หวงจิ่นกวงตัวแข็งทื่อ คิดไม่ถึงว่าภรรยาจะมีน้ำใจให้เขามาขนาดนี้ เขาคิดว่าเธอจะโวยวายเหมือนทุกครั้งที่เขากลับมาเสียอีก แต่เื่นี้โทษเธอไม่ได้ เป็เขาเองที่ทำให้เธอต้องจมอยู่กับความทุกข์
“ผมกินเองดีกว่า”
“ตามใจ” หยางจูยื่นถ้วยโจ๊กร้อนๆส่งให้คนป่วย อุตส่าห์จะแสดงเป็ภรรยาแสนดี ห่วงใยสามีสักหน่อย
ระหว่างที่รอเขากินโจ๊กถ้วยนั้นให้หมด เธอก็เริ่มเติมถ่านอีกรอบ เนื่องจากว่าตอนนี้ฝนก็ยังตกหนักอยู่ ร่างกายเขาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก จำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องทำให้อุณหภูมิในห้องนี้อุ่น
ทุกๆการกระทำของหยางจู อยู่ในสายตาของคนบนเตียงมาตลอด เขาถือโอกาสนี้สำรวจเธอไปด้วย ดูเหมือนว่าเธอจะผอมลงจากแต่ก่อน ทว่ากลับดูมีชีวิตชีวา ผิวเนียนใส สะอาดสะอ้าน มองถึงตรงนั้นเขาก็รีบพาสายตาตัวเองสำรวจไปรอบๆห้อง
แม้ว่าจะไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงเสียงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าด ก็พอดูออกว่าห้องนี้ถูกดูแลเป็อย่างดีจากเ้าของห้อง และดูเหมือนว่าเครื่องนอนจะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ไม่เสียแรงที่ส่งเงินมาให้ใช้
ข่าวเื่ที่ภรรยาเข้าบ่อนและถูกคนทำร้ายเขาก็ได้รับรายงานแล้วเหมือนกัน แต่พอกลับมาบ้านเห็นการเป็อยู่ของลูกชายและภรรยาแล้ว เขาคงต้องมองเธอใหม่
“น้ำค่ะ” หยางจูยกน้ำอุ่นส่งให้
“อือ”
เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง เธอเองก็ไม่รู้ว่าต้องคุยอะไร เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าสามีจริงๆ ดูไม่ค่อยออกว่าเป็อย่างไร ดูๆไปแล้วก็ไม่เห็นจะเหมือนพวกชอบตัดแขนเสื้อตัวเองเลยนี่นา
“คุณนอนเถอะ ผมค่อยยังชั่วขึ้นแล้วล่ะ”
“ยังหรอก ก่อนหน้านี้มัวแต่เช็ดตัวให้คุณ ไม่ทันสังเกตว่ามีกระเป๋าเสื้อผ้าคุณติดมาด้วย เดี๋ยวฉันจะตาก…”
“ไม่ต้อง! พรุ่งนี้ผมจัดการเอง คะ…คือมีแต่เสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งนั้นน่ะ” หวงจิ่นกวงใจเต้นแรงเมื่อพูดคำโกหก เพราะเขาไม่เคยโกหกผู้หญิงคนนี้ได้เลยสักครั้ง
หยางจูหรี่ตามองอีกฝ่าย ก็แค่กระเป๋าเก่าๆ ขาดรุ่งริ่งไม่เห็นจะต้องหวงขนาดนี้เลยนี่นา ช่างเถอะ เธอเองก็เริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน
“ตามใจ แต่ถ้าพรุ่งนี้คุณย่า”
“ผมจัดการเอง ดึกแล้วคุณนอนเถอะ” พูดจบก็ขยับตัวไปอีกฝั่งของเตียง ให้เหลือพื้นที่ให้กับอีกฝ่าย
“ฉันจะนอนกับลูกบนฟูกข้างล่าง คุณคงไม่คิดจะเอาหวัดมาติดพวกเราทั้งครอบครัวหรอกนะคะ”
คำว่า ครอบครัว สองคำนี้ทำเอาหัวใจที่ห่อเหี่ยวของเขากลับมาอบอุ่นอีกครั้ง อย่างน้อยเธอก็ยังเห็นเขากับลูกชายเป็ครอบครัวอยู่สินะ
เช้าตรู่ของอีกวัน หยางจูรู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้นในห้อง เอื้อมมือไปกอดลูกชายเขาก็ยังนอนอยู่ แล้วเสียงที่ได้ยินเป็ใครกัน
“สามีป่วยหนักขนาดนี้ หล่อนยังนอนหลับลงได้อีกเหรอยะ”
หญิงสาวงัวเงียลุกขึ้นตื่น ขยี้ตาตัวเองให้ตื่นเต็มตา จากนั้นก็มองไปยังเสียงที่พูดเหน็บแนม พบว่าตอนนี้ภายในห้องไม่ได้มีแค่ครอบครัวเธออีกต่อไป แต่ยังมีแม่สามี และคุณย่าหวงที่นั่งเช็ดน้ำตาตรงขอบเตียงอีกด้วย
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่ คุณย่า” หยางจูพูดแก้เขิน
“เฮอะ!” คุณแม่หวงหันหน้าหนีอย่างไม่ชอบใจ
“ตื่นแล้วก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเถอะ” คุณย่าหวงพูดเสียงขึ้นจมูก ท่านน่าจะร้องไห้มาหมาดๆ
“ค่ะ”
ทุกการกระทำของหญิงสาว มีสายตาคมคู่หนึ่งคอยมองตามอยู่ตลอด ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอไม่ตื่นเช้าขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ
เขามองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ พบว่าตอนนี้เป็เวลา 04.30 น. เรียกได้ว่ายังเช้าอยู่มา แต่เขาเป็ทหาร ชินแล้วกับการตื่นเช้าขึ้นมาออกกำลังกาย
“คุณแม่ก็คอยให้ท้ายหล่อนตลอดเลย” คุณแม่หวงมองค้อนแม่สามี
“หล่อนก็อย่าไปหาเื่เด็กมันมากนัก ไม่เห็นเหรอว่าเ้าสามก็อยู่ อย่าทำให้ลูกลำบากใจสิ”
“เ้าสามก็เหมือนกัน ตามใจภรรยาจนเคยตัว รู้หรือเปล่าว่าเงินที่แกส่งมาให้หล่อนทุกเดือนหมดไปกับการเข้าบ่อน จนคุณย่าต้องเอาเด็กนั่นไปดูแล”
“เด็กนั่นที่แม่พูดถึง เขาคือลูกของผมนะครับ” หวงจิ่นกวงพูดเสียงเรียบ
“ใช่ที่ไหน”
“ผมว่าผมพูดกับแม่หลายครั้งแล้วนะครับ ว่าิเอ๋อร์คือลูกชายที่เกิดจากผมและจูจูจริงๆ แม่เชื่อลมปากของคนอื่น ทำไมไม่เชื่อคำพูดของลูกชายตัวเองบ้าง”
“ก็เพราะแก…” คุณแม่หวงห้ามปากของตัวเองเอาไว้ได้ทัน ถึงจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ต้องรู้ว่าพวกผู้ชายตัดแขนเสื้อจะทำลูกได้อย่างไรกัน
หยางจูหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าประตู เธอมาทันเื่ที่สามียืนยันกับแม่ของเขา ว่าหวงชิวิคือลูกชายทั้งสองคน ในเมื่อสามีก็ยอมรับ แล้วทำไมที่ผ่านมาคนที่บ้านถึงเอาแต่พูดว่าเธอมีชู้จนคลอดลูกมาให้สามีเลี้ยงลูกชู้กันล่ะ?
“พอเถอะ เราพูดเื่นี้กันหลายรอบแล้ว ฉันไม่อยากจะฟังมันอีก” คุณย่าหวงโบกมือ เป็การบอกว่าห้ามทุกคนพูดเื่นี้อีก
“เฮอะ” คุณแม่หวงรู้สึกไม่พอใจ จึงเดินปึงปังออกจากห้อง สวนกับลูกสะใภ้ เลยแกล้งเดินชนไหล่ของอีกฝ่าย
ส่วนหยางจูได้แต่มองบน คิดว่าเื่พวกนี้จะมีแค่ในนิยายเสียอีก จำเป็ต้องแสดงออกว่าไม่ชอบเธอขนาดนี้ไหม? ใครชอบหล่อนกัน หญิงสาวเบ้ปากนิดๆ แล้วเดินกลับเข้าห้องไป
“แผลของเ้าสามกำเริบ ทำซุปกระดูกหมูบำรุงก็แล้วกัน” คุณย่าหวงพูดขึ้น
“ค่ะ” หยางจูพยักหน้าหงึกๆ “แล้วจะไปเอากระดูกหมูมาจากที่ไหนล่ะคะ?”
ใช่ว่าในมิติของเธอจะไม่มี แต่การที่คนอื่นบอกอะไรแล้วเธอหามาได้ทันดีทันใด ไม่เท่ากับว่าเธอเอาหลักฐานมามัดคอตัวเองหรอกหรือ ถ้าคุณย่าหวงไม่มานั่งกำกับ เธอก็คงจะพอหลอกสามีได้ว่าเป็ของที่เธอซื้อมาตุนเอาไว้เมื่อวาน
“หล่อนก็ออกไปซื้อที่สหกรณ์ร้านค้าหมู่บ้านสิ เอาเงินกับคูปองนี่ไป” พูดจบท่านก็ยื่นเงินแล้วก็คูปองให้
หวงจิ่นิมองดูเวลา แล้วก็พูดขึ้นมา “ไม่ต้องหรอกครับคุณย่า ผมกินแค่โจ๊กผสมข้าวโพดก็พอ”
“ได้อย่างไรกันล่ะ ถ้าแกเป็ห่วงเมียมาก ถ้าอย่างนั้นย่าแก่ๆคนนี้จะออกไปซื้อเองแล้วกัน” คุรย่าหวงมองค้อนหลานชายที่เป็ห่วงภรรยาไม่เข้าเื่
หยางจูฝืนยิ้มที่คิดว่าจริงใจที่สุดส่งออกไป ทั้งที่ความจริงในใจรู้สึกอีกอย่าง “ฉันไปเองค่ะคุณย่า อยู่คุยเป็เพื่อนจิ่นกวงเถอะค่ะ ไม่ได้เจอกันปีกว่าคงมีเื่มาเล่าเยอะทีเดียว”
หยางจูคว้าเงินมาก็รีบเดินออกจากห้องทันที ใครใช้ให้แม่เฒ่านั้นรักหลานชายคนนี้มากล่ะ ถ้ามาช้ากว่านี้สักหน่อยเธอก็ไม่ต้องเดินลุยน้ำไปที่สหกรณ์ร้านค้าแล้ว ทั้งที่ของมีเต็มมิติแต่เอาออกมาใช้ตามใจชอบไม่ได้ น่าเจ็บใจนัก
เช้าวันนั้นคุณย่าหวงอยู่กินมื้อเช้าที่ห้องของหยางจู โดยมีคนบ้านใหญ่กลืนน้ำลายตามกลิ่นหอมที่ลอยออกมานอนห้อง
“อืม วันนี้กระดูกหมูเนื้อเยอะดีจริงๆ” คุณย่าหวงพยักหน้าพอใจ
“กินเยอะๆนะครับ” คนป่วยตักเนื้อหมูที่แคะออกจากกระดูกไปวางให้
หยางจูยืนดูย่าหลานกินมื้อเช้ากันบนเตียง โดยมีลูกชายของเธอกินบนโต๊ะ ส่วนเธอนั้นกินทีหลังเพราะพื้นที่ในห้องมีจำกัด เนื่องจากว่ายกครัวเข้ามาอู่ในห้องชั่วคราว
หลังจากนั้นไม่นาน คนอื่นๆก็ทยอยเข้ามาเยี่ยม หยางจูหลีกทางให้พี่น้องได้พบปะพูดคุย ส่วนเธอก็ออกมานั่งกินมื้อเช้าที่ลานหน้าบ้านแทน
่สายพี่น้องคนอื่น ๆออกไปสำรวจหมู่บ้าน เธอเลยกลับเข้าห้อง พบว่าตอนนี้สามีกำลังมองมาที่เธออยู่เหมือนกัน
“ผมมีเื่จะคุยกับคุณ” หวงจิ่นกวงตัดสินใจบอกความจริงเื่ที่เขาปลดประจำการ ไม่ได้เป็ทหารแล้ว
เมื่อก่อนถึงเธอจะไม่พอใจที่เขาไปเป็ทหาร เพราะต้องอยู่ห่างกัน แต่เธอก็ดูจะภูมิใจไม่น้อยที่เป็ภรรยาของทหาร แต่ตอนนี้เขาไม่มั่นใจแล้วว่าเธอจะยังภูมิใจในตัวเขาอยู่หรือไม่ หากว่าเธอรับไม่ได้ ้าจะแยก เขาก็ยินดีจะให้เงินที่มีทั้งหมดแลกกับลูกชาย ปล่อยให้เธอได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่