เื่นี้ฟรีจนจบค่ะ!
**แต่ก่อนจะเข้าไปอ่านต่อ ขอขายของแปบนะคะ
ร่วมพูดคุยกันได้ที่ Han Yu หานยวี่ / Meng Li Mao Hu เมิ่งลี่มาวหู น้า
ผลงานเื่อื่นๆ ของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์
ขอให้มีความสุขและรอยยิ้มจากการอ่านเื่ต่อไปนี้น้า**
.
.
.
.
.
11
ว่าราชการครั้งแรก
ณ ท้องพระโรง
ตัวข้าในชุดรุ่มร่ามลายัและหมวกที่ใส่แล้วหนักชิบหาย แต่มี่เยี่ยนก็บอกว่าเอาออกไม่ได้ค่อยๆ ก้าวเท้าขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์สีทองสลักลายั ที่อยู่สูงจากพื้นไปราวสี่เมตร เพื่อมาว่าราชการ เมื่อยขาเสียจริง! ไม่มีบันไดเลื่อนหรือไง หลังจากที่ทั้งมี่เยี่ยนและเสด็จแม่บอกว่าข้าควรไปว่าราชการสักที (ทำไมไม่เห็นมีพระสนมโผล่มาเยี่ยมข้าเลย!) ก่อนพวกขุนนางจะเอามาเป็ประเด็นในการปลดข้าลงจากบัลลังก์ ดังนั้นนี่คือการว่าราชการครั้งแรกในรอบหลายอาทิตย์ หลังจากที่ข้าต้องนั่งหลังขดหลังแข็งศึกษาเื่ต่างๆ ในดินแดนไท่แห่งนี้!!
อะ…ก่อนอื่นขอพูดถึงเก้าไทเฮาหรือเสด็จแม่ในโลกนี้สักหน่อย ทรงเป็ผู้หญิงที่สวยมากกก แม้อายุจะย่างเข้าเลขห้าแล้ว แต่ก็ยังดูอ่อนเยาว์ฝุดๆ ถึงจะชอบทำหน้าดุ แต่ที่จริงแล้วใจดีมากกกก เหมือนการที่ข้าแลกเปลี่ยนกับต้าเทียนฮ่องเต้ จะทำให้ฝั่งนั้นได้คุณพ่อของข้า ส่วนข้าก็ได้แม่ของเขามาแทน เหมือนสลับกันยังไงยังงั้น
ก็ดีเหมือนกัน คนที่ไม่มีแม่อย่างข้าจะได้มีกับเขามั่ง มัมมี่ ไอลัฟยูววว~~
“ถวายพระพรฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ” เหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๊นและบู๋พูดอย่างพร้อมเพรียงกันแล้วถวายความเคารพ ข้าพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะกวาดตาสำรวจเหล่าขุนนางที่ยืนเรียงรายอยู่ข้างหน้า //มันต้องบุ๋นและบู๊ไม่ใช่เรอะ!?
อ้าว...เ้าคนนั้นน่ะ ข้าแอบเห็นนะ แวบนึงเ้าแอบเบ้ปากใส่ข้าใช่ไหม!
แล้วคนโน้น ปากบอกว่าถวายพระพร แต่ข้ารู้สึกว่าตาเ้าคิดตรงข้ามกับที่พูดนะ
แหม่ นึกถึงสมัยตอนเป็เด็กที่พ่อชอบหิ้วข้าไปร่วมงานเจรจาธุรกิจทั่วราชอาณาจักรเลย เวลาที่ต้องไปอยู่ในดงสังสรรค์ นั่งดูกลุ่มคนที่พยายามจะเข้าหาคุณพ่อ ด้วยการพรรณนาข้อดีของการร่วมลงทุนกับตนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ นานา
ซึ่งเกินครึ่งของคนเ่าั้ล้วนเป็แค่ลมปาก แถมยังเคยมีคนคิดจะเอาลูกสาวมาเสนอให้หมั้นกับข้าด้วย ดีที่พ่อข้าไม่บ้าจี้เอาด้วย แต่ก็สนุกดีนะกับการที่ได้นั่งดูพวกสารพัดสัตว์พยายามเลียขาเลียขาคุณพ่อ โดยไม่สนว่าคุณพ่อจะตอบสนองหรือไม่ ตามประสาด้านได้อายอด หรือ...ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
ทำให้ตัวข้าในวัยสิบขวบที่ถึงตัวจะเป็เด็ก แต่สมองเป็ผู้ให--- ไม่ใช่ละ ถึงตัวจะเป็เด็ก แต่ก็มองคนได้อย่างทะลุปรุโปร่งไปจนถึงโครงกระดูก ด้วยประการฉะนี้เอง
“เอ้า พวกเ้ามีอะไรก็ว่ามา” หลังจากที่ต้าเทียนฮ่องเต้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ แล้ว จงซูเสิ่ง (ต่อไปจะเรียกพวกที่มาคอยยื่นอะไรแบบนี้ให้ว่าเลขาละกัน) ก็หยิบฎีกาฉบับแรกมาอ่านให้ฮ่องเต้ฟัง
“ฎีกาฉบับแรกนี้เป็ของใต้เท้าลิ่ง จากกรมโยธาพ่ะย่ะค่ะ ทางกรมจะของบไปบูรณะพระเจดีย์ถังต้งที่เมืองเหอหนาน ซึ่งตอนนี้ทรุดโทรมไปเยอะ จึงใคร่ขอให้ฝ่าาทรงพระราชทานงบให้หน่อยพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ้าเท่าไรก็ว่ามา” ตัวข้าต้าเทียนสายเปย์อยู่แล้ว
“ตามรายการนี้พ่ะย่ะค่ะ...” แล้วเลขาก็เริ่มอ่านรายการที่ใต้เท้ากรมโยธาได้แจกแจงมาให้ดู ด้วยความลำไยสไตล์การอ่านที่เชื่องช้า ข้าก็เลยเอามาอ่านเองซะเลย
ไหนดูซิ...ค่าปูน 900 ตำลึง... ค่าทาสี 500 ตำลึง... ค่าลงรักปิดทอง 600 ตำลึง...ค่าช่างเคลือบ 300 ตำลึง...และอื่นๆ อีกมากมาย รวมๆ แล้วก็ล่อไปห้าพันตำลึง
ว่าแต่…คิดเป็เงินบ้านเรานี่กี่บาทนะ!?
'มี่เยี่ยน' ข้าแอบกระซิบกับคนที่ตามติดอยู่ข้างกายข้าตลอดเวลา
'พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา'
'พระเจดีย์ถังต้งนั่นน่ะ ใหญ่โตมโหฬารถึงขั้นต้องใช้งบเท่านี้เลยเหรอ'
'ก็ไม่นะพ่ะย่ะค่ะ ทั้งเจดีย์นั่นก็ไม่ได้ทรุดโทรมมากถึงขั้นต้องใช้งบขนาดนี้ เพราะมีพวกชาวบ้านช่วยกันดูแลอยู่ทุกวัน' แล้วมี่เยี่ยนก็กล่าวเสริม
อ๋อๆ ที่แท้ เ้าก็คิดจะคอรัปชั่นข้าสินะ เ้าเสนากรมโยธา เดี๋ยวพ่อสั่งปะาซะเลยนี่!
“ข้าอนุมัติให้แค่หนึ่งในสองของที่ขอมา” ข้าตอบไปอย่างเืเย็น ให้มันรู้บ้างว่าไผเป็ไผ!
“ทูลฝ่าา...แต่กระหม่อมเกรงว่า...” ใต้เท้าลิ่งเ้าของฎีกาพูดพลางยืนอ้ำๆ อึ้งๆ
“เกรงว่าอะไร” ข้าเอ่ยพลางหรี่ตามองคนตรงหน้า
“จะไม่พอ...”
“กลัวบริหารไม่พอก็ทำให้มันพอสิ งบมีเท่าไรก็ใช้ไปกับเจดีย์ซะ!!”
อย่าให้พ่อรู้นะว่าแอบเอาเข้ากระเป๋าตัวเอง!!
“..................” สิ้นคำพูดของต้าเทียนฮ่องเต้ ทั่วทั้งท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงียบ ขุนนางหลายคนลอบมองฝ่าาของพวกเขาด้วยสายตาประเมิน บ้างก็ประหลาดใจ เพราะถ้าหากเป็เื่วัดวา กรมโยธายื่นขอไปเท่าไรฝ่าามิเห็นเคยเกี่ยง (แต่ก็มีการตามไปควบคุมอยู่นะจ๊ะ) บ้างก็สะใจที่ใต้เท้าลิ่งผู้เคยเป็คนโปรดของต้าเทียนฮ่องเต้และเป็คนเดียวในบรรดาขุนนางที่ไม่เคยถูกปฏิเสธ กลับถูกฝ่าาตัดงบประมาณอย่างไม่ไว้หน้า
'เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ยมี่เยี่ยน ไหนอธิบายมาซิ' ข้าลอบถามองครักษ์เงาสุดที่รักอีกครั้ง
'สมัยที่พระองค์ยังเป็คนเดิม ทรงศรัทธาในการบูรณะพวกวัดเจดีย์มาก ใครขอไปเท่าไรก็ให้หมดพ่ะย่ะค่ะ'
'อืม...ตัวข้าในอดีตก็คงจะศรัทธาในศาสนามากสินะ...'
แต่พอเอาเงินให้ไอ้พวกนี้ไปผลาญเล่น จากที่จะได้บุญเลยกลายเป็ไม่ได้บุญ พอแต้มบุญน้อยเลยตกหลุมพรางถูกวางยาพิษดับอนาถ
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน...ข้าไม่นับถืออะไรเลย...
“ใต้เท้าลิ่ง ท่านเข้าใจหรือไม่??” ข้าถามย้ำ
“พ่ะย่ะค่ะ” ใต้เท้าลิ่งรับคำด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก
หลังจากจบเื่ของใต้เท้าลิ่งแล้ว เลขาก็หยิบฎีกาฉบับต่อไปขึ้นมาอ่าน
“ฎีกาฉบับนี้เป็ของเซี่ยเฟยชงตูตู เื่การขอนำกำลังทหารหนึ่งพันห้าร้อยนายไปตีเมืองหนานหนิงชายแดนของแคว้นหลานพร้อมกับเซี่ยเฟยหงตูจวินในอาทิตย์หน้าพ่ะย่ะค่ะ”
อืม...เซี่ยเฟยชงกับเซี่ยเฟยหง เหมือนอ่านเจอสองชื่อนี้ในรายงานศึกบ่อยแฮะ
“ข้าให้สองพันเลยเอ้า!!” เผื่อพันห้าไม่พอ จะได้มีกองหนุนไง เป็อันว่าจบไปอีกเื่...
“มีใครมีเื่อะไรอีกหรือไม่!”
“............” ขุนนางฝ่ายบุ๋น
“............” ขุนนางฝ่ายบู๊
“............” เลขา
“หมดเื่แล้วใช่หรือไม่ เจิ้นจะได้เลิกว่าราชการ”
“ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะ” ขณะที่ข้ากำลังดีใจจนมโนว่าตัวเองกำลังเดินลงจากเก้าอี้ใหญ่ๆ นี่กลับตำหนักอันแสนสบายของตัวเอง ถอดหมวกกะชุดหนักๆ กองลงที่พื้นแล้วขึ้นไปนอนเล่นบนเตียง ก็ถูกเสียงแหบๆ เสียงหนึ่งดึงกลับเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็จริง
“มีอะไรหรือ...” ข้าถามพลางมองไปที่ใบหน้าเหี่ยวย่นซึ่งไม่เข้ากับอายุสี่สิบเศษของพ่อใหญ่นี่เลย
ตาลุงเหลยหลี่จ้ง เป็ราชครูที่ข้าดูจากความทรงจำของต้าเทียนฮ่องเต้แล้วก็ยังตอบไม่ได้ว่าใช้ตาหรืออะไรแต่งตั้งหมอนี่ขึ้นมา...
อ้อ...ลืมไป เพราะอยู่สกุลเหลยที่เป็หนึ่งในขุมอำนาจของตัวข้าสินะ
“กระหม่อมมีเื่นึงที่อัดอั้นตันใจมานานมาก...”
ไม้นี้อีกละ เอ็งก็พูดกับต้าเทียนฮ่องเต้งี้ทุกครั้งมิใช่รึ แล้วเอ็งก็จะ...
“กระหม่อมใคร่อยากขอถามว่าปีนี้จะมีราหูอมจันทร์เกิดขึ้นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
นั่นงะ...คำถามแบบนี้อีกละ ใครจะไปตอบได้วะะ กุไม่ใช่กาลิเลโอ นักดาราศาสตร์ชื่อดังนะเว้ยยยย
อะก็นี่แหละนิสัยของพ่อใหญ่หลี่จ้ง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมต้าเทียนฮ่องเต้ในอดีตถึงชอบทุบโต๊ะเสียงดังปังใส่หน้าเพื่อให้เ้าหุบปากนี่เอง
(แต่ข้าก็ไม่เห็นว่าจะได้ผล วันอื่นหลี่จ้งก็ยังถามทำนองเดิม เช่นนั้นข้าจะไม่ทำ การใช้กำลังมิใช่ทางแก้ปัญหา)
ราหูอมจันทร์เหรอ...คุ้นๆ ว่าเคยเรียนในวิชาดาราศาสตร์ตอนมอปลาย แต่ถ้ามาอยู่ในยุคนี้คงต้องอาศัยความเชื่อละมั้ง
“อะแฮ่ม...” ข้ากระแอมเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับหลี่จ้งว่า
“ข้ามิทราบ เพราะลิขิตฟ้านั้นยากนักจะคาดเดา”
“......”
ไงล่ะ คำตอบของข้า! ทำให้ตาแก่หลี่จ้งถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว เงิบไปดิ ฮ่าๆๆ
ใจจริงข้าอยากถามออกไปแม่มว่าที่พยายามถามงี้ใส่ทั้งข้าและต้าเทียน เ้า้าอะไร จะดิสเครดิตข้าเรอะ!
แต่ๆๆ อย่าลืมสิ! ตอนนี้ข้าไม่ใช่วัชรวีร์ที่จะทำอะไรได้ตามอำเภอใจแล้ว ข้าเป็ถึงฮ่องเต้ ดังนั้นต้องทำตัวให้สมกับเป็ฮ่องเต้ ข้าจึงยิ้มแล้วถามหลี่จ้ง
“ท่านราชครูเหลย จริงๆ ตัวเจิ้นก็มีเื่แคลงใจอยากถามท่านราชครูให้กระจ่าง มิทราบว่าท่าราชครูจะตอบเจิ้นได้หรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันหรือ?”
“!!!!!!” คำถามของต้าเทียนฮ่องเต้ทำให้ท้องพระโรงที่เงียบอยู่แล้วั้แ่หลี่จ้งบังอาจถามประลองปัญญา ซึ่งปกติฝ่าาก็จะบันดาลโทสะจนทุบโต๊ะเสียงดังปังใส่หน้าเขา พร้อมด่าว่าหาใช่เื่ที่ควรเอามาเป็ประเด็นไม่ แล้วให้แยกย้ายกัน แต่วันนี้ฝ่าาไม่โกรธแถมยังถามด้วยคำถามที่แปลกประหลาดพอกัน ทำให้พวกเขาถึงกับต้องอุทานพร้อมกันในใจว่า
'์ เกิดเื่อันใดขึ้นกับฝ่าาของพวกเขา!'
เว้นเสียแต่มี่เยี่ยนที่นั่งกลั้นขำอยู่ตรงเท้าของต้าเทียนฮ่องเต้...
Writer:้าความเบาสมองและน่ารัก เต๊าะเเต๊ะ---- แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
้าความดราม่า----ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!