ตอนที่ 6
โอวหยางเจิ้งหยูนำทางชิงเทียนมายังห้องรับรองพิเศษ "สหายน้อยชิงเทียน ตาแก่คนนี้อยากรู้ว่า วิธีใดกันที่จะสามารถช่วยตาแก่คนนี้ทะลวงผ่านได้" เขาพูดพร้อมกับรินน้ำชาให้ชิงเทียน ชิงเทียนยกแก้วขึ้นมาจิบก็รู้สึกได้เลยว่าเป็ใบชาคุณภาพสูงที่ไม่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด "อืม...ชาดี" ชิงเทียนยิ้มอย่างพอใจ "สิ่งที่ผู้เยาว์กำลังจะทำนั้นก็คือการกลั่นยา"
"!!!!!!!???" โอวหยางเจิ้งหยูได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักค้างทันที
"ไม่เคยได้ยิน?" ชิงเทียนถามหยั่งเชิง
"เปล่า...เคยได้ยินมาบ้างว่าในโลกของการฝึกยุทธ์มีปรมาจารย์บางท่านที่สามารถกลั่นยาได้ แต่บุคคลเช่นนั้นเจอตัวยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร"
"ได้ยินมาจากไหนกัน" เขาอยากรู้ว่าโอวหยางเจิ้งหยูนั้นทราบเื่นี้มาจากที่ไหน มันอาจเป็เบาะแสเพื่อนำทางไปหาทรัพยากรในการบ่มเพราะพลังในระดับที่สูงขึ้น
"หอนพเก้า" โอวหยางเจิ้งหยูจิบชาจนหมดและวางแก้วลง "ที่นั่นมีแต่ผู้แข็งแกร่ง ที่สามารถใช้ฝ่ามือทะลวงเหล็กด้วยมือเปล่า"
"เป็ที่แบบไหนกัน แล้วที่ตั้งหล่ะ" ทำหน้าสงสัยใคร่รู้
"ห้องอาหารที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ แต่ว่านั่นเป็เพียงฉากหน้าเท่านั้น เื้ัมีขุมกำลังลึกลับแอบซ่อนอยู่ ศูนย์ใหญ่ตั้งอยู่ที่เกาะไฮ่หลิงในมลฑลกว่างตง (*กวางตุ้ง) ถือเป็สรวง์สำหรับนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว"
'หอนพเก้า' เขาคุ้นชื่อนี้มากแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก คล้ายกับว่าเขาเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เมื่อตอนยังอยู่ที่แดนเซียน
'ก๊อกๆ!!' เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับพนักงานสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามา "ขออภัยค่ะ นำของที่สั่งมาส่งค่ะ พนักงานชายเดินตามหลังเธอมาพร้อมผลไม้ขนาดเท่าแตงโมงมีเปลือกขรุขระคล้ายิัของสัตว์เลื้อยคลาน หลังจากที่วางผลไม้ลึกลับไว้ที่โต๊ะพวกเขาก็ก้มหัวให้เล็กน้อยแล้วออกจากห้องไป
"เอาหล่ะมาเริ่มกันเถอะ" ชิงเทียนยื่นมือไปคว้าผลัคราม
"ว่าแต่...จะหลอมมันยังไง" ชายแก่ทำหน้างุนงง เขาได้ยินมาบ้างก็จริงแต่ว่ายังไม่เคยเห็นขั้นตอนหรือวิธีการกลั่นยากับตาเลยสักครั้ง
ชิงเทียนตัั้งสมาธิรวบรวมพลังไปที่ฝ่ามือ "จับตาดูให้ดี!" จากนั้นก็มีเปลวเพลิงสีฟ้าลุกพรึ่บที่ฝ่ามือของเขา มันมีสีคล้ายกับตอนที่เขาใช้พลังเนตรสะกดเทพ อีกทั้งเปลวเพลิงยังแฝงไปด้วยประกายสายฟ้าส่งเสียงแปล๊บๆออกมาเป็่ๆ นี่คือพลังประจำตัวของเขา 'เพลิงอัสนีฟ้า' นี่เป็เหตุผลที่ผู้คนในแดนเซียนเรียกเขาว่า จักรพรรดิ์มารฟ้า
"!!!!!!!!!!" โอวหยางเจิ้งหยูแทบหยุดหายใจ วันนี้เป็วันที่ทำให้ชายแก่เช่นเขา หัวใจแทบหยุดเต้นหลายรอบเลยทีเดียว ชิงเทียนใช้มือที่มีเปลวเพลิงลุกท่วมทั้ง 2 ข้างถือผลัครามเอาไว้ ผ่านไปไม่นานผลัครามค่อยๆสลายหายไป จนกระทั่งเหลือวัตถุสีฟ้าครามคล้ายลูกแก้วที่มีขนาดเท่านิ้วโป้ง จากนั้นเขาล้วงเข้าไปในเป้นำสมุนไพรที่ซื้อมาก่อนหน้าโยนตามไปอีกหลายชนิด
ชิงเทียนทำมือมุทราหลายรูปแบบ วัตถุดิบทั้งหมดหมุนวนและค่อยๆบีบตัวเข้าหากัน แสงสว่างจ้าแยงตาโอวหยางเจิ้งหยู เขารู้สึกเหมือนมีแสงแฟลชจากกระนับร้อยตัวปะทะที่ดวงตา ทำให้เขาเบลอไปชั่วขณะ เมื่อปรับสายตาได้ เขาเห็นเม็ดยาสีฟ้าที่มีประกายเรืองรองลอยวนอยู่บนอากาศ 5 เม็ดด้วยกัน
ในแดนเซียน นักปรุงยาส่วนใหญ่จะใช้หม้อปรุงยาในการสะกัดและหลอมเม็ดยา มีเพียงแค่หยิบมือที่สามารถใช้เปลวเพลิงจากพลังปราณของตนเองสะกัดสิ่งเจือปน รวมถึงการใช้เปลวเพลิงเพื่อควบแน่นเม็ดยา ซึ่งชิงเทียนก็คือหนึ่งในนั้น เขาใช้เวลาฝึกและศึกษาการกลั่นโอสถมาไม่ต่ำกว่าพันปี
"น่าอัศจรรย์นัก" โอวหยางเจิ้งหยูไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน มันคล้ายว่าเขากำลังดูโชว์มายากลยังไงยังงั้น
ชิงเทียนยื่นมือไปคว้าเม็ดยาในอากาศ จากนั้นเขาก็ส่งให้โอวหยางเจิ้งหยูหนึ่งเม็ด "กลืนลงไปแล้วโคจรพลังเพื่อดูดซับตัวยา"
ชายชรารับยามาด้วยมือที่สั่นเทา เขากลืนเม็ดยาและดูดซับตัวยาทันที พลังะเิออกไปทั่วร่างทะลวงจุดตีบตันของชีพจร ผ่านไป 2 ชั่วโมงเขาก็ดูดซับตัวยาจนหมด
'รวมรวมปราณขั้นต้น' ในที่สุดเขาก็ััได้ถึงพลังปราณภายในตัว ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นราวฟ้ากับเหว "ยินดีต้อนรับสูโลกของการฝึกยุทธ์" ชิงเทียนกล่าวแสดงความยินดี นี่เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
โอวหยางเจิ้งหยูรู้สึกซาบซึ้งใจเป็อย่างมาก การที่เขาแวะมาดูกิจการที่สาขาเมืองจี่หนาน ทำให้ชีวิตของเขาพลิกจากหน้ามือหลังมือไปเลยทีเดียว "เอาหล่ะ...เส็จธุระแล้ว ผู้เยาว์ขอตัว" ชิงเทียนกำลังจะลุกขึ้น "เดียวก่อน!!!" ชิงเทียนเหลือบมองโอวหยางเจิ้งหยู ชายชราในนอนนี้กำลังคุกเข่าให้เขาจากนั้นประสานมือคำนำ "ได้โปรด! รับตาแก่คนนี้เป็ศิษด้วย" โอวหยางเจิ้งหยูะโเสียงดัง
"ศิษย์...?" ชิงเทียนมึนงง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมีศิษ ลูกศิษของเขามีมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็คนที่มีพร์ระดับหัวกระทิแนวหน้าของทวีป แต่ชายชราตรงหน้าที่พึ่งบรรลุขอบเขตรวบรวมปราณกลับขอให้เขารับเป็ศิษ?
"เหตุใดกันผู้าุโ อะไรทำให้ท่านยอมคุกเข่าให้กับเด็กหนุ่มที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงครึ่งวัน" เขานำเม็ดยาที่เหลือเก็บไว้ในกระเป๋า
"ตาแก่คนนี่ดังไม้ใกล้ฝั่ง คิดมาตลอดว่าทั้งชีวิตคงจะไม่มีวาสนาที่จะได้ก้าวเข้าสู่โลกของการฝึกยุทธ์ที่แท้จริง หากได้รับการสั่งสอนจากสหายน้อย มันจะต้องเป็สิ่งที่คุ้มค้ายิ่งนัก" โอวหยางเจิ้งหยูยังคงคุกเข่า
'จริงอยู่ว่าความสามารถของโอวหยางเจิ้งหยูนั้น ไม่ได้เข้าตาข้าเลย แต่บริษัทยาของเขามีประโยชน์ต่อข้ามาก' ชิงเทียนหลังจากตัดสินใจได้เขาก็ผายมือไปทางแก้วชาของโอวหยางเจิ้งหยู "งั้นก็มาทำพิธีคำนับอาจารย์กันเถอะ" โอวหยางเจิ้งหยูได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจเป็อย่างมาก เขาลุกขึ้นมารินน้ำชาให้ชิงเทียน แล้วก็กลับไปนั่งคุกเข่าเช่นเดิม
ชิงเทียนยกน้ำชาขึ้นดื่มรวดเดียว จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปหาโอวหยางเจิ้งหยูเขาใช้นิ้วชี้แตะที่บริเวณหน้าผากของชายชรา มีแสงวาปที่ปลายนิ้วเล็กน้อย
"!!!!!??"โอวหยางเจิ้งหยูรู้สึกเหมือนมีความรู้มหาศาลไหลเข้ามาในหัว ความเ็ปทะลักออกมา มันทำให้หัวของเขาแทบจะะเิ ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ในที่สุดความเ็ปก็สลายไปจนหมด
"ในเมื่อเมื่อคารวะเป็ศิษอาจารย์แล้ว อาจารย์ก็จะไม่ขอปิดบังอีกต่อไป ข้าคือร่างที่เกิดใหม่ของตัวตนที่อยู่เหนือดินแดนนี้ ดินแดนของผู้ฝึกตนที่มีชีวิตนิรันดร์ หากเ้าติดตามและช่วยให้ข้าบรรลุเป้าหมาย ข้าจะชี้นำเ้าไปสู่ชีวิตนิรันดร์" ชิงเทียนแผ่นออร่าที่ดูยิ่งใหญ่โดยมีวิญญานที่ทรงพลังของเขาเกื้อหนุน
แม้ว่าลึกๆโอวหยางเจิ้งหยูจะไม่อยากเชื่อก็ตาม แต่สิ่งที่ชิงเทียนแสดงให้เห็นนั้นคือเคล็ดวิชาการบ่มเพาะ และเศษเสี้ยวความทรงจำบางส่วน มันชวนเวียนหัวเหมือนฉากในหนังที่ตัดฉากสลับไปมา
"เคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ข้าให้ไปนั่นมีชื่อว่า 'จักรวาลผันแปร' เป็หนึ่งในเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ข้าคิดค้นขึ้นมา ถือว่าเป็ของขวัญรับศิษก็แล้วกัน" เคล็ดวิชาบ่มเพาะที่เขาคิดค้นขึ้นมาส่วนใหญ่ล้วนทรงพลังและ 'จักรวาลผันแปร' ก็คือหนึ่งในนั้น
"ศิษขอบพระคุณท่านอาจารย์" โอวหยางเจิ้งหยูในที่สุดก็รวบรวมสติได้ วันนี้มีแต่เื่มหัศจรรย์จนเขาเริ่มจะชาชินไปเสียแล้ว เขาคิดไม่ผิดจริงๆกับการตัดสินใจในวันนี้
ชิงเทียนยิ้มอย่างพอใจ "เอาล่ะ...ข้าค่อนข้างสนใจในเื่ หอนพเก้า ไหนลองเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยว่าเ้ารู้เื่ หอนพเก้า ได้ยังไง" ชิงเทียนหันไปเห็นบุหรี่ที่มุมห้องจากนั้นเขาจึงลองจุดสูบ ในสมัยที่เขาเป็จักรพรรดิ์์มารฟ้าเวลาว่างเขามักจะเพลิดเพลินไปกับกล้องยาสูบอยู่เสมอ แม้ภรรยาจะห้ามปรามเขาก็คิดว่า 'จะห่วงสุขภาพไปใย ในเมื่อข้ามีชีวิตนิรันดร์' (*บุหรี่เป็อันตรายต่อสุขภาพและคนใกล้ชิด)
โอวหยางเจิ้งหยูลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ "อันที่จริงสิ่งที่ศิษเล่ามานั้นเป็เื่ที่ได้ยินมาจากสหายคนหนึ่งชื่อว่า เกาหลงซาน เขาเป็หัวหน้าตระกูลเกา ตระกูลของเขามีอิทธิพลมากในเมือง ไท่หยวน มณฑล ชานซี"
"เกาหลงซานบอกว่า ตระกูลของเขาจะคอยช่วยเหลือหรือจัดการเื่ต่างๆให้กับ หอนพเก้า เพื่อเป็การแลกเปลี่ยน หอนพเก้าจะให้สิทธิ์คนของตระกูลเกาได้เข้าไปฝึกบ่มเพาะพลัง แม้เกาหลงซานจะเป็คนธรรมดาเพราะชีพจรพิการแต่กำเนิดแต่บุตรชายและผู้าุโในตระกูล รวมถึงบอดี้การ์ดของเขาบางคนล้วนเป็ผู้บ่มเพาะ" โอวหยางเจิ้งหยูอธิบาย
"อืมมม...เข้าใจล่ะคงต้องไปดูจริงๆสินะ" พรุ่งนี้ก็จะถึงเวลาที่นัดไว้กับนายน้อยหลงแล้ว ขากลับเขาอาจจะต้องแวะไปตรวจสอบด้วนตนเอง
"นี่คือของขวัญสำหรับอาจารย์ครับ" ก่อนที่ชิงเทียนจะกล่าวลา โอวหยางเจิ้งหยูก็ยื่นกุญแจพร้อมคีย์การ์ดให้กับชิงเทียน
"มันคือ..."
"กุญแจของวิลล่าในโครงการประตูัทองครับ ส่วนเื่หนังสือโอนกรรมสิทธิ์ ศิษจะรีบจัดการให้ภายในวันนี้" ชายชรากล่าวด้วยความนอบน้อม
"อ่อ...วิลล่านั่นเอง...ห๊ะ!!! วิลล่า!?" ชิงเทียนสำลักลมหายใจ เขาแทบตั้งตัวไม่ทัน วิลล่าในโครงการประตูัทองอย่างต่ำก็มีราคาหลักร้อยล้าน สระน้ำขนาดใหญ่ โรงรถที่สามารถจอดรถได้เป็โหล ถึงเขาจะยังไม่มีรถยนต์ก็เถอะ
"หวังว่าอาจารย์จะพอใจกลับของขวัญ" โอวหยางเจิ้งหยู โบกมืออำลาชิงเทียนที่หน้าบริษัทยา จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในตึก ทิ้งให้ชิงเทียนยืนแข็งข้างอยู่หน้าตึกทั้งแบบนั้น 'วิลล่า! นี่มันเกินที่คาดหวังไว้นัก'
เขานั่งแท็กซี่มาที่โครงการประตูัทองทันที รปภ. สวมชุดสูทสีดำ ใส่หูฟังหนึ่งข้าง เดินตรงมาหาเขาทันที "ขออภัยด้วยบริเวณนี้เป็พื้นที่ส่วนตัว" เขาหยิบวิทยุสื่อสารออกมาเพื่อติดต่อกับเ้าหน้าที่คนอื่น
"เอ่อ...ผม" เขาหยิบกุญแจขึ้นมาโชว์ให้ รปภ. ดู เมื่อ รปภ.เห็นก็หน้าซีดทันที "ขออภัยครับคุณผู้ชาย ถ้าเดินไปจากนี่ค่อนข้างไกลพอสมควร ้ารถไปส่งมั้ยครับ" ชิงเทียนพยักหน้าช้าๆ
ไม่นานนักก็มีรถลีมูซีนสีดำขับมาจอดหน้าโครงการ รปภ. เปิดประตูให้เขาและเดินไปพูดกับคนขับ "วิลล่าหมายเลข 29" คนขับหันมามองชิงเทียนเล็กน้อย "รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ" คนขับถาม "ไม่เป็ไรผมยังไม่อยากดื่ม" เขาทำหน้าเข้งขรึมแต่ภายในใจเต้นโครมคราม
เมื่อรถลีมูซีนขับมาจอด คนขับลงมาเปิดประตูให้ ชิงเทียนค่อยออกมาจากรถ คนขับโค้งให้เล็กน้อยจากนั้นก็ขับรถจากไป ชิงเทียนเคยอาศัยอยู่ในพระราชวังขนาดใหญ่โตกว่านี้เป็พันเท่า แต่ว่าเขามาอยู่โลกนี้ได้สักพักก็คุ้นชินไปกับตึกและบ้านเรือนขนาดเล็กไปแล้ว ภาพที่เห็นจึงทำให้เขาอึ้งไปทันที คฤหาสน์ขนาดใหญ่ทรงโมเดิร์น สระน้ำส่วนตัว เฟอรนิเจอร์ราคาแพง และโรงจอดรถขนาดมหึมา จนทำให้ชิงเทียนถึงกับอ้าปากค้างไปเลยทีเดียว
--------------------------------