ที่ร้านช่างตีเหล็กในเมืองนู่ลั่ง ดวงตาของถังฮวนเบิกกว้างมองไปที่แผ่นหยกสองอันที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ สำหรับป้ายหยกสองอันนี้ ใบสีดำเป็นเป็นสัญลักษณ์ของนักหลอมระดับต่ำ และใบสีแดงเป็นใบที่ถูกทิ้งไว้โดยช่างผู้เฒ่าช่างตีเหล็ก นอกจากสีและอักษรด้านหน้า ป้ายหยกสองใบมีรูปลักษณ์ ขนาด ความหนา ลวดลายด้านหลัง หรือแม้แต่ตัวอักษรด้านหน้า คล้ายกันมากเว้นเพียง บนบัตรหยกสีดำของเขามีตัวอักษร “ต่ำ” และบนป้ายหยกสีแดงเป็นตัวอักษร “จ้ง” สลักไว้เท่านั้น จากจุดนี้เห็นได้ว่าป้ายหยกสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของโรงหลอมไม่ผิดแน่ คำว่า “ต่ำ” บนสัญลักษณ์แทนถึงนักหลอมระดับต่ำ จากสิ่งนี้แสดงว่าคำว่า “จ้ง” เป็นตัวแทนของระดับปรมาจารย์! “ท่านลุงเป็นช่างตีเหล็กระดับปรมาจารย์งั้นหรือ?” ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจ ถังฮวนก็เกือบแนบคางลงกับโต๊ะ มีผู้เชี่ยวชาญชำนาญการนักหลอมระดับต่ำ กลาง สูง อาจารย์และปรมาจารย์ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธเป็นนักหลอมที่โดดเด่นที่สุดของทวีปหรงเหย้า ซึ่งเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งกว่ายาก ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธที่มีศักดิ์ศรี ในเมืองเทียนจู้ ไม่ด้อยไปกว่าผู้มีอำนาจสูงสุดในสามตระกูลเขาจะมาอาศัยอยู่ในร้านช่างตีเหล็กเล็กๆ ในเมืองนู่ลั่งนี้ได้อย่างไร? บางทีอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของปรมาจารย์ท่านอื่น? รึไม่ก็เป็นของที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ? ต้องเป็นแบบนั้นแหงๆ! ถังฮวนพยายามหาเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ มาอธิบายเรื่องป้ายหยกสีแดง ที่เป็นตัวแทนของปรมาจารย์นักหลอมอาวุธอันนี้ “ข้าไม่รู้เลยว่าเขาเดินทางไปที่ไหน จนป่านนี้ยังไม่กลับมา?” การตัดสินของถังฮวนค่อยๆ สงบลง และเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะมานั่งครุ่นคิดเรื่องนี้อีกเมื่อกอดป้ายหยกทั้งสองใบไว้ในอ้อมแขน ความทรงจำของวัยเด็กก็ผุดขึ้นมาในหัวหนวดเคราหยาบของชายผิวดำที่กระจายทั่วใบหน้า ทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านผู้เฒ่าเล็กน้อย ไม่นานนักถังฮวนก็ผ่อนคลายอารมณ์และความคิด ตั้งหน้าตั้งตาเริ่มต้นฝึกฝนตนเอง สถานะของนักหลอมระดับต่ำนั้นเท่ากับมีการรับประกันว่า ตราบใดที่เขายังอยู่ในเมืองนู่ลั่ง ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลกับการแก้แค้นจากตระกูลถังอีกแม้ว่าตระกูลถังจะเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองนู่ลั่ง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับศาลาเฉินปิงที่ทรงอำนาจตรง ๆ ดังนั้นถังฮวนจึงสามารถพักผ่อนได้อย่างวางใจ และอาศัยอยู่ในโรงตีเหล็กแห่งนี้ต่อไปได้ รวมถึงการฝึกฝนของเขาก็จะสงบไปด้วย แค่วันนี้วันเดียว เขาไม่เพียงแต่หลอมรวมอัคคีพิสุทธิ์เท่านั้น ยังสามารถเปิดชีพจรวิญญาณ ดูดซับเปลวไฟ อัคนีแผ่ไพศาล ที่ล้ำค่ามาก ...ทั้งหมดนี้รวดเร็วเกินไป เขายังต้องใช้เวลาในการปรับพื้นฐานของตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถก้าวหน้าต่อไปในเส้นทางการฝึกฝนได้ หลายวันต่อมา ถังฮวนก็ยังอยู่ในโรงตีเหล็ก ไม่ได้ออกไปไหนเลย ตระกูลถังรู้สึกหวาดกลัวต่อบารมีของศาลาเฉินปิง พวกเขาจึงไม่คิดเอาคืนใดๆ โรงตีเหล็กจึงยังสงบอยู่ อย่างไรก็ตาม เขาได้กระตุ้นเปลวไฟบนแท่นวังวนสูงถึงสิบสองเมตรที่ร้านขายอาวุธซิงไห่ ซึ่งข่าวนั้นก็แพร่กระจายไปทั่วเมือง และผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหลายต่างก็ได้รับรู้ หลังจากทราบว่าเขาเป็นนักหลอมระดับต่ำ หลายต่อหลายคนถึงกับมาขอให้เขาสร้างอาวุธระดับต่ำให้ อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยสร้างอาวุธระดับต่ำจริงๆ แม้สักเล่ม จึงไม่กล้ารับปากใครที่สุดแล้วถังฮวนรู้สึกอัดอั้นตันใจจนต้องปิดร้านไว้ชั่วคราว ไม่ทันรู้ตัว ก็ผ่านไปสิบวันแล้ว ในตอนเช้าที่สนามหญ้า ถังฮวนมือถือกระบี่ยาวทะยานขึ้นลง ราวกับกลายร่างเป็นมังกร เขาฝึกฝนกระบวนท่า “เก้ามังกรคะนองฤทธิ์” อย่างเต็มที่นอกจากนี้ยังฝึกฝนวิชาอื่นอีกหลายวิชา เมื่อเทียบกับสิบวันที่ผ่านมา ความก้าวหน้าในทักษะการต่อสู้นับว่าน่าพอใจมาก “เคร๊ง!” ในขณะที่ออกกระบวนท่าสุดท้าย ก็เกิดสียงแตกดังกึกก้องขึ้น แล้วกระบี่ในมือของถังฮวนก็แตกอีกครั้ง นี่เป็นกระบี่เล่มที่สามภายในสิบวันนี้ “ทยไม่ไหวแล้วนะเฟ๊ย!” ถังฮวนส่ายหัวอยู่เงียบๆ พึมพำว่า“ตอนนี้การปรับพื้นฐานก็ใกล้จะสมบูรณ์ ข้าคิดว่าคงต้องสร้างอาวุธระดับต่ำไว้ใช้เองได้แล้ว!”
-โปรดติดตามตอนต่อไป-