ในที่สุดอี๋นั่วก็ติดต่อกลับมาขอให้ช่วยตนกับน้องชายไปจากหลี่เจี๋ย หัวหน้าหน่วยสามรายงานกับเหรินซวงอิ๋น
“อี๋นั่วว่าอย่างน้อยขอให้พวกเราช่วยน้องชายออกมาส่วนตัวเองไม่ต้องก็ได้”
เหรินซวงอิ๋นนึกขำในใจเขาจะช่วยน้องชายอี๋นั่วมาทำไม ถ้าไม่ได้ตัวพี่ชายมาด้วย เห็นเขาเป็จอมยุทธผดุงคุณธรรมให้ใต้หล้ารึไง
“นายจะให้ไปช่วยไหมครับ”
“ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่เอาน้องชายมาก่อนพี่ชายค่อยว่ากัน อ้อ...ก๋านเอินเป็ยังไงบ้าง่นี้”
“เด็กคนนั้นอยู่กับคุณชายรองตลอดเลยครับ”
“หาโอกาสพามาที่นี่”
หัวหน้าหน่วยสามรับบัญชาไม่มีคำถามต่อว่าทำไม พวกเขาทำงานกับนายโดยไม่มีข้อกังขานานแล้ว นายเก่งไม่ว่าปัญหาไหนนายก็ย่อมต้องคิดมาแล้วอย่างดี ไม่มีผิดผลาดแน่นอน
“ยังมีอีกเื่ครับ”
“ว่ามา” เหรินซวงอิ๋นจิบชารอฟัง
“ซีฮันติดต่อมาบอกว่ามีคนอยากจ้างเรา”
“งานอะไร”
“หาข่าวครับ”
“ที่เกาะเจียวเมิ่งสินะ”นายเดาแม่นยังกับตาเห็น หัวหน้าหน่วยสามทึ่งและเลื่อมใส “นายรู้ได้ยังไงครับ”
“่นี้เื่ที่ทุกคนอยากรู้ความจริงคงไม่พ้นเื่ตะขาบโลหิต หากรอให้ทางการหาคำตอบ ไม่รู้จะเป็ความจริงกี่ส่วนดังนั้นพวกเขาก็ต้องสืบกันเอง”
“ใช่ครับ แต่เกาะเจียวเมิ่งเข้าไปไม่ง่ายคงไม่มีใครอยากเสี่ยงส่งคนเข้าไป”
เหรินซวงอิ๋นมองลูกน้องด้วยสายตาล้ำลึก“หัวหน้าสาม คุณคิดว่าทำไมพวกเขาไม่ไปสืบเอง แค่กลัวเสียคนไป แค่นั้นเหรอ”
หัวหน้าหน่วยสามทำท่าคิด“หรือว่ามีอย่างอื่นอีกเหรอครับ”
“ถูกต้อง” คุณชายเหรินยกขาไขว่ห้างวางศอกไว้ที่โต๊ะด้านข้าง พิงศีรษะไว้บนฝ่ามือท่าทีเหมือนคนแอบอู้งานและี้เียิ่ง มืออีกข้างยกถ้วยชาขึ้นเป่า ละเลียดจิบดื่มด่ำกับความหอมปนขมที่ไหลลงคอ ลูกน้องก้าวเข้าไปยกกาน้ำชาไว้กับตัว คอยรินให้
เหรินซวงอิ๋นเริ่มเล่าเื้ัของเื่นี้ให้เขาฟัง
“เดิมเื่นี้ก็ซับซ้อนมากผู้ต้องสงสัยคือกลุ่มกวางปีศาจ แต่ท่านเติ้งออกหน้าแทนเหมือนไม่อยากให้ทุกคนด่วนสรุปว่าใครทำ ทุกคนอยากรู้แต่ก็ไม่กล้าล้ำเส้นหากส่งคนไปสืบโจ่งแจ้งทางการรู้เข้า จะเป็การไม่ไว้หน้าท่านเติ้ง"
"แต่ยิ่งทางการชักช้าเท่าไหร่ตอนออกมาอธิบายก็ใช่ว่าจะมีใครเชื่อ เื่ความเป็ความตายจะฝากไว้ที่คำพูดของคนอื่นไม่กี่คำได้ยังไง เกิดตะขาบโผล่มาตอนกำลังหลับล่ะ”
หัวหน้าหน่วยสามฟังไปก็คิดตามไปด้วยจริงอย่างที่นายพูดทุกอย่างเลย ความสัมพันธ์ของคนพวกนั้นตั้งอยู่บนผลประโยชน์นั่นแปลว่ากลอุบายที่งัดมาใช้ย่อมมองชั้นเดียวไม่ได้ ใครร้ายใครดีวันนี้พรุ่งนี้ก็อาจตาลปัตรแล้ว
“ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าตนจะไม่ตายโดยไม่รู้แม้ตัวฆาตกรก็มีทางเดียวคือแอบสืบเอง และควรต้องส่งคนที่ไม่เกี่ยวกับตนไปกลุ่มรับจ้างที่มีชื่อเสียงกลุ่มหนึ่งเป็ผู้ต้องสงสัย อีกกลุ่มก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่นอกจากกลุ่มตะขาบพิษแล้วใครมันจะเลี้ยงและใช้งานตะขาบโลหิตได้เมื่อสองกลุ่มที่พอจะมีฝีมือไม่อาจฝากความหวัง พวกเราก็เลยเป็ตัวเลือกอันดับหนึ่ง”
เหรินซวงอิ๋นคะเนเหตุการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าพยัคฆ์เร้นกายต้องได้งานนี้ ั้แ่กลับมาเขาก็ให้หน่วยสองไปเตรียมข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับเกาะเจียวเมิ่ง เส้นทาง เขตอำนาจ รวมไปถึงจุดที่อันตรายและเส้นสายที่พอจะช่วยเหลือได้ยามคับขัน
“แบบนี้เองมิน่านายถึงให้เ้าสองไปหาข้อมูล”เหรินซวงอิ๋นพยักหน้า สั่งการต่อให้ทุกหน่วยเตรียมตัว
“ให้หน่วยห้าอยู่ช่วยน้องชายอีนั๋วออกมาก่อนเสร็จค่อยว่ากัน หน่วยที่เหลือไปเจียวเมิ่งกับผม คนที่จะไปด้วยนอกจากหัวหน้าหนึ่งสอง และคุณแล้ว ลูกน้องของแต่ละคนคัดเอาคนที่หูตาไวหน่อยไว้ด้วยผมจะบอกอีกทีเื่จำนวนคน”
“แล้วก็ตอนคุณไปคุยกับนายหน้าบอกพวกเขาว่าเรามีเงื่อนไขสี่ข้อ หนึ่งลงมือตามลำพังไม่ร่วมมือกับใครสองค่าจ้างรับแบงก์เก่า ไม่เรียงหมายเลข และไม่มีเครื่องหมายใดๆหากมีปัญหาจะไม่รับงานผ่านพวกเขาอีกสามถ้ามีเื่ผิดกฎหมายให้พวกเราลงมือเราไม่รับแต่ถ้างานที่ทำมีส่วนที่ผิดกฎหมายมาเกี่ยวข้องบ้างอาจจะพิจารณาเป็งานไปและต้องจ่ายห้าเท่าของค่าจ้าง สุดท้ายไม่ลงมือฆ่าใครก่อนพวกเราไม่ใช่นักฆ่าของพวกเขา แค่ช่วยทำงานให้เท่านั้น”
“และเรารับประกันว่างานจะสำเร็จตามกำหนดร้อยเปอร์เซ็นต์”
หัวหน้าหน่วยสามก้มหัวรับทราบ “ครับนาย”
เหรินซวงอิ๋นย้ำ“สี่ข้อนี้คือกฎเหล็กของลูกค้า อีกข้อคือกฎของพวกเรา ลูกค้าทำตามเงื่อนไขได้เราก็ต้องทุ่มเทกับทุกงานด้วยสำหรับพยัคฆ์เร้นกายต้องไม่รู้จักคำว่าล้มเหลว”
หัวหน้าหน่วยสามยืดตัวขึ้นยืนตรงรู้สึกว่าบ่าทั้งสองมีแรงหนึ่งกดทับ
คำว่าพยัคฆ์เร้นกายที่ใช้แทนตัวเองยิ่งใหญ่และเป็อะไรที่มากกว่าองค์กร มันเป็ความรู้สึกคล้ายตอนเป็ทหารแล้วต้องไปรบเพื่อประเทศชาติอาจฟังดูเว่อร์วังแต่ยังไม่เท่าที่รู้สึกจริง ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นจิติญญาของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลง
เย็นวันนั้นหัวหน้าหน่วยสามนัดคุยกับนายหน้าหางานรอบนี้มาแค่ซีฮัน ผู้หญิงที่ชื่อหลี่น่าเจินไม่ได้มาด้วย
ก่อนจะเจรจาซีฮันก็ยกยอก่อน“งานคุ้มกันคุณนายหง เธอพอใจการทำงานของพวกคุณมาก ให้โบนัสพิเศษมาด้วยนี่คือค่าจ้างและโบนัสทั้งหมดครับ คุณนับจะดูก่อนก็ได้”
เื่นี้เหรินซวงอิ๋นสอนมาอย่างดีตัวแทนพยัคฆ์เร้นกายสั่งลูกน้องมายกกระเป๋าเจมส์บอนด์ออกไป
“ไม่จำเป็ครับ หากเงินขาดไปแม้แต่บาทเดียวคราวหน้าพวกเราก็แค่ไม่ค้าขายกับคุณอีก ก็เท่านั้นเอง”
ซีฮันรีบคุยโม้“ไม่มีเื่แบบนั้นแน่นอนครับ บนเกาะยูจินพวกเราคือนายหน้าที่เที่ยงตรงที่สุดแล้วพวกคุณเป็ยอดฝีมือ พวกเราย่อมต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีนี้ไว้เพราะมันล้ำค่าจนประเมินค่าไม่ได้”
หัวหน้าหน่วยสามเริ่มมองขาดในคำพูดมากมายอาจจะเพราะอยู่กับนายมากที่สุด ทำให้เขาเรียนรู้วิธีอ่านคนมาไม่น้อยเขาลองเชิงถามดู “แล้วแฟนคุณไม่มาด้วยเหรอ”
เป็อย่างที่เดาซีฮันหุบยิ้มแล้วกล่าวคำโกหก “น่าเจินเธอไม่สบายครับ เลยไม่ได้มาด้วยวันนี้”ทำไมรู้ว่าโกหก ก็เขาหลบตาตอนตอบ คนทั่วไปแฟนไม่สบายย่อมต้องแสดงออกว่าห่วยใยแต่นี่อะไรทำหน้าเหมือนโกรธคน สองคนนี้กำลังมีปัญหากันแน่
“แบบนี้เอง เป็อะไรมากหรือเปล่าครับ”
“ขอบคุณครับ แต่เธอไม่เป็อะไรมากเรามาคุยเื่งานใหม่ดีกว่า”
หัวหน้าหน่วยสามรับฟังรายละเอียดงานไม่ต่างจากที่นายคาดเดาไว้เท่าไหร่ คนจ้างคือคุณชายเข่อซิง
้าทราบสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างสองพี่น้องกวางปีศาจ ว่าขัดแย้งกันจากงานไหน ใครเป็ผู้จ้างวานนายหน้าอธิบายรายละเอียดจบ ตัวแทนพยัคฆ์เร้นกายก็เริ่มต่อรองและแจ้งกฎของการทำงาน
“คุณซีคราวก่อนผมไม่ได้แจ้งกฎทั้งหมดของพวกเราขอบอกเลยแล้วกันพยัคฆ์เร้นกาย มีเงื่อนไขสี่ข้อ หนึ่งลงมือตามลำพังไม่ร่วมมือกับใครสองค่าจ้างรับแบงก์เก่า ไม่เรียงหมายเลข และไม่มีเครื่องหมายใด ๆสามถ้ามีเื่ผิดกฎหมายให้พวกเราลงมือเราไม่รับแต่ถ้างานที่ทำมีส่วนที่ผิดกฎหมายมาเกี่ยวข้องบ้างอาจจะพิจารณาเป็งานไปและต้องจ่ายห้าเท่าของค่าจ้าง สุดท้ายคือไม่ลงมือฆ่าใครก่อน”
“ถ้านายจ้างทำได้สี่ข้อนี้เรารับประกันว่า งานจะสำเร็จตามกำหนดร้อยเปอร์เซ็นต์”
ซีฮันเป่าปากถอนหายใจ“ผมเข้าใจเงื่อนไขของพวกคุณ แต่ว่าคุณชายเข่อ้าให้คนของเขาไปด้วยสองคนแค่สองคนเอง คงไม่เกะกะพวกคุณหรอก ใช่มั้ยครับ”
หัวหน้าหน่วยสามมีอำนาจตัดสินใจแต่ว่าเขารู้ดี กฎที่นายตั้งขึ้น อะลุ้มอล่วยไม่ได้
“งั้นต้องขอโทษด้วยคุณคงต้องไปจ้างคนอื่นแล้วล่ะ”
นายหน้ายื่นมือจับแขน ก่อนจะรีบปล่อย“แหะ ๆ ใจเย็นก่อนครับ ไม่ส่งก็ไม่ส่ง งั้นผมขอบอกกับคุณชายเข่อให้เขาทราบก่อนรบกวนคุณนั่งรอสักครู่”
หัวหน้าหน่วยสามมีโอกาสก็รีบต่อรองเพิ่ม “เชิญคุณซีตามสบาย ไหน ๆ คุณก็จะคุยกับผู้ว่าจ้างช่วยบอกเขาด้วยว่า งานนี้พวกเราต้องใช้คนเพิ่ม และมีเื่หลบหนีขึ้นเกาะด้วยค่าจ้างขอเพิ่มหกเท่า”
“หา..เอ่อ..ครับ ๆ หกเท่า”ซีฮันเริ่มยิ้มยากขึ้น ห้าเท่าก็ว่าเยอะแล้วนี่จะเอาหกเท่า พวกคุณหาเงินกู้ชาติกันรึไงถึงจะเอามากมายขนาดนี้
นายหน้าโทรหาเข่อซิง คุยเื่เงื่อนไขเหมือนจะคุยง่ายแต่เปล่าเลย
“บอกพวกเขา ผมให้เพิ่มเป็แปดเท่าแลกกับให้คนของผมไปด้วยสองคน แล้วถ้าคุณสามารถทำให้เขาตกลงได้ผมจะให้ค่าเหนื่อยเพิ่ม”
พ่อคุณ..แปดเท่าก็ยอมจ่าย ถ้าซีฮันมีฝีมือจะไปบุกน้ำลุยไฟเข้าถ้ำกวางปีศาจได้ค่าจ้างงานเดียวก็ปลดเกษียณได้เลย จะซื้อที่ทางใต้บนแผ่นดินใหญ่สักผืนปลูกบ้านเลี้ยงหมา มันชีวิตในฝันชัด ๆ
ช่วยไม่ได้ นึกอยากมีก็มีได้เลยที่ไหนตอนนี้ลุ้นให้ตัวแทนคนนั้นรับข้อเสนอก่อน หวังว่าค่าเหนื่อยเพิ่มจากคุณชายเข่อคงไม่น้อยหรอกนะ
แต่ไม่ว่าซีฮันจะยกแม่น้ำมากี่สายตัวแทนก็เอาแต่ส่ายหน้าบอกว่าไม่ได้
“กฎคือกฎกฎนี้หัวหน้าใหญ่ของพวกเราตั้งขึ้น ผมเปลี่ยนไม่ได้ไม่ว่าจะเพิ่มค่าจ้างอีกเป็ร้อยเท่า เราก็เปลี่ยนไม่ได้ครับ”
เปลืองน้ำลายไปก็เปล่าประโยชน์ซีฮันคอตกขอโทรหาเข่อซิงอีกครั้ง
พอเข่อซิงรู้ก็ให้เขารอก่อนแล้วรีบโทรหาจ้าวจิงถิง
/คุณชายเข่อ ตกลงเรียบร้อยไหม/
“พี่ใหญ่บอกแล้วไงเรียกผมว่าเข่อซิงก็ได้ ผมเรียกพี่ใหญ่ แต่พี่เรียกผมว่าคุณชายมันเหมือนผมอยากตีสนิทพี่ แต่พี่เมินผมอ่ะ”
จ้าวจิงถิงเหมือนมองเห็นท่าทีงอแงของอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้า
/โอเค เข่อซิงก็เข่อซิง ว่าไงนายหน้าจัดการเรียบร้อยรึยัง พวกเขาจะลงมือวันไหน/
“คุยแล้วครับ แต่ไม่เรียบร้อยเท่าไหร่แผนที่จะให้คนของเราไปทำงานด้วย ดูท่าจะล่ม”
/ไหงงั้น/
“มันเป็กฎของพวกนั้นหนึ่งลงมือตามลำพังไม่ร่วมมือกับใคร สองค่าจ้างรับแบงก์เก่า ไม่เรียงหมายเลขสามถ้ามีเื่ผิดกฎหมายไม่รับแต่ถ้างานมีส่วนที่ผิดกฎหมายมาเกี่ยวข้องบ้างอาจจะพิจารณาเป็งานไปและต้องจ่ายห้าเท่าของค่าจ้าง สุดท้ายไม่ลงมือฆ่าใครก่อน ผมว่าพวกเขาคงไม่อยากเปิดเผยตัวตน”
/ก็เข้าใจได้ นายลองเพิ่มค่าจ้างไปรึยัง/
“เรียบร้อยแล้ว ผมให้ไปตั้งแปดเท่าแต่พวกเขาบอกว่าให้เป็ร้อยเท่าก็เปลี่ยนกฎไม่ได้”
/งั้นคงมีทางสุดท้าย/
“พี่หมายถึง”
/แอบตามไป ไม่ให้พวกเขารู้ตัวจะได้ทดสอบฝีมือด้วย/
“เื่นี้จะดีเหรอพี่ เท่ากับเราไม่ไว้ใจพวกเขาเลยนะถ้ารู้ขึ้นมา อนาคตจะร่วมงานอีกไม่ได้ แล้วคือพี่ก็รู้ว่าผมจะจีบนะ"
/ฉันเป็คนส่งไป เกี่ยวอะไรกับนายล่ะ/
“เอ๋...พี่พูดถูก งั้นเอาตามนี้ดีเหมือนกันประหยัดค่าจ้างไปตั้งเยอะ”
เข่อซิงติดต่อกลับไปหาซีฮันบอกว่าเขาตกลงรับเงื่อนไขของทางพยัคฆ์เร้นกายทุกข้อ ขออย่างเดียวให้งานสำเร็จก็พอจากนั้นก็นัดรับค่าจ้างงวดแรก ก่อนงานจะเริ่ม
เมื่อการเจรจาสำเร็จหัวหน้าหน่วยสามก็หอบเงินกลับ รถที่ใช้ขามาเป็รถเก๋งสีดำสามคันหากใครตาไวหน่อยจะพบว่า แต่ละคันป้ายทะเบียนเดียวกันหมดและหากมีคนคิดจะคิดตามพวกเขากลับรัง คงต้องเหนื่อยหน่อย เพราะหลังแวะปั๊มสองแห่งรถทั้งสามคันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หัวหน้าหน่วยสามที่ตอนนี้นั่งอยู่ในรถเก๋งสีแดงใช่สีแดง พวกเขาเปลี่ยนสีรถง่ายมากแค่แวะล้างอัดฉีดไม่กี่นาทีสีดำโดนน้ำเย็นก็เปลี่ยนเป็ขาว และแดง เป็วิธีที่หน่วยสี่คิดค้นได้แน่นอนว่าล้างอัดฉีดแห่งนี้มีเอี่ยวกันไว้ก่อน ส่วนทะเบียนรถก็ถอดเปลี่ยนตอนนั้นอีกสองคันก็ทำเหมือนกัน และขับกลับคนละเส้นทางทุกคนเปลี่ยนเสื้อผ้าและถอดหน้ากากแล้วด้วย ต่อให้นายหน้าที่เพิ่งคุยกันมาเจอก็ไม่มีทางรู้ว่าเป็พวกเขา
ลูกน้องคนขับเพิ่งนึกขึ้นได้
“หัวหน้าเราต้องแวะซื้อสำลีกับยาแผลแดงนะเพื่อนในหน่วยมันไลน์มาบอกว่าของหมด”
“หมดอีกแล้วเหรอวะ พวกแม่งจะฟิตซ้อมพัฒนาฝีมือกันไปถึงไหน กลัวได้ล้างห้องน้ำมากมั้ง”
ลูกน้องตอบว่าเปล่า“ที่หมดไวเพราะพวกหน่วยสองทำครัว โดนมีดบาดทุกวันเลยครับ”
กากจริง ๆ แค่หั่นผักหั่นเนื้อก็ทำตัวเองาเ็
“แค่มีดบาด บอกพวกมันไม่ตายหรอก”
“ไม่ได้นะครับ ถ้าเราไม่สนใจพวกนั้นจะแบ่งเนื้อให้เราน้อย แถมใส่เกลือเยอะด้วย ผมกลัวเป็โรคไต”
“มันกล้าเหรอ ฟ้องนายก็สิ้นเื่ไม่สิมึงบอกหัวหน้าห้า ให้ไปรายงานนายอีกที”
“ผมเคยบอกแล้ว”
“หรือมันไม่เชื่อมึง”
“หัวหน้าห้าก็เคยไปบอกนายเื่หน่วยสองทำอาหารไม่อร่อย พี่ก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น”
จริงของมัน เขาลืมไปได้ไงนายสั่งสอนกลับมาว่าเื่เล็กน้อยแค่นี้ ถ้าจัดการไม่ได้ จะงดเนื้อสามเดือนบ้ารึเปล่าพวกเขา้าพลังงาน ที่นี่กลุ่มนักฆ่านะนาย ไม่ใช่โรงเจ
“เออ แวะซื้อร้านขายยาที่ขับผ่านแล้วกัน”
พูดถึงหน้าที่เสริมของแต่ละหน่วยอย่างที่เห็นหน่วยสองเป็ประเด็นอ่อนไหวมาก พวกเขาทำอาหารไม่ได้เื่และยังไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้ทักษะพ่อครัวที่นายสอนหน่วยหนึ่งก็ใจร้อนทำความสะอาดแต่ละที มีของแตกของพังประจำแต่ดูเหมือนนายไม่ได้ใส่ใจเื่นี้ ในฐานะที่เขาเป็ลูกน้องที่เข้าใจนายที่สุดคิดว่ามันต้องมีอะไรแน่ รอ่ทดสอบฝีมือก่อนเถอะ
ที่ฐานลับในโซนห้องครัวหัวหน้าสองจามเสียงดังออกมา เขาสูดหายใจทำจมูกฟุตฟิต “กลิ่นอะไรทำไมฉุนขนาดนี้ พวกมึงทำเมนูห่าอะไรเนี่ย”
ลูกน้องตัวใหญ่ถือตะหลิวแต่ดูเหมือนจะไปฆ่าใครมากกว่าหันมาตอบ “นี่คือล่าเจียวเฉ่าโร่ว นายให้สูตรพิเศษมาต้องผัดกับอบเชย โป๊ยกั๊ก พริกไทยเสฉวน กานพลูและยี่หร่าครับลูกพี่”
หัวหน้าหน่วยสองปิดจมูก อีกมือชี้ด่า “นายบอกว่าให้มึงเลือกเครื่องเทศสองในห้าอย่างนี้เวลาทำเมนูผัด ไม่ได้ให้มึงโหมใส่มาหมด เวรมันจะกินได้มั้ย”
“.....” ลูกน้องทำหน้าโง่หันไปมองกระทะเ้าหัวหมอคนหนึ่งเสนอไอเดีย “งั้นอันนี้ให้คนอื่นกินไป พวกเรากินไข่เจียวเถอะ”
เมนูนี้ไม่ต้องปรุงก็อร่อย
ทุกคนต่างเซ็งไข่เจียวอีกแล้วเหรอนี่หน้าจะเป็ไข่เจียวแล้วนะ!!!
เพราะไม่มีใครในหน่วยสองมีพร์ด้านการทำอาหารโดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยที่จับมีดหั่นทีไร ได้เืตกยางออกทุกครั้งวันก่อนไปรดน้ำที่แปลงผักก็เหยียบต้นอ่อนตายไปครึ่งแปลง พวกลูกน้องรีบบอกรักลูกพี่แล้วให้เขายืนคุมก็พอ
หลังทำอาหารเสร็จพวกหน่วยหนึ่งที่ต้องทำความสะอาด เดินมาจากทางห้องน้ำ บางคนยังหยิบขวดน้ำยาล้างห้องน้ำมาด้วยเพราะลืมเอาไปเก็บ เมื่อโผล่หน้ามาเห็นสภาพห้องครัว ก็บ่นเสียงดัง
“นี่พวกมันทำอาหารหรือรบกันวะเลอะเทอะไปทั่ว”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งพอเห็นสภาพก็หัวร้อนอยากจะจุดไฟเผาครัวให้มอดไปเลย แต่ทำแบบนั้นอาจจะโดนนายเผาทั้งเป็จึงพยายามใจเย็นบอกลูกน้อง
“พวกแม่งก็เป็แบบนี้ตลอด รีบเก็บกวาดซะไว้เดือนหน้าพวกเราได้ทำครัวบ้าง แล้วพวกมันทำความสะอาด ค่อยเอาคืน”
ลูกน้องเห็นดีเห็นงามก่อนจะแยกกันไปเก็บกวาดสนามรบในครัว
มีเพียงหน่วยห้าที่ไม่ทุกข์ร้อนอะไรนอกจากต้องทนกินอาหารกระตุ้นโรคไต ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล ระหว่างกำลังเดินตรวจรอบ ๆลูกน้องคนหนึ่งก็วิ่งมา
“หัวหน้าห้า มีของมาส่งครับ”
“ของ ? จากใคร”
“ส่งจากห้องวิจัยของหน่วยสี่ครับ”ลูกน้องคนนั้นเป็คนของหน่วยหนึ่งส่งของแล้วก็รีบกลับไปทำความสะอาดตรงป้อมยามหน้าบ้านต่อ
ลูกน้องที่เดินตามหลังสงสัย“หรือว่าจะเป็อาวุธลับใหม่ๆ ผมอยากเห็นจังเลยลูกพี่”
หัวหน้าหน่วยห้าลองเขย่ากล่องพัสดุดูมีเสียงคล้ายขนมคุกกี้ ที่อยู่ในถุงพองลม “อาวุธอะไรจะเบาขนาดนี้”
“หรือว่าจะเป็ของกิน”
“พวกมึงนี่ตะกละจริง ๆของจากหน่วยสี่กล้ากินรึไง”
แต่ละคนห่อเหี่ยว “ก็พวกเราหิวนี่นาพี่ดูอาหารก็ไม่อร่อย ของกินอื่นก็น้อย ขนมก็ไม่มี ผมหิวจนโหยไปหมดแล้ว”
“ใช่ผมไม่มีแรงจะวิ่งด้วยซ้ำ”
“พวกมึงเลิกคร่ำครวญสักทีนายทำอะไรต้องมีเหตุผล ห้ามบ่นให้ใครได้ยิน เดี๋ยวพวกมันจะว่าหน่วยเราเป็ไก่อ่อน”
ดุลูกน้องแล้วก็หอบพัสดุไปหานายแต่พบว่านายกลับบ้านจ้าวไปแล้ว ก้มลงมองกล่องที่ไม่รู้ว่าด้านในมีอะไร
“เปิดดูก่อนแล้วค่อยโทรบอกนายว่ามีอะไรส่งมา ถ้าไม่เปิดนายก็ต้องสั่งให้เปิดอยู่แล้ว”
หาเหตุผลได้ก็เริ่มลงมือในกล่องพัสดุกลับมีขนมสองซองอยู่จริง ๆ แต่ไม่ใช่คุกกี้ เป็เจลลี่กลิ่นผลไม้ฉลากเหมือนขนมทั่วไป สีสันสดใส ด้านหนึ่งเป็หน้าต่างใส มองเห็นขนมข้างในด้วย เจลลี่สีฟ้าอ่อนดูก็รู้ว่าหนุบหนับหอมหวาน
ชายผู้มีความหิวอยู่เป็ทุนเดิมกลืนน้ำลายใจหนึ่งกลัวเป็สิ่งประดิษฐ์มีพิษร้าย แต่อีกใจก็คิดว่าแค่ขนมบำรุงกำลังหิวแต่ไม่กล้ากิน น้ำลายไหลไปหมดแล้ว
ช่างเถอะ จะกิน ใครจะทำไม!!
หัวหน้าหน่วยห้าฉีกซองเทเจลลี่สีฟ้าใส่ปาก หลับตาเคี้ยว เพลินกับความหอมหวานนั้น
อา...ชีวิตที่ขาดน้ำตาลมาเกือบสองอาทิตย์มันช่างทรมานเหลือเกิน
ไม่ทันรู้ตัวซองแรกก็หมดลง...ชิ้นสุดท้ายถูกโยนเข้าปากหากตายเพราะโดนยาพิษ ก็ดีกว่าตายเพราะหิวโหยอ่ะนะ
กินเสร็จก็เพิ่งมากลัวว่าจะเป็อันตรายหรือเปล่า“ไม่มีอะไรมั้งแค่ขนม”
เชี่ย!!!
“เสียงกู เป็อะไร”
“ทำไมเสียงเด็กแบบนี้”
หัวหน้าหน่วยห้าจับคอตัวเองไม่ปล่อยลองพูดอีกก็พบว่าเสียงตอนนี้กลายเป็เด็กไปแล้ว เส้นเสียงใสกังวานนี่มัน....มีทางแก้ใช่ไหม ใครก็ได้ช่วยด้วยยยย
เื่ที่หนึ่งในหัวหน้าหน่วยเสียงเปลี่ยนยังไม่มีใครล่วงรู้ ตราบใดที่เขายังไม่พูดให้ใครได้ยิน
“เฮ้ พี่ห้านายอยู่นี่เอง ตามหาจนเหนื่อย”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งนั่นเองั้แ่โดนเลือกให้ไปทำความสะอาด เ้าโย่งก็เคืองมากไม่เคยหรอกจะเข้ามาชวนคุยก่อนเช่นนี้หรือว่าเื่ขนมเสียงเปลี่ยนจะเป็ฝีมือหมอนี่
“ทำไมเงียบ อ๋อ..จะงอนฉันกลับงั้นเหรอได้ ๆ เื่หน้าที่ทำความสะอาดไม่ถือโทษโกรธนายแล้ว โอเคยังว่าแต่นายเห็นพัสดุของพี่สี่ไหม เขาว่าส่งมาแล้ว ลองเช็คดูก็มีคนรับไว้แล้วเป็ลูกน้องฉันเองแต่มันว่าส่งให้นายเมื่อเช้า มันพูดจริงหรือเปล่า”
หัวหน้าหน่วยห้าพยักหน้า “เห็นเหรอแล้วตอนนี้อยู่ไหน นายสั่งให้ฉันเก็บเอาไว้”
เขาชี้มาที่ท้องตัวเอง แล้วก็ทำสีหน้ารู้สึกแย่ไม่อยากจะพูดเลย แต่ว่าโดนเซ้าซี้ไม่หยุด
“อะไร หมายความว่าไง นายกินไปแล้ว?”
พยักหน้า
“มันเป็ตัวช่วยในการทำงานนะนายกินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่กลัวตายรึไง”
“....”
“ให้ตายเถอะพี่ห้าไม่คิดเลยว่านายจะเห็นแก่กินจนลืมตายแบบนี้”
“.....”
“พูดอะไรหน่อย หรือว่าเป็ใบ้ไปแล้ว”
พยักหน้า ใบ้ก็ดีกว่าเสียงตลกวะ
“หา..จริงเหรอ งั้นฉันต้องรายงานนายก่อน”
หัวหน้าหน่วยห้ารีบดึงเพื่อนไว้ยกมือไหว้ แล้วชูสี่นิ้ว
“จะให้ฉันถามทางแก้กับพี่สี่ก่อน”
เขารีบพยักหน้า
“ก็ได้ กลัวโดนด่าสิท่า สมควรกินอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งด่าอีกคำแล้วรีบโทรออกไม่นานทางนั้นก็รับสาย “ฮัลโหล พี่สี่ฉันเอง คือจะถามว่าขนมที่นายส่งมามันอันตรายหรือเปล่า....อ๋อๆ หื้มมม....อ่าฮะ....ฮ่าๆๆๆๆ”
หมดกันความลับไม่มีอยู่จริง หัวหน้าหน่วยหนึ่งวางสายแล้วยังไม่หยุดหัวเราะ
“นายจะหัวเราะอะไรนักหนา ญาติเสียเหรอ”
“วะ...ฮ่าๆๆๆๆๆ เสียงนาย...โคตรจี้”
“เออออ ขำ ขำให้ตายไปเลยไม่ต้องสนใจฉันแล้ว”
“พี่ห้า พี่ห้า ฮ่า ๆ ก็มันตลกนี่นาหน้ากับเสียงของนายมันแบบฮ่า ๆ ”
ชายตัวสูงไม่อาจยืนตัวตรงได้ เขาขำจนตัวงออยู่นานจนเหนื่อย ก็หันมาบอกเพื่อนว่าอย่าห่วง“พี่สี่บอกว่ามันจะออกฤทธิ์เม็ดละสี่ชั่วโมงหลังจากนั้นไม่มีผลอะไร”
“สี่ชั่วโมงเลยเหรอ” กุมหัวเครียดหนัก
“ใช่ ว่าแต่นายกินไปกี่เม็ด”
“ทั้งถุง”
หัวหน้าหน่วยหนึ่ง “......”
ไปตายอดตายอยากมาจากไหน
เช้าวันใหม่นายมาแต่เช้าเรียกพวกเขาทุกคนเข้าประชุมรวมที่ลานหน้าบ้านพัก หัวหน้าหน่วยห้าก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสู้หน้าใคร แม้แต่ลูกน้องก็ด้วย เมื่อวานเขาเป็คนบอกเ้าพวกนี้ว่าอย่าตะกละตะกลาม แต่ตัวเองดันทำซะเอง
งามหน้าไหมเล่า ความหิวเป็เหตุแท้ๆต้องโทษพวกหน่วยสองที่ทำอาหารหมาไม่แดก!!!
“มากันครบแล้วครับคุณหนู”ไป๋เหลียงรายงาน และยืนอยู่ด้านหลัง ทุกหน่วยเข้าแถวแยกกันลูกน้องใครก็อยู่หลังหัวหน้าหน่วยของตัวเอง
เหรินซวงอิ๋นมองแต่ละแถวแล้วมาหยุดที่หน่วยห้า
“่ที่ผ่านมาผมให้พวกคุณรับผิดชอบงานกันเองแต่ที่ได้มาคืออาหารเค็ม ๆ ข้าวของแตกพังจากการทำความสะอาดและล่าสุดพวกคุณไม่มีความอดทน ถึงกับแอบสั่งของกินมาที่นี่ไม่มีใครบอกรึไงว่ากฏคืออะไร อาเหลียงบอกกฎให้พวกเขาฟังใหม่อีกที”
ไป๋เหลียงะโ “ไม่ติดต่อกับคนนอกก่อนได้รับอนุญาต”
“ถูก้าสั่งของมาส่งที่นี่ก็ถือว่าผิด เอาล่ะมีใครละเมิดกฎข้อนี้ก้าวออกมา”
แต่ละคนเลิ่กลั่กอยู่ไม่สุขหัวหน้าหน่วยหนึ่งยกมือ “นายครับ พวกเราแค่หิวเท่านั้นเอง”
เหรินซวงอิ๋นพยักหน้า“แปลว่าอาหารไม่เพียงพอ”
“ไม่ใช่แค่ไม่เพียงพอแต่มันกลืนไม่ลงเลยเถอะครับ” พวกหน่วยสองไม่ยอมรับ
“ก็พวกเราไม่เคยทำ จะให้รสดีในวันสองวันเป็ไปไม่ได้”
“พอ ที่ผมให้พวกคุณเรียนรู้ที่จะอดยากเพราะอะไร? หากวันหนึ่งไปทำงานแล้วต้องติดอยู่ในที่ไม่มีอะไรกินพวกคุณจะได้คิดถึงตอนนี้ มีสติไม่ตามใจปากมั่วซั่ว” พูดแล้วก็หันไปทางหน่วยห้า
“หัวหน้าห้า คุณพูด”
ไม่นะนาย ผมไม่พูดหัวหน้าหน่วยห้าเม้มปากแน่น ส่งสารตาอ้อนวอนให้นายเห็นใจ
เหรินซวงอิ๋นสั่งอีก คราวนี้เสียงต่ำ“พูดออกมา”
หัวหน้าหน่วยห้าแทบจะดิ้นตายยอมเปิดปากพูดออกไปสามคำไม่ดังนัก
“พูดแล้วครับ”
คนที่ทันฟังหันมามองเขาคนที่ฟังไม่ทันก็ด้วย หัวหน้าหน่วยสามและสอง ได้ยินชัดแจ๋ว ถึงกับกลั้นขำไม่ไหว
“วะฮ่า ๆเกิดอะไรขึ้นกับเสียงนายเหรอพี่ห้า”
ไป๋เหลียงก็หลุดขำพรืดออกมาลูกน้องอยากจะขำแทบตายแต่ทำไม่ได้ สีหน้าแต่ละคนจึงตลกมาก เหรินซวงอิ๋นกล่าวกับผู้โชคร้าย
“ผมไม่ได้จะแกล้งคุณ เดิมขนมเปลี่ยนเสียงที่หน่วยสี่ส่งมา จะเอาไว้ใช้ตอนทำงานแต่ใครจะไปรู้ ว่าจะมีคนแอบกินคุณทำให้ผมผิดหวังมากหัวหน้าห้า คุณเป็คนละเอียด รอบคอบมาตลอดแต่ครั้งนี้เพราะความหิว แม้แต่ชีวิตคุณก็ไม่สนใจ ถ้าเป็ยาพิษคุณตายไปแล้ว”
คนโดนว่าทั้งอายทั้งคิดได้ในเวลาเดียวกัน
“ทุกคนหิวได้ เ็ปได้แต่ไม่กี่คนที่จะรู้จักความอดทน คุณเกือบทุกคนคืออดีตนายทหาร แค่เื่การกินการทำงานพื้นฐาน ทำอาหาร ทำความสะอาด ปลูกผัก ก็ทำไม่ไหวคิดว่าชีวิตมีแต่วันที่ต้องต่อสู้หรือยังไง แม้แต่จอมยุทธที่ท่องยุทธภพก็ยังต้องกินข้าวต้องตักน้ำ ต้องผ่าฟืน”
พอโดนว่าเช่นนี้ ทุกคนต่างก้มหน้าเื่ตลกก่อนหน้าก็ไม่ขำเท่าไหร่แล้ว
“บางคนกินแรงเพื่อน หลายคนไม่สนใจหน้าที่คิดว่าไม่จำเป็ ผมรู้หมดว่าใครนิสัยยังไงอยู่ที่อื่นพวกคุณจะเห็นแก่ตัวเท่าไหร่ก็ได้ แต่ที่นี่ในหน่วยพยัคฆ์เร้นกายผม้าความเป็น้ำหนึ่งใจเดียวเราถึงจะอยู่รอด คุณคิดว่าความยิ่งใหญ่เกิดจากอะไร จำนวนคน ฝีมือ หรือเงินไม่ใช่เลย สิ่งที่ทำให้พวกคุณยิ่งใหญ่ได้นั้น เราเรียกมันว่ามิตรแท้ และความอดทน”
เหรินซวงอิ๋นลุกยืน เสียงดังขึ้น“ทุกคนคือพยัคฆ์เร้นกาย เืเนื้อ จิติญญาของพวกคุณคือพยัคฆ์เร้นกายถ้ามีคนถามว่าพยัคฆ์เร้นกายคืออะไร ให้ชี้ที่ตัวเองแล้วบอกพวกเขาไปว่าพยัคฆ์เร้นกายก็คือผมเอง”
“พยัคฆ์ที่แท้จริงไม่ขี้ขลาดไม่เห็นแก่ตัว และมีความอดทน นี่คือวิธีการฝึกคนของผม ใครไม่ชอบ ใครรับไม่ได้ใครคิดว่าผมไม่แฟร์ ก้าวออกมา ผมจะไม่ว่า เราจะคุยกันด้วยเหตุผล”
ถามจริง...ใครจะกล้าขยับ
“ในเมื่อไม่ใครคัดค้านเรามาจ่ายค่าแรงก้อนแรกก่อน นี่เป็งานที่ผมทำกับหัวหน้าพวกคุณเราจะแบ่งเงินเป็ห้าส่วน หัวหน้าแต่ละหน่วยแบ่งเท่ากันจะแบ่งให้ลูกน้องเท่าไหร่แล้วแต่พวกคุณตัดสินใจเอง ผมไม่ยุ่งเงินโบนัสเป็ของส่วนกลาง ค่าของกินของใช้หน่วยไหนขาดอะไร ก็มาเบิกที่คุณไป๋”
“งั้นนายล่ะครับ”หัวหน้าหน่วยสามเป็คนถามขึ้นมา คนอื่นก็คิดเหมือนกัน นายลงแรงมากสุดย่อมต้องได้เยอะกว่าใคร
“ผมขอแค่เื่ที่พูดวันนี้ทุกคนจะเก็บไปคิดและเปลี่ยนแปลงตัวเอง”
ทุกคนได้ฟังก็ซาบซึ้งและหนักอึ้งในอกนายลงทุนลงแรงสร้างชื่อเสียงให้พยัคฆ์เร้นกายค่าจ้างงานแรกได้ตั้งเยอะนายไม่เอาสักแดงเดียว แล้วพวกเขาล่ะยังเคยมองว่าชื่อนี้ตลกด้วยซ้ำ หน้าที่เล็กน้อยที่ได้รับก็ยังทำได้ไม่ดีพอคิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิด
ไป๋เหลียงะโถาม“ทุกคนเข้าใจใช่ไหม!!”
ทุกคนประสานมือโค้งตัว “รับทราบครับนายขอบคุณครับ”
คุยเื่ทั่วไปแล้วก็กลับมาเื่งานชิ้นต่อไปเหรินซวงอิ๋นให้ลูกน้องปลายแถวแยกย้าย เหลือแค่บรรดาหัวหน้าแต่ละหน่วยตามมาคุยต่อ
ทั้งหกยกขบวนมาในห้องประชุมของบ้านไป๋เหลียงรินชาให้คุณหนู แล้วนั่งลงฝั่งขวามือ ถัดไปเป็หัวหน้าหน่วยสองและสามอีกฝั่งเป็หัวหน้าหน่วยหนึ่งและสี่ ส่วนคุณหนูนั่งหัวโต๊ะ
“หัวหน้าห้าคุณอยู่จัดการเื่น้องชายอี๋นั่วให้เสร็จได้ตัวแล้วส่งไปอยู่กับหน่วยสี่ หลังจากนั้นรอคำสั่งอาจจะต้องตามไปสมทบพวกเรา”
เสียงเด็กน้อยตอบรับ “ครับนาย”
คนอื่นมองแล้วอมยิ้มแต่ไม่ได้หัวเราะเอาเป็เอาตายใส่เขาแล้ว
“ไหน ๆ เสียงก็เป็แบบนี้รู้ใช่มั้ยว่าควรใช้ประโยชน์ยังไง”
“ทราบครับ”
“ดี ที่เหลือ ฟังหัวหน้าสอง”
ชายตัวเล็กกระแอมก่อนจะจัดแจงหน้าที่ของแต่ละคน
“อีกสามวันเกาะเจียวเมิ่งจะมีพิธีใหญ่เรียกว่าพิธีบูชาเ้าสมุทร ในงานมีการล้มสัตว์ใหญ่เพื่อใช้ในพิธีและต้องมีการสั่งสัตว์พวกนั้นจากแผ่นดินใหญ่ เราจะปลอมเป็คนของโรงฆ่าสัตว์แผนคือ....”
เดิมจะใช้วิธีลักลอบขึ้นเกาะแต่ว่าพวกเขาไปกันหลายคน จะให้แอบยังไงก็คงไม่พ้นโดนจับได้เหรินซวงอิ๋นจึงให้ไป๋เหลียงปลอมประวัติโรงฆ่าสัตว์เถื่อนรับงานส่งสัตว์ใหญ่ทั่วไป โค กระบือ ม้า หรือหมู ไก่ ก็มี
แน่นอนว่าราคาต้องถูกกว่าโรงฆ่าสัตว์ทั่วไปพวกเกาะเจียวเมิ่งได้ข่าวก็แทบจะรีบมาเหมาสัตว์ทั้งหมด ทุกปีงานนี้พวกเขาต้องเสียค่าจัดงานไม่ต่ำกว่าหลักล้านตอนนี้มองเห็นทางประหยัดในขณะที่ได้ทุนมาเท่าเดิม
แทบจะรอกินส่วนต่างกันไม่ไหว
เพราะแบบนี้เลยได้บัตรผ่านขึ้นเกาะแบบไม่ต้องหลบซ่อน ส่วนอุปกรณ์และสัตว์ ก็ไปเหมาต่อมาจากโรงฆ่าสัตว์ของจริงราคาแพงกว่าก็ไม่ใช่ปัญหา หักจากค่าจ้างแล้ว ลงทุนแค่นี้ เรียกว่า 'เศษเงิน'
“ไปถึงที่นั่นวันจันทร์เช้าก่อนเที่ยงคืนวันอังคารข่าวที่ลูกค้า้าพวกเราต้องหามาให้ได้”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งมีคำถาม“แล้วพวกสัตว์ล่ะ ใครจะฆ่า”
เหรินซวงอิ๋นย้อน“หรือว่าคุณไม่กล้าลงมือ”
ชายตัวสูงไม่กล้าพูด หัวหน้าหน่วยสองที่สนิทกับเขาเล่าให้ทุกคนฟังแทน “พี่หนึ่งเขาโตมาในโรงฆ่าสัตว์น่ะ”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งสารภาพ“มันเป็่เวลาที่ผมไม่อยากนึกถึง”
เหรินซวงอิ๋นและทุกคนพอเข้าใจบรรยากาศในสถานที่เช่นนั้นเหมาะจะเลี้ยงเด็กที่ไหนกันอาจเป็ความทรงจำที่ย่ำแย่ของเขา ทุกคนย่อมมีความทรงจำที่ไม่อยากนึกถึงแต่ไม่อาจลืมลง
“งั้นคุณก็เปลี่ยนไปดูต้นทาง”
หัวหน้าหน่วยหนึ่งยิ้ม “ขอบคุณครับนาย”
“ไม่เป็ไร ใครไม่สะดวกตรงไหนก็บอกผมเราเป็ครอบครัวเดียวกัน อย่าคิดว่าผมเป็เ้านายคำพูดผมไม่ใช่คำสั่งจากโอรส์ย่อมคืนคำได้”
ลูกน้องเกร็งน้อยลงแต่กลับนับถือเขายิ่งขึ้น
ในสายตาของทุกคน เหรินซวงอิ๋นไม่ใช่โอรส์ของแผ่นดินก็จริงแต่ก็คือประมุขของเหล่าพยัคฆ์เร้นกาย พวกตนพร้อมจะทำตามคำสั่งของนายทุกอย่างโดยไม่ลังเล
หัวหน้าหน่วยสองสรุปอีกครั้ง
“หน่วยหนึ่งเป็หูเป็ตามีอะไรไม่ชอบมาพากลต้องรีบแจ้ง หน่วยสองของฉันจะอยู่ประจำที่จุดเลี้ยงสัตว์คอยหาข่าวกับคนทั่วไปหน่วยสามหาโอกาสแทรกซึมเข้ากลุ่มกวางปีศาจจำไว้ว่าทุกอย่างที่โยงไปถึงความขัดแย้งของสองพี่น้อง ต้องฟังมาให้ละเอียดที่สุด”
เหรินซวงอิ๋นบอกพวกเขาเพิ่ม“เลือกลูกน้องไปด้วยหน่วยละเก้าคน ไปสามสิบเอ็ดกลับก็ต้องเท่าเดิมผมไม่อยากทิ้งศพใครไว้ที่นั่น”
“ครับนาย”
ลูกน้องต่างแข็งขันกับงานครั้งนี้ไป๋เหลียงนึกหวั่นในใจถึงคุณหนูไม่มีท่าทีว่ากลัวอะไร ก็อดห่วงไม่ได้หรอก
หัวหน้าหน่วยทุกคนต่างใจลอยไม่รู้ว่างานชิ้นที่สองนี้ จะเจออสรพิษชนิดใดอีกบ้าง
เหรินซวงอิ๋นบอกให้ทุกคนไปเตรียมตัว มะรืนนี้พวกเราพยัคฆ์เร้นกายจะไปเหยียบหาดทรายหรดี