บทที่ 13 ลาก่อนหมู่บ้านแห่งนี้
รุ่งเช้าวันถัดมา ดวงอาทิตย์โผลขึ้นมาทักทายเหมือนเช่นเคย หมู่บ้านที่เงียบสงบค่อย ๆ ตื่นจากการหลับใหล ควันจากการหุงหาอาหารลอยขึ้นทุกบ้าน ปฏิเสธไม่ได้ว่าทิวทัศน์ของหมู่บ้านแห่งนี้ช่างงดงามและหาจากที่ไหนไม่ได้อีก
หลี่ซิงเหอยืนอยู่ในลานบ้าน มองดูหมู่บ้านอันงดงามด้วยสายตาเ็า แสงอรุณสีชมพูและควันไฟที่ลอยละล่อง เธอไม่มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์กับสถานที่แห่งนี้แม้แต่น้อย
หลี่ซิงเหอที่เคยใช้ชีวิตในหมู่บ้านแห่งนี้มายี่สิบปีได้ตายไปแล้ว เธอตายด้วยการฆาตกรรมทางสังคมที่ชาวบ้านร่วมมือกันก่อขึ้น เธอไม่ได้ตายเพียงเพราะการคุกคามทางเพศและการทุบตีเท่านั้น แต่เธอยังตายเพราะการตัดสินความบริสุทธิ์อันไร้เหตุผลอีกด้วย
เธอละสายตากลับมา แล้วทำอาหารเช้าให้หลี่ฝู่และหลี่เฉิงเฉวียนเหมือนเช่นทุกวัน
หลี่ซิงเหอถือชามอาหารที่เหลือจากพวกผู้ชายกลับมาที่ห้องเก็บของเล็ก ๆ เห็นหวังฟางพับเสื้อผ้าเก่าที่มีไม่กี่ชิ้นของพวกเธอเสร็จแล้ว สามารถอุ้มไว้ในอ้อมแขนและพร้อมจะออกเดินทางได้ทุกเมื่อ
มองดูข้าวของเครื่องใช้ตลอดหลายปีของผู้หญิงสองคนที่สามารถอุ้มไปได้คนเดียว เธอรู้สึกขำออกมา
เธอเดินไปที่หน้าต่างบานเล็ก หน้าต่างเก่าและทรุดโทรม เมื่อเธอวัดขนาดดูแล้วก็เทียบเท่ากับรอบเอวของตัวเอง ส่วนแม่ของเธอก็ผอม การออกจากหน้าต่างนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
บางทีหลี่ฝู่คงคิดว่าหน้าต่างเล็กเกินกว่าคนจะออกไปได้ จึงไม่เคยคิดจะปิดหน้าต่างบานนี้
ทั้งสองคนนั่งลงเริ่มกินอาหารเช้าด้วยกัน แต่แทบจะกินไม่ลงเลย
"แม่ กินอีกสักนิดนะ ไม่ต้องห่วง พวกเขาคงไม่ออกไปเล่นไพ่สักพัก รอให้พวกเขางีบกลางวันก่อนแล้วเราค่อยออกไป การเดินทางครั้งนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย แม่ต้องกินข้าวเยอะ ๆ นะ"
หวังฟางพยักหน้าเบา ๆ แม้จะกินไม่ลงเพราะความกังวลต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เธอก็พยายามกินอาหารเข้าปากและกลืนลงไปให้หมด
เวลานี้ยังเช้าอยู่ พวกผู้ชายยังมีแรงเต็มเปี่ยม เธอจึงออกมาดูผักในสวนที่ปลูกเสร็จแล้ว น้ำก็ตักรดเรียบร้อย หยิบตะกร้าขึ้นมาแล้วเดินออกจากบ้านอย่างเป็ปกติ
เธอออกมาได้อย่างราบรื่น เพราะได้ยินเสียงละครโทรทัศน์ดังออกมาจากห้องของหลี่ฝู่ จึงทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ
หลังออกจากบ้าน เธอเดินตรงไปยังร้านสหกรณ์ทันที
"สวัสดีค่ะ ฉันเอาผักกับไข่มาขาย" พูดพลางวางตะกร้าใหญ่ที่เต็มไปด้วยผักป่าและไข่เป็ดไข่ไก่ลงบนโต๊ะคิดเงิน
พนักงานสหกรณ์มองเธอด้วยความประหลาดใจ "ผักพวกนี้สดใหม่และเรียงไว้สวยงาม เธอเป็คนเก็บเองเหรอ?"
"อืม ที่เชิงเขาตรงโน้นมีผักดี ๆ แบบนี้เยอะค่ะ" เธอชี้มือไปลวก ๆ ให้พวกเขาไปหาเอาเองเถอะ เดินจนขาพังก็หาไม่เจอหรอก!
"แล้วไข่ไก่กับไข่เป็ดพวกนี้ล่ะ?"
หลี่ซิงเหอเอ่ยเสียงเย็นอย่างรำคาญ "คุณจะรับซื้อไหมคะ?"
พนักงานสหกรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เด็กคนนี้ดุดันสมกับที่เล่าลือกันจริง ๆ "รับ ๆ " เขาไม่สนหรอกว่าเธอได้มาจากไหน อยากได้เงินก็ต้องดิ้นรนอยู่แล้ว อีกอย่าง… ไข่ก็ไม่ได้เขียนชื่อเ้าของไว้ ถึงเธอจะขโมยมาจากที่ไหน ถ้าเ้าของมาตามหาก็ไปตามเอากับเธอ ไม่เกี่ยวกับทางสหกรณ์สักหน่อย!
พนักงานสหกรณ์ไม่พูดอะไรอีก รีบชั่งน้ำหนัก นับไข่ทุกใบ แล้วรีบคำนวณเงินให้หลี่ชิงเหอ
"สามสิบสองหยวนสี่เหมา ให้สามสิบสองนะ"
หลี่ซิงเหอรับเงินสามสิบสองหยวนใส่กระเป๋าเสื้อ เธอยื่นมือออกไปอีกครั้ง "อีกสี่เหมาค่ะ!"
"ได้ สี่เหมา" ชายคนนั้นพูดพลางเปิดกล่องเงินอีกครั้ง "เอาไปเลย ฉันไม่ได้โกงคุณเลยนะ ถ้าครั้งหน้ามาอีกฉันจะให้ราคาดีกว่านี้"
หลี่ซิงเหอแค่นเสียงเ็าออกมา มองเขาด้วยสายตาดูถูก แล้วหมุนตัวเดินจากไป
"เฮ้! เธอจ้องใครน่ะ?"
เธอไม่สนใจเสียงของเขาและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
วันนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน…
เมื่อสิ้นสุดอาหารมื้อกลางวันแล้ว ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกผู้ชายง่วงนอน
เธอกลั้นหายใจฟังเสียง… ไม่นานก็ได้ยินเสียงกรนของหลี่ฝู่ก็ดังขึ้น
หวังฟางได้เปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่หลี่ซิงเหอบอก แน่นอนว่าเป็ชุดที่ค่อนข้าง 'ใหม่' เท่านั้น
"ซิงเหอ จะไม่เอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปจริง ๆ เหรอ?" หวังฟางยังรู้สึกไม่สบายใจที่จะไม่เอาอะไรไปเลย แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เอา หากเป็เช่นนี้จะมีเสื้อผ้าเปลี่ยนได้อย่างไร
เห็นสายตากังวลของหวังฟาง "ได้ค่ะ แม่จะเอาไปด้วยก็ได้ หนูจะถือเอง"
หลี่ซิงเหอเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่ เก็บกระดาษที่หยางเฉินให้ไว้ใส่กระเป๋าเสื้ออย่างดี บนกระดาษมีเบอร์โทรศัพท์ห้องทำงานของหยางเฉินอยู่ ถึงแม้ว่าตัวเลขนั้นเธอจะจำได้ขึ้นใจแล้วก็ตาม
หลังมองดูท้องฟ้า หลี่ซิงเหอก็รู้ว่ารถเข้าเมืองก็คงจะมาถึงในไม่ช้า เธอนำอ่างไฟคว่ำลงบนพื้นใต้หน้าต่าง แล้วะโออกไปอย่างเบา ๆ ก่อนจะรับเสื้อผ้าที่แม่โยนออกมาวางไว้บนพื้น
จากนั้นช่วยแม่ออกมาจากด้านนอก แม่ลูกสองคนต้องใช้แรงกันมากพอสมควร หลี่ซิงเหอไม่กล้าออกแรงดึงมาก เพราะร่างกายของแม่ยังไม่แข็งแรงดีนัก
ในที่สุด ก็พาแม่ออกมาจากหน้าต่างบานเล็กได้อย่างปลอดภัย
"่นี้ลูกให้แม่กินเยอะมาก ร่างกายแม่ดีขึ้นพอสมควรเลย" หวังฟางกระซิบบอกลูกสาวหลังจากออกมาได้สำเร็จ
ใช่แล้ว สุขภาพของแม่ดีขึ้นมากจริง ๆ ทั้งสองคนไม่รอช้า รีบเร่งฝีเท้าไปยังถนนใหญ่ที่รถโดยสารวิ่งผ่าน
ขณะยืนรอที่ริมถนน หลี่ซิงเหอจับมือที่สั่นของแม่ไว้พลางปลอบเบา ๆ "แม่คะ ไม่ต้องกลัวนะ รถกำลังจะมาแล้ว"
มือของแม่เย็นเฉียบ หมู่บ้านนี้คือสถานที่ที่หวังฟางใช้ชีวิตมาครึ่งชีวิต ั้แ่แต่งงานกับหลี่ฝู่เธอก็ไม่เคยออกไปไหนเลย
หลี่ซิงเหอเขย่งปลายเท้าขึ้นมองไปที่ปลายถนนไกล ๆ ยังไม่เห็นเงาของรถโดยสารสักคันเลย ทั้งสองคนไม่มีใครพูดอะไรอีก โชคดีที่ตอนนี้เพิ่งผ่านเวลาอาหารกลางวัน ชาวบ้านทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน เมื่อเดินออกมาจึงไม่เจอใครเลย
ไม่รู้ว่ายืนอยู่นานแค่ไหนแล้ว รู้สึกแค่ว่าเท้าเหมือนจะมีรากขึ้นแล้ว ในที่สุด… รถโดยสารคันเก่าก็ปรากฏขึ้นที่ปลายถนน
หลี่ซิงเหอจับมือแม่ด้วยความตื่นเต้น "แม่คะ รถมาแล้ว ทางนั้นค่ะ"
หวังฟางไม่ได้ส่งเสียงตอบ เพียงแค่บีบมือหลี่ซิงเหอกลับแน่นขึ้นกว่าเดิม และมือเริ่มสั่นเทาอีกครั้ง
ชาวบ้านสองคนเดินมาตามถนน คุยกันไปด้วยพลางเดินมาทางนี้
เอ๊ะ?! ทีแรกก็คิดว่าทุกอย่างราบรื่นดีที่ไม่เจอใครเลย ทำไมพอรถกำลังจะมาถึง กลับมาเจอพวกเขาเข้าพอดี
"ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ" หลี่ซิงเหอบอกแม่อย่างหนักแน่น
เมื่อรถใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เธอยกแขนขึ้นโบกมือแรง ๆ
"เอ๊ะ? แกเห็นผู้หญิงสองคนตรงนั้นไหม ไม่ใช่คนบ้านหลี่ฝู่หรอกเหรอ?"
"หืม? นั่นมันเด็กคนนั้นจริงๆ ด้วย ส่วนคนข้าง ๆ นั่นเป็เมียของหลี่ฝู่ใช่ไหม?"
"ใช่แล้ว ๆ นี่พวกเธอกำลังจะนั่งรถไปไหนกันนะ?"
รถหยุดลงท่ามกลางเสียงนินทาของหญิงสองคน
เธอประคองแม่ค่อย ๆ ขึ้นรถ ซื้อตั๋วไปจนถึงสถานีสุดท้ายสองใบ หาที่นั่งว่างตรงกลาง แล้วให้แม่นั่งฝั่งริมหน้าต่าง
เมื่อรถเริ่มออกตัว หวังฟางกุมมือลูกสาวแน่นด้วยความกังวล ดวงตาของเธอจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างไม่วางตา หมู่บ้านที่อาศัยอยู่มาหลายปีกลับดูแปลกตาไปเสียแล้ว มันค่อย ๆ หายลับไปกับการหมุนของล้อรถ
ใช้เวลาไม่นาน เบื้องหน้าก็กลายเป็ทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตาทันที
หลี่ซิงเหอััได้ถึงความรู้สึกของแม่ในตอนนี้ เธอไม่พูดอะไร เพียงแค่กุมมือแม่แน่นเพื่อให้แม่รู้สึกปลอดภัย
'แม่คะ หนูจะปกป้องแม่เอง อีกไม่นานแม่จะต้องได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นแน่นอน' หลี่ซิงเหอให้คำมั่นในใจ
รถแล่นไปเรื่อย ๆ หยุดบ้างเป็บางครั้ง ผ่านไปสักพัก หวังฟางคงจะเริ่มชินกับโลกภายนอกแล้ว จึงนึกถามขึ้นมาว่า "ซิงเหอ ลูกไปเอาเงินพวกนี้มาจากไหนกัน"
"เป็เงินเก็บจากการขายผักป่าน่ะค่ะ แม่ไม่ต้องกังวลนะ ถ้าขยัน ยังไงก็เก็บเงินได้ แม่แค่อยู่เคียงข้างหนูก็พอ ไม่ต้องกังวลเื่เงินนะคะ"