“ช่วยด้วย”
ฉันที่กำลังหลับลึกในห้วงความฝันที่ฉันตระหนักได้ว่านี้คือความฝันแต่แล้วความฝันเ่าั้ก็หยุดชะงัก
มีเสียงใครสักคนดังก้องกังวานไปทั่วความฝันของฉันเป็เสียงที่ไม่คุ้นเคย คิดว่ามันอาจจะเป็ส่วนหนึ่งในฝันจึงไม่สนใจ
ความฝันยังคงดำเนินตามเนื้อผ้าอย่างที่ควรจะเป็แต่ทว่าในขณะที่ฉันกำลังจะหลุดออกจากห้วงความฝันนั้น
ภาพทุกอย่างก็แตกเหมือนเศษกระจกทำเอาฉันถึงกับใเหมือนฝันฉันจะพังทลายลง พร้อมกับเสียงก้องกังวานที่ดังก้องในหูฉัน
“ช่วยฉันด้วย..ท่าน..จอ–ม..ม..มา–––…”
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับหน้าซีดเผือดฝันบ้านั่นอีกแล้ว! ฉันบ่นออกมาเหงื่อไหลฉันไม่รู้ว่ากำลังมีคนพยายามรอบทำร้ายฉันจากทางความฝันหรือเปล่า
แต่ฝันแบบนี้ฉันเคยพบมาแล้วสองรอบ..รอบแรกก็คือตอนที่ฉันฝึกใช้พลังเวทปีศาจ ตอนนั้นฉันไม่ได้หลับด้วยซ้ำ
ฉันขมวดคิ้วหรือว่ามีพวกผู้ใช้เวทมนตร์ที่โจมตีทางจิตใจอยู่บนโลกนี้ด้วยเพราะไม่มีอย่างอื่นนอกจากนี้แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ฉันลุกขึ้นเปิดหน้าต่างห้องั้แ่เจอโจรนั่นก็ผ่านมาแล้วเดือนกว่าๆ อีกไม่กี่วันก็ถึงโรงเรียนลิเบอร์แล้ว
ตอนนี้ฉันพักอยู่ในโรงแรมหรูในเมืองใหญ่เมืองหนึ่งแม้พวกเราจะไม่เปิดเผยสถานะ แต่ด้วยชุดเกราะของอัศวินที่คุ้มกันฉัน
และรถม้ามีราคาที่มีแต่สำหรับชนชั้นสูงก็คงเดาได้ว่าพวกเราเป็ขุนนางที่ค่อนข้างมีหน้ามีตาอีกทั้งชุดเกราะของกองอัศวินแต่ละประเทศนั้นต่างกันออกไป
ดังนั้นเป็ธรรมดาที่คนจะรู้ว่าขุนนางใหญ่นี้มาจากอาณาจักรอาเดฟฉันไม่รู้ว่าอาณาจักรอาเดฟนั้นมีหน้ามีตาขนาดไหน
แต่จากที่สังเกตทุกคนเอาแต่มองฉันเลยคิดว่าอาณาจักรอาเดฟนั้นน่าจะมีคนอิจฉาไม่น้อยเพราะพวกเขาเอาแต่จ้องตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องระวังตัวมากขึ้นอีกไม่คิดว่าอาณาจักรอาเดฟจะเป็ที่รังเกียจมากขนาดนี้!
ในขณะที่ฉันมองไปข้างล่างบนพื้นถนนเพราะตอนนี้ฉันพักอยู่บนโรงแรมชั้นห้าเป็ชั้นที่สูงที่สุดจึงมองเห็นคนเดินบนถนนอย่างแออัดและดูอันตรายพอสมควร
ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะเกิดข้อสงสัยกล้าเดินในที่แบบนั้นได้ยังไง ก็แหม ถ้าหากโดนลอบสังหารจะหลบไม่พ้นแถมยังหาตัวคนร้ายไม่ได้
ไหนจะเื่อันตรายรอบด้านอีกยิ่งคิดแบบนั้นฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ โลกนี้มันจะแปลกเกินไปแล้วนะ..
นอกจากจะอันตรายแล้วยังแออัดสุดๆอีกต่างหาก ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ในตอนนั้นเองห้องของฉันก็เปิดออกฉับพลันเลวี่ก็พุ่งตัวมา
“ท่านพี่ ไปเที่ยวกันเถอะ!”
ทำเอาฉันคิ้วขมวดทันทีไปเที่ยวในที่ที่อันตราย แบบนั้นไม่เรียกเที่ยวนะเพราะถ้ามันไม่สบายใจจะไปรู้สึกสนุกได้ยังไงล่ะ ?
ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งหันไปเห็นซิลเวียที่ยืนรออย่างใจจดใจจ่อยัยนี่ วางแผนทำอะไรงั้นเหรอ ถึงฉันจะมองออกว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไรอยู่
แต่ว่าถ้าอยู่ในพื้นที่ชุลมุนและคนเยอะฉันก็ตอบโต้ไม่ทันเหมือนกันนะ! ฉันจึงลังเลแล้วพูดออกไปว่า
“ซิลเวียก็ไปด้วยเหรอ?”
ด้วยสีหน้าย่นๆและก็สมกับเป็เลวี่น้องสาวที่น่ารักของฉัน เธอเข้าใจฉันในทันทีว่าฉันไม่อยากให้ซิลเวียลอบทำร้ายฉัน
◆◇◆
อันที่จริงซิลเวียแค่ตื่นเต้นเพราะไม่เคยออกจากปราสาทั้แ่มาอยู่โลกผสมกับต้องแสดงว่าตัวเองโดนลบความทรงจำ
ในขณะเดียวกัน เลวี่ก็เข้าใจว่าพี่สาวตัวเองอยากไปเดทกับตัวเองแค่สองต่อสอง ไม่มีก้างขวางคอ
◆◇◆
ฉันมองไปที่เลวี่ที่มีสีหน้าแปลกๆเหมือนเธอกำลังมีความสุขมาก เอ่อ… อันนี้ไม่ค่อยจะเข้าใจแหะบางทีฉันก็ไม่เข้าใจน้องสาวตัวเองเท่าไหร่เลย
“ท่านพี่ไม่ต้องห่วงนะคือข้ามีแผนแบบนี้…”
ว่าแล้วเลวี่ก็เสนอแผนการให้ซิลเวียไปนั่งซักผ้าฮรืออ น้องสาวช่างเป็น้องสาวที่ดีแท้ ดูแลฉันที่เป็พี่สาวอย่างดีเลย
พอคิดได้แบบนั้นฉันก็อดที่จะหอมแก้มเลวี่ยกใหญ่ไม่ได้น้องสาวฉันนี่สามารถเป็พี่สาวได้เลยนะ
“เอ๋ ท่านพี่ทำอะไรคะเนี่ย?!”
เลวี่เหมือนใกับท่าทางของฉัน อ๋อจริงสิฉันไม่เคยทำแบบนี้กับเธอนี่น่า จะว่าไปในโลกนี้มีแิเื่การแสดงความรักเอ็นดูแบบหอมแก้มหรือเปล่า
เพราะไม่เคยเห็นท่านแม่หรือท่านพ่อทำแบบนั้นเลยนอกจากลูบหัว ฉันคิดว่าในโลกนี้อาจจะไม่มีเื่แบบนั้น ฉันเลยอธิบายให้น้องสาว
“คือเมื่อกี้มันเรียกว่าการหอมแก้มเป็การแสดงความรักแบบเอ็นดู..”
“ความรัก?!”
แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดจบเลวี่ก็ร้องคำว่า‘ความรัก’ ออกมาพร้อมกับหน้าแดงจนควันออกหู.. เอ่อ .. เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ไข้ขึ้นเหรอ แย่แล้ว ไข้ขึ้นอีกแล้ว!.. เลวี่ที่ยืนอยู่เริ่มตัวโงนเงนก่อนจะล้มมาทางฉันแล้วฉันก็รับไว้
อ๊ะ หมดสติไปแล้วเหรอ.. ตกลงเลวี่เป็อะไรเนี่ยฉันแตะหน้าผากพร้อมใช้พลังเวทเพื่อตรวจจับความร้อนเพราะว่าฉันไม่รู้วิธีวัดที่ถูกต้องอ่ะนะ
ฉันเลยใช้พลังเวทช่วยซะเลยแต่เหมือนจะไม่มีไข้ฉันก็โล่งอก แต่เลวี่ก็สลบไปแล้วฉันคงไม่ต้องออกข้างนอกแล้วมั้ง
ฉันอุ้มเลวี่ไปนอนบนเตียงของฉันก่อนจะเดินไปหาซิลเวียที่ยืนรออยู่ ฉันเลยพูดออกไปตรงๆ ว่า
“เลวี่ไม่สบาย วันนี้คงไม่ได้ออกไ—”
“เอ๋ ทำไมอ่าาาาาฉันอยากออกไปเที่ยวอ่าาาา”
ฉันพูดยังไม่จบซิลเวียก็ตาแดงก่ำแล้วก็ร้องออกมากระทืบเท้าบิดตัวไปมาเหมือนเด็กงอแงจนคำถามเดิมลอยขึ้นมาบนหัว
ยัยนี่ เป็เทพจริงปะเนี่ย..
“ก็บอกว่าเลวี่—”
“ฉันอยากเที่ยวอ่าาาา ไม่เอาจะเที่ยว จะเที่ยว”
เสียงของเธอดังขึ้นจนทำเอาเลวี่ที่นอนอยู่พลิกตัวฉันใทันทีเมื่ออดีตชาติสิ่งที่น่ากลัวนอกจากการลอบสังหารคือ…
การทำให้น้องสาวที่หลับอยู่ตื่นคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อเธอถูกรบกวนตอนนอนพอเธอตื่นมาในจังหวะนั้นจะมีลูกะเิลูกใหญ่อยู่ในมือเธอ
หรือดาบซามูไรยาวสองเมตรไล่ฟันคุณเพราะงั้นฉันเลยพุ่งตัวเอามือปิดปากซิลเวียจนดันเธอติดกับผนังทางเดิน
“ชู่ว”
“อื้อออ อื้อออ”
ซิลเวียเริ่มดิ้นฉันเลยกดแรงเข้าไปอีกจนอะไรไม่รู้นุ่มๆ โดนแขนฉัน.. อืมััแบบนี้มันอะไรนะ?ช่างมันเถอะแต่ก็ยังกดเอาไว้
“อย่าเสียงดัง เข้าใจไหม?”
“อื้อๆ”
ซิลเวียเริ่มหายใจไม่ออกจนหน้าแดงเธอเลยพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วฉันก็ค่อยๆ ปล่อยมือออก และปิดประตูกลับไปช้าๆ
ฉันหันมาหาซิลเวียแล้วเห็นเธอนั่งพิงผนังทำท่าเหมือนจะร้องไห้ยังไงยังงั้นฉันถอนหายใจออกมา
ซิลเวียไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเลยปกติจะทำท่าแสดงอย่างมั่นอกมั่นใจว่าตัวเองแสดงเก่งแต่คราวนี้ฉันไม่เห็นว่ามันเป็การแสดงจากการกระทำของเธอเลย
พอมานึกๆ ดูซิลเวียถึงจะเป็คนที่ดูน่ารำคาญ แต่เพราะเธอแสดงไม่เก่งฉันเลยมองออกตลอด..จะว่าไปยัยนี่เป็คนเดียวที่ฉันสามารถบอกได้ว่า
ฉันกังวลเกี่ยวกับเธอน้อยที่สุดเพราะมองเธอออกเสมอ.. มาคิดๆ ดู เธอคือคนที่อยู่กับฉันบ่อยที่สุด… เอ่อ
ฉันลังเลเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปหาซิลเวียด้วยมือขวา
“ก็ได้ๆ ฉันจะพาไปก็ได้แต่อย่าปล่อยมือเด็ดขาดเลยนะ”
“เอ๊ะ..?”
ซิลเวียหันหน้ามามองฉันแต่ไม่รู้ทำไมว่าตอนนี้ฉันไม่กล้ามองหน้าซิลเวียพอเธอเงยหน้ามาฉันเลยหันหน้าหนีโดยอัตโนมัติ
เธออึ้งอยู่สักพักจนฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆเลยพูดออกมาอีกรอบ
“อะไรเล่า ไม่อยากไปแล้วหรือไง?”
“เอ๋ ไม่สิ ฉันจะไปๆ”
ว่าแล้วเธอได้สติกลับมาก็จับมือฉันแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปด้วยกัน ขณะเดินอยู่นั้นเธอเหมือนผู้ปกครองฉัน
“เลทิเซีย..”
“อะไรอีกล่ะ ?”
ฉันรู้สึกว่าตัวเองแปลกแฮะ ปกติต้องระวังตัวทำไมต้องยอมให้ซิลเวียด้วยพอคิดแบบนั้นก็รู้สึกหงุดหงิด ฉันเลยใส่อารมณ์แล้วหันมามองซิลเวีย
เธอไม่ได้โกรธแต่เธอยิ้มแล้วบอกกับฉันว่า
“ขอบคุณนะ!”
“…อ๊ะ…”
ฉันใจเต้นแรงแปลกๆรีบหันหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ.. ทำไม.. ทำไมซิลเวียถึงทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่กับพี่สาวได้ล่ะเนี่ย...?