“ดีใจจังครับ มาบ้านคุณหญิงป้าแล้วได้กินข้าวกับคุณตะวันด้วย โอกาสแบบนี้ไม่มีให้บ่อยๆ หรอกใช่หรือเปล่าครับ”
นนนทียิ้มกว้างด้วยความอารมณ์ดีตามเคย เพราะนับตั้งแต่กลับจากเมืองนอกก็ไม่เคยสบโอกาสเหมาะที่จะได้อยู่ใกล้สาวสวยคนนี้จังๆ สักครั้ง ไม่เธอหรือเขาจะต้องติดนั่นติดนี่ตลอดเวลา หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเองก็ไม่ได้เอาจริงเอาจัง ถึงยังพิชิตใจสาวเจ้าไม่ได้สักที
“นั่นน่ะสิ ช่วงนี้ฉันก็มัวแต่ยุ่งกับรีสอร์ตจนปวดหัวไปหมด พะยอมหนีกลับไปนอนแล้ว เพราะวุ่นมาตั้งแต่เช้าเหมือนกัน ไปนั่งคุยกันดีกว่า ยืนนานคนแก่ปวดขา”
เจ้าของบ้านก็นำสองหนุ่มสาวไปยังโต๊ะที่สนาม แต่ก็เหมือนคิดขึ้นได้จึงหันไปสั่งหลานชายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ตาที! ช่วยเอาแกงไปในครัวแล้วบอกให้จัดมื้อเย็นมาที่นี่เลยนะจ๊ะ ป้าเริ่มหิว”
“ครับผม” หลานชายไม่อิดออดแล้วรับหม้อจากมืออาทิตยาเดินเร็วๆ เข้าบ้านไป
“ยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ดแล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กๆ อยู่เลย ไม่เห็นเหมือนตะวันที่นับวันก็เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทำงานเก่งขึ้น ปรับตัวเข้าสังคมได้มากขึ้น ยิ่งพูดฉันยิ่งเสียดายที่ไม่มีลูกชายอีกสักคน จะได้ขอตะวันมาเป็นสะใภ้ซะเลย”
หลายครั้งแล้วที่ได้ยินประโยคนี้ อาทิตยาไม่ได้ว่าอะไรนอกจากยิ้มรับด้วยความยินดีเมื่อมีผู้ใหญ่เมตตา แต่ก็ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่อีกคนจะเมตตารับลูกจ้างอย่างเธอไปเป็นสะใภ้บ้างไหม หากถึงวันที่เธอกับเขาต่างค้นพบคำตอบในหัวใจของกันและกันได้แล้ว
“ว่าแต่ตอนนี้มีใครเข้ามาจีบแบบจริงจังบ้างหรือเปล่าล่ะตะวัน แล้วเมื่อไหร่จะได้ไปทำงานบริษัทใหญ่ๆ ตำแหน่งสูงๆ เงินเดือนดีๆ ให้สมกับเกียรติดอกเตอร์บ้าง หรือจะต้องอยู่ใช้หนี้บุญคุณไปอีกสักสิบปี”
บางครั้งคุณหญิงก็มักจะพูดอะไรตรงไปตรงมาไม่แพ้กับเจ้านายตัวเองเช่นกันในความคิดของอาทิตยา และเมื่อถามตรงก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะตอบตรงออกไปเช่นกัน
“ยังเลยค่ะคุณหญิง ส่วนเรื่องงานใหม่คงยังคิดไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณผู้หญิงไม่มีใคร คุณแอ๊ฟก็ไม่อยู่ ตะวันเลยคิดว่าคงจะยังทิ้งไปไหนไม่ได้ในตอนนี้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีคนที่คุณผู้หญิงไว้ใจวางใจมากกว่าตะวันเข้ามาแทน ตะวันถึงจะคิดค่ะ”
แม้คนฟังจะไม่ชอบใจนักกับคำตอบ แต่ก็ชื่นชมไม่น้อย ในความกตัญญูผู้มีพระคุณ ไม่ทอดทิ้งไปไหนในยามมีปัญหา
“ถึงจะไม่เห็นด้วย แต่ฉันก็ดีใจนะที่ได้ยินอย่างนี้ อยากให้คุณเอ้รู้บ้างจัง แล้วพ่อหลานชายตัวดีของฉันล่ะ พอจะมีสิทธิ์ได้ลุ้นกับหนุ่มอื่นบ้างมั้ย”
พอเห็นหลานชายออกจากประตูมาแต่ไกล คนเป็นป้าเลยอยากจะรู้บ้าง อาทิตยายิ้มน้อยๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าตรงเสียยิ่งกว่าตรง
“ปัญหาอยู่ที่ว่าคุณทีไม่ได้จริงจังที่จะใช้สิทธิ์ และคุณแม่คุณพ่อของคุณทีเองก็คงจะไม่ให้สิทธิ์ด้วยมากกว่าค่ะ สำหรับตะวันแล้วไม่เคยกำหนดว่าจะเป็นใคร ยังไง เลิศเลอแค่ไหน แต่จะเลือกยอ่างมีสติ ไม่ยึดถือเอาหัวใจและความรักเป็นสำคัญแค่เรื่องเดียว จนลืมความเป็นจริงที่อาจจะสร้างปัญหาให้ชีวิตคู่ภายหลังและอาจจะต้องเสียใจกันทุกฝ่ายค่ะ”
คุณหญิงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อประจักษุแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าหูไวตาไว รับรู้ความเป็นไปของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี แม้แต่เรื่องที่น้องชายกับน้องสะใภ้ไม่ประสงค์จะให้ลูกชายมาเกี่ยวข้องด้วย
“วันนี้ลุกไปไหนบ้างหรือเปล่ามี่ หรือเอาแต่นอนหมกอยู่ในห้องเท่านั้น”
อาทิตยาเปิดประตูห้องเอมิกาเข้าไปโดยไม่ต้องเคาะ เพราะทั้งสองต่างมีการ์ดห้องกันและกันไว้คนละชุด พอเห็นเพื่อนนอนอุดอู้อยู่ก็ให้ไม่สบายใจเอาเสียเลย จึงรีบตรงไปลากลุกจากเตียง
“เราไปหาซื้ออะไรมาทำกินกันดีกว่า วันนี้เลิกงานเร็ว พรุ่งนี้ก็วันหยุดจะได้นอนตื่นสายๆ ไง ไปอาบน้ำแต่งตัวด่วนเลยยัยมี่”
เอมิกายินยอมทำตามคำเพื่อนอย่างไม่เกี่ยงงอน เพราะเบื่อกับห้องเดิมๆ เช่นกัน ตลาดสดอยู่ไม่ไกลมากทำให้สองสาวได้ทุกอย่างตามต้องการ เลยรีบกลับมาช่วยกันปรุงอาหารคนละอย่างสองอย่างกินอย่างเอร็ดอร่อย จนอิ่มแปล้
“เขาว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ทำไมมี่ไม่ออกไปเที่ยวกับพวกเพื่อนๆ บ้าง เผื่อเจอหนุ่มใหม่ จะได้ช่วยมาดามหัวใจให้ไง เลิกสน เลิกร้องไห้ เลิกอาลัยผู้ชายคนนั้นได้แล้วล่ะ อย่าไปเสียน้ำตาให้คนที่ไม่เห็นค่าเราเลยนะมี่”
ความคิดนี้เพิ่งจะผ่านเข้ามาในหัวหมาดๆ จากนั้นก็ไม่วายต้องทำหน้าที่เป็นศิราณีอยู่ดี แต่คราวนี้จะออกไปในทางเชียร์ให้เพื่อนหันมาดูแลตัวเองรักตัวเอง เพื่อรอรับคนใหม่ๆ จนดึกดื่นถึงได้หลับปุ๋ยบนเตียงอุ่นๆ ด้วยกัน
รุ่งเช้าอาทิตยาก็ลากเพื่อนออกไปเที่ยว ช้อปปิ้ง นวดหน้า สปา ทำผม เพื่อไม่ให้คิดถึงผู้ชายคนนั้นอีก แต่โชคร้ายเหลือเกินที่ระหว่างทั้งสองเดินออกจากห้างสรรพสินค้าไปหารถ ดันเจอหนุ่มเมียเผลอ เดินคลอเคลียมากลับสาวสวยใสใส่สั้น
อาทิตยาหันไปมองปฏิกิริยาของเพื่อนด้วยความห่วงใย กลัวว่าจะตรงเข้าไปอาละวาด แต่ผิดถนัดเพราะเพื่อนไม่พูดอะไรนอกจากมุดเข้าไปในรถเท่านั้น
“จะแวะตลาดซื้อของไปทำกับข้าวแบบเมื่อวานนี้อีกไหมมี่” จึงอยากจะดึงความสนใจเพื่อนไปเรื่องอื่น
“ไม่อยากกินอะไรแล้วล่ะ กินมาทั้งวันเลย แต่ขอเมาได้ไหมตะวัน”
น้ำเสียงเพื่อนสั่นเครือ น้ำตาร่วงลงมาเป็นทาง อาทิตยาจึงไม่คิดจะห้าม แถมนั่งชงให้ นั่งฟังเพื่อนระบายความในใจออกมา แม้จะฟังเป็นรอบที่ร้อย แต่ก็ยังทนได้อย่างใจเย็น จนคนอกหักฟุบหลับคาโต๊ะไปเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา
ร่างบางกำลังจะเข้าไปแบกเพื่อนไปนอนตามเคยต้องชะงัก เมื่อมีเสียงออดดังขึ้น พอมองผ่านตาไก่ก็ให้แปลกใจกับคนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่น้อย เพราะในเมล์บอกว่าจะกลับวันมะรืน แต่ก็เปิดต้อนรับเขาอยู่ดี
“ผมบอกว่าจะเข้าบ้านวันมะรืนต่างหาก ไม่ได้บอกว่าจะกลับวันมะรืนสักหน่อย”
จิณณวัตรตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อถูกทวงถาม ก่อนจะลากกระเป๋าใบใหญ่เดินเข้าห้องด้วยท่าทีอ่อนแรงจากการเดินทางเหลือกำลัง แต่พอเห็นอีกคนหลับคาโต๊ะพร้อมขวดเหล้าขวดโซดาว่างเปล่าหลายใบก็หันกลับไปหาเจ้าของห้อง
“มี่กำลังเป็นไข้ใจน่ะค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาไปนอนบนเตียงก่อนก็แล้วกันนะคะ”
“ให้ผมช่วยมั้ย”
จิณณวัตรยืนกอดอกดูร่างบอบบางพยายามจะพาเพื่อนตัวเกือบเท่ากันไปหาเตียงก็รีบอาสา เพราะไม่กล้าเข้าไปช่วยโดยพลการ เดี๋ยวจะถูกตำหนิโทษฐานอุ้มหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ พักนี้ยัยมี่กินเยอะตัวเลยหนักขึ้น”
ผิดคาดไปนิดหนึ่งกับคำตอบ แต่จิณณวัตรก็ไม่รีรอรีบตรงดิ่งไปอุ้มเอาร่างเหม็นเหล้าหึ่งตรงไปหาเตียง อาทิตยาวิ่งไปคอยจัดหมอนกับให้อย่างรู้งาน
“เดี๋ยวฉันขอเช็ดตัวกับเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มี่ก่อนนะคะ”
“ตามสบายครับผม ว่าแต่ขอผมอาบน้ำได้หรือเปล่า เหนียวตัวจะแย่แล้ว”
เมื่อได้รอยยิ้มจากเจ้าของห้อง เขาก็ออกไปเปิดกระเป๋าเดินทาง หอบเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทันที อาทิตยาเองก็ต้องรีบจัดการให้เพื่อนอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยก่อนเขาจะออกมาด้วย และรีบออกไปเก็บโต๊ะให้สะอาดรอ พอเห็นเขาเดินเช็ดผมตรงมาหาก็รีบถามเรื่องปากท้องก่อน
“คุณหิวหรือเปล่าคะ แล้วคุณจะกลับ...”
“ไม่หรอก ผมอิ่มมาจากบนเครื่องแล้ว แต่คืนนี้ผมขอนอนที่นี่ได้หรือเปล่า นอนตรงนั้นก็ได้ นั่งเครื่องมาตั้งหลายชั่วโมงเหนื่อยจัง”
เขาชิงตอบเมื่อเดาใจได้ว่าเจ้าของห้องอยากจะรู้เรื่องไหน และพอได้ยินคำบอกหลังทำให้อาทิตยายินยอมให้เขาอยู่ตามคำขอ แล้วรีบหาหมอนกับผ้าห่มมาวางไว้ให้ตรงชุดรับแขก
จิณณวัตรเองก็รีบเดินไปเอนหลังทันควันด้วยความเหนื่อยเช่นกัน อาทิตยารีบตรงไปหาซุปไก่สกัดอุ่นแล้วยกมาเขาตรงหน้าอย่างห่วงใยไม่น้อย แต่เขากลับไม่ได้สนใจกับถ้วยซุปเลย
หากเป็นเจ้าของมือนุ่มมากกว่าที่เขาสนใจ และอยากอยู่ใกล้ๆ จนต้องรั้งแขนเล็กให้ร่างบางนั่งลงข้างๆ เขาไม่รอช้ารีบดึงร่างนั้นเข้าโอบกอดเอาไว้แนบแน่น
“คิดถึงจัง ไม่ได้กอดตั้งหลายวัน คุณคิดถึงผมบ้างหรือเปล่า”
ไม่มีคำตอบใดๆ หลุดออกมาจากปากบาง แต่เขาไม่คิดจะคาดคั้น เพราะเดาได้จากอาการยินยอมให้วงแขนกระชับร่างนุ่มเข้าหาอกได้เป็นอย่างดี รวมทั้งดวงหน้างามเงยขึ้นรอรับจุมพิตอันหอมหวานจากเขาด้วยแล้ว
ทำให้เป็นสุขจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ กายสาวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างหลงลืมตัว สองมือกอดเกี่ยวกายเขาไว้ด้วยความคิดถึงไม่แพ้กัน จากที่เคยเป็นฝ่ายปล่อยให้เขามอบจุมพิตให้มาตลอด
กลับกลายเป็นกล้าตอบสนองด้วยเรียวปากงาม วงแขนกระชับร่างเขาแนบแน่น ขณะมีกายอบอุ่นของเขา พาเอนลงนอนไปกับชุดรับแขก
ฝ่ามือบางกล้าลูบไล้ไปตามแผ่นอกกว้างแม้จะมีเสื้อยืดกางกั้นเอาไว้ แต่ก็สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ อยู่ดี ไม่ต่างจากอีกฝ่ายนัก ที่กำลังเป็นสุขใจกับอกนุ่มนิ่ม
เมื่อกระดุมเสื้อกับบราถูกมือเขากำจัดออกไป การตอบสนองจากเจ้าของอกสร้างความรัญจวนใจให้ไม่น้อยบวกกับความคิดถึงคนึงหา และห่างหายไปหลายวัน เรียกให้เขารีบก้มลงไปดื่มกินปลายยอดชูชัน
เสมือนเชื้อเชิญอยู่กรายๆ อย่างยากจะหักห้ามใจยิ่ง ช่วงขาแข็งแรงเบียดเสียดเข้ากับสองเรียวขาที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้นลงไปอย่างเป็นสุข มือหนาละจากอกอุ่นอย่างเชื่องช้า
“อย่าค่ะ! เดี๋ยวซุปเย็นหมดนะคะ”
อาทิตยาจำต้องเตือนสติเมื่อมือเขาเริ่มจะล่วงล้ำไปเกินขอบเขตที่ตัวเองวางไว้ จึงส่งน้ำเสียงนุ่มนวลไปหา เขาเองก็ยอมหยุดยั้งไว้แต่โดยดี แต่ครั้งนี้ไม่ยากเท่าครั้งก่อน
เพราะอาการเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางเรียกร้องให้ต้องพักผ่อน จึงยอมรับถ้วยซุปไก่ที่มือบางยกมาให้ หลังจัดเสื้อเรียบร้อยแล้ว
“คืนนี้ขอผมนอนกอดคุณได้หรือเปล่า สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเกินกว่านี้”
แต่เขาไม่วายเรียกร้องเมื่อดื่มซุปหมด อีกคนก็ไม่คิดจะยินยอม
“แม่เคยฉันว่าห้ามไว้ใจผู้ชายเด็ดขาด ต่อให้เขาจะสัญญายังไงก็ตาม”
แล้วรีบผละออกจากวงแขนเขา เอาถ้วยไปเก็บแล้วตรงเข้าห้องนอนปิดประตูเงียบกริบ ส่วนคนอยู่ข้างนอกก็แต่นั่งมองตาปริบๆ ก่อนจะเอนกายลงนอนแล้วก็หลับแทบจะทันที
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































