วันต่อมาพ่อบ้านเทียนหลงก็ปรับสมดุลพลังงานการบ่มเพาะเข้าที่มั่นคงแล้ว ตอนนี้เทียนหลงอยู่ขอบเขตการบ่มเพาะพลังงานขั้นต้นและพร้อมที่จะทะลวงไปยังขั้นกลางได้ทุกเมื่อ แต่เขาเองต้องการให้พื้นฐานมั่นคงเสียก่อนจะรีบร้อนเกินไปไม่ได้
ตอนนี้เทียนหลงรีบใช้จิตสื่อสารถามข่าวคราวถึงลั่วเทียนทันที เมื่อทั้งสองคุยกันเสร็จลั่วเทียนก็ลงมายังชั้นเก้าเพื่อมาพบเทียนหลง เขาขอลั่วเอ๋อเข้าไปด้านใน เนื่องจากเย่หลันเป็นคนให้ลั่วเอ๋อคอยเฝ้าหน้าห้อง
ลั่วเทียนกล่าวว่า "ลั่วเอ๋อตอนนี้พ่อบ้านของข้าปรับสมดุลพลังงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าขอเข้าไปข้างในก่อน"
"เชิญเลย นายน้อยลั่วเทียน เดี๋ยวข้าจะขอตัวไปรายงานนายหญิงของข้าด้วย" ลั่วเอ๋อกล่าวจบนางก็จากไปทันที เพราะหน้าที่ของนางหมดลงแล้ว
เย่หลันหลังจากที่ได้ทราบข่าว นางก็มาพบพ่อบ้านเทียนหลงทันที เพราะบุคคลที่ฝึกตนถึงขอบเขตมหาบรรพกาลนับว่าเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ของทวีปเลย "ข้าขอแสดงความยินดีกับพ่อบ้านด้วย ช่วงเวลาที่ท่านเก็บตัวปรับสมดุล ข้าออกหน้าช่วยเหลือนายน้อยแทนท่านมาโดยตลอด และได้เห็นทั้งความอัสจรรย์ความสามารถของนายน้อยหลายอย่างตลอดระยะเวลาหลายวันมานี้ มีแต่เรื่องให้น่าตกตะลึง"
เทียนหลงก็พอทราบอยู่บ้างแล้วว่านายน้อยลั่วเทียนของเขาเองก็ไม่ธรรมดา เขาจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากมาย
ลั่วเทียนกล่าวกับเย่หลันว่า "เจ้ามาก็ดีแล้ว ข้าว่าจะพาเว่ยหยวนไปเปิดหูเปิดตาหน่อย และข้าจะให้พ่อบ้านของข้าติดตามไปด้วย"
เย่หลันได้ยินสิ่งที่ลั่วเทียนกล่าว นางก็ร้องขอลั่วเทียนทันที "ข้าขอไปกับท่านด้วยคน"
ลั่วเทียนกล่าวต่อไปว่า "ครั้งนี้ข้าออกไปเพื่อที่จะฝึกฝนแนะนำให้กับเว่ยหยวนบ้าง อีกอย่างเจ้าจำเป็นต้องฝึกวิชาคลื่นวารีศักดิ์สิทธิ์ขั้นแรกให้สมบูรณ์ซะก่อน จะมัวมาเล่นอยู่แบบนี้ไม่ได้ แล้วตอนนี้ความรวดเร็วในพรสวรรค์การฝึกของเจ้าพึ่งได้พัฒนามา เจ้าควรจะไปทำความเข้าใจมันด้วย"
เย่หลันทำหน้าเศร้าใส่ลั่วเทียน นางตอบกลับไปว่า "ก็ได้ ข้าจะทำตามที่ท่านว่า แต่ครั้งหน้าท่านต้องพาข้าไปกับท่านด้วย"
"แน่นอน....แต่ตอนนี้เจ้าไปฝึกฝนได้แล้ว และจงกลั่นพลังงานจากแก่นดูดซับด้วย มันจะช่วยให้เจ้าทะลวงขอบเขตได้" ลั่วเทียนกล่าวเสร็จเย่หลันก็จากไปทันที
ลั่วเทียนให้เว่ยหยวนมาหาเขา หลังจากพบตัวของเว่ยหยวนแล้ว ลั่วเทียนก็กล่าวกับเว่ยหยวนว่า "วันนี้ข้าจะสอนวิชาการฝึกฝนให้กับเจ้า เราจะออกไปด้านนอกกัน"
เว่ยหยวนได้ยินส่งที่ลั่วเทียนกล่าว เขาก็ดีใจเป็นอย่างมาก และทั้งสามคนก็ไปขอใช้รถม้าของโรงเตี๊ยมโดยมีพ่อบ้านเทียนหลงเป็นคนคุมบังเหียนบนหลังม้า และก็ไม่ลืมที่จะให้พ่อบ้านเทียนหลงปกปิดการบ่มเพาะตัวเองให้เหลือขอบเขตเซียนปฐพีด้วย
เหตุที่ต้องใช้รถม้าเดินทางในเมืองทะยานฟ้าแห่งนี้เพราะกฎหมายของที่นี่ ที่ถูกบัญญัติโดยองค์จักรพรรดิอาณาจักรทะยานฟ้าว่าไม่ให้ผู้ฝึกตนบินอยู่เหนือน่านฟ้า ไม่งั้นจะถูกลงโทษทันที ยกเว้นกรณีที่แจ้งต่อองค์จักรพรรดิด้วยเหตุผลมาก่อนแล้ว จึงจะเป็นกรณียกเว้นให้
ลั่วเทียนไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวายเขาเองจึงทำตามกฎเมืองทะยานฟ้าแห่งนี้ หลังจากทั้งสามเริ่มออกเดินทางไปยังเส้นทางอาณาเขตป่านภา
ณ มุมหนึ่งใกล้กับโรงเตี๊ยมสัมผัสสวรรค์มีคนส่งข่าวไปยังตระกูลหยานเกี่ยวกับลั่วเทียนที่ออกมาด้านนอกแล้ว ผู้อาวุโสตระกูลหยานคนหนึ่งเมื่อได้รับข่าวแล้วก็นำไปแจ้งให้กับผู้นำตระกูลหยานเป่ยทันที
ผู้อาวุโสตระกูลหยานรายงานให้หยานเป่ยทราบ "เรียนผู้นำตระกูล ตอนนี้สายข่าวเรารายงานมาว่ากลุ่มคนที่สังหารนายน้อยหยานป้าและผู้อาวุโสหยานฮ่าวกำลังเดินทางด้วยรถม้ามุ่งสู่อาณาเขตป่านภาแล้ว คนที่มีระดับการบ่มเพาะพลังงานสูงสุดอยู่ในขอบเขตเซียนปฐพี ก็คือคนขับรถม้า ท่านจะให้ข้าส่งคนไปจัดการพวกมันหรือไม่ "
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ " เสียงหัวเราะของผู้นำตระกูลหยานคนปัจจุบัน
"ในที่สุดพวกมันก็พลาดจนได้ที่ออกมาจากโรงเต๊ียม เอาหละส่งคนของเราไปจับตัวมันมา ข้าอยากจะจัดการมันด้วยตัวเองที่มันทำกับบุตรชายคนที่สามของข้า และจงนำผู้อาวุโสหยานจงที่เป็นน้องชายของผู้อาวุโสหยานเจี้ยนไปด้วย เขาเองก็อยู่ขอบเขตสวรรค์ขั้นต้นแล้วคงจะไม่มีปัญหาอะไร"
หยานเป่ยที่กล้าตัดสินใจลงมือลอบทำร้ายลั่วเทียน ก็เพราะตอนนี้บรรพบุรุษของเขาออกจากด่านการปิดตัวบ่มเพาะพลังงานและทะลวงไปยังขอบเขตหลุดพ้นดาราขั้นกลางอีกด้วย
เมื่อพ่อบ้านเทียนหลงพาลั่วเทียนและเว่ยหยวนวิ่งรถม้ากำลังจะเข้าสู่อาณาเขตป่า ก็ได้พบกับกลุ่มคนดักรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า ซึ่งหากคำนวณแล้วน่าจะมีประมาณยี่สิบคนเห็นจะได้ และทั้งหมดยังสวมชุดดำปกปิดใบหน้าเอาไว้ทั้งหมด
เทียนหลงกล่าวกับลั่วเทียน "นายน้อยข้างหน้าของเรามีกลุ่มคนดักรอพวกเราอยู่ ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากคนในกลุ่ม ท่านจะทำยังไงต่อ"
ลั่วเทียนรู้ทันทีว่าคนที่ดักรอเขาข้างหน้าคือคนตระกูลหยานแน่นอน เขาจึงได้ทีที่จะทดสอบความสามารถในขอบเขตสวรรค์ขั้นตนของเขา เพราะเขาก็ไม่เคยทดสอบพลังขั้นสูงสุดของของเองเลย