ฉันนี่แหละ...คือท่านผู้นั้น That Great Lady is Me.

    บทที่ 11 ภารกิจชั่วคราว

    บทที่ 11 ภารกิจชั่วคราว


            เช้าวันถัดมา ฉันไปถึงเดอะนอร์ก่อนเวลาออกเดินทางประมาณ 10 นาที กระเป๋าเดินทางขนาดย่อมลอยตามหลังฉันมาติด ๆ ฉันเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่แต่ไกล มีประมาณ 10 คนได้ หนึ่งในนั้นคือเ๽้าหนุ่มผมบลอนด์ ไคลล์ เดอแวนเดล กำลังคุยยิ้มหัวเราะอยู่กับสาวผมทองจากไหนก็ไม่รู้ เค้าหันมาเห็นฉันก็ยกมือโบกทักทายส่งยิ้มให้ โปรยสเน่ห์เก่งจริงพ่อคุณ!

             “มอนิ่ง วิกกี้” ไคลล์กล่าวทักทายฉัน ฉันยิ้มแล้วกล่าวทักทายตอบกลับ หันไปยกมือไหว้ทุกคนที่ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าฉันกันทั้งนั้น ทุกคนรับไหว้และทักทายฉันกลับ

            “นี่คือคุณพราวนี่ เพียซ เธอเป็๲หัวหน้าหน่วยคีปเปอร์ของเรา” ไคลล์กล่าวแนะนำสาวผมทองที่ยืนอยู่ข้างเค้า ดูแล้วเธอน่าจะอายุประมาณต้น 30 เธอยิ้มให้ฉัน

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณพราวนี่ ดิฉันชื่อวิกกี้ โนเรียค่ะ” ฉันยิ้มให้คุณพราวนี่พร้อมกับแนะนำตัวเอง คุณพราวนี่ยื่นมือมาเชคแฮนด์กับฉัน

            “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ พวกเธอเรียกฉันว่าพี่ก็ได้ ไม่ต้องเรียกคุณซะห่างเหินหรอก” คุณพราวนี่หรือพี่พราวนี่บอก “เมื่อวานยังไม่ทันได้เจอกันก็ดันมาเกิดเ๱ื่๵๹ซะก่อน คุณเจซซี่ให้ฉันจัดสรรงานให้คีปเปอร์ทุกคนในแผนก คนอื่นฉันรู้จักพวกเค้าดีอยู่แล้วไม่มีปัญหาเ๱ื่๵๹จัดงานให้ แต่พวกเธอสองคนฉันยังไม่ได้ทำความรู้จักก็เลยให้พวกเธอมาทำงานกับฉันก่อน คีปเปอร์ที่ไปวันนี้มีพวกเราสามคน ถ้าไปสมทบกับคนที่นั่นก็จะมีคีปเปอร์ห้าคน ส่วนที่เหลือเป็๲นักวิจัยทั้งหมด” พี่พราวนี่บุ้ยปากไปทางกลุ่มคนที่เหลือ

            พี่พราวนี่เช็ครายชื่อและนับจำนวนคน เมื่อเห็นว่าทุกคนมากันครบหมดแล้วก็ติดต่อเรียกรถให้มารับพวกเราออกเดินทาง

            “วิกกี้” ไคลล์พูดกระซิบกับฉัน “เธอว่าเ๱ื่๵๹ระบบฐานข้อมูลที่มีปัญหามันแปลก ๆ มั้ย”

            “หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง” ฉันตอบไคลล์กลับ เ๹ื่๪๫แบบนี้อย่าเอามาคุยกันในที่เปิดเผยแบบนี้เลยดีกว่า

            “งั้นฉันขอเบอร์ติดต่อเธอหน่อย”

            “เปิดฟิงคุณมาสิคะ” ฉันบอก

            ไคลล์เปิดฟิงโหมดแสดงหน้าจอให้คนอื่นเห็นได้ เค้าเปิดไปที่ฟังก์ชั่นเพิ่มรายชื่อผู้ติดต่อ จะปรากฏช่องสี่เหลี่ยมสำหรับสแกนขึ้นมา ฉันใช้นิ้วชี้ที่มีฟิงฝังอยู่แตะลงไปที่ช่องสี่เหลี่ยมนั้น เท่านี้ไคลล์ก็สามารถเพิ่มฉันเป็๲ผู้ติดต่อใหม่เรียบร้อยแล้ว และฉันเองก็จะมีเบอร์ติดต่อไคลล์ในฟิงโดยอัตโนมัติ

            รถที่พี่พราวนี่เรียกมาพอดี พวกเราจึงไม่ได้คุยกันต่อ ทุกคนหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเองที่ลอยตามหลังอยู่ใส่ไว้ในช่องเก็บสัมภาระหลังรถ ฉันกับไคลล์รอทุกคนเก็บกันก่อนแล้วเราค่อยไปเก็บเป็๞สองคนสุดท้าย ไม่ลืมกดปิดโหมดเคลื่อนที่อัตโนมัติที่ตัวกระเป๋าไว้ด้วยก่อนจะพากันขึ้นรถ ฉันเข้าไปนั่งที่นั่งแถวหน้าสุดด้านข้างพี่พราวนี่ที่ว่างออยู่ ไคลล์ตามมานั่งข้างฉัน

            รถที่เรานั่งมีลักษณะคล้ายกับรถตู้ แต่ค่อนข้างกว้างโปร่งโล่งไม่แออัด ที่นั่งคนขับและผู้โดยสารถูกกั้นแยกออกจากกัน รถออกตัววิ่ง ค่อย ๆ ไต่ระดับบินสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนความสูงอยู่เหนือยอดตึกที่สูงที่สุดของเมือง แล้วรถก็เพิ่มระดับความเร็วขึ้นจนไม่สามารถมองวิวนอกหน้าต่างรถได้ชัดเจนแล้ว

            “ศูนย์วิจัยย่อยเขตทะเลตะวันออกทำวิจัยเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ” ฉันหันไปถามพี่พราวนี่

            “ส่วนใหญ่ทำวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกทั้งหมดค่ะ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า รวมทั้งระบบนิเวศใต้ท้องทะเลด้วย” พี่พราวนี่ตอบ “งานของคีปเปอร์ที่ศูนย์วิจัยนี้หลัก ๆ ก็คือออกไปเก็บตัวอย่างมาให้นักวิจัย และ…ไล่พวกสัตว์ประหลาด”

            “ไล่สัตว์ประหลาด!?” ไคลล์หัวเราะเมื่อได้ยินฉันอุทานเสียงสูง

            “เธอไม่เคยได้ยินเ๱ื่๵๹พวกสัตว์ประหลาดแถบทะเลลึกรึไง” ไคลล์เอ่ยแซว

            “ไม่ใช่ ฉันแค่สงสัยว่าทำไมเราต้องไล่พวกนั้นด้วยล่ะ ไม่ใช่อยู่ใครอยู่มัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกันหรอกเหรอ”

            “มันก็มีบางพวกที่ไม่ไปยุ่งกับมัน แต่มันก็อยากยุ่งกับเราไง เหมือนพวกนักเลงเ๽้าถิ่นน่ะ ชอบระรานหาเ๱ื่๵๹ชาวบ้านชาวช่องเค้าไปทั่ว” ไคลล์เล่า

            “โอยย…ตายล่ะ” ฉันหันไปโอดครวญกับพี่พราวนี่ “พี่พราวนี่คะ วิกกี้บอกตามตรงว่าเ๹ื่๪๫ไล่สัตว์ประหลาดอะไรนี่ วิกกี้ไร้สามารถจริง ๆ ค่ะ พลังของวิกกี้ไม่ได้สนับสนุนเ๹ื่๪๫นี้เลย” พี่พราวนี่ยิ้มก่อนจะตอบว่า

            “ไม่ต้องห่วงหรอก ปกติที่ศูนย์วิจัยมีเครื่องมือช่วยทุ่นแรงอยู่แล้ว แค่มีบางทีเป็๲กรณีฉุกเฉินน่ะ”

            “กรณีฉุกเฉินเหรอคะ ยังไง?” ฉันสงสัย พี่พราวนี่ยิ้มอมพะนำ

            “ไว้ถ้าวิกกี้โชคดีมีโอกาสได้เห็น ก็จะรู้เองค่ะ”



            ในที่สุดก็เดินทางมาถึงที่หมาย ‘ศูนยวิจัยย่อยเขตทะเลตะวันออก มันคือยานขนาดย่อมที่มีลักษณะคล้ายเรือกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือผืนน้ำทะเล รถหยุดก่อนจะเข้าไปในเขตรัศมี 500 ของยาน เพื่อรอให้ทางศูนย์ปิดม่านพลังสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นก่อน จากนั้นรถของพวกเราจึงสามารถขับเคลื่อนเข้าไปได้ พี่พราวนี่บอกว่าม่านพลังนี้คือเครื่องทุ่นแรงที่พูดถึงก่อนหน้านี้ เอาไว้ป้องกันสัตว์ร้ายที่มาก่อกวน และป้องกันอย่างอื่นด้วย ถ้ามีอะไรก็แล้วแต่เข้าไปใกล้ ไม่ว่าจะเป็๲สิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ก็จะถูกม่านพลังนี้ช็อต

            รถที่มาส่งเราจอดลงบนดาดฟ้าที่เป็๞พื้นที่โล่งเตียนของยาน มีชายคนหนึ่งยืนรอต้อนรับพวกเราอยู่ ทันทีที่พวกเราลงจากรถ เขาก็เดินยิ้มร่าเข้ามาต้อนรับ เขาเป็๞ชายรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาวผมดำเกรียน น่าจะอายุประมาณกลาง 40

            “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่พีซ” พี่พราวนี่เดินนำเข้าไปทักทายชายร่างสูง

            “อรุณสวัสดิ์ครับ มากันแต่เช้าเลยนะ” พี่พีซที่พี่พราวนี่เรียกกล่าวตอบ ทุกคนกล่าวทักทายพี่พีซ ดูเหมือนนักวิจัยทุกคนที่มาด้วยกันจะรู้จักพี่พีซดีกันอยู่แล้ว ต่างคนต่างเข้าไปพูดคุยทักทายพี่พีซ มีแค่ฉันกับไคลล์ที่ไม่ได้เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย แล้วพี่พราวนี่ก็แนะนำพวกเราให้รู้จักกับพี่พีซ

            “นี่พี่พีซ นาคทอง เป็๲รองหัวหน้าแผนก SMP ของพวกเรา พี่เค้าจะดูแลงานวิจัยด้านพืชพันธุ์สัตว์เป็๲หลัก” แล้วพี่พราวนี่ก็หันมาแนะนำพวกเรา  “พี่พีซคะ น้องสองคนนี้เป็๲คีปเปอร์ใหม่แผนกเรา นี่วิกกี้ โนเรีย และนั่นไคลล์ เดอแวนเดลค่ะ”

            “โอ้โห…ตระกูลคนใหญ่คนดังทั้งคู่เลยนะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ และ…ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งธรรมชาติอันงดงาม” พี่พีซกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมทำท่าผายมือกางแขนทั้งสองข้างออก ฉันกับไคลล์ยิ้มหัวเราะ

            “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่พีซ” ฉันพูด

            “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ” ไคลล์พูดพร้อมกับฉัน

            “ลงไปด้านล่างกันเถอะทุกคน กินอะไรมากันรึยัง มื้อเช้าแสนวิเศษรอพวกเราอยู่” แล้วพี่พีซก็เดินนำพวกเราลงบันไดตรงช่องทางลงที่เปิดไว้ซึ่งอย่บริเวณท้ายยาน

            เมื่อลงมาข้างล่างจะเป็๞ทางเดินแคบ ๆ ที่พาเราไปที่ประตูเหล็กอีกบานหนึ่ง พี่พีซเลื่อนเปิดประตูออกและพาเราเดินเข้าไปด้านใน เ๢ื้๪๫๮๧ั๫ประตูเหล็กคือทางเดินสีดำเงาที่ทอดยาวตรงไปเบื้องหน้า สองด้านเป็๞ผนังสีขาวที่เรียงรายไปด้วยประตูห้องมากมาย มีตัวเลขสีเงินติดกำกับไว้บนประตูห้องทุกบานด้วย

            “ยานนี้มีสองชั้น ไม่นับรวมชั้นดาดฟ้าที่เราลงมานะ” พี่พราวนี่บอกฉันกับไคลล์ “ชั้นนี้จะเป็๲ห้องพักและที่พักผ่อนของทุกคน ห้องอาหารก็อยู่ที่ชั้นนี้ด้วย ส่วนชั้นล่างจะเป็๲พื้นที่สำหรับทำงานทั้งหมด เดี๋ยวพี่จะบอกรหัสห้องพักพวกเธอให้แล้วเดี๋ยวพวกเธอไปเปลี่ยนรหัสใหม่กันเองนะ”

            เมื่อเราเดินมาจนสุดทางเดิน มันก็กลายเป็๞พื้นที่เปิดโล่งเหมือนห้องโถงสำหรับนั่งพักผ่อน มีคนจำนวนหนึ่งกำลังนั่งคุย นั่งรับประทานอาหารเช้ากันอยู่ เบื้องหน้าสุดเป็๞ผนังกระจกใสที่มองออกไปเห็นวิวท้องฟ้ายามเช้าอันสดใสได้ พอคนสองกลุ่มมาเจอกัน คนที่รู้จักคุ้นเคยกันต่างก็เข้าไปทักทายกันและกัน ส่วนฉันกับไคลล์ที่ไม่รู้จักใครเลยก็ยืนกันอยู่ที่เดิม พี่พราวนี่แยกตัวไปเช็คห้องพักที่ว่างอยู่ให้พวกเรา

            “พวกเธอทานมื้อเช้ามากันรึยัง อาหารที่นี่อร่อยนะ เราคัดเชฟฝีมือดีมาทำอาหารให้เรากิน ทำงานเหนื่อยแล้ว เราก็ต้องได้อยู่ดีกินดีด้วยสิ จริงมั้ย” พี่พีซกล่าว “แต่ถึงพวกเธอจะกินกันมาแล้วก็ไปกินอีกซักหน่อยเถอะ ให้เชฟเค้าดีใจหน่อย”

            “ผมยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยครับ หาอะไรกินก็ดีเหมือนกัน” ไคลล์ตอบ

            “วิกกี้อยากได้เครื่องดื่มเย็น ๆ ซักแก้วเหมือนกันค่ะ” ฉันตอบ

            “ดี ๆ ตามสบายเลยนะพวกเธอ เดี๋ยวฉันขอตัวไปทำงานก่อน ใกล้ได้เวลาต้องเอายานลงแล้ว” แล้วพี่พีซก็แยกตัวไป

            “พี่พีซนี่จะเรียกว่าเป็๲คนแปลก ๆ หรือมนุษยสัมพันธ์ดีมากดีล่ะ” ฉันพูดกับไคลล์

            “คนเก่ง ๆ ก็มักจะมีอะไรแปลก ๆ เธอไม่เคยได้ยินเหรอ”

            “ก็คงงั้นมั้ง”

            “อยากรู้จักว่าภารกิจชั่วคราวครั้งนี้จะมีอะไรสนุก ๆ ให้ทำรึเปล่านะ” ไคลล์แสดงสีหน้าคาดหวัง ส่วนฉันก็คาดหวังว่าทุกอย่างจะสงบสุขราบรื่นดีจนจบ แต่ก็รู้สึกประหลาด ๆ เหมือนว่ากำลังจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น

            'กังวลมากเกินไปแล้วมั้งเรา'


    -----------------------------------
    อยากบอกว่าไรท์เขียนไปก็ลุ้นไปกับนางเอกทุกตอนเหมือนกันนะคะมีโครงเรื่องหลักอยู่แล้ว แต่รายละเอียดในแต่ละตอน ไรท์ให้สถานการณ์ในเรื่องมันพาไปเองค่ะสัตว์ประหลาดที่ว่านี้ ตอนที่เขียนอยู่ไรท์ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นตัวอะไร 555