ตอนที่ 1 (7)
ฉินเฟิงเกือบลงจากเตียงเพื่อไปปิดประตูแล้ว แต่ทว่า ด้วยความฉงนใจใคร่รู้ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เขาจึงเงี่ยหูตั้งสมาธิราวกับกำลังถูกบังคับก็ไม่ปาน และเขาอยากจะฟังว่าเนื้อเพลงของเทพิญญาสะท้านโลกานี้คืออะไรบ้าง
“...ล้วนเป็เพราะคุณ...”
“ฉันก็เลยไม่มีเ้า...ติ๊งๆ จื่อ...”
“...ติ๊งๆๆ...ติ๊งๆๆ...ติ๊งๆ จื่อ...”
นี่มันเพลงอะไรกัน
เนื้อเพลงที่กำลังฮิตในตอนนี้เรียบง่ายถึงขนาดนี้แล้วหรือ
แล้วอะไรคือติ๊งๆ จื่อกันล่ะเนี่ย
ฉินเฟิงยอมรับว่าในหลายร้อยปีมานี้เขาไม่ใส่ใจพวกเพลงฮิตติดกระแสอะไรเลย ทว่าพวกเพลงฮิตติดกระแสที่มีชื่อแสนธรรมดาอย่าง ‘ติ๊งๆ จื่อ’ นี้ ว่ากันตามเหตุผลแล้วเขาไม่รู้จักจริงๆ ทว่าป๋ายเจาหนานกับชุยเย่ว์น่าจะเคยบอกตนเองมาบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนอยู่ดี...นี่เป็เพราะสังคมที่เขาอยู่มันแคบเกินไปหรือว่าเขาหงอยเหงาเกินไปกันแน่
หลังจากที่ผ่านไปหกร้อยปี ทันใดนั้นฉินเฟิงก็เกิดอยากจะไปผับขึ้นมาอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้อยากไปหาผีมานอนด้วย เพียงแต่อยากจะจับผีสักตัวมาถามหน่อย...รู้ไหมว่าติ๊งๆ จื่อมันคืออะไรกันแน่
ก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร ความอยากรู้ของเขาถึงได้รุนแรงเพียงนี้
หลังจากคิดฟุ้งซ่านอยู่ครู่หนึ่ง ฉินเฟิงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ เขาคลำหาโทรศัพท์เพื่ออยากตรวจดูสักหน่อยว่าติ๊งๆ จื่อคืออะไร แต่ใครจะรู้ว่าพอเห็นเวลาที่อยู่ข้างบนนั้นแล้ว ร่างผีของเขาจะตะลึงงันไปทันที
เวลาในตอนนี้ คือแปดชั่วโมงหลังจากที่เขาขึ้นนอนบนเตียง ส่วนเขาก็ไม่ได้มีความทรงจำในเวลาแปดชั่วโมงนี้เลยแม้แต่น้อย
สาเหตุที่ไม่มีความทรงจำนั้นง่ายนิดเดียว...เขาหลับแล้ว และไม่ใช่การหลับตานอนใต้ผ้าห่มและรอให้ฟ้ามืดไปเหมือนปรกติ แต่เป็การหลับลึกที่ไม่ได้ััมานาน
ฉินเฟิงลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียงอย่างช้าๆ เขาััความอิ่มเอมที่แผ่ออกมาจากร่างกายที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และนี่ก็เป็ครั้งแรกในชีวิตผีที่ได้ััความยินดีอันบ้าคลั่งที่ไม่อาจอธิบายได้เช่นนี้
เขาหลับไปแล้วจริงๆ
สีหน้าของฉินเฟิงยังคงเ็าเหมือนเดิม แต่หากเป็ผีที่คุ้นชินกับเขา จะต้องสังเกตเห็นว่าั์ตาของเขายกโค้งขึ้นเล็กน้อยแน่นอน...และนี่ก็คือปฏิกิริยาที่ยินดีสุดขีดของเขา
ก่อนหน้าที่จะหลับไป ตัวเขากำลังทำอะไรอยู่กันนะ
ตอนที่เขาได้ฟังเพลงติ๊งๆ จื่อที่ไม่น่าฟังนั่น เขาก็เอาแต่ครุ่นคิดว่าอะไรคือติ๊งๆ จื่อ
ราวกับว่าเขากำลังพยายามจะขุดหาสมบัติลับของั ฉินเฟิงรีบใช้มือถือสืบค้นหาทุกอย่างที่เกี่ยวกับเพลงนั้น ทว่า หลังจากที่ควานหาทั่วเน็ตแล้ว เขากลับหาอะไรไม่เจออยู่ดี
ดูเหมือนว่าจะเป็เพลงที่พนักงานคนนั้นแต่งขึ้นเองจะยังไม่ถูกปล่อยออกมา
หางตาของฉินเฟิงกระตุกขึ้นมาทันทีที่คิดถึงตรงนี้ ร้องอย่างมั่นใจเสียดังลั่นขนาดนั้น ผีตัวนั้นคงไม่ได้อยากเดบิวต์เป็นักร้องหรอกนะ แค่ทำลายแก้วหูของฉินเฟิงก็พอแล้ว ยังคิดทำลายแก้วหูของผีทั้งนรกอีกหรือ เห็นได้ชัดว่าอยากถูกผีรุมเตะจนได้ไปเกิดใหม่สินะ
ถึงเขาจะรังเกียจเสียงร้องของผู้ที่แต่งเพลงนี้มาก แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็เข้าใจกระจ่างว่าเพลงนี้คือความหวังเดียวของเขา และเพลงนี้ก็สำคัญต่อการนอนหลับของเขามาก
ฉินเฟิงลอยออกมาจากห้องนอนเพื่อดูว่าพนักงานรายนั้นยังอยู่หรือไม่ ทว่าเวลาผ่านไปนานปานนี้ หร่วนจือหวนย่อมไม่อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนทิศลอยไปทางห้องหนังสือ และควานเอาสัญญาของตัวเองกับบริษัททำความสะอาดออกมา
ที่แท้เขาก็เซ็นสัญญากับบริษัทรับทำความสะอาดชื่อหัวใจกุหลาบสาวน้อยนี่เอง
ฉินเฟิงก็จำไม่ได้ว่าเพราะอะไรเขาถึงเลือกบริษัทนี้ ทว่าในยามนี้ดูเหมือนว่า การเลือกในตอนนั้นของเขาได้ช่วยเขาในตอนนี้เอาไว้
เขารีบต่อสายโทรศัพท์หาหัวใจกุหลาบสาวน้อยทันที หลังจากนั้นก็วางมาดลูกค้านิสัยเสียออกมาอย่างเต็มที่
“ฮัลโหล ฉันคือลูกค้าของพวกคุณ ชื่อว่าฉินเฟิง ฉันอยากรู้ว่าพนักงานที่มาทำความสะอาดที่บ้านของฉันเมื่อวานนี้เป็ใคร เขาชื่ออะไร”
“เขาชื่อหร่วนจือหวนอย่างนั้นหรือ เยี่ยมเลย ฟังนะ ฉันอยากจะจองตัวเขาสักหน่อย”
“ฉันไม่สนว่าพวกคุณจะจัดการยังไง หรือพนักงานพาร์ทไทม์จัดตารางเวลายากขนาดไหน ฉันก็ไม่สนใจทั้งนั้น สรุปก็คือหลังจากนี้ไปฉัน้าให้เขามาทำความสะอาด และต้องเป็เขาเท่านั้น ห้ามเป็ผีตัวอื่นเด็ดขาด อาทิตย์หน้าเรียกให้เขามาเวลาเดิมด้วย”
“หากว่าอาทิตย์หน้าเวลานี้เขาไม่ว่าง ก็ให้เขาเปลี่ยนมาเป็วันอื่นแทน ถ้าทำสำเร็จฉันจะจ่ายค่าทำความสะอาดให้พวกคุณเพิ่มเป็สองเท่า แต่ถ้าไม่สำเร็จฉันจะยกเลิกสัญญา นี่คือเงื่อนไขสำคัญของฉัน พวกคุณดูเอาแล้วกันว่าจะตัดสินใจยังไง”
ฉินเฟิงข่มขู่ได้ตรงจุดยิ่ง หนามแหลมที่แทงบริษัทรับทำความสะอาดหัวใจกุหลาบสาวน้อยอย่างกะทันหันทำให้เ็ปจนไม่อาจทนรับได้ ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่มั่นใจว่าลูกค้าเพียงแค่พอใจในฝีมือทำงานของหร่วนจือหวนและไม่ได้มาหาเื่ พวกเขาจึงทำได้เพียงหาตัวผีตัวต้นเื่แล้วบอกกับเขาว่า...ที่รัก นายถูกเลือกแล้ว
หลังจากที่หร่วนจือหวนรับโทรศัพท์ เขาก็ใจนไม่สามารถตั้งสติได้เป็เวลานาน
ฉินเฟิงระบุว่า้าให้ตนเองไปทำความสะอาด แล้วหลังจากนี้ก็จะต้องเป็อย่างนี้เช่นนั้นหรือ
เพราะหร่วนจือหวนยังไม่เข้าใจจึงยังไม่ตอบรับ จนกระทั่งผีของหัวใจกุหลาบสาวน้อยพูดกับเขาว่า ขอเพียงเขาพยักหน้ารับ พวกเขาก็ยินดีที่จะจ่ายค่าแรงเพิ่มให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์
พระเ้า นี่เพิ่มค่าแรงให้เขาด้วยหรือ
เมื่อหร่วนจือหวนที่ยากจนได้ยินเื่เงินก็พลันมีแรงขึ้นมาทันที จนกระทั่งหลังจากที่คุยโทรศัพท์เสร็จ เขาถึงรู้ตัวขึ้นมาตอนหลังว่า...บนโลกใบนี้จะมีขนมเปี๊ยะตกลงมาจากฟากฟ้าได้อย่างไร
หรือว่าตัวเองไม่ทันระวังจนทำของมีค่าชิ้นสำคัญของเขาสกปรก แต่ฉินเฟิงที่จิตใจดีไม่อยากร้องเรียนจนทำให้เขาต้องตกงาน ดังนั้นจึงหาข้ออ้างอยากให้เขาไปอีกครั้ง หลังจากนั้นค่อยจัดการเื่นี้เป็การส่วนตัวอย่างนั้นหรือ
เมื่อคิดถึงความเป็ไปได้นี้ หร่วนจือหวนก็หน้าซีดเผือดไปทันที เขาเริ่มคิดย้อนกลับไปถึงรายละเอียดระหว่างที่ทำความสะอาดในบ้านฉินเฟิง และในความทรงจำของเขา ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ทำสิ่งของใดเสียหายเลย แต่หากเป็แบบนี้ คำถามก็ย้อนกลับมาอีกครั้งว่า...ฉินเฟิงระบุชื่อเขาไปทำไม
นอกเสียจากชดใช้ด้วยเงินแล้ว เขาก็คิดไม่ออกเลยว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ลูกค้าจะระบุชื่อพนักงานทำความสะอาด และสิ่งของที่อยู่ในบ้านของผีมีเงินนั้น ต่อให้เขาชดใช้ด้วยสมบัติทั้งหมดที่มี ก็คงไม่อาจจะชดใช้ได้แม้แต่ฝุ่นธุลี
หร่วนจือหวนอดคิดไม่ได้ว่าในเมื่อฉินเฟิงเอ่ยว่าจะพบ นั่นก็แสดงได้ชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายรู้ว่าตนเองไม่สามารถชดใช้ได้แน่นอน ดังนั้นจึงวางแผนแก้ไขปัญหาด้วยการให้เขาชดใช้ในสิ่งที่เขาเองสามารถทำได้มาจัดการเื่นี้เสีย...
อย่างเช่นให้เขาทำความสะอาดให้โดยไม่คิดเงินหรือเปล่านะ