แสงจันทร์ส่องระยิบบนท้องนภานับพันดวงดั่งพระเนตรของเทพบุตร เป็นประกายเหมือนเฝ้ามองดูทุกสรรพสิ่งบนพื้นพิภพ เสียงสงบเงียบจากธรรมชาติดูผิดปกติอย่างที่ควรเป็นมา ราวกับไร้สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เป็นทุ่งโล่งก็ว่าได้ จนกระทั่งเกิดฝุ่นจากกองดินหญ้าคละคลุ้มไปทั่วบริเวณ เมื่อมีร่างทั้งสองลอยลงมาเหยียบพื้นอย่างดูรุนแรง พลันเกิดเป็นหลุมใหญ่ได้ตีวงกว้างปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเป็นปากทางเข้าของผืนป่าทึบช่างเงียบสงัด แฝงเร้นอำนาจดูลึกลับอย่างมีมนต์ขลังยิ่ง รู้สึกขนลุกซู่ทุกการเคลื่อนไหวของกายตน ถ้าย่างก้าวเข้าไปคงอึดอัดดูไม่เบา“ เดี๋ยวท่าน ! ” เสียงฟังดูเข้มขรึมแฝงมีความอ่อนโยนยังคงอยู่จากเจฟฟรีย์ ดวงตาสีนิลจ้องแผ่นหลังเรียวของสตรีด้านหน้าคือแคทเธอรินกับชะงักรองเท้าบูทหนังดำส้นสูงหวังก้าวออกไป แต่การแต่งกายเป็นชุดรัดรูปสีขาวต่างกับชุดดำของชายหนุ่ม เป็นตัวบ่งบอกว่าพวกนางอยู่คนละต่างองค์กรแต่กับทำงานด้วยกัน เพื่อในงานนี้โดยเฉพาะ“ เจ้าจะรออะไรอีก ! ”หญิงสาวผมดำหันหลังขวับมองอย่างไม่เข้าใจ มือเล็กกระชับดาบยาวสีขาวลายสลักอักขระชื่อตัวเองเป็นภาษาเทพซีร่าโซแลงตรงปลายฝักจับไว้อย่างเหนียวแน่น มืออีกข้างถือเครื่องจับสัญญาณเป็นแผ่นใสปรากฏจุดแดงกระพริบอยู่ชายแดนเขตเหนือ คือตำแหน่งของศัตรูกับจุดสีชมพูคือตำแหน่งของพวกนาง
เจฟฟรีย์ไม่ตอบพลันปรากฏร่างผู้หญิงผมบลอนด์ยาวปล่อยสยายโต้สายลมหนาว เดินเข้ามายืนอยู่ข้างแคทเธอริน ก้มหัวโค้งให้น้องสาวของผู้ที่นางนับถือเพื่อทักทายอย่างนอบน้อม“ เป็นอย่างนี้นี่เองสินะ… ” แคทเธอรินก้มหัว เอ่ยขึ้น แกล้งหรี่ตามองทั้งสองคนนี้อย่างรู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น เจฟฟรีย์กับแอลรีบหันมามองหน้ากัน ส่ายหน้าปฏิเสธให้กับแคทเธอรินว่า มันไม่ใช่แบบนั้น แต่ยังไม่ทันชายหนุ่มจะอธิบายก็มีพลังลูกไฟดำพุ่งมาจากปากทางเข้าป่าทึบใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว“ พี่แคท ระวัง ! ”เสียงเรียกกะทันหันทำให้หญิงสาวผมดำเบี่ยงตัวหลบมีดสั้นเคลือบลูกไฟได้อย่างหวุดหวิด พลันนางตอบโต้เรียกมีดบินคู่นั้นพุ่งกลับไปยังเจ้าของของมันอย่างเร็วเช่นกัน แคทเธอรินแสยะยิ้มปรากฏขึ้น ดวงตาสีเทาเข้มจ้องบุคคลชุดน้ำเงินเบื้องหน้า กำลังก้าวออกมาจากเงาทะมึนต้นไม้ใหญ่ย่างกรายบดบังแสงดวงจันทร์สอดส่องกระทบตรงปากทาง“ หึ ! ไม่ได้เจอกันนาน ยังชอบลอบกัดคนเหมือนเดิมเลยนะ… ” น้ำเสียงเย็นเหยียบปราศจากความกลัวของแคทเธอริน นางก้าวนำพวกเจฟฟรีย์ไปยังบุคคลเบื้องหน้า ฝามือซ้ายปรากฏลูกไฟเทาขนาดย่อมขึ้นเตรียมพร้อมเมื่อได้เรียกเครื่องจับสัญญาณกลับเข้าห้วงกระเป๋า“ ท่านนี่ก็ยังคงปากดีไม่เคยเปลี่ยนเช่นกัน... ”ไซเดสยิ้มยียวน ก้มหัวเอามือขวาทาบหน้าอกซ้ายตัวเองเป็นการทักทาย หากดวงตาสีดำคมเฉียบข้างซ้ายแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นบนใบหน้าหล่อรับปลายจมูกแหลมงอลงมาเหมือนตะขอราวกับเหยี่ยวกำลังเจอเหยื่อโปรด พลันเกิดลมพัดกระหน่ำทั่วบริเวณ เมื่อร่างชายหนุ่มปราดเข้าไปประชิดบีบคอหญิงสาวนามแคทเธอริน ยกขึ้นเหนือพื้นไว้อย่างรวดเร็วปานแสง“ หึ เจ้ามีแรงแค่นี้เองรึ ไซเดส ? ”เสียงหัวเราะเยาะ ฟังดูเหยียดหยามดังออกมาจากลำคอหญิงสาว อันถูกบีบรัดด้วยนิ้วซีดขาวเย็นเฉียบของชายหนุ่มนามว่าไซเดส นางไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย กับรู้สึกเวทนาใจเห็นคนรู้จักมานานเปลี่ยนแปลงไปมีนิสัยโหดร้ายเช่นนี้ ก่อนมือเล็กของแคทเธอรินจะยื่นออกไปบีบคอไซเดสเพื่อเอาคืน ลงแรงบีบสุดกำลังจนเกิดรอยแดงก่ำบนคอใหญ่เผยเห็นชัดเช่นกัน พร้อมคำสบถพำพึมไม่ได้ศัพท์ในลำคอเชิงไม่พอใจจากชายหนุ่มตามมา แต่เกิดรอยยิ้มมุมปากอันแสนเจ้าเล่ห์ปรากฏ คลายมือออกจากกัน ก้าวถอยหลังไปตั้งหลักของทั้งสองฝ่าย แต่เจฟฟรีย์กับแอลได้หายไปจากตรงนี้เสียก่อนอย่างเงียบเชียบ‘ ข้าคงถ่วงเวลาได้เพียงเท่านี้... แต่ก็น่าเจ็บใจนักที่ถ่วงไม่ได้นานอย่างที่รับปากไว้ ’ ไซเดสคิดเจ็บใจ เพราะเขาพุ่งความสนใจไปยังแคทเธอรินมากเกินไป จนไม่ทันได้สังเกตผู้ติดตามทั้งสองคนของหญิงสาวตรงหน้าอย่างที่ควรเป็น“ ข้าดีใจนะที่ได้เจอท่านอีก ท่านหญิงแคทเธอริน...” ชายหนุ่มเปลี่ยนมาเอ่ยเป็นเสียงสุภาพและดูอ่อนหวานผิดปกติ แต่ดวงตาซ้ายยังคงเจ้าเล่ห์ไว้ไม่เปลี่ยน “ ท่านยังคงสง่างามเฉกเช่นเดิม ข้านี่ตกหลุมรักท่านมานานแสนนานท่านก็รู้ แต่ใยท่านถึงไม่มองมาที่ข้าบ้างเล่า ! ” ยิ้มพรายปิดท้ายให้หญิงสาวเบื้องหน้า“………”แคทเธอรินไม่เพียงแค่ตอบ แต่นางยังประดับรอยยิ้มเย็นส่งให้กลับ ดวงตาเทาเข้มจ้องชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามา ไซเดสรีบยื่นมือจับใบหน้างามของแคทเธอริน แต่กับแหลกเป็นผุยผงในฉับพลัน เขากัดริมฝีปากบางอย่างเจ็บใจ กำเศษผงระงับเพลิงโทสะไว้อย่างแน่นที่ตัวเองพูดออกมามันไร้ความหมาย ในเมื่อผู้หญิงเบื้องหน้ากลับเป็นภาพลวงตาหลอกให้เขาหลงเชื่อเกือบสนิท “ บ้าที่สุด !! คิดว่าข้าจะยอมแพ้แค่นี้งั้นหรือ ไม่มีวันซะหรอก !! ” ไซเดสเอ่ยอย่างเจ็บใจ “ และเจ้าจะเสียใจแคทเธอริน ! ” พลันหายตัวไปในทันทีเมื่อสิ้นเสียงตะโกนของเขา+++++++++++++++++++++ฟุบ ตึก !เสียงกระโดดลงจากห้วงมวลอากาศอัดหนาแน่นไปด้วยร่องรอยกลิ่นเน่าเหม็นของบุรุษชุดดำสองคนเบื้องหน้าราวกับกลิ่นสาบแห่งความตาย ลงเหยียบพื้นดินภายในป่าทึบไร้แสงจันทร์สอดส่องถึงจากเจฟฟรีย์กับแอล พลันเร่งฝีเท้าไล่ตามพวกบุรุษชุดดำไปติด ๆ อย่างรวดเร็วราวกับจรวดพุ่งแหวกต้นไม้พันกว่าต้นล้มหลีกเป็นทาง“ เจ้าไปซ้าย ข้าจะไปขวานะ ” เสียงฟังหอบเล็กน้อยและรวดเร็วจากแอล ดวงตาสีชมพูเห็นภาพทุกอย่างเป็นสีแดงสว่างเหมือนตอนกลางวันภายใต้ความมืดมิด นางจ้องแผ่นหลังใหญ่ของบุรุษชุดดำร่างเตี้ยตรงเบื้องหน้าวิ่งลับไปด้านขวาจากทางแยกเป็นสองสายให้หลบหนี เจฟฟรีย์ย่นจมูก ตัดสินใจพยักหน้าทำตามหญิงสาวจอมชอบสั่งหลังจากเจฟฟรีย์วิ่งต้อนบุรุษชุดดำร่างสูงอีกคน มาจนอีกฟากหนึ่งของฝืนป่าทึบเป็นระยะทางหลายไมล์ ถึงจุดม่านพลังสีหมองขุ่นกั้นคั่นระหว่างเขตแดนที่ตั้งของสภากลางใหญ่ มีบรรยากาศเหน็บหนาวปกคลุมไปด้วยไอหมอกขุ่นอยู่เต็มทั่วบริเวณ“ ในด้านความเร็ว ข้ายอมรับว่ายังด้อยกว่าเจ้ามากนัก เจฟฟรีย์ ! ”บุรุษชุดดำยกมือใหญ่เสยผมเทายาวที่ปรกหน้าขึ้น เผยเห็นรอยสักดำบนโครงหน้าเหลี่ยมข้างซ้ายเป็นรูปเถาวัลย์ลู่ลงมาทั้งแถบฉายชัดว่าอยู่เผ่าพันธุ์ไหนได้เป็นอย่างดี กัดฟันกรอดอย่างระงับอารมณ์คับแค้นใจตัวเองที่เผ่าพันธุ์ของเขาคือเซนดร้า เด่นเรื่องมีความสามารถในการวิ่งเร็วที่สุดรองลงมาจากเผ่าพันธุ์โกคาเรย์ แต่กลับต้องมาด้อยกว่าให้เผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างมันได้ ! ‘ ช่างน่าเจ็บใจจริง ๆ ! ’“ แต่ในเรื่องทางด้านพลังเวท ข้าไม่เคยเป็นสองรองใคร ! ” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นหลังจากบุรุษชุดดำรอยสักพูดจบ พลันเกิดพายุฝนโหมกระหน่ำถาโถมใส่ทางเจฟฟรีย์ไปไม่ยั้ง ‘ จนได้สินะ ! ’เจฟฟรีย์คิด สั่งม่านพลังสีเทาเข้มครอบคลุมทั้งตัวเป็นวงกลมขนาดใหญ่กันน้ำฝนพิษไว้ได้ทัน พลันหยดน้ำกระทบพื้นดินจนเกิดเป็นฟอง ก่อนกลับกลายเป็นกรด กัดกินดินเป็นหลุม แผ่ขยายเป็นวงกว้าง ‘ หยาดฝนมรณะ ! ’ ชายหนุ่มรีบดีดปลายเท้าสปริงตัวขึ้นที่สูงคือต้นไม้ซึ่งอยู่ใกล้เคียง พลันกระโดดหลบมีดสั้นสีฟ้าสิบเล่มเคลือบพิษข้ามไปอีกต้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว เขาได้โต้กลับเรียกพายุเฉพาะสายเป็นใบไม้นับหมื่นใบโจมตีไปอย่างต่อเนื่อง แม้บุรุษชุดดำจะกระโดดหลบไปได้สักแค่ไหน แต่ไม่วายทำให้รับบาดเจ็บไปได้บ้าง ปรากฏเลือดซิบตามแนวท่อนแขนให้เห็นชัด‘ บ้าจริง ต้องจัดการมันให้เร็วกว่านี้ซะแล้ว ไม่งั้นได้เสียเรื่องแน่ ! ’ถ้าหากเมื่อครู่บุรุษชุดดำไม่กางม่านพลังป้องกันไว้ได้ทัน คงได้รับบาดเจ็บสาหัสมากไปกว่านี้เพราะความประมาทของตัวเอง เขากลับแปลกใจนิดหนึ่งที่ชายบนต้นไม้มีการพัฒนาพลังเวทวายุได้ถึงระดับสูงเช่นนี้ แต่นั่นมันคงเป็นแค่น้ำย่อย เตือนภัยให้ตื่นตัวเพียงเท่านั้นเพราะของจริงกำลังเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า ถ้าหากบุรุษชุดดำไม่รีบเผด็จศึก การต่อสู้ระหว่างเขาคงยืดเยื้อไปอีกนานโข‘ ประมาทไม่ได้จริง ๆ ! ’ บุรุษชุดดำคิด และได้...ตูม ตูม ตูม ตูม !เสียงลูกไฟน้ำเงินเข้มพุ่งกระหน่ำขึ้นใส่เจฟฟรีย์บนต้นไม้ แต่ชายหนุ่มหลบได้กระโดดลอยข้ามหัวมันไปอีกฝั่งหนึ่งใกล้ม่านเขตแดนที่ตั้งของสภากลางเพื่อกักไว้ไม่ให้เข้าไปได้ ถึงภายในนั้นจะมีกองกำลังเตรียมต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ก่อนแล้วก็ตาม ซึ่งดูบุรุษชุดดำก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าภายใต้หลังม่านพลังนั้นมีอะไรรอพวกเขาอยู่ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ !เสียงแหวกอากาศดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีดาบสีแดงเปล่งแสงอ่อนเคลือบทั้งฝักจากเบื้องหน้ากำลังพุ่งใส่เจฟฟรีย์ด้วยความเร็วราวกระสุน ได้กระทบเข้ากับม่านพลังด้านหลังเกิดเป็นคลื่นจนมุ่มเข้าไป เด้งกลับมาเหมือนสปริงบอร์ด ชายหนุ่มกระโดดหลบไปด้านข้างทันทีเจฟฟรีย์ขมวดคิ้วบาง เรียกดาบขาวคู่ใจไว้ในมือขวา วาดดาบออกไปด้านข้างเข้าสวนกลับ พลันปรากฏลำแสงสีเทาเข้มนับพันลูกพวยพุ่งใส่บุรุษชุดดำไปไม่ยั้ง ถึงความเร็วทางกายภาพเขาจะเหนือชั้นกว่ามากนัก แต่อานุภาพมวลพลังเวทของมันยากจะคาดเดาถึง หยาดฝนมรณะยังคงทำงานอยู่ รอบกายเต็มไปด้วยหลุมลึกมากมายทั่วบริเวณ จากตอนแรกต้นไม้นับพันยังยืนต้นอย่างมั่นคง แต่บัดนี้กลับเหี่ยวเฉาล้มระเนระนาดทับเรียงกันเป็นทางยาวด้วยฤทธิ์ของกลิ่นอายแห่งความตายแผ่กระจายไปทั่วผืนป่า“ ฉิบหายแล้ว ! " เสียงสบถดังขึ้นจากบุรุษชุดดำพลันกระโดดหลบ วิ่งหนีลูกไฟเทาไล่ตามหลังมาติด ๆ เหมือนล็อคเป้าไว้ยังเขา แต่อีกไม่นานก็หลุดพ้นเมื่อในระหว่างนั้นก็ได้รีบร่ายเวทป้องกันเป็นเกราะหยดน้ำฝนมากมายลอยขึ้นปกคลุมตัวจนสกัดลูกไฟที่พุ่งเข้ามารอบทิศให้สลายหายไปได้เกือบหมด‘ เจฟถอยก่อน นั่นมันเป็นแผนลวง ! ’ เสียงทุ้มปรากฏขึ้นในห้วงจิตของเจฟฟรีย์ที่กำลังเรียกลูกไฟใส่มันอย่างไม่ยั้ง แต่กับไม่หยุดมือในเมื่อชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่ เขาเลยเล่นไปตามน้ำ ยืดเยื้อเวลาให้มันล่าช้าจนเสียเรื่อง‘ ข้ารู้แล้วมอเน็ต ขอบคุณมาก ’เจฟฟรีย์ตอบ กระตุกยิ้มมุมปากบางชมพู ชายหนุ่มวาดแขนทั้งสองข้างประกบเข้าหากัน ปรากฏมีดสั้นลอยอยู่ด้านหน้าเพื่อรอจังหวะ... ดวงตาสีนิลไม่ละไปจากบุรุษใบหน้ารอยสักที่กำลังยืนจ้องกลับมาด้วยแววตาอย่างเดาอารมณ์ไม่ออก แต่หากได้สนใจไม่ เพราะเขากำลังคิดอยากจะ...แต่ในช่วงวินาทีเดียวมันกลับผิดคาดได้ ในเมื่อบุรุษชุดดำเรียกลูกบอลยักษ์สีฟ้าใส่เจฟฟรีย์ ได้เกิดม่านหมอกดำปกคลุมรอบตัวจนชายหนุ่มไม่เห็นอะไรเลยนอกเสียจากม่านพลังเต็มไปด้วยกลิ่นอายรัตติกาลคละคลุ้งทั่วบริเวณ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่ามันได้หายไปเสียแล้ว“ ผิดคาดแฮะ ”เจฟฟรีย์งึมงำ แหงนหน้ามองท้องฟ้าประดับดวงดาวนับหมื่นก้อนลอยตามกลีบเมฆในยามราตรีอันแสนสงบดุจดั่งเดิม ถอนหายใจปล่อยความอึดอัดไว้เต็มปอดให้ออกไป ในเมื่อคิดไม่ถึงว่าตนจะมาเจอกับเพื่อนสมัยเรียนในสถานการณ์แบบนี้ได้ รู้สึกถึงพลังบางอย่างพุ่งเข้ามาทางด้านหลังเขาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันหลังกลับเบี่ยงตัวหลบเพียงนิดเดียว เอื้อมมือคว้าเอวเจ้าของพลังนั้นดึงเข้ามาหาด้วยสัญชาตญาณ จนปลายจมูกชนกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ เจฟฟรีย์ต้องเบิกตากว้าง สัมผัสถึงริมฝีปากนุ่มของอีกฝ่ายอันจงใจบดขยี้เขาให้ร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ความรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวปรากฏขึ้นตามมา เมื่อหญิงตรงหน้ายังคงไม่ลดละบรรจงจูบชายหนุ่มไปโดยง่าย“ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม ” เจฟฟรีย์ถามเสียงอ่อน ยกมือจับแขนเล็กดันให้ออกไปนิดหนึ่ง เพื่ออยากเห็นหน้าของหญิงสาวคือแอล“ ระดับนี้แล้ว ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอก ” แอลตอบ ยักไหล่ในเชิงว่าสบายมาก ถึงด้านหลังนางได้รับบาดเจ็บเพียงนิดเดียวก็ตาม“ โล่งใจไปที ” เจฟฟรีย์พึมพำแต่หญิงสาวได้ยิน นางอมยิ้ม มองริมฝีปากสวยของชายหนุ่มเพื่ออยากลิ้มลองต่อ เพราะโอกาสแบบนี้หาได้ยากมากที่ว่าเจฟฟรีย์จะยอมทำตามความปรารถนาให้ลุล่วงโดยไม่ขัดขืนแต่อย่างใดเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมาหรือหาคำมาติว่าจนต้องล้มเลิกทำสิ่งนั้นไปเสียได้“ ว่าแต่เมื่อกี้พี่แคทรู้จักกับไซเดสด้วยเหรอ ? ไม่ยักรู้เลย ” แอลเปลี่ยนเรื่องคุย เงยหน้ามองท้องฟ้าตามเจฟฟรีย์ มือยื่นจับมือใหญ่อย่างแกล้งเนียน“ ไม่รู้สิ ” ชายหนุ่มตอบเสียงสุภาพ ชำเลืองมองลงมือเล็กจับมือเขาไว้แน่น แอลหันมามองด้านข้างใบหน้าเจฟฟรีย์เมื่อรู้สึกแปลกใจอยู่ว่าทำไมวันนี้ถึงดูแปลกไปผิดตา ทั้งยอมให้นางจูบ จับมือได้ง่ายดายเช่นนี้“ หรือว่า ! “ แอลทำตาโตมองชายหนุ่มด้านข้าง ปล่อยมือก้าวออกไปประจันหน้าเจฟฟรีย์ เรียกมีดสั้นกระชับมือแน่น “ แกเป็นใคร ?! ” พลันเอาปลายมีดจ่อคอเขาทันที“ เป็นอะไร เจ้าเป็นอะไร ? ” เจฟฟรีย์เหลือบมองปลายมีดสั้นจ่อลูกกระเดือกอยู่ครู่หนึ่ง เปลี่ยนมามองใบหน้าของหญิงสาว เลิกคิ้วสูงแกล้งทำหน้าสงสัยใส่กลับ“ แกใช่เจฟฟรีย์ของข้าจริง ๆ เหรอ ?! ” แอลแกล้งถามซ้ำ อมยิ้ม แต่มือยังถือมีดสั้นจ่อคอชายตรงหน้าอยู่“ เฮ้อ ! อืม ” ชายหนุ่มถอนหายใจ พยักหน้าช้า ๆ เอานิ้วจิ้มปลายมีดลดลง แต่หญิงสาวกลับดันขึ้นอย่างเดิม จนเขาเริ่มหมั่นไส้คิดแกล้งกลับ รีบเอื้อมมือรั้งเอวนางเข้ามากอดใกล้ตัว แต่กับสัมผัสได้ถึงของเหลว ๆ เปื้อนติดมา เจฟฟรีย์เบิกตากว้าง มองเลือดสลับกับใบหน้าแอลอย่างรู้สึกโกรธทันที !“ เจ้าบาดเจ็บ ทำไมไม่บอกข้า ! ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแข็ง หันไปทางอื่นอย่างรู้สึกงอน แอลยื่นจับมือเจฟฟรีย์ นางไม่อยากให้เขาต้องเป็นห่วง ในเมื่อแผลแค่นี้ไม่สามารถทำอะไรนางได้ ถึงแอลจะระวังตัวอยู่แล้วแต่ไม่วายจะพลาดพลั้งไปได้บ้าง“ ถ้าอยากให้ข้าหาย ก็เอาเลือดให้ข้ากินสิเจ้าค่ะ ” แอลยิ้ม หาคำมาทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าหายงอน แต่มันกลับผิดคาด เจฟฟรีย์รีบหันมาดึงมีดสั้นจากมือแอลเอามา กรีดข้อมือตัวเองอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวต้องอ้าปากค้างไม่คิดว่าเขาจะทำจริง ๆ“ เจฟ ” แอลเอ่ยเสียงอ่อน ก้มมองเลือดซิบออกมาจากรอยกรีดนั้นของชายหนุ่ม นางไม่มีอาการกระหายหรืออยากกินเลยสักนิด “ ข้าแค่พูดเล่นเองนะ ทำไมต้องทำจริงด้วย ! ” แอล หลุบตาลง สัมผัสถึงมือใหญ่เปื้อนเลือดจับข้างแก้มของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน เลื่อนมาดันคางขึ้นเพื่อให้มองเขา“ นิดหนึ่งก็ยังดีนะ ข้าไม่หวงหรอก ” เจฟฟรีย์เอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาแอบซ่อนความทะเล้นอยู่ด้วย มันช่างเป็นอะไรที่หญิงสาวไม่อาจละไปจากใบหน้าหวานดุจสตรีของชายหนุ่มได้เลย แถมยังรู้สึกหมั่นไส้นิด ๆ ที่เขาดูสวยกว่านางเสียอีกแต่แอลส่ายหน้า เอามือทาบข้อมือใหญ่ของเจฟฟรีย์เพื่อรักษาให้ พลันปรากฏวงแหวนสีแดงลอยขึ้นเหนือแผลอยู่สักครู่ ลอยลงหายไปเกิดสมานเข้าหากันจนสนิทไร้ร่องรอย ส่วนเลือดบนแก้มของนางได้หายไปด้วยเช่นกัน“ อย่าลืมสิว่าข้าก็มีสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ด้วยนะ ” นั่นก็สรุปว่าเลือดของหญิงสาวมีอยู่ถึงสามสายเลือดด้วยกัน คือจากท่านพ่อเผ่าพันธุ์โกคาเรย์ ส่วนท่านแม่เป็นลูกครึ่ง คือเผ่าพันธุ์มนุษย์กับเอลฟ์ ซึ่งดูไม่ถูกกันด้วยอย่างสิ้นเชิงระหว่างเผ่าพันธุ์เอลฟ์กับโกคาเรย์ แต่ทว่าระหว่างนั้นก็มีร่างหญิงสาวผมดำปรากฏขึ้นอยู่ข้างแอล นางดูไม่ตกใจกับการมาของพี่แคทเธอรินแถมยังเริ่มชินเสียแล้วด้วยซ้ำ“ เหนื่อยจริงวันนี้ ! ”แคทเธอรินมาถึงก็เปรยบ่นทันที จนทั้งสองคนที่ยืนอยู่ก่อนต้องอดขำออกมาไม่ได้ เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาได้ขอเข้าพบกับท่านประธานของสภากลางให้ทราบในเรื่องผู้บุกรุกเข้ามาเยือนในเขตแดนนี้ ท่านเลยสั่งการไปยังกองกำลัง(เพียงห้านาย)เตรียมมาต้อนรับอีกฟากหนึ่งของม่านพลังเขต เพราะรู้ว่าการมาของมันต้องกำจัดขยะชิ้นเล็กให้สิ้นซากเป็นแน่ ส่วนเรื่องตำแหน่งของศัตรู หญิงสาวได้ยกให้แอลไปทำหน้าที่นี้ โดยใช้เจ้าเส้นไหมตัวเก่งชอนไชเข้าไปในผิวหนังตรงส่วนที่ถูกแตะต้องจากเจ้าของร่างกายคนนั้น ๆ ซึ่งนางได้ส่งช่วงให้กับรุ่นน้ององค์กรดำนำไปติดตั้งอีกทีหนึ่งก็คือพวกดาวินที่เป็นนักเรียนใกล้จบของโรงเรียนแอนทิลลิสเตียรนั่นเอง“ ข้าหวังว่าทางหน่วยงานรักษาความปลอดภัยคงจะรับช่วงต่อได้ไหวนะ เพราะหน่วยเราคงไปก้าวก่ายในเรื่องนี้มากไม่ได้ด้วยสิ ”แคทเธอรินเอ่ย เอามือกอดอก มีสีหน้าเคร่งเครียดอยู่นิดหนึ่ง ถึงสององค์กรจะมีที่ตั้งอยู่ห่างกันคือเขตใต้กับเขตเหนือ แต่การทำงานของพวกเขาก็อาศัยพึ่งพากันได้อยู่บางเรื่อง คือองค์กรดำกับองค์กรขาวซึ่งดูได้จากชุดเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดี โดยต้องประสานกับสภากลางและหน่วยงานรักษาความปลอดภัยเป็นตัวหลักอยู่อีกทีหนึ่งด้วย“ ว่าแต่ทางท่านอิคาโรไม่ได้บอกพวกเราในเรื่องที่...” เสียงแอลพูดขึ้นและหยุดช่วงไปหลังจากที่แคทเธอรินนั่งลงบนก้อนหินใหญ่พักให้หายเหนื่อยอยู่สักครู่หนึ่งเสร็จ จนหญิงสาวลุกขึ้น ตอบเสียงเรียบไปก่อนว่า“ เดี๋ยวเรื่องนั้นข้าจะบอกเจ้าอีกทีหนึ่งนะเคลมีเลีย ตอนนี้พวกเรากลับฐานกันก่อนเถอะ ” นางยิ้มให้แอลหรืออีกชื่อว่าเคลมีเลีย หันหาเจฟฟรีย์ที่เดินสำรวจรอบ ๆ เพื่อความปลอดภัยแถวบริเวณนี้ ได้กางม่านพลังป้องกันเสียงบทสนทนาของสองสาวไว้ด้วย เผื่อมีผู้ที่ไม่ได้รับเชิญจะปรากฏขึ้นมาอีก“ ข้าเห็นด้วยกับท่านแคท... ” เจฟฟรีย์หันไปมองแคทเธอริน “ เพราะแถวนี้ยังมีไอพลังเวทรัตติกาลอยู่เต็มไปหมด...” หันไปพูดกับหญิงสาวอีกข้างคือทางด้านซ้ายมือของเขา“ แอล เรารีบกลับกันก่อนเถอะและข้าจะได้พาเจ้าให้แซดตรวจดูอีกทีว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนอีกหรือไม่ ” เพราะไอพลังแห่งความตายยังคงอยู่เต็มไปทั่วผืนป่า ถึงตรงนี้จะกลายเป็นพื้นโล่งของร่องรอยการต่อสู้จากชายหนุ่มก็ตาม แต่เพื่อความปลอดภัย เราต้องระมัดระวังไว้ก่อนเป็นดีที่สุด “เจ้าค่ะ เอายังนั้นก็ได้ ” แอลตอบ เหลือบมองชายหนุ่มนิดหนึ่งก็เบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น เมื่อรู้สึกถึงสายตาของแคทเธอรินจ้องมาอยู่ด้วย ยิ่งทำให้หญิงสาวเขินอายเข้าไปใหญ่กับท่าทางของเจฟฟรีย์ที่ดูเป็นห่วงเป็นใยนางมากผิดปกติพวกเจฟฟรีย์ได้สร้างห้วงมิติกลับไปยังฐานหลักขององค์กรดำในเวลาต่อมา หลังจากแคทเธอรินหยิบยืมพลังจากสายพฤกษามาปลูกต้นไม้ตรงบริเวณให้กลับกลายมาเป็นอย่างเดิมได้เสร็จแล้ว
+++++++++++++++++++++