถามคำถามนี้กับนายเพี้ยน แต่หากไม่ถามก็คงไม่ได้
“หมายถึงอะไร...แต่ว่าตอนนี้ป้อนข้าวผมหน่อยสิ หิว หิว หิว” เนี่ยฝานไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดนั้น แต่นั่งเอามือประสานศีรษะ มองหล่อนที่นั่งข้างๆ ด้วยรอยยิ้ม
ซูฉีกัดฟันกรอด สมแล้วที่เป็เนี่ยฝาน สมองเพี้ยนจริงๆ ไม่รู้ว่าตนอยู่ในสถานการณ์ไหน
เหมือนจ้านหลูหยากลัวว่าจะทำให้ซูฉีโกรธ จึงรีบเข้ามาตักข้าวป้อนเนี่ยฝานอย่างช่วยไม่ได้
เหตุการณ์ดังกล่าวทำเอาผู้ชายหลายคนในโรงอาหารขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่ไม่กล้าทำอะไรแปลกๆ เพราะสกุลเนี่ยทรงอิทธิพลเกินไป
ซูฉีเปลี่ยนสีหน้าแล้วเสริมว่า “ฉันหมายถึง...หลังจากนี้เมื่อเย่ซวนออกจากคุก นายจะเข้าไปเล่นกับเขาอีกไหม”
“เอ๋...ทำไมล่ะ เย่ซวนกับผมเป็เพื่อนสนิทสมัยเด็ก แน่นอนว่าต้องเล่นสิ”
“ในความเห็นฉันนะ นายเลิกคบกับเขาจะดีกว่า” เป็หนี่เออร์ที่แนะนำ ทำเอาเนี่ยฝานมองหล่อนแปลกๆ ไม่คิดเลยว่าคนแบบนี้จะกล่าวประโยคดีๆ ออกมากับเขาเป็เหมือนกัน
“ทำไม...หน้าฉันมีอะไรติด ฉันก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง เย่ซวนและซูหยวน สองคนนั้นเข้ากันได้ดี แต่นาย...เหมือนว่าจะเป็ส่วนเกินมากกว่า”
เนี่ยฝานเองก็รู้เื่นี้ดี ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าเห็นด้วยและไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม ยังมีเวลาพูดคุยกับเย่ซวนอีกมาก รวมถึงวิธีที่ทำให้เขาเ็ป
............
เนี่ยฝานกลับมาถึงบ้านตอนเย็น หลังจากขึ้นไปชั้นสองของวิลล่าการแจ้งเตือนพลันดังขึ้น
“ติ้ง...เสี่ยวชิงเดินทางกลับมาจากโลกต่างมิติแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเ้าของเป็ทายาทแท้จริงคนเดียวของสกุลเนี่ยจึงนำประตูเดินทางเข้าสู่โลกภาพยนตร์มาให้”
เนี่ยฝานหยิบประตูสีทองแดงขึ้นมาจากมือของกบน้อย มันมีลักษณะเบาและแข็งแรง นอกจากนั้นเขารู้สึกว่าสามารถควบคุมขนาดของประตูและหดมันได้ตามความประสงค์