หลังจากพายุแห่งความกดดันจากคุณท่านมู่พัดผ่านไป มู่เฉิง รีบตามมาสมทบกับสองแม่ลูกที่ร้านอาหารสไตล์ยุโรปกึ่งส่วนตัวบนชั้นดาดฟ้าที่เขาสั่งปิดโซนพิเศษไว้ เสี่ยวเป่าที่เหนื่อยจากการเดินเที่ยวเริ่มเคลิ้มหลับไปบนโซฟานุ่มตัวยาวข้างๆ ซูหว่าน ทิ้งให้บรรยากาศระหว่างผู้ใหญ่สองคนตกอยู่ในความเงียบที่น่าอึดอัด
มู่เฉิงจ้องมองใบหน้าของ หลินซูหว่าน ภายใต้แสงไฟสีนวล เธอสะสวยและดูบริสุทธิ์เกินกว่าจะเป็ผู้หญิงที่แม่เลี้ยงเฉินตราหน้าไว้ ยิ่งเขามองใบหน้าของเสี่ยวเป่าที่ถอดแบบมาจากเขาประหนึ่งพิมพ์เดียวกัน ความมั่นใจในสัญชาตญาณก็พุ่งขึ้นจนถึงจุดเดือด
เขาค่อยๆ ล้วงมือลงไปในกระเป๋าสูท และหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะผ้าคลุมสีขาวสะอาดตา
กึก...
มันคือ ปิ่นปักผมไม้ ราคาถูกสภาพเก่าคร่ำคร่า แต่มันกลับทำให้ซูหว่านที่กำลังจิบน้ำถึงกับมือสั่นจนน้ำกระฉูดออกจากแก้ว ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความใ ราวกับเห็นิญญาจากอดีตตามมาหลอกหลอน
"คุณมู่... นี่มัน..." ซูหว่านเสียงสั่น พยายามจะปรับสีหน้าให้เป็ปกติ
"ปิ่นชิ้นนี้... ผมเก็บได้ในห้องพักที่โรงแรม 'มูนไลท์' เมื่อ 5 ปีก่อน" มู่เฉิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง สายตาเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ในคืนที่พายุฝนกระหน่ำ คืนที่มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกส่งตัวมาที่ห้องของผมด้วยความเข้าใจผิด... ผู้หญิงที่ทิ้งััที่ผมไม่มีวันลืมไว้ แล้วหายตัวไปพร้อมกับทิ้งปิ่นชิ้นนี้ไว้บนหมอน"
ซูหว่านหน้าร้อนผ่าว ความทรงจำในคืนที่เลวร้ายและงดงามในเวลาเดียวกันพุ่งเข้าชนเธออย่างแรง คืนที่เธอได้เสียความบริสุทธิ์ให้แก่ชายแปลกหน้า แต่ชายคนนั้นกลับเป็มู่เฉิง...
"ฉัน... ฉันไม่รู้เื่ค่ะ คุณมู่คงจำคนผิด ปิ่นไม้แบบนี้หาซื้อได้ทั่วไปตามตลาดนัด" ซูหว่านพยายามเบือนหน้าหนี แต่หยาดน้ำตาเม็ดเล็กเริ่มคลอที่เบ้าตา
"อย่าโกหกผมอีกเลย หว่านเอ๋อร์!" มู่เฉิงขยับตัวเข้าไปใกล้จนแทบจะชิด "ผมไปที่บ้านตระกูลหลินมาแล้ว ผมรู้ว่าปิ่นชิ้นนี้เป็ของคุณ และผมรู้ว่าคุณคือลูกสาวที่ถูกขับไล่ออกมาเพราะ 'ตั้งท้อง' โดยไม่บอกว่าใครเป็พ่อ!"
มู่เฉิงเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทาของเธอไว้แน่น "ทำไมต้องหนี? ทำไมไม่บอกผมว่าคืนนั้นเป็คุณ? ผมออกตามหาคุณมาตลอด 5 ปีนะ!"
ซูหว่านสะบัดมือออกด้วยความเ็ปและหวาดกลัว "แล้วจะให้ฉันบอกคุณเพื่ออะไรคะ? เพื่อให้คุณตราหน้าว่าฉันเป็ผู้หญิงที่ถูกส่งมาประเคนให้คุณถึงเตียงเหรอ? หรือเพื่อให้ตระกูลมู่ที่สูงส่งของคุณมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันที่มันเหลืออยู่เพียงน้อยนิด!"
เธอมองไปที่เสี่ยวเป่าที่กำลังหลับปุ๋ย ความหวาดกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอคือการสูญเสียลูกสาวไป "ใช่ค่ะ... ฉันคือผู้หญิงในคืนนั้น แต่คุณเข้าใจผิดเื่หนึ่ง..."
ซูหว่านสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามเค้นคำพูดที่ทำร้ายตัวเองที่สุดออกไปเพื่อปกป้องลูก "เสี่ยวเป่า... ไม่ใช่ลูกของคุณ"
มู่เฉิงชะงักไป แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความคาดหวังกลับสั่นไหว "คุณว่าอะไรนะ?"
"เสี่ยวเป่าไม่ใช่ลูกของคุณมู่ค่ะ" ซูหว่านพูดโกหกคำโตทั้งที่หัวใจแตกสลาย "หลังจากคืนนั้น... ฉันถูกไล่ออกจากบ้าน และฉันก็พลาดไปมีอะไรกับคนอื่น... คนที่ฉันรักจริงๆ เสี่ยวเป่าเป็ลูกของเขากับฉัน แต่เขาเสียชีวิตไปแล้วในอุบัติเหตุ คุณมู่คะ... ได้โปรด อย่าพยายามยัดเยียดสถานะพ่อให้เด็กคนนี้เพียงเพราะความรู้สึกผิดในคืนนั้นเลยค่ะ"
"คุณโกหก!" มู่เฉิงตวาดเบาๆ "หน้าตาเด็กคนนั้นเหมือนผมอย่างกับแกะ! คุณจะบอกว่ามันเป็เื่บังเอิญงั้นเหรอ?"
"คนหน้าคล้ายกันมีถมไปค่ะคุณมู่" ซูหว่านจ้องหน้าเขาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ถ้าคุณคิดจะแย่งเสี่ยวเป่าไปจากฉันโดยใช้อำนาจของคุณ ฉันขอบอกเลยว่าคุณจะได้เพียงร่างที่ไร้ิญญาของฉันไปเท่านั้น อย่ามายุ่งกับลูกสาวของฉันอีกเลยนะคะ"
มู่เฉิงมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวและความเ็ปที่แสนสาหัส แม้ใจหนึ่งเขาจะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเธอโกหก แต่อีกใจหนึ่งเขากลับรู้สึกกลัว... กลัวว่าถ้าเขาบีบคั้นเธอมากไปกว่านี้ เธอจะพาลูกหนีเขาไปอีกครั้งและคราวนี้เขาอาจจะหาเธอไม่เจออีกตลอดกาล
"ก็ได้..." มู่เฉิงพึมพำ เสียงของเขาดูแก่ชราลงไปหลายปี "ถ้าคุณยืนยันแบบนั้น ผมก็จะไม่บังคับ... ในตอนนี้"
เขาลุกขึ้นยืนและหยิบสูทมาสวม "แต่จำไว้เถอะหว่านเอ๋อร์ ความจริงก็คือความจริง วันหนึ่งมันจะปรากฏออกมาเอง และวันนั้น... ไม่ว่าใครหน้าไหนก็พรากคุณกับลูกไปจากผมไม่ได้ แม้แต่ตัวคุณเองก็ตาม"
มู่เฉิงเดินออกจากร้านไปทิ้งให้ซูหว่านนั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่ข้างลูกสาว เธอโน้มตัวลงกอดเสี่ยวเป่าไว้แน่นราวกับกลัวว่าใครจะมาพรากแก้วตาดวงใจไป โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า มู่เฉิงไม่ได้ละทิ้งความสงสัย แต่เขากลับสั่งให้เลขาฉินแอบเก็บ "แก้วน้ำ" ที่เสี่ยวเป่าเพิ่งจิบไป เพื่อนำไปตรวจ DNA ให้รู้ดำรู้แดงในคืนนี้ทันที!