ภายใต้สายฝนที่เทกระหน่ำลงอย่างไม่ลืมหูลืมตา หญิงสาวนางหนึ่งนั่งคุกเข่ารับโทษอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยสีหน้าราบเรียบบ่งบอกว่ากำลังเบื่อหน่ายกับเหตุการณ์ตอนนี้ ภายใต้ชายคากลับมีเสียงท่านแม่ของนางสะอื้นร่ำไห้เพราะสงสารบุตรสาว เพราะไม่สามารถที่จะช่วยอะไรบุตรสาวของตนเองได้ข้างๆท่านแม่ของหญิงสาวมีฮูหยินใหญ่ของจวนเ้ากรมคลังผู้มีอำนาจรองจากเ้ากรมคลังได้นั่งจิบชามองดูหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายฝนอย่างพอใจ
“ถ้าหากยังไม่ถึงเวลาก็ห้ามใครหน้าไหนช่วยมันเข้ามาบังอาจมาขโมยสร้อยของลูกหญิงใหญ่ของข้า”
ฮูหยินใหญ่กล่าวโทษด้วยความโกรธ
“โถ่....ฮูหยินใหญ่โปรดเมตตาเยว่เล่อด้วยเถิดเ้าค่ะ ลูกสาวข้าไม่ได้มีนิสัยขี้ขโมยท่านโปรดตรวจสอบด้วยเถิดเ้าค่ะ”
ท่านแม่ของเยว่เล่อขอความเมตตาให้กับบุตรสาวของตน
“เ้าเอาอะไรมามั่นใจว่าลูกสาวเ้าไม่ใช่ขโมยหลักฐานก็เห็นๆกันอยู่ อย่ามาเข้าข้างลูกสาวตัวเองเลย”
“ฮูหยินใหญ่ท่านโปรดเมตตาด้วยเถิดลูกข้าไม่ได้ทำจริงๆข้ารู้ว่าลูกสาวข้าเป็คนเช่นไรนางเป็เด็กดีนางไม่เคยทำเื่เช่นนี้เป็แน่”
“เ้ามั่นใจมากเลยนะว่าลูกเ้าเป็คนดีแต่ข้าเชื่อในหลักฐานที่ข้าเห็น หากเ้าไม่หยุดพูดข้าจะลงโทษเ้าไปพร้อมกับลูกสาวของเ้า”
เมื่อเยว่เล่อได้ยินเสียงฮูหยินใหญ่พูดด้วยเสียงอันดัง นางก็รีบส่ายหน้าเพื่อบ่งบอกให้ท่านแม่ของตนหยุดพูด เพราะนางกลัวท่านแม่จะโดนลงโทษเช่นเดียวกับตน ท่านแม่ของนางก็ได้แต่ร่ำไห้ด้วยความสงสารลูกสาวของตน เยว่เล่อนั้นบัดนี้อายุได้20ปี
แต่โชคชะตาช่างโหดร้ายและเล่นตลกกับนางเสียจริงแต่ในมุมกลับกันนางกลับไม่ได้เกรงกลัวต่อโชคชะตาที่โหดร้ายนี้เสียเท่าไหร่ ด้วยความที่เกิดมาเป็บุตรสาวของอนุผู้ต่ำต้อยทำให้นางอยู่อย่างยากลำบากภายในจวนแห่งนี้ นางนั้นนับว่าเป็คุณหนูเล็กบุตรสาวของเ้ากรมคลังแต่ติดที่ท่านแม่ของนางเป็สาวใช้จึงไม่มีใครให้ความสนใจ แม้กระทั่งบ่าวไพร่ภายในจวนยังไม่ให้ความเคารพท่านแม่ของนาง กลับพากันกลั้นแกล้งนางกับท่านแม่อย่างสนุกสนาน หากใครจะว่านางขโมยของก็ไม่แปลกเพราะหากพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อว่านางนั้นไม่ได้ทำการพูดด้วยเหตุผลกับคนในจวนนี้นั้นมันกลับทำให้นางกลายเป็คนที่ชอบแก้ตัว มิสู้เมินเฉยต่อทุกสิ่งจะดีเสียกว่า หากต่อต้านพวกเขาไปก็กลับกลายเป็ทำให้ท่านแม่ของตนเดือดร้อน อาจจะทำให้โดนฮูหยินใหญ่ทุบตีจนนางเจ็บตัวเหมือนดั่งที่ผ่านมา เวลานี้นางก็ปกป้องท่านแม่ของนางได้ด้วยวิธิการยอมจำนนต่อทุกสิ่งและอดทนต่อโชคชะตาในจวนนรกแห่งนี้
“ฮูหยินใหญ่เ้าคะท่านมหาเสนาบดีมาหาคุณหนูใหญ่เ้าค่ะ”
ครั้นเมื่อฮูหยินใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็มีท่าทีดีใจที่ว่าที่ลูกเขยของตนมา
“เ้ารีบไปบอกคุณหนูใหญ่ให้รีบแต่งตัวสวยๆเข้า เร็วๆมัวช้าอืดอาดกันอยู่นั่น”
สาวใช้นางนั้นก็รีบวิ่งแจ้นไปตามคำสั่งของนางอย่างไม่รีรอ ครั้นเมื่อห่าวอู๋ย่างกรายเข้ามาที่จวนของเ้ากรมคลังสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าก็คือสาวน้อยนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายฝนอย่างไร้ความปราณีแต่สีหน้าของเขากลับไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมากลับทำท่าเฉยเมยไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเมื่อมองไปที่นาง เขาเดินผ่านเยว่เล่อไปอย่างกับว่านางไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น ห่าวอู๋บัดนี้อายุของเขา 28 ปี มีตำแหน่งเป็ถึงมหาเสนาบดี โดยทั่วไปแล้วเหล่าขุนนางในวังหลวงต่างโจษจันกันว่าเขาทำงานอย่างไม่สนใจใครแม้กระทั่งฮองเต้หากสิ่งไหนไม่ใช่ตามที่เขา้าเขาจะไม่มีวันยอม หากคนไหนขวางทางเขาเขาจะต้องกำจัดให้พ้นทางเขาไป และอำนาจทุกอย่างเขาสามารถควบคุมได้โดยไม่สนใจฮองเต้เสียเท่าไหร่จนทำให้ฮองเต้ยังคลางแคลงสงสัยในตัวเขาอยู่ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เพราะด้วยผลงานที่ออกมาต่างก็ทำให้บ้านเมืองนั้นสงบสุข และมิได้มีผลเสียอะไรต่อการปกครองของฮองเต้ จะผิดก็เพียงแต่เขาไม่เคยจะลงรอยกับฮองเต้ก็เท่านั้นเอง
สาวใช้บรรจงหวีผมให้เจียวจินอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวพลาดท่าทำให้นางเจ็บ หากทำให้นางเจ็ฐจะต้องโดนนางเล่นงานอย่างไร้ความปราณี ใบหน้าเรียวรูปไข่ ดวงตากลมโต ปากบางเรียวสายของนางบัดนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางอย่างดี เสื้อผ้าอาภรณ์ของนางใช้ผ้าไหมสีสันสวยงามตัดเย็บอย่างดี บนหัวประดับประดาไปด้วยปิ่นปักผมมูลค่านับไม่ได้
มันบ่งบอกถึงฐานะว่านางนั้นเป็คุณหนูใหญ่แห่งจวนเ้ากรมคลัง ครั้นเมื่อนางแต่งตัวเสร็จก็รีบออกไปพบห่าวอู๋ด้วยอาการตื่นเต้นและดีใจที่เขามาหาตนถึงจวน นั่นบ่งบอกว่ามหาเสนาบดีผู้นี้หลงใหลในตัวนางมากเพียงไรถ้าไม่เช่นนั้นแล้วเขาคงไม่ตามเทียวไล้เทียวขื่อหานางอยู่อย่างนี้
“ท่านมหาเสนาบดีมาหาข้าอย่างนี้เสียเวลาท่านแย่ข้าเกรงว่างานของท่านน่าจะยุ่ง”
เจียวจินแสร้งพูดด้วยมารยาหญิงของนางไปอย่างนั้น แต่ในใจกลับดีใจแทบอยากจะะโตัวลอยที่เขามาหาตนถึงจวน
“ถ้าข้าอยากมาหาเ้าแล้วไม่มีคำว่าเสียเวลาสำหรับข้า”
เขาตอบกลับนางไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ ใบหน้าเรียวคมได้รูป ตาคมดั่งเหยี่ยว จมูกสันเป็คม ริมฝีปากเรียวบางของเขานั้นทำให้เจียวจินหลงใหลใรความรูปงามของเขา จนอยากได้เขาเป็สามีจนเนื้อเต้น และนางก็คิดว่าตอนนี้เขาเป็คนรักของนางแล้วถ้าไม่เช่นนั้นเขาไม่มาหานางเกือบทุกวันเช่นนี้
“ถ้าเช่นนั่นท่านมาดื่มชากับข้าดีกว่าเดี่ยวข้าให้สาวใช้เตรียมขนมที่ข้าทำให้ท่านได้ชิม”
“ถ้าเช่นนั้นก็รบกวนคุณหนูด้วย ข้าอยากจะชิมฝีมือท่านจริงๆ”
คำพูดของเขามันก็ยิ่งทำให้เจียวจินคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนและนางกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างผู้ชนะ เพราะมหาเสนาบดีหนุ่มผู้นี้เป็ที่หมายปองของเหล่าบรรดาสาวๆในเมืองนี้ด้วยความหล่อล่มเมืองของเขาและหน้าที่การงานที่เป็ถึงมหาเสนาบดีก็ทำให้หญิงสาวต่างก็หมายปองอยากจะครองคู่กับเขา ครั้นเมื่อเจียวจินกำลังง่วนอยู่กับการจัดแจงน้ำชาและขนมหวานให้ห่าวอู๋อยู่นั้น สายตาของเขาก็แอบมองไปยังเยว่เล่อที่ยังนั่งคุกเข่ารับโทษอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตอนนี้ตกปรอยๆ สีหน้าของหญิงสาวที่เขาสังเกตเห็นนั้นมันกลับทำให้เขาช่างแปลกใจที่เหตุใดนางไม่ได้สะทกสะท้านต่อการรับโทษเช่นนี้ กลับมีสายตาเ็าและท่าที่เบื่อหน่ายอาการนิ่งเฉยต่อความหนาวเย็นของน้ำฝนที่เปียกปอนไปทั่วทั้งตัวของนาง เขาเห็นว่านางไม่ได้หวาดกลัวต่อการรับการลงโทษ หากแต่เป็หญิงสาวบางคนที่ร่างบอบบางเช่นนางจะต้องเป็ลมล้มพับไปเสียแล้วหรือไม่ก็หนาวสั่นเพราะโดนน้ำฝนเป็เวลานาน แต่เด็กสาวผู้นี้กลับนิ่งเฉยไร้ความรู้สึก
วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใสสายลมพัดต้นไม้ใบหญ้าปลิวไหวเอื่อยๆ ภายในจวนของเ้ากรมคลังจะมีห้องข้างๆห้องเก็บของซึ่งเป็ที่อยู่ของเยว่เล่อกับท่านแม่ของนางถึงแม้ภายในห้องจะไม่ได้หรูหราสักเพียงไร แต่นางก็รู้สึกดีที่มีท่านแม่อยู่กับนาง ถึงแม้ว่าการเป็อยู่ของนางจะเทียบอะไรกับพี่สาวคนโตไม่ได้เลย แต่นางก็ไม่ได้คิดน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใด กลับคิดเสียว่าต้องมีสักวันที่นางจะพาท่านแม่ของนางออกไปจากที่นี้ ที่ซึ่งเบื้องหน้าดูมั่งคังร่ำรวยแต่ภายในกลับเน่าเฟะไร้ความปราณี ไม่ได้มีความเมตตาให้นางกับท่านแม่แม้แต่น้อย แม้กระทั้งท่านพ่อของนางก็ยังมิได้สนใจใยดี แม้กระทั้งหน้าของนางยังไม่อยากที่จะมอง แม้กระทั่งเดินผ่านเอ่ยทักทายถามไถ่ยังไม่เคยได้ยินจากปากท่านพ่อของตน แต่นางก็ไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อยกลับใช้ชีวิตโดยที่คิดว่าตนไม่มีท่านพ่อเสียอย่างนั้น เวลานี้เยว่เล่อได้ค่อยๆเดินลัดเลาะไปตามแนวกำแพงของจวนอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากให้ใครเห็น เมื่อถึงช่องทางออกที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวนางเล็กน้อย นางก็รีบมุดออกไปอย่างคล่องแคล่ว นางนั้นอยู่ในชุดที่ไม่แทบจะไม่ใช่คุณหนูเล็กแห่งจวนเ้ากรมคลังเสียด้วยซ้ำเสื้อผ้าที่นางใส่ดูเก่ามอซอกว่าบ่าวรับใช้เสียอีก แต่เสื้อผ้าเก่าดูมอซอเ่าั้กลับไม่ได้มีผลอะไรต่อนาง เพราะผิวขาวใสเนียนสวยใบหน้าที่งดงามดั่งเช่นเทพธิดา ใบหน้าของนางเรียวสวยได้รูป ดวงตาคมโต ขนตางอนหน้า จมูกโด่งเรียวปลายจมูกเชิด หากใครเห็นก็หลงใหลโดยที่ไม่ต้องสงสัยอะไรมากมาย ครั้นนางออกจากจวนมาได้นางก็รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที
ณ กระท่อมชายป่ามีชายชราสูงวัยนอนเอนกายอยู่ที่ม้าโยกเขามีหนวดเคราสีขาวยาวรุงรัง ผมยาวสีขาวมัดไว้ดูเป็ระเบียบ เขาได้นอนเอนกายพร้อมกับจิบน้ำชาอย่างสบายใจท่ามกลางป่าไผ่สูง เบื้องหน้ามีแม่น้ำไหลผ่านพาให้มีสายลมพัดเย็นสบาย
“ข้าน้อยคาราวะท่านอาจารย์เ้าค่ะ”
เยว่เล่อทำความเคารพท่านผู้เฒ่าด้วยท่าทางนอบน้อม
“มาแล้วเรอะศิษย์ข้าข้าเตรียมยาไว้ให้เ้าไปกินเสีย”
“อาจารย์ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่สบาย”
“ตากฝนนานเช่นนั้นถ้าหากไม่เป็ไรข้าคิดว่าเ้าคงไม่ใช่มนุษย์เสียแล้ว”
“ศิษย์ขอบคุณอาจารย์มากนะเ้าค่ะที่เป็ห่วง”
“เื่เล็กน้อย...เ้ารีบไปดื่มยาเสียเถิด”
พอจบการสนทนานางก็วิ่งเข้าหายไปในกระท่อมนั้นอย่างว่องไว ท่านผู้เฒ่าก็ยังเอนกายนอนยิ้มอย่างสบายใจ
“อาจารย์ๆเยว่เล่อมารึยังขอรับ”
เสียงดังมาแต่ไกล
“เ้าก็มาดูเองเสียสิจะถามข้าทำไมกัน”
ครั้นสิ้นเสียงก็เห็นชายหนุ่มก็เหาะมาแต่ไกล เฝิ่นลู่ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งของเขาที่อยู่กับเขามาั้แ่เด็ก บัดนี้ได้โตเป็หนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเยว่เล่อ ทั้งสองนับได้ว่าเป็เพื่อนสนิทกัน แต่เฝิ่นลู่กลับไม่ได้คิดว่าเยว่เล่อเป็เพื่อน เขากลับคิดมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน โดยที่นางก็รับรู้ว่าเขาคิดอย่างไร แต่นางกลับคิดว่าเื่ชีวิตคู่นั้นชาตินี้นางจะไม่ขอมีคู่เสียดีกว่า เพราะนางเห็นตัวอย่างจากท่านแม่ของนางนางคิดว่าความรักหรือการใช้ชีวิตคู่นั้นสำหรับนางมันช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน
“เยว่เล่อๆเ้ามาแล้วใช่หรือไม่”
“ข้ามาแล้วเ้าตื่นเต้นอะไรกันหนักหนา”
“ก็ข้าไม่เจอเ้าเสียหลายวันข้าก็คิดถึงเ้า ข้าเหงาจะแย่”
“แค่ข้าไม่ได้มาหาอาจารย์แค่วันเดียวเองหลายวันเสียที่ไหน”
“ก็นั้นแหล่ะมันเหมือนหลายวัน”
ท่านผู้เฒ่าก็ได้แต่แอบมองศิษย์ของตนทั้งสองแล้วก็อมยิ้มอย่างมีความสุข และทั้งสองก็ไม่รอช้าพากันไปฝึกเพลงกระบี่อยู่ท่ามกลางป่าไผ่อย่างสนุกสนาน เยว่เล่อมีความสุขที่สุดก็ตอนที่ออกมาหาอาจารย์ของนาง เพราะอาจารย์ของนางนั้นเสมือนพ่อของนางคนหนึ่งเขาสอนนางให้อ่านหนังสือออก แม้กระทั้งฝึกวรยุทธให้นาง จนทุกวันนี้นางเรียนรู้จากเขาจนหมดทุกอย่างและอาจารย์ของนางก็ดูเหมือนจะภูมิใจในตัวนางมากๆ เพราะนางนั้นฉลาดหัวไว เห็นได้ชัดจากการท่องตำราและการฝึก
วรยุทธนางเรียนรู้ได้เร็วกว่าเฝิ่นลู่มาก จนทุกวันนี้เขาไม่มีอะไรจะสอนนางเสียแล้ว