หลังจากเหตุการณ์ในสวนดอกไม้ หลิวเสี่ยวเหมยกลับมายังเรือนพักด้วยความรู้สึกที่สับสนและแปลกใหม่ ภาพของเหลาจางโถวที่จ้องมองนางอย่างไม่ละสายตา และรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นเมื่อนางเดินจากไป ทำให้ความไร้เดียงสาของนางเริ่มสั่นคลอน นางรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของตนเอง พลังที่สามารถดึงดูดและสร้างความปรารถนาในตัวผู้อื่นได้
แต่คนที่ยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดของนางอย่างไม่ลดละคือ เหลียงฟู บ่าวชายวัยยี่สิบปีผู้มีรูปร่างกำยำ ภาพที่เขาหลบสายตาและใบหน้าที่แดงก่ำในบทที่ 1.2 ยังคงชัดเจนในความทรงจำของนาง ความรู้สึกตื่นเต้นที่เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เขาแตกต่างจากความรู้สึกหวาดระแวงที่เกิดจากเหลาจางโถว ความตื่นเต้นนี้เป็เหมือนกับเปลวไฟเล็ก ๆ ที่ถูกจุดขึ้นในใจของเด็กสาว
ในวันรุ่งขึ้น เสี่ยวเหมยหาข้ออ้างที่จะไปยังลานด้านหลังเรือนอีกครั้ง นางสั่งให้เสี่ยวหงไปนำพู่กันชุดใหม่มาให้ โดยรู้ดีว่าเสี่ยวหงจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการค้นหาในห้องเก็บของเก่า
เมื่อมาถึงลานด้านหลัง เสี่ยวเหมยก็พบกับเหลียงฟูตามที่คาดไว้ เขากำลังวิดน้ำจากบ่อเพื่อรดน้ำต้นไม้ โดยสวมเพียงกางเกงผ้าฝ้ายสีเข้มตัวเดียว เผยให้เห็นท่อนบนที่เปลือยเปล่าและเต็มไปด้วยเหงื่อไคล
เหลียงฟูรู้ดีว่าคุณหนูของเขากำลังจะมา หลังจากเหตุการณ์ครั้งที่แล้ว เขาได้ใช้เวลาคิดทบทวนและตัดสินใจที่จะไม่หลบซ่อนความรู้สึกอีกต่อไป แต่จะใช้มันเป็เครื่องมือในการเข้าใกล้คุณหนูอย่างแเี
เมื่อเหลียงฟูเห็นเงาของคุณหนูย่างกรายเข้ามา เขาก็แสร้งทำเป็ไม่รู้ตัว และตั้งใจที่จะแสดงความแข็งแกร่งของตนเองออกมาอย่างเต็มที่ เขายกถังน้ำขนาดใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ กล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องที่แข็งแกร่งเกร็งตัวอย่างชัดเจน แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ถูกแดดเผาจนเป็สีแทนขยับขึ้นลงตามจังหวะการวิดน้ำ
เสี่ยวเหมยยืนนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นร่างกายของผู้ชายที่เติบโตเต็มที่อย่างใกล้ชิด ร่างกายของเหลียงฟูแตกต่างจากบิดาของนางที่ดูผอมบางและอ่อนแออย่างสิ้นเชิง
เหงื่อที่ไหลย้อยลงมาจากหน้าผากของเหลียงฟู ไหลผ่านแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ก่อนจะหายไปในขอบกางเกงที่เปียกชื้น ภาพนี้เป็เหมือนกับภาพวาดที่เต็มไปด้วยพลังและความดิบเถื่อน มันปลุกเร้าความรู้สึกที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน
เหลียงฟูแสร้งทำเป็หันมาเห็นคุณหนูโดยบังเอิญ เขารีบวางถังน้ำลงและทำท่าจะสวมเสื้อ แต่ก็ช้าเกินไป “คุณหนู!” เขาอุทานด้วยน้ำเสียงที่ดูใ “บ่าวขออภัยที่แต่งกายไม่สุภาพ” “ไม่… ไม่เป็ไร” เสี่ยวเหมยตอบเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าของนางร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา นางรีบหันหน้าหนี แต่ภาพของร่างกายที่แข็งแกร่งของเหลียงฟูก็ยังคงติดอยู่ในม่านตาของนาง
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นช่างแปลกใหม่และน่าค้นหา มันไม่ใช่ความรักแบบที่นางเคยอ่านจากตำรา แต่มันเป็ความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและร่างกายรู้สึกวูบวาบ นางไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร แต่สัญชาตญาณของเด็กสาวบอกให้นางอยากจะ “พิสูจน์” ความรู้สึกนี้อีกครั้ง
เหลียงฟูยิ้มเล็กน้อยในใจ เขาได้บรรลุเป้าหมายแล้ว “คุณหนูมามีธุระอะไรกับบ่าวหรือขอรับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
เสี่ยวเหมยพยายามรวบรวมสติ “ข้า… ข้าแค่เดินผ่านมา เห็นเ้าทำงานหนักจึงแวะมาดู” นางพูดโกหกคำโต “เ้า… เ้าควรจะพักบ้างนะ” “ขอบคุณในความเมตตาของคุณหนูขอรับ” เหลียงฟูโค้งคำนับอย่างช้า ๆ ทำให้กล้ามเนื้อหลังของเขาเกร็งตัวอีกครั้ง
เสี่ยวเหมยรู้ดีว่านางไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้ ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในใจของนางกำลังจะทำให้นางควบคุมตัวเองไม่ได้ “ข้า… ข้าไปก่อนนะ” นางกล่าวลาอย่างรวดเร็วและรีบเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะรอให้เหลียงฟูตอบ
เหลียงฟูมองตามแผ่นหลังของคุณหนูด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาไม่ได้เพียงแค่หวังให้คุณหนูสนใจ แต่เขากำลังวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อดึงดูดความสนใจของนางอย่างต่อเนื่อง เขารู้แล้วว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาได้ถูกหว่านลงในใจของคุณหนูหลิวเสี่ยวเหมยเรียบร้อยแล้ว และมันกำลังจะเติบโตอย่างรวดเร็ว