บทที่ 1 ตอนที่ 10
''โฮกกกกกกกกกก!!'' เจ้าหมียักษ์พุ่งเข้าหารามด้วยอาการเกรี้ยวโกรธสุดแสน ดวงตาของมันคล้ายจะแรงแสงสีแดงออก สร้างความน่าเกรงขามให้กับมันอีกมาก ทั้งพละกำลังก็เหมือนจะสูงขึ้น เห็นได้ชัดจากพื้นดินที่แตกกระจายออกในทุกๆ การวางเท้าลงไปของมันพื้นดินทั้งหมดแตกกระจายออก บาดแผลที่เคยมีโลหิตไหลก็เหมือนจะถูกสมานกันในชั่วพริบตา รามจำต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้ ''บัดซบ!'' เขาเพียงสบถออกมาเบาๆ ร่างของมนุษย์ผู้นี้รีบกระโจนถอยออกด้านข้าง หลบเลี่ยงการปะทะกับมันโดยตรง แต่ใครจะคิด ว่าเจ้าหมียักษ์ที่ตัวใหญ่ขนาดนี้จะมีความคล่องตัวที่สูงขึ้นจนน่าประหลาดใจ มันใช้แขนซ้ายข้างที่ถูกฟันแผลลึกบิดร่างให้หมุนกลับ พุ่งตรงเข้ามาหมายจะฉีกกระชากร่างของรามให้ตายลงไป ปั้ง!!! กล้ามเนื้อที่แข็งอย่างกับเหล็กตบลงมาใส่รามที่ยกดาบขึ้นมาป้องกันอย่างรวดเร็ว เจ้าหมียักษ์ตอนนี้เหมือนจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปนอกเสียจากลักษณะภายนอก พลังกายของมันมากมายมหาศาลจนรามนั้นเริ่มที่จะรับไม่ไหว เขามั่นใจเป็นอย่างมากในตอนนี้ ถ้าหากได้ยกน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัมรามก็สามารถยกขึ้นมาได้ แต่แรงกดของเจ้าหมียักษ์นี้มันมหาศาลเป็นอย่างมาก ต้านทานไว้ได้เพียง 10 วินาทีแขนของรามก็เริ่มสั่นและลดต่ำลงมาเรื่อยๆ แต่ตอนนี้เจ้าหมียักษ์ไม่ได้มีอารมณ์จะมาเล่นสนุกกับรามอีก มันไม่คิดจะปล่อยให้รามมีชีวิตยาวนานเกินไป แขนอีกข้างของมันยกสูงขึ้นหมายจะตะปบศีรษะของรามให้แหลกละเอียด 'จะต้องมาตายเพราะเจ้าหมีบ้าเนี้ยนะ! ได้โปรดเท็ดดี้แบร์ ถ้าแกไม่อยากตายอย่างน่าสยดสยองก็อย่าปล่อยตัวตนของเราออกมาเลย' ตอนนี้หัวของรามเริ่มที่จะอื้ออึง เขามีความคิดที่จะใช้ความลับบางอย่างในร่างกายของเขาซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่เขาหลบซ่อนมันเอาไว้เพราะกลัวว่าจะทำให้ทุกคนรอบกายเกิดอันตรายขึ้น แต่เมื่อลองคิดไปคิดมา บางทีเขาสมควรจะต้องปลดล็อคมันในตอนนี้แล้วก็ได้ ภูติน้อยอิลล์ที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ห่างๆ มันได้หัวเราะออกมาเบาๆ หลังจากเห็นว่าตอนนี้รามกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบและใกล้จะตายลงไปในทันที มันพยายามคิดหาโอกาสที่มนุษย์คนนี้จะรอดชีวิต แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีโอกาสเลยแม้สักนิด ทำเอามันเสียดายไปที่จะต้องสิ้นชีวิตของมนุษย์ที่น่าสนใจคนหนึ่งไปแบบนี้ หากแต่ไม่ถึงวินาทีหลังจากนั้น ภูติน้อยอิลล์ก็จดจำได้ถึงอะไรบางอย่าง มันจึงเพ่งเล็งความสนใจไปยังมนุษย์คนนั้นอย่างตั้งใจอีกครั้ง ''โฮก......'' เจ้าหมียักษ์เหมือนยกแขนรอจังหวะนานผิดปรกติ ไม่สิ... สมควรกล่าวว่ามันนั้นถูกสะกดด้วยอะไรบางอย่างทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายของมันได้ ดวงตาสีเพลิงตะวันของรามนั้นจับจ้องเข้าไปในดวงตาของเจ้าหมียักษ์ด้วยความต้องการจะสังหาร เจตนาสังหารของรามครั้งนี้หนักหนายิ่ง หากเขาไม่ฆ่ามัน ตัวเขาย่อมถูกมันฆ่าตายไปอย่างแน่นอน! ไม่ฆ่าย่อมถูกฆ่า กฏเกณฑ์หลักของโลกใต้ดินที่ทำให้ครอบครัวใหญ่สามารถยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ จากการกลืนกินครอบครัวกลุ่มแก๊งเล็กๆ ทั้งหลาย จากสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตอนนี้รามกลับเห็นว่าตนเองไม่ได้อยู่ใต้อุ้งมือของเจ้าหมียักษ์ หากแต่นั่งอยู่บัลลังค์สีทองขนาดใหญ่ท่ามกลางปราสาทที่สร้างขึ้นจากหินสีเพลิง และเมื่อหันหลังกลับไปมองดูเขาก็ได้พบกับพญาวิหคที่เคยพบพานเมื่อครั้งรับเอาพลังพรสวรรค์มา รามถึงกับตกตะลึงเพราะตอนนี้มันเหมือนเขากำลังมองเห็นเจ้าหมียักษ์ผ่านจอภาพยนตร์ขนาดใหญ่ โดยมีเพื่อนร่วมโรงคือพญาวิหคตนหนึ่ง... ''เพลิงของเรา... เจ้ากลับไม่คิดใช้มันในรูปแบบอื่นบ้างเลยหรืออย่างไร? เช่นนั้น... เราจะสอนให้เอง เจ้ามนุษย์ผู้จะเป็นคนสืบสานจิตวิญญาณแห่งเรา'' เสียงอันนุ่มนวลแต่ทรงพลังได้ดังก้องขึ้นทั่วห้องโถงราชาแห่งนี้ คงไม่ต้องบอกกล่าวอะไรมากมาย เพราะนั้นคือเสียงของจักรพรรดิวิหคนภาแรกอันเป็นต้นตอของพลังที่รามมี! เบื้องนอกห้องโถงนั้น รามเห็นได้ชัดว่าร่างของเจ้าหมียักษ์กำลังถูกดันออกไปด้วยแขนขวาของเขาซึ่งลุกโหมไปด้วยเปลวเพลิงน่าผวา ร่างของเจ้าหมียักษ์ที่น่าจะหนักกว่า 150 กิโลกรัมถูกดันออกไปโดยไม่คิดขัดขืน ร่างกายของเจ้าหมียักษ์ที่สมควรจะไร้ความรู้สึกไปจาก 'สภาวะหวาดกลัว' มันกลับเกิดอาการสั่นเมื่อมองมายังร่างของมนุษย์ที่ใกล้จะถูกสังหารลงนี้ มือขวาที่ลุกโหมไปด้วยเปลวเพลิงสีตะวันสัมผัสไปบนแขนซ้ายของเจ้าหมียักษ์เบาๆ แทนที่แขนขวานั้นจะลุกไหม้ มันกลับปรากฏผนึกน้ำแข็งขึ้นมาพร้อมไอเย็นยะเยือก! ''โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!'' เจ้าหมียักษ์หลุดพ้นจากสภาวะมึนงงกลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปรกติ มันส่งเสียงกู่ร้องคำรามขึ้น มนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าของมันไม่สนใจต่อเสียงนี้ กล้ามเนื้อขาอันแข็งแกร่งเกร็งจนแข็งก่อนที่ขาขวาของเขาจะพุ่งเตะไปยังบริเวณที่เป็นน้ำแข็งบนร่างของเจ้าหมียักษ์! เปรี้ยง!!!! ด้วยพลังกายที่สูงเป็นทุนเดิม ประกอบกับจุดที่ถูกแช่แข็งนั้นลึกถึงกระดูกของมัน การที่รามได้ลงมือเตะเข้าใส่น้ำแข็งนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนกับเตะใส่กล้ามเนื้อ น้ำแข็งนั้นมีความแข็งแรงแต่ไม่มีความยืดหยุ่น ในจุดที่รามเตะไปนั้นได้เกิดอาการช้ำอย่างรุนแรงพร้อมทั้งกางเกงที่ขาดออก แม้จะบาดเจ็บเพียงนั้นรามก็ไม่ได้ส่งเสียงร้องสักนิด นั้นเพราะเขาไม่ได้เป็นคนควบคุมร่างกายในตอนนี้! อาการบาดเจ็บของรามดูเล็กไปเลย เมื่อเทียบกับเจ้าหมียักษ์ที่เขนขวาของมันที่ขาดออก ไม่มีโลหิตไหลออกสักหยดหนึ่งเนื่องจากบาดแผลของมันถูกแช่แข็งเอาไว้ เจ้าหมียักษ์ในสภาวะหวาดกลัวไม่ได้รู้สึกบาดเจ็บแม้สักนิด มันใช้แขนซ้ายของตัวเองพุ่งตะปบรามจากด้านข้าง หากแต่ร่างของรามตอนนี้ไม่คิดหวั่นวิตก เขาหันหน้าเข้าหาอุ้งมือยักษ์นั้นและกระโดดเข้าหามันอย่างรวดเร็ว ร่างของรามเสมือนกำลังแสดงกายกรรม เขาปาดาบของตนเองให้ไปปักอยู่บนไหล่ของมัน จากนั้นจึงใช้แขนทั้งสองข้างจับอุ้งมือของเจ้าหมียักษ์พร้อมปล่อยตนเองไม่ตามแรงเหวี่ยงไร้การต้านทานใดๆ ร่างของรามไหลเลื้อยขึ้นไปตามแขนราวกับอสรพิษ ''หากเจ้ามีความคิดความเข้าใจในพลังของเรามากกว่านี้ เจ้าหมีตัวนี้ก็เป็นได้เพียงอาหารเท่านั้น'' จักรพรรดิวิหคนภาแรกที่ควบคุมร่างของรามอยู่ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาให้กับความผิดพลาดครั้งนี้ แขนขวาของเขาสัมผัสกับศีรษะของมันอย่างแผ่วเบา แต่การสัมผัสครั้งนั้นเป็นความตายที่ไม่อาจหลุดพ้น เพียงแค่ 3 วินาทีหลังจากนั้นร่างของเจ้าหมียักษ์ก็แน่นิ่งไม่ขยับร่างกายของมันอีกต่อไป นั้นเพราะศีรษะของมันได้ถูกแช่แข็งเอาไว้ถึงสมอง ความคิดอ่านทั้งหมดถูกขจัด จากนั้นแล้วแขนขวาที่ลุกไหม้ก็ถูกง้างออกอีกครั้งหนึ่ง เปรี้ยง!!!! หมัดขวาของรามเมื่อพุ่งกระแทกเข้ากับศีรษะที่เย็นยะเยือกก็เกิดไอน้ำขึ้น หมัดของเขาสามารถพุ่งทะลุผ่านศีรษะที่กลายเป็นน้ำแข็งได้อย่างง่ายดาย ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกลูกเหล็กร้อนพุ่งทะลุผ่าน ไม่อาจขวางกั้นได้ ''เปลวเพลิงทั้งหมดมิได้คงร้อนไปตลอด เปลวเพลิงของเราจะร้อนแรงหรือเย็นยะเยือก ก็ขึ้นอยู่กับการควบคุมเจตนาของเจ้าเอง หากเจ้าคิดให้ร้อนมันย่อมร้อน หากเจ้าคิดให้มันเย็นมันย่อมเย็น เปลวเพลิงของเราไม่มีข้อกำหนดอันใดแตกต่างเปลวเพลิงของเหล่าธาตุ ร่างเจ้าเหมาะสมที่จะรับเอาพลังของเราไป แต่ดูเหมือนเจ้านั้นจะใฝ่อันตรายมากเกินไปทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอจะทำความเข้าใจมัน ครานี้เราหวังกับเจ้าเป็นอย่างมากจึงได้ออกหน้าช่วยเหลือ แต่เจ้ามนุษย์น้อย... เรายังไม่ยอมรับหรือคิดทำพันธสัญญากับเจ้าในตอนนี้'' ''ความเมตตาของเรานั้นมีจำกัด จงอย่าได้ตายเร็วไปนัก'' กล่าวจบรามที่อยู่ภายในห้องโถงพิศวงก็เหมือนถูกเปลวเพลิงเผาคลอก หากแต่เปลวเพลิงนั้นกลับอบอุ่นไม่ได้ร้อนจนทรมาณ เพียงอึดใจเดียวรามก็ได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง บนร่างของเจ้าหมียักษ์ที่ยืนเสียชีวิตไปจากฝีมือของตัวตนที่น่าพิศวงในร่างกายของเขา รามหอบหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน พลังพรสวรรค์ในร่างกายของเขาช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก เขาควรจะต้องขอบคุณเธอที่ทำให้เจ้าหมีตัวนี้ตายลงไปในสภาพดี หากไม่เช่นนั้นตัวตนของเขาคงจะฉีกกระชากมันจนเละเทะไปหมดแน่ๆ