โลกปัจจุบัน
ร่างหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ท่อออกซิเจนและสายวัดชีพจร ระโยงระยางเต็มไปหมด เกือบ 3 เดือนแล้วที่หญิงสาวนอนแน่นิ่งเป็ผักเป็ปลาจากการจมน้ำ ขาดอากาศไปเลี้ยงสมอง
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
เสียงหัวใจที่เต้นจากการใส่ท่อช่วยดังขึ้นสม่ำเสมอ เพียงเพื่อยื้อร่างเธอเอาไว้
“หมอครับ แฟนผม มีโอกาสจะฟื้นขึ้นมาไหมครับ”
“ตอนนี้ทางร่างกาย มีแต่จะแย่ลงนะครับอวัยวะบางส่วนเริ่มไม่ทำงานแล้ว หมอคงยื้อไว้ได้อีกไม่นานถึงจะเป็คำพูดที่ไม่อยากได้ยิน แต่หมอคงต้องบอกให้ญาติเตรียมทำใจนะครับ“
สิ้นเสียงหมอยายทรุดเข่าลงกับพื้น เสียงสะอื้นของยายดังขึ้น เพราะกำลังจะเสียหลานสาวคนเดียวไป
“ไปอยู่ไหนนะ หลานเอ้ยฟื้นซักทีสิ…เลิกเที่ยวแล้วกลับมาได้แล้ว…ฮึก”
ยายลูบหัวหลานสาวเบาๆแล้วเช็ดน้ำตาที่ไหลดั่งสายน้ำ
“ยายจะทำทุกวิถีทาง ถ้าช่วยด้วยหมอไม่ได้ก็ต้องช่วยด้วยผี…”
ยายกับชายหนุ่มมองหน้ากันประหนึ่งเข้าใจ ก่อนจะถอยออกมาเพื่อให้พยาบาลให้ทำหน้าที่ต่อ
------------------------------------------------------------------------------------------
ฉันตื่นขึ้นมาเพราะโรสปลุก..จริงสิ ตอนนี้โรสเลื่อนขั้นมาเป็คนรับใช้ส่วนตัวฉันแล้ว ตอนแรกๆ ฉันก็อึดอัดที่โรสคอยมาทำนั่นทำนี่ให้จนฉันต้องขอให้โรสหยุด แต่โรสยืนยันที่จะทำ และยินดีรับใช้ฉันจนตอนนี้ฉันเริ่มชินกับสิ่งที่โรสทำแล้ว
อ่อส่วนนังหมาบ้าสองคนนั้น ฉันก็แอบสำนึกผิดที่ไปเปิดก่อน เลยไปขอลดโทษจากดยุกให้จากที่จะโดนเฉดหัวออก ก็ไปอยู่ที่เล้าสัตว์แทน
ไม่รู้เรียกว่า ปราณี หรือ ลงโทษนะ
แต่ก็ช่างเถอะ ฉันแอบใช้อำนาจดัชเชลขอย้ายโรสขึ้นมาพักใกล้ๆ อ้างว่าจะได้เรียกใช้ได้ตลอดเวลา จริงๆ แค่เผื่อไปเม้าส์มอยตามประสาเพื่อนสาวเฉยๆและฉันชอบแอบลักลูกอม ขนมหวานราคาแพง ไปให้โรสด้วย อิอิ
“ตื่นได้แล้วค่าาาา ดัชเชลวันนี้ต้องไปเรียนนะคะ”
“อืมมมมม ขอนอนอีกนิดได้ไหมมม”
“อีกนิดมา 3 รอบแล้วนะคะ ถ้าเป็อย่างนี้จะให้ท่านดยุกมาปลุกแทนนะคะ”
สิ้นเสียงโรสฉันลุกเด้งทันทีเหมือนติดสปริงที่ตัว ถ้าส่งเ้าตาบ้ายั่นมาอีก ฉันคงได้ ‘เหนื่อย’แต่เช้าแน่
ผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วที่ฉันเรียนๆๆๆๆๆๆแล้วกลับห้องนอน แล้วก็ตื่นไปเรียน เหมือนชีวิตเด็กมัธยมเลย
ตอนนี้ฉันเริ่มเขียนอ่าน หนังสือราชการได้แล้ว และกำลังเรียนรู้ประวัติภูมิศาสตร์ของประเทศอยู่
่หลังๆ มานี้ไม่รู้เป็อะไร ฉันหูแว่ว เหมือนมีคนเรียกชื่อ ‘น้ำอุ่น’ บ้าง ชื่อจริงฉันบ้างบางทีก็ได้ยินเสียงยายเรียกบ้าง จนเริ่มประสาทหลอน เรียนหนักไปหรือเปล่านะ…
“...ทางภูมิศาสตร์ ทางด้านเหนือ ่ต้นปีจะมีน้ำหลากจากประเทศ….)&);&;:::@(&(฿/฿-”
โจอานอธิบายหลักภูมิศาสตร์ของประเทศอย่างใจจดใจจ่อ
“....ดัชเชลครับ…. ดัชเชลครับ”
ฉันที่กำลังคิดอะไรเพลินๆก็สะดุ้งเฮือกจากเสียงของโจอาน
“คะ?”
“่นี้ท่านดูเหม่อลอยบ่อยๆข้าสอนไม่ดีหรือครับ”
“มะ ไม่ใช่ … คือ ขอโทษนะ ฉันเหม่อลอยไปเองค่ะ”
“ถ้างั้น.. วันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกันนะครับให้ท่านได้พักซักหน่อย”
“เอ่ออ ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
โจอานเก็บของก่อนโค้งคำนับและออกจากห้องไปดยุกลุกมาหาฉันและเอามืออังที่หน้าผาก เหมือนวัดดูว่าป่วยหรือเปล่า
“ก็ปกติดีนิ เ้าเป็อะไรหรอ”
“เปล่าค่ะ แค่คิดอะไรไปเรื่อย”
“อืมมม… อีก 2 วันเราต้องเดินทางเข้าเมืองนะ”
“หืม อ่อ งานฉลองครองราชย์หรอคะ”
“อื้ม ข้าสั่งช่างตัดชุดไว้ให้เ้าแล้ว แล้วก็…”
ดยุกเดินไปเปิดตู้เล็กๆใต้โต๊ะทำงาน ก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงสดออกมา พอเปิดดูฉันก็ต้องตาลุกวาวเพราะมันคือชุดสร้อยและต่างหูเพชร ที่แกะหลังเป็รูปดอกไม้เล็กๆ แวววาวจนแสบตา
“อะไรหรอคะ”
“ของเ้าน่ะ ไว้ใส่ไปงาน”
“ของฉันหรอคะ…”
ดยุกยิ้มก่อนจะหยิบสร้อยและทาบลงบนคอฉัน
“เหมาะมาก สวยจนข้าไม่อยากให้ชายไหนมามองเ้าเลย”
ฉันหลบตาดยุกด้วยความเขิน ก่อนจะขอตัวกลับห้องนอน